“กษัตริย์จิกมี” ลงนามกระชับสัมพันธ์ภูฏาน-อินเดีย

โดย MGR Online   
9 กุมภาพันธ์ 2550 20:27 น.
“กษัตริย์จิกมี” ลงนามกระชับสัมพันธ์ภูฏาน-อินเดีย
        เอเอฟพี - สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งภูฏาน ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเชื่อมสัมพันธไมตรีเป็นครั้งแรกในฐานะผู้นำประเทศ ด้วยการร่วมลงพระปรมาภิไธยสนธิสัญญาสันติภาพครั้งประวัติศาสตร์ ปรับความสัมพันธ์กับอินเดีย ประเทศเพื่อนบ้านยักษ์ใหญ่
       
        เจ้าหน้าที่ของอินเดียระบุว่า สนธิสัญญามิตรภาพฉบับนี้ได้มีการปรับปรุงเนื้อหาใหม่ หลังจากที่ได้ใช้ร่วมกันมานานถึง 57 ปี โดยสนธิสัญญาฉบับนี้จะเปิดทางให้ภูฏานมีอิสระมากขึ้นในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ
       
       ที่ผ่านมา ทางรัฐบาลนิวเดลีจะเป็นผู้ที่คอยให้คำแนะนำด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแก่ภูฏานมาโดยตลอด
       
       สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุกได้ทรงลงพระปรมาภิไธยสนธิสัญญาฉบับนี้ ร่วมกับประนาบ มุขเคอร์จี รัฐมนตรีต่างประเทศของอินเดียในกรุงนิวเดลีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (8) หลังจากที่พระองค์ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับนายกรัฐมนตรีมานโมฮัน ซิงห์
       
       กษัตริย์จิกมีตรัสว่า สนธิสัญญาฉบับใหม่นี้ สะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพอันมั่นคงไม่มีเปลี่ยนแปลงระหว่างอินเดียและภูฏานอย่างแท้จริง รวมไปถึงความเป็นจริงด้านภูมิรัฐศาสตร์
       
       ตามรายงานของสำนักข่าวเพรส ทรัสต์ของอินเดีย พระองค์ตรัสต่อว่า "สนธิสัญญาฉบับนี้จะช่วยปูทางนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับประเทศภูฏานในปี 2008" ซึ่งอาจตีความได้ถึงความคืบหน้าในการก้าวสู่ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย
       
       นอกจากนั้น ข้อตกลงนี้ยังเปิดโอกาสให้ภูฏานสามารถนำเข้าอุปกรณ์ทางการทหารซึ่งไม่มีอานุภาพร้ายแรงจากต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องได้รับการเห็นชอบจากอินเดียก่อน
       
       นาฟเตจ ซาร์นา โฆษกของกระทรวงการต่างประเทศอินเดียกล่าวชื่นชมการลงนามสนธิสัญญามิตรภาพระหว่างอินเดีย-ภูฏานครั้งนี้ว่า ถือเป็น "ช่วงเวลาสำคัญครั้งประวัติศาสตร์"
       
       ซาร์นาเผยต่อว่า ข้อตกลงนี้ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ในการกระชับความสัมพันธ์และสร้างเสริมสัมพันธภาพในรัชสมัยของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
       
       เขายังตั้งข้อสังเกตอีกว่า "สนธิสัญญานี้เป็นการผูกมัดทั้งสองประเทศในการประสานความร่วมมือกันในด้านต่างๆอย่างใกล้ชิด ซึ่งล้วนเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ของชาติ และยังเป็นคำสัญญาที่จะไม่ยินยอมปล่อยให้เกิดการกระทำใดๆ ในดินแดนของตน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติและผลประโยชน์ของแต่ละฝ่าย"
       
       การเสด็จพระราชดำเนินเยือนอินเดียเป็นเวลา 5 วันครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั้งสองประเทศได้ตกลงกำหนดเขตแดนกันได้ในเดือนธันวาคมปีก่อน หลังจากที่เจรจากันมานานถึง 45 ปี
       
       ปัจจุบัน กษัตริย์จิกมีทรงมีพระชนมายุ 26 พรรษา และได้ทรงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด และเพิ่งขึ้นครองราชย์ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังจากที่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย นัมเกล วังชุก พระราชบิดาซึ่งมีพระชนมายุ 51 พรรษา ทรงสละราชสมบัติ ท่ามกลางความตกตะลึงของประชาชน 600,000 คนในประเทศ
       
       สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย นัมเกล วังชุก เคยประกาศเอาไว้ในปี 2005 ถึงแผนการสละราชบัลลังก์และความมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนภูฏานให้กลายเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ภายในปี 2008

จำนวนคนโหวต 19 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017