หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกต่างประเทศ | ข่าวต่างประเทศ
ข่าวต่างประเทศ ไทยกับโลก

องค์กรแรงงานโลกชี้นโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาท “รบ.ปู” ผิดทิศผิดทาง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
28 มีนาคม 2555 03:28 น.
องค์กรแรงงานโลกชี้นโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาท “รบ.ปู” ผิดทิศผิดทาง
(แฟ้มภาพ) แรงงานภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทย
        บลูมเบิร์ก/ไอแอฟริกา - ไทยจะเป็นหนึ่งในหลายชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะเพิ่มต้นทุนในตลาดแรงงานด้วยการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อมั่นว่ามันจะก่อประโยชน์ที่แท้จริงต่อลูกจ้าง โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรแรงงานสากลมองว่านโยบายนี้เป็นความเคลื่อนไหวที่ผิดทางผิดเวลา และมีเป้าประสงค์ทางการเมืองมากกว่าจุดมุ่งหมายทางเศรษฐกิจ
       
       รายงานพาดหัว “Thai cheap labour gets expensive” ของสำนักข่าวไอแอฟริการะบุว่า พรรคเพื่อไทยเดินหน้าทำตามคำสัญญาระหว่างหาเสียงเลือกตั้งด้วยการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ อีก 5 แห่ง รวมไปถึงภูเก็ต เป็น 300 บาทต่อวัน โดยอัตราใหม่นี้เท่ากับเป็นการปรับเพิ่มค่าแรงราวร้อยละ 40 ก่อนจะเริ่มบังคับใช้ทั่วประเทศในปีหน้า
       
       สำนักข่าวไอแอฟริการะบุว่า ไทยไม่ใช่ชาติแรกในเอเชียที่ปรับขึ้นค่าแรง โดยก่อนหน้านี้จีนและหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ปรับขึ้นไปก่อนแล้ว ขณะที่ตามประวัติศาสตร์ภูมิภาคแห่งนี้คือจุดหมายปลายทางการสุดโปรดของภาคอุตสาหกรรม อันเนื่องจากแรงงานราคาถูกและแรงงานส่วนใหญ่ก็มักได้รับค่าจ้างอยู่ในอัตราขั้นต่ำเท่านั้น
       
       ในจีน แค่ระหว่างช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ได้มีการปรับขึ้นค่าแรงไปแล้วมากกว่าร้อยละ 10 แตะระดับ 230 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนในเซี่ยงไฮ้ 240 ดอลลาร์สหรัฐในเซินเจิ้น และ 200 ดอลลาร์สหรัฐในกรุงปักกิ่ง ที่ฟิลิปปินส์ ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อวันในกรุงมะนิลา ส่วนในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย ได้รับค่าแรงราว 169 ดอลลาร์ต่อเดือน หลังการปรับขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้
       
       ด้าน เวียดนาม ได้มีการปรับขึ้นค่าแรงจาก 66 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนเป็น 94 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือนเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ซึ่งนับเป็นการขยับขึ้นถึงร้อยละ 42 ส่วนในกัมพูชาและเมียนมาร์ ค่าแรงเฉลี่ยต่อเดือนยังคงอยู่ในระดับต่ำเพียง 66 ดอลลาร์ และ50 ดอลลาร์ตามลำดับ
       
       ที่มาเลเซีย แม้ว่ายังไม่มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ แต่คาดหมายว่านายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค จะแถลงอีกไม่นานนี้ บางทีอาจจะเป็นวันที่ 1 พฤษภาคม ในความเป็นไปได้ที่จะขยับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นไปที่ 266 ถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
       
       ไอแอฟริการะบุว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำกลายเป็นหนทางในการเรียกคะแนนนิยมในบรรดาชาติประชาธิปไตยเกิดใหม่ของเอเชีย และสยบความไม่ลงรอยในเหล่าประเทศที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยมากนัก
       
       ทว่าใน จีน ที่ได้ดำเนินแผนปรับขึ้นค่าแรงปีละร้อยละ 13 เป็นเวลา 5 ปี ขณะที่ชาติพลเมืองมากที่สุดในโลกแห่งนี้มุ่งมั่นส่งเสริมการจับจ่ายภายในประเทศ ก็เพื่อรักษาความพึงพอใจของประชาชนและดันตนเองก้าวสู่หนึ่งในชาติผู้มั่งคั่งของโลก
       
       “ประเทศร่ำรวยก็จะจ่ายค่าจ้างสูง” จอห์น ริตชอตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานสัมพันธ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization) กล่าว “แต่ตัวอย่างแบบนั้นดูเหมือนจะพ่ายแพ้ต่อเหล่าผู้วางนโยบายของชาติอื่นๆในภูมิภาค อย่างเช่นในไทย ประเทศที่มีโมเดลค่าแรงขั้นต่ำเพียงโมเดลเดียว”
       
       เขาชี้ว่าบางทีค่าแรงอาจสูงขึ้นในกรุงเทพฯ แต่มันกำลังดำเนินไปแบบผิดทาง “ค่าแรง 300 บาทเป็นการตัดสินใจทางการเมืองไม่ใช่เศรษฐกิจ” ริตชอตต์ พร้อมแนะนำจะดีกว่าหากเปิดโอกาสให้แรงงานจัดตั้งตัวแทนบางส่วนเข้าเจรจาปรับปรุงรายได้ด้วยตนเอง
       
       เขามองด้วยว่า การปรับขึ้นค่าแรงในไทยนั้นปล่อยให้ล่วงเลยเวลามานานเกินไป “ชัดเจนว่าค่าจ้างเฉลี่ยในไทยที่คิดตามภาวะเงินเฟ้อแล้วนับว่าลดลงเรื่อยๆในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และแน่นอนว่าจำเป็นต้องมีการปรับเพิ่ม”
       
       สำนักข่าวไอแอฟริการะบุในรายงานว่า พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งในเวลานี้เป็นพรรคฝ่ายค้านก็วิพากษ์วิจารณ์นโยบายนี้เช่นกัน ขณะที่พวกเขามีนโนบายเพิ่มขึ้นค่าแรงร้อยละ 25 ทั่วประเทศ ส่วนหนึ่งในแผนรณรงค์หาเสียงที่ไม่ประสบความสำเร็จในศึกเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคมปีก่อน ขณะทางพรรคเพื่อไทย ผู้ชนะศึกเลือกตั้ง ละเลยต่อระบบค่าแรงก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ต่างกันในแต่ละจังหวัด
       
       นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับผลเลือกตั้งพิสูจน์ว่านโยบายค่าจ้างอัตราเดียวเป็นฝ่ายชนะ แต่เขาก็มองว่าค่าแรง 300 บาทคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่โรงงานต้องปรับตัว โดยเฉพาะภายหลังจากเพิ่งประสบอุทกภัยครั้งเลวร้าย
       
       อุทกภัยครั้งเลวร้ายในไทยเมื่อช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนปีก่อน ได้คร่าชีวิตพลเรือนเกือบ 700 คน ก่อความเสียหายแก่บ้านเรือนราษฎรหลายล้านหลังและพื้นที่การเกษตรหลายล้านไร่ ขณะที่โรงงานอีกหลายร้อยแห่งต้องปิดปฏิบัติการจนก่อความยุ่งเหยิงแก่ห่วงโซ่อุปทานทั้งในภาคอิเล็กทรอนิกส์ และรถยนต์
       
       จนถึงตอนนี้มีเพียงบางแห่งเท่านั้นที่กลับมาปฏิบัติการได้ และตอนนี้โรงงานเหล่านั้นต้องมาเผชิญกับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยออกมาปกป้องนโยบายนี้ “มันอาจจะหนักหนาเกินไปสำหรับธุรกิจที่มีขนาดเล็กมาๆ แต่ผมคิดว่าธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่จะสามารถรับมือมันได้” ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าว
       
       เพื่อบรรเทาภาระของนายจ้าง รัฐบาลได้ปรับลดภาษีภาษีนิติบุคคลจากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 23 อย่างไรก็ตามเหล่านักเศรษฐศาสตร์แย้งว่าในการเพิ่มความมั่นคงส่วนบุคคลนั้น รัฐบาลควรดำเนินการอื่นๆมากกว่าแค่เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เนื่องจากนโยบายนี้อาจลดประสิทธิภาพในการแข่งขันของไทยและผลักภาระไปให้ผู้บริโภคจากราคาข้าวของที่พุ่งสูงขึ้น ผลักดันให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ
       
       ไอแอฟริกาอ้างคำพูดของ ดร. นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า ประเด็นหลักของไทยควรเป็นการปฏิรูปภาคอุตสาหกรรมด้วยการเพิ่มผลิตภาพและจัดหามาตรการจูงใจด้านภาษีแก่บริษัทต่างๆ ที่ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากกว่า

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ทนาย “คดีเกาะเต่า” กล่าวหา กต.อังกฤษ ขวาง 2 แรงงานพม่าไม่ให้ได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม
ธนาคารกลางรัสเซีย “ขึ้นอัตราดอกเบี้ยพรวดเดียว 6.5 จุด เป็น 17% ป้องค่าเงินรูเบิลตกอย่างต่อเนื่อง
Focus : จับพิรุธ “หน่วยงานไทย” ในรายงานสรุปวุฒิสภาสหรัฐฯ แฉคุกลับ CIA
“ภราดร” สัมภาษณ์รอยเตอร์ ยันไทยไม่เคยอนุญาต CIA ตั้งคุกลับ
สื่อนอกตีข่าว “ฮิตเลอร์” ผู้นำเผด็จการนาซีโผล่ในหนังสั้น “ค่านิยม 12 ประการ” ของ คสช.
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 63 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 58 คน
93 %
ไม่เห็นด้วย 5 คน
7 %
ความคิดเห็นที่ 36 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผิดตั้งแต่หูเบาเชื่อลมปากผู้เฒ่า 2 สูงแล้วหละ ตานั่นมันเติบโตมาจากพ่อค้า ไม่มีภาคการลงทุนกับแรงเอง ขายองค์ประกอบและรอรับผลตอบแทนเอง เชื่อมันไดที่ไหนหละ ไปฟังคุณกรณ์น่าจะดีกว่านะ จับมือคุณกรณ์แล้วคุณยิ่งลักษณ์จะได้อยู่อีกสมัย เชื่อผม
เด็กน้อย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 33 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เกิดเพราะ 30 ตายเพราะ 300
อัศวินรุ่นที่ 3
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มองในแง่ดี เราจะมี SME อีกเพียบ
จ้างตัวเอง จ่ายค่าแรงให้ตัวเอง อยากได้วันละเท่าไรก็ตามสบาย
เป๋า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ค่าแรงมันต้องขึ้นกับปัจจัยของเศรษฐกิจเป็นหลัก นี้การเมืองเข้ามายุ่งค่าแรงโดยไม่คำนึงเรื่องเศรษฐกิจผลสุดท้ายปัญหามันตกที่ประชาชนและธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลาง เมื่อธุรกิจขนาดเล็กกลางปิดประชาชนก็ต้องตกงานจำนวนมากแล้วใครจะรับผิดชอบ อย่าหวังให้รัฐบาลช่วยเพราะปัญหารัฐบาลเป็นผู้สร้างมาหรือไม่จริง
หลง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ค่าแรง 220 ค่าข้าว 30 บาท ค่าแรง 300 ค่าข้าว 50 บาท ใครมีเครื่องคิดเลขช่วยบอกไอ้พวกฟายด้วยทีว่า พวกมรึงนะจนลงต่างหาก....
บัญญํตไตรยางค์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ความโง่เป็นสิทธิส่วนบุคคล..แต่ความโง่ของพี่ทำผมเดือดร้อนไปด้วย
เจ็กเตี่ยมอั้ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนนี้ คนงานในบ้าน ทั้งพม่า ลาว เขมร เล่นตัวจะเอาค่าแรงสูงๆ เลยตัดสินใจเลิกจ้างทำงานบ้านเอง ประหยัดไปเดือนละ 1 หมื่น สบายกระเป๋าเลย ได้ออกกำลังกายไปในตัว
kob
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +16 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โอ้โฮขนาดชาวต่างชาติยังรู้การเมืองไทยขนาดนี้
แต่ชาวไทยถูกหลอกตลอดกาล โง่จริงๆ
เขาไม่โง่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่บริษัทที่สมุทรสาคร ไม่จ้างพนักงานออกแต่บีบออกครับเพื่อลดต้นทุน ซวยจริงๆ เพราะค่าแรง 300 นั้นแหละ
Tommy
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +42 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สมัยนี้มันขึ้นค่าแรง300บาทต่อวัน ป.ตรี15000ต่อเดือน พอถึงสมัยหน้า มันก็บอกว่า500บาทต่อวัน20000ต่อเดือน ใครจะซิบหายช่าง แต่ขอให้ตรูได้เป็นนายกหญิงสมัยที่2 นี่คือการเมืองประเทศไทย ให้กับให้ ควายก็ยิ้มรับ โง่ดักดานมากีสมัยแล้ว
ขุนสุราพินาศ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +50 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
๓๐๐ บาท กับการเลิกกิจการกลุ่มนายจ้างระดับกลางและเล็ก พร้อมทั้งสินค้าขึ้นราคา...

ทุกท่านต้องผนึกกำลัง ร่วมแรง ร่วมใจ ฝ่าฟันภิบัติภัย (ยุติความขัดแย้งทางการเมือง) ผู้ปิดทองหลังพระคือ ผู้ใช้สติปัญญาเข้าแก้ไขวิบัตินี้ อย่างสุดแรงกายแรงใจ...

(อดีต บทเรียนที่น่าศึกษา) คนไทยจ่ายค่าโง่ เพราะเหตุใด ย้อนดู ปรส. และนโยบายการต่างประเทศที่ผ่านมาทุกรัฐบาลแล้ว อนาคตบทบาทของประเทศไทยในด้านการค้า เศรษฐกิจ การเมือง จำเป็นต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนไทยให้มากขึ้น...

พ.ศ.๒๕๓๕-๒๕๓๖ ประเทศไทย : การเปิดรับ บีไอบีเอฟ ทำให้มีการนำเข้าเงินกันมโหฬาร เกิดการปั่นหุ้นการลงทุนในตลาดหุ้น ผลสรุป ประเทศไทยเกิดภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจที่เรียกว่า "วิกฤติต้มยำกุ้ง" ในพ.ศ.๒๕๔๐ มีผลกระทบไปทั่วโลก และไอเอ็มเอฟเข้ามาบังคับให้ไทยออกกฎหมาย ๑๑ ฉบับมีการยุบสถาบันการเงิน ขายรัฐวิสาหกิจ ฯลฯ มีการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลไทยโดยกลุ่มทุนนิยมเข้ามามีบทบาททางการเมืองมากกว่าในสมัยใด ๆ ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันนี้

คุณภาพประชากรไทยน่าจะตกต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงควรที่จะมีหน้าที่และรับผิดชอบชีวิตของตน อย่างน้อย ดังนี้
๑. ประหยัด ประมาณตนเพื่อดำรงชีวิตที่เรียบง่าย
๒. มุ่งมั่นทำงานเพื่องาน โดยตระหนักว่า งานคือส่วนหนึ่งของชีวิต
๓. ใฝ่หาความรู้และใช้สติปัญญา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
๔. รับผิดชอบในหน้าที่ของตน เคารพสิทธิและความคิดเห็นของผู้อื่น
๕. สามัคคีและทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อหมู่คณะ ไม่ทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่น
๖. รักษาความเป็นเอกราชของไทย ภูมิใจในความเป็นคนไทย รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และเสียสละเพื่อชาติด้วยชีวิต
๗. ใช้หลักศาสนาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต
๘. เคารพต่อกฏเกณฑ์ ระเบียบแห่งสังคม เพื่อความสงบสุข
๙. เคารพตนเอง พึ่งตนเอง ไม่ย่อท้อต่อปัญหาชีวิต

(เกษตรกรรมและความพอเพียงในยุคทุนนิยม)
การออกมาตรการต่าง ๆ ของต่างประเทศที่นำเข้าสินค้าเกษตรจากไทย เนื่องจากไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม (กึ่งอุตสาหกรรม) มีผลมาจาก ไทยเคยเร่งผลิตผลผลิตทางการเกษตรโดยอาศัยสารเคมีและยากำจัดศัตรูพืชที่ผลิตจากประเทศเหล่านั้น ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ ฉบับที่ ๑ (จำเพลงผู้ใหญ่ลีได้ไหม ? พ.ศ.๒๕๐๔ ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม...) ปัจจุบัน พ.ศ.๒๕๕๔ ผ่านมา ๕๐ ปีแล้ว ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีค้นพบว่า สารเคมีเหล่านั้นมีผลตกค้าง (เช่น DDT มีพิษตกค้างกว่า ๔๐ ปี ฯลฯ) และทำให้มนุษย์เป็นโรคมะเร็งเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันประเทศไทยจึงกลับมาใช้เกษตรอินทรีย์ (ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นพิษ) ควบคู่ไปกับการใช้สารเคมีที่ผ่านการรับรองแล้วว่า ถ้าใช้ตามข้อกำหนดตามที่ระบุในฉลากการใช้แล้ว จะปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้ผลิตผลทางการเกษตรมีทางเลือกมากขึ้น อย่างไรก็ดีการออกมาตรการกีดกันของต่างประเทศ ก็เป็นผลมาจากการสกัดกั้นสินค้าเกษตรฯ ที่ไม่สามารถใช้การขึ้นภาษีการนำเข้ามาใช้กับประเทศเกษตรกรรม เพราะผิดเงื่อนไขขององค์การค้าโลก

ดังนั้น นักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐและฝ่ายค้าน ควรร่วมมือแก้ไขปัญหาราคาข้าวและผลผลิตทางการเกษตร (ซึ่งประสบอุทกภัยในปีนี้อย่างหนักกว่าที่ผ่านมา) ไม่ว่านโยบายใด ๆ ถ้าสามารถช่วยเหลือชุมชนเกษตรกรไทยให้ลดภาระอันหนักอึ้ง ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี นั่นคือ ชาวไทยก็จะเริ่มเห็นคุณค่าประชาธิปไตยของการเมืองไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม...

อนุทินงาน (แด่ผู้ทำงานประจำ)

วันจันทร์
วันแรก(ของการทำงาน)ของสัปดาห์ เป็นวันเริ่มงานในหน้าที่อย่างจริงจัง ในตอนเช้า ยิ้มให้กับตนเอง เปิดหน้าต่างให้กว้าง สูดอากาศบริสุทธิ์ ยิ้มให้กับธรรมชาติรอบ ๆ ตัว พึงทำตัวให้สดชื่นอย่าแบกโลกเอาไว้คนเดียว ทั้งนี้เพื่อสุขภาพจิตอันดีของเรา ออกกำลังกาย ทำธุรกิจส่วนตัวให้เสร็จ รับประทานอาหารเช้าที่มีประโยชน์ต่อร่างกายจริง ๆ แล้วเริ่มปฏิบัติงานในหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดด้วยความตั้งใจจริง...

คติประจำวันนี้ "ขึ้นต้นด้วยดี เท่ากับเสร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง"

วันอังคาร
วันที่สองของสัปดาห์ ตื่นเช้ารีบปฏิบัติธุรกิจส่วนตัวให้เสร็จเหมือนวันจันทร์ งานในหน้าที่ผ่านพ้นไปแล้วหนึ่งวันด้วยความเรียบร้อยอย่างน่าภูมิใจ พึงรวบรวมพลังใจที่จะเผชิญหน้ากับงานใหม่ด้วยความเชื่อมั่น คนเราเกิดมาเพื่อ "งาน" งานเป็นหลักประกันของชีวิตมนุษย์ มนุษย์ที่ปราศจากงานเป็นมนุษย์ที่ไร้ศักดิ์ศรี

คติประจำวันนี้ "ความรักงาน เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ"

วันพุธ
วันที่สามของสัปดาห์ เรามาถึงกึ่งกลางของการปฏิบัติงานประจำสัปดาห์ วันนี้ตื่นเช้า ทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วสองวัน ชื่นชมกับผลงานที่ดีของเราและเตรียมแก้ไขปรับปรุงสิ่งที่บกพร่อง จงมองไปข้างหน้าให้กว้างและไกล เตรียมตัวเตรียมใจสำหรับงานที่จะทับถมเรามาอีกโดยปราศจากความประหวั่นพรั่นพรึง

คติประจำวันนี้ "พึงมองไปข้างหน้าด้วยความหวัง และอย่ามองไปข้างหลังด้วยความเสียดาย"

วันพฤหัสบดี
วันที่สี่ของสัปดาห์ เริ่มจะใกล้วันสิ้นสุดของสัปดาห์แล้ว งานในหน้าที่ของเรากำลังเข้มข้น จงขมวดเกลียวของการทำงานให้แน่น เพื่อความภาคภูมิใจของงานในบั้นปลาย มีปัญหาก็รีบปรับปรุงแก้ไขไปพร้อม ๆ กัน แล้วพึงค้นคิดวิธีการใหม่ ๆ ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพตลอดเวลา

คติประจำวันนี้ "ทำอะไรจงทำให้ดีที่สุด ถ้าทำไม่ได้ดีที่สุดก็อย่าทำอย่างเสียไปที"

วันศุกร์
วันที่ห้าของสัปดาห์ เป็นวันสุดท้ายของการปฏิบัติงานในหน้าที่ของเราประจำสัปดาห์แล้ว ฉะนั้นเราพึงตั้งใจปฏิบัติงานในวันนี้ให้เต็มที่ (ไม่ใช่เต็มที) โปรดมองรอบ ๆ ตัวเราดูเพื่อนร่วมงานบ้าง พึงให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่อับโชคกว่าเรา และระลึกถึงผู้มีพระคุณที่ช่วยสนับสนุนสร้างสรรค์ชีวิตของเราให้งอกงามมาได้ถึงเพียงนี้

คติประจำวันนี้ "จริงใจ เสียสละ กตัญญู"

วันเสาร์
วันที่หกของสัปดาห์ เราบางคนหยุดงานในหน้าที่เป็นวันแรก ควรจะได้หาเวลาทบทวนผลงานที่ผ่านมาเพื่อการปรับปรุงแก้ไข และจัดเวลาสำหรับการพักผ่อนให้พอเหมาะ การทำงานที่จะมีประสิทธิภาพที่ดีนั้น ต้องมีเวลาพักผ่อน และเวลาหยุดพักสำหรับการปรับปรุงแก้ไข ฉะนั้นเราพึงตระหนักในเรื่องประสิทธิภาพของงาน อันจะเป็นเครื่องวัดความก้าวหน้าของชีวิต

คติประจำวันนี้ "ผู้ที่ไม่ก้าวเดินไปข้างหน้า จะอยู่ล้าหลังเขาเสมอ"

วันอาทิตย์
วันสุดท้ายของสัปดาห์ นับเป็นวันหยุดอย่างแท้จริง ควรจะหาเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ กิจกรรมที่เป็นการพักผ่อนมีหลายอย่าง อาทิ หาที่พักใจ ร่วมกิจกรรมทางศาสนา อ่านหนังสือ ฟังวิทยุ ดีทีวี, ภาพยนตร์ ฟังการอภิปรายหรือไม่ก็เล่นกีฬาที่ชื่นชอบ ทำงานอดิเรก ควรจัดให้มีแผนไว้ว่า วันอาทิตย์วันใดจะทำอะไรที่นับเป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง

คติประจำวันนี้ "สะอาด สว่าง สงบ"

ประเทศไทย เคยเป็นสยามเมืองยิ้ม...นำสิ่งที่ดีกลับมาได้ไหม?
"คนไทยคิดคำนึง"
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ใช้การเมือง การตลาด นำหลักการทางเศรษฐศาสตร์ ข้อเท็จจริง หล่อนไม่สนใจหรอก คร้าๆ
คนโง่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เลือกตั้งต่อไปพรรคเพื่อไทยจะเสนอค่าแรงขันตำ
เป็น วันละ 800 บาท
จะได้รับเลือกตลอดไป ใครพังไม่สน
ใครทำอะไรไม่ได้
jo
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็เพราะความปากพร่อยของอีปูตอนหาเสียง ตอแหลเหมือนลุงไม่มีผิด แล้วเป็นไง คนที่มีความสุขคืออีปูโบท็อกซืที่ไม่ต้องทำอะไรเลย ขอใหได้แต่งตัวโชว์ความงามแต่จ๊าดง่าวก็พอแล้ว

อูปี ตานแบด
duangjinda@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กลุ่มผู้ใช้แรงงานที่มากที่สุดคือมาจาก เหนือ+อิสาน ไม่ใช่เรื่องแปลก
ที่ พท.ต้องขึ้นค่าแรง 300/วัน
เพื่อคะแนนเสียง ตอนเลือกตั้ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +74 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนเสื้อแดงไม่เข้าใจเศรษฐสาสตร์ คนเสื้อแดงรู้แต่ว่า ทักษิณเป็นเทวดา ทักษิณจะทำให้คนเสื้อแดงอยู่ดีกินดี นักการเมืองโจรหลอกคนโง่เขลา ผลที่ตามมาเดือดร้อนกันทั้งประเทศ
wor
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +120 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถึงจะผิดทิศผิดทางแต่ยังไงก็ต้องดันทุรังทำแล้วหละ
.
เล่นประกาศออกมาซะนมนาน จนของมันแซงนำขึ้นราคาไปก่อน ถ้าไม่ขึ้น 300 บาทให้ก็ตายกันหยังเขียด
.
.
ประเทศไม่ใช่เกม ที่บริหารไม่ดีก็โหลดเซฟเล่นใหม่ ออกนโยบายพร่อยๆ มา มันก็กระทบกันไปหมด
.
ชอบกันมั๊ยคร้าาา.....ถูกในมั้ยคร้า....ห่ารากแม่ม
July
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ตอบกลับ : ความคิดเห็นที่ 1
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014