60 ปีฮิโรชิมา ความทรงจำมิเคยเลือน-มิควรลืม

โดย MGR Online   
6 สิงหาคม 2548 07:27 น.
60 ปีฮิโรชิมา ความทรงจำมิเคยเลือน-มิควรลืม
มองจากอะตอมมิก โดม จะเห็นการเตรียมงานรำลึก 60 ปีระเบิดฮิโรชิมาในสวนสันติภาพ
        เบิร์กเลย์ เดลี่ พลาเน็ต – ฮิโรชิมาวันนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดของญี่ปุ่น ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับมหานครโตเกียวอันแออัด ที่อยู่ห่างไปทางเหนือ 400 ไมล์
       
       แต่ขณะเดียวกัน เสน่ห์ประดามีของฮิโรชิมาก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงเหตุการณ์เมื่อ 60 ปีก่อน ที่ทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เพราะถนนหนทางอันกว้างขวางในวันนี้เป็นผลพวงจากการที่ชาวบ้านชาวเมืองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วยกันขุดถางต้นไม้ เพื่อป้องกันไฟจากการโจมตีของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-29 ไม่ให้ลามไปยังเมืองอื่นๆ
       
       ชาวเมืองฮิโรชิมานับร้อยออกจากบ้านมาช่วยกันรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเคลียร์ซากความเสียหายจากการบอมบ์ของพันธมิตรตอนที่ระเบิดเพียงลูกเดียวระเบิดเหนือเมืองเมื่อเวลา 8.15 น. ของวันที่ 6 สิงหาคม 1945 ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของระเบิดในรัศมีครึ่งไมล์เสียชีวิตทันที ในจำนวนนี้คือนักเรียนหญิงที่ถูกเกณฑ์จากโรงเรียนหลายแห่งมาช่วยกันถางพื้นที่ทำเขตกันไฟ
       
       ภูเขารอบๆ เมืองถล่มทับอาคารที่แข็งแรงที่สุดพังราบ ไม่นานไฟลามเกินความควบคุม เผาผลาญบ้านเรือนที่พังทลาย รวมถึงประชาชนที่รอดจากระเบิดนิวเคลียร์แต่ติดอยู่ภายในบ้าน

60 ปีฮิโรชิมา ความทรงจำมิเคยเลือน-มิควรลืม
อนุสาวรีย์จารึกชื่อเหยื่อระเบิดตั้งเด่นอยู่กลางสวนสันติภาพ
        ผู้รอดชีวิตนับพันไปออกันริมฝั่งน้ำเพื่อหลบเร้นพระเพลิงที่โหมกระหน่ำ แต่หลายคนอ่อนแรงจากการได้รับรังสีจนเกินกว่าจะหนีต่อไปตอนที่กระแสน้ำไหลบ่าท่วมชายฝั่ง ดังนั้นแทนที่จะเป็นที่หลบภัย ชายน้ำกลับกลายเป็นแดนประหารของอีกหลายชีวิต
       
       ผ่านมา 6 ทศวรรษที่ระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรกถูกทิ้งลงฮิโรชิมา ทำให้เมืองนี้กลายเป็นสัญลักษณ์และศูนย์กลางการชุมนุมเรียกร้องการทำลายอาวุธนิวเคลียร์
       
       ปัจจุบันฮิโรชิมากลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยพลวัต เป็นศูนย์กลางการผลิต ระเบิดปรมาณูกลายเป็นอดีต สำหรับคนหนุ่มคนสาว ไม่ใช่ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพวกเขา
       
       แต่ที่สวนสันติภาพ เวลาหยุดนิ่งสนิท
       
       สวนสันติภาพ (Peace Park) ตั้งอยู่บนพื้นที่เขียวขจีกินอาณาบริเวณกว้างใหญ่ใจกลางเมืองฮิโรชิมา และอยู่ตรงกลางระหว่างแม่น้ำสองสาย แม้แต่ละวันมีผู้มาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย โดยเฉพาะเด็กนักเรียน แต่ที่นี่ยังคงเงียบสงบสมกับเป็นสถานพำนักสุดท้ายของดวงวิญญาณนับแสนดวง
       
       Cenotaph หรืออนุสาวรีย์จารึกชื่อเหยื่อระเบิดตั้งเด่นอยู่กลางสวนสันติภาพ ซึ่งทุกปีจะมีรายชื่อใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามา และทุกวันที่ 6 สิงหาคม ที่นี่คือที่จัดพิธีรำลึกโศกนาฏกรรมที่มีแขกทรงเกียรติจากทั่วโลกมาร่วมงาน ใกล้ๆ กันนั้นคืออนุสาวรีย์สำหรับบุคคลต่างๆ ที่ถูกระเบิดปรมาณูสังหาร ทั้งชาวเกาหลี พนักงานไปรษณีย์ และเด็กนักเรียน

60 ปีฮิโรชิมา ความทรงจำมิเคยเลือน-มิควรลืม
นาฬิกาของผู้เสียชีวิตที่หยุดเดินอยู่ที่เวลา 8.15 น. เวลาที่ระเบิดถล่มฮิโรชิมา
        สถานที่ที่เกือบจะเหมือนถูกซ่อนเร้นอยู่ในบริเวณเงียบสงัดของสวนคือศาลารำลึกสันติภาพ (Peace Memorial Hall) ที่ประกอบด้วยห้องแห่งความทรงจำ ซึ่งเป็นห้องรูปวงกลม ประดับด้วยน้ำพุเล็กๆ กำแพงทำจากกระเบื้อง 140,000 ชิ้น แต่ละชิ้นแทนเหยื่อแต่ละคนที่เชื่อว่าเสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูเมื่อปลายปี 1945
       
       อีกห้องหนึ่ง ชื่อและภาพถ่ายของผู้เสียชีวิตในฮิโรชิมาปรากฏอยู่บนจอมอนิเตอร์ ใกล้ๆ กันมีคอมพิวเตอร์ที่บรรจุข้อมูลของเหยื่อ ขณะที่ห้องสมุดในศาลาแห่งนี้ ผู้เยี่ยมชมสามารถอ่านบันทึกความทรงจำของผู้รอดชีวิต
       
       ด้านนอกของศาลา “ต้นฟีนิกซ์” ที่รอดจากระเบิด ยืนเรียงรายอยู่ และแม้เคยคาดหมายกันว่าจะไม่มีสิ่งใดเจริญเติบโตในฮิโรชิมาในระยะเวลา 75 ปีหลังการระเบิด แต่ต้นไม้เหล่านี้กลับผลิใบใหม่ให้ชื่นชมทุกช่วงปลายปี
       
       และก็มาถึงสถานที่ที่ย้ำเตือนความจริงของเหตุการณ์ครั้งนั้น นั่นคือพิพิธภัณฑ์รำลึกสันติภาพฮิโรชิมา (Hiroshima Peace Memorial Museum)
       
       เริ่มจากนาฬิกาพกของผู้เสียชีวิตที่หยุดเดินอยู่ที่เวลา 8.15 น. ซากชุดนักเรียนของเด็กหญิงวัย 12 ปี ตุ๊กตาตัวน้อยที่หน้าซีกหนึ่งไหม้เกรียม

60 ปีฮิโรชิมา ความทรงจำมิเคยเลือน-มิควรลืม
เจ้าของข้าวกล่องด้านซ้ายมือ คือเด็กนักเรียนที่ทุ่มเททำนาแทนพ่อและพี่ชายที่ไปรบ แต่เขาก็ไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสอาหารจากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง ส่วนภาพทางขวาเป็นซากชุดนักเรียนที่ครอบครัวเด็กหญิงผู้เสียชีวิตบริจาคให้พิพิธภัณฑ์
        ผนังจากบ้านหลังหนึ่งที่มีรอยปื้นสีดำเป็นแถบยาว ซึ่งเกิดจาก “ฝนมฤตยู” ที่ตกลงมาเมื่อหมอกควันก้อนใหญ่ลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า มันคือฝนกัมมันตรังสีที่สามารถเข้าไปฝากร่องรอยไว้ภายในบ้าน เนื่องจากหลังคาของบ้านหลังนั้นพังทลายจากระเบิดปรมาณู
       
       การแผ่กระจายของรังสีทำให้อาวุธชนิดนี้แตกต่างจากอาวุธที่เคยใช้กันมา หญิงมีครรภ์จำนวนมากที่ได้รับรังสี แท้งหรือให้กำเนิดทารกพิกลพิการร้ายแรง นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่คนรุ่นหนึ่งถูกทำร้ายด้วยอาวุธตั้งแต่ยังไม่ทันลืมตาดูโลก
       
       หลายปีภายหลังการทิ้งระเบิดปรมาณู ชาวเมืองฮิโรชิมากลายเป็นโรคร้ายจากการสัมผัสรังสี หนึ่งในนั้นคือ ซาดาโกะ ซาซากิ ทารกที่เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 1943 และเติบโตเหมือนเด็กปกติจนกระทั่งป่วยเป็นโรคลูคีเมียจากการได้รับรังสี

60 ปีฮิโรชิมา ความทรงจำมิเคยเลือน-มิควรลืม
อนุสาวรีย์ "ซาดาโกะ"
        อนุสาวรีย์เยาวชน (Children’s Monument) ในสวนสันติภาพสร้างขึ้นเมื่อปี 1958 เพื่ออุทิศแด่เด็กทุกคนที่เสียชีวิตจากการถล่มฮิโรชิมา โดยมาจากเงินบริจาคของเด็กนักเรียนทั่วญี่ปุ่น ซึ่งได้แรงบันดาลใจในการระดมทุนเพื่อสร้างอนุสรณ์ความทรงจำให้กับซาดาโกะ ที่เสียชีวิตในปี 1955 ขณะอายุเพียง 12 ปี
       
       ข้างๆ อนุสาวรีย์คือตู้กระจกที่บรรจุนกกระเรียนกระดาษจำนวนมหาศาลที่ส่งมาจากเด็กๆ ทั่วโลก ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากความเชื่อของคนญี่ปุ่นว่า นกกระเรียนสามารถมีชีวิตอยู่ได้นับพันปี และถ้าพับนกกระเรียนได้ครบ 1,000 ตัว เราจะปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ
       
       ซาดาโกะใช้เวลาช่วงสุดท้ายในโรงพยาบาลพับนกกระเรียน แต่ในที่สุดหนูน้อยก็เสียชีวิต แม้ว่าแท้จริงแล้วเธอจะพับนกกระเรียนได้กว่า 1,300 ตัวก็ตาม (ตำนานส่วนใหญ่ระบุว่าเธอพับนกได้ไม่ถึง 1,000 ตัว)
       
       หลายปีที่ผ่านมาพิพิธภัณฑ์รำลึกสันติภาพฮิโรชิมาถูกวิจารณ์ว่าไม่ได้ให้ภาพของระเบิดปรมาณูในบริบทของสงคราม ทำให้ฮิโรชิมากลายเป็นเหยื่อการโจมตีของสหรัฐฯ
       
       ด้วยเหตุนี้ ในปี 1994 ปีกด้านตะวันออกของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเปิดให้เยี่ยมชม โดยรวบรวมพยานหลักฐานที่อธิบายอย่างตรงไปตรงมาถึงเหตุการณ์ต่างๆ อันนำไปสู่การบอมบ์ฮิโรชิมา ไล่จากการที่กองทัพญี่ปุ่นบุกจีน ไปจนถึงการเข้าโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ เพื่อสร้างความชัดเจนว่า ระเบิดปรมาณูเป็นอาวุธของสงครามซึ่งญี่ปุ่นเป็นฝ่ายเริ่มและต้องรับผิดชอบ รวมถึงข้อมูลที่ว่า ฮิโรชิมาคือศูนย์บัญชาการของกองทัพญี่ปุ่น
       
       ทางด้านเหนือสุดของสวนสันติภาพคือที่ตั้ง อะตอมมิก โดม (Atomic Dome) หรือศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมในอดีตที่ตั้งอยู่ใกล้ศูนย์กลางของระเบิด ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นที่ถกเถียงกันว่าควรทำลายทิ้งไปเพื่อให้ฮิโรชิมาหลุดพ้นจากอดีต แต่ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปให้รักษาซากอาคารนี้ไว้ จนวันนี้อะตอมมิก โดมได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านนุก

60 ปีฮิโรชิมา ความทรงจำมิเคยเลือน-มิควรลืม
อะตอมมิก โดม หรือศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมในอดีตที่ตั้งอยู่ใกล้ศูนย์กลางของระเบิด ตั้งอยู่ทางด้านเหนือสุดของสวนสันติภาพ
        สามวันหลังจากฮิโรชิมาถูกถล่ม ระเบิดปรมาณูลูกที่ 2 ถูกทิ้งลงนางาซากิ ทำให้สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ และชะตากรรมที่ทั้งสองเมืองนี้ต้องพานพบช่วยป้องกันไม่ให้ชาติใดลุกขึ้นมาใช้ระเบิดมหาภัยนี้อีกในรอบ 6 ทศวรรษที่ผ่านมา
       
       กระนั้น กลับกลายเป็นว่าการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในวันนี้ดูเหมือนห่างไกลจากความจริงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ถ้าเกาหลีเหนือและอิหร่านสามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ จะทำให้ชาติที่มีนุกในครอบครองมีจำนวนเพิ่มขึ้นเพิ่มเติมจากอินเดียและปากีสถาน ศัตรูเก่าแก่ที่ผลัดกันทดลองนุกหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเชื่อกันว่าอิสราเอลมีคลังอาวุธนิวเคลียร์ขนาดใหญ่
       
       และแม้สงครามเย็นจบไปนานแล้ว แต่ทั้งสหรัฐฯ และรัสเซียยังคงสะสมจรวดปรมาณูจำนวนมาก ซึ่งล้วนแต่มีอานุภาพร้ายแรงกว่าระเบิดที่ใช้บอมบ์ฮิโรชิมาหลายร้อยเท่า
       
       ส่วนที่ญี่ปุ่นเอง เริ่มมีเสียงสนับสนุนให้ประเทศพัฒนานุก หากเปียงยางผงาดขึ้นมาเป็นภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์อย่างแท้จริง
       
       ด้วยปัจจัยที่กล่าวมา ฮิโรชิมาในวันนี้จึงอาจเป็นเมืองสำคัญที่สุดของโลก ในฐานะเครื่องเตือนใจว่าคนเราสามารถบ้าระห่ำและขาดสติได้ถึงเพียงนี้

จำนวนคนโหวต 15 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017