หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกต่างประเทศ | ข่าวจาก Atimes
 

‘จีน’โกรธเกรี้ยวขึ้นเรื่อยๆ กรณีเครื่องบินโดยสารหายสูญ

โดย วิทยุเอเชียเสรี 12 มีนาคม 2557 11:38 น.
       (เก็บความจากเอเชียไทมส์ออนไลน์ www.atimes.com)
       
       Chinese anger mounts over missing plane
       By Radio Free Asia
       11/03/2014
       
       เพื่อนมิตรและครอบครัวของผู้โดยสารชาวจีนบนเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ซึ่งสูญหายไปในทะเลจีนใต้ กำลังแสดงความหงุดหงิดผิดหวังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่มีการขยายพื้นที่ของการค้นหาโบอิ้ง 777 ที่มุ่งหน้าสู่ปักกิ่งลำนี้ให้กว้างขวางขึ้นกว่าเดิมมาก ท่ามกลางปริศนาชวนงุนงงสงสัยเพิ่มขึ้นทุกทีว่าการที่เที่ยวบิน MH370 นี้เกิดหายวับไปจากจอเรดาร์นั้นมีสาเหตุจากอะไรกันแน่ๆ ญาติๆ บางส่วนของบุคคล 239 คนบนเครื่องบินที่ประสบเคราะห์ ก็กำลังบินไปยังกัวลาลัมเปอร์ พร้อมด้วยคำถามที่พวกเขาต้องการคำตอบ
       
       เพื่อนมิตรและครอบครัวของผู้โดยสารชาวจีนบนเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ซึ่งสูญหายไปในทะเลจีนใต้ กำลังแสดงความหงุดหงิดผิดหวังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่มีการขยายพื้นที่ของการค้นหาโบอิ้ง 777 ที่มุ่งหน้าสู่ปักกิ่งลำนี้ให้กว้างขวางขึ้นกว่าเดิมมาก
       
       ท่ามกลางความโกรธเกรี้ยวของสาธารณชนเช่นนี้ สื่อมวลชนของทางการจีนก็ได้ออกมาตำหนิโจมตีแรงๆ เล่นงานทั้งพวกเจ้าหน้าที่รับผิดชอบของมาเลเซีย และสายการบินแห่งชาติของแดนเสือเหลือง ในเรื่องการรับมือกับกรณีการหายไปของโบอิ้ง 777 ลำนี้ซึ่งมีคนจีนอยู่บนเครื่อง 153 คน
       
       เพื่อนมิตรของชาวจีนบางคนซึ่งอยู่ในจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด 227 คนของเที่ยวบิน MH370 นี้ บอกว่าพวกเขาไม่สามารถติดต่อกับสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่บริษัทระบุไว้ได้เลย ตั้งแต่ที่เครื่องบินลำนี้หายวับไปจากจอเรดาร์ ณ จุดใดจุดหนึ่งระหว่างมาเลเซียกับเวียดนาม ภายหลังทะยานขึ้นจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ในวันเสาร์ (8 มี.ค.)
       
       “ผมพยายามแล้วพยายามเล่าที่จะต่อโทรศัพท์ถึงมาเลเซียแอร์ไลน์ ... ตลอดช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา แต่มันช่างต่อยากต่อเย็นเสียเหลือเกิน” วิทยุเอเชียเสรี (Radio Free Asia) รายงานคำพูดของ เจิ้ง เหวินซาน (Zheng Wenshan) ผู้ซึ่งเพื่อนร่วมงานชาวจีนของเขาที่ไปร่วมจัดแสดงผลงานในนิทรรศการภาพเขียนและภาพตัวหนังสือพู่กันจีนในกรุงกัวลาลัมเปอร์ มีชื่ออยู่ในหมู่ผู้สูญหาย “ไม่มีใครรับสายเลยในวันเสาร์อาทิตย์”
       
       “ผมติดต่อใครที่นั่นไม่ได้เลยทั้งสองวันนี้” เจิ้ง บอก ในขณะที่ยังคงคาดหวังว่าจะได้รับข่าวดีเกี่ยวกับสมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มของเขา ผู้ซึ่งเขาพบเห็นเป็นครั้งสุดท้าย ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงกัวลาลัมเปอร์ ก่อนที่เขาจะขึ้นเครื่องบินในอีกเที่ยวบินหนึ่งเดินทางกลับบ้านที่เซี่ยงไฮ้ภายหลังการจัดงานเสร็จสิ้นลง
       
       “ผมยังคงหวังให้พวกเขาได้กลับมาถึงบ้าน ผมยังคงเฝ้าหวังอยู่ทุกวันว่าจะค้นหาติดตามเครื่องบินเจอแล้ว” เขากล่าว “แต่ในสถานการณ์อย่างที่เป็นอยู่นี้ ผมไม่กล้าที่จะมั่นอกมั่นใจอะไรแล้ว”
       
       สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์นั้นแถลงว่า จะมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อการดำเนินการด้านต่างๆ ขึ้นมาในทันทีที่พบตำแหน่งแห่งที่ของเครื่องบินแล้ว นอกจากนั้นทางสายการบินยังมีกำหนดที่จะนำเอาญาติๆ ของผู้โดยสารบินจากปักกิ่งไปกัวลาลัมเปอร์ในวันอังคาร (11 มี.ค.)
       
       ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ความพยายามที่มีนานาชาติร่วมไม้ร่วมมือกัน ในการค้นหาโบอิ้ง 777 ลำนี้ ก็ได้ขยายเพิ่มขึ้นจากตอนแรก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในรัศมีประมาณ 50 ไมล์ทะเล (ราว 92 กิโลเมตร) รอบๆ จุดซึ่งมีการติดต่อกับเครื่องบินเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากปฏิบัติการอย่างมุ่งมั่นที่ผ่านมายังไม่ได้พบร่องรอยที่ชัดเจนแน่นอนของเศษซากความเสียหายหรือของผู้โดยสาร สำนักข่าวซินหวาของทางการจีนได้รายงานคำพูดของเจ้าหน้าที่เวียดนามผู้หนึ่งซึ่งกล่าวว่า คงจะไม่สามารถค้นเจอเครื่องบินมาเลเซียที่หายไปลำนี้แล้ว
       
       ทั้งนี้ อาซารุดดิน อับดุล เราะห์มาน (Azharuddin Abdul Rahman) อธิบดีกรมการบินพลเรือนของมาเลเซีย แถลงในคืนวันจันทร์ (10 มี.ค.) ว่า คณะเจ้าหน้าที่สืบสวนติดตาม กำลังขยายพื้นที่การค้นหาออกไปเป็น 100 ไมล์ทะเลแล้ว ซึ่งจะทำให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่แผ่นดินของคาบสมุทรมาเลเซีย, น่านน้ำนอกชายฝั่งด้านตะวันตกของแดนเสือเหลือง, และพื้นที่ทะเลซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ของอินโดนีเซีย
       
       แต่จากการที่ความพยายามค้นหาของเครื่องบินกว่า 30 ลำและเรืออีก 40 ลำ ยังคงไม่ประสบผลสำเร็จอะไรบ้างเลย กำลังสร้างความงุนงงมึนตึ้บให้แก่พวกผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก
       
       **ชี้นิ้วกล่าวโทษอย่างโกรธเกรี้ยว**
       
       ทางการผู้รับผิดชอบของจีนกำลังชี้นิ้วกล่าวโทษกัวลาลัมเปอร์ว่าไม่ได้ให้ข้อมูลข่าวสารอย่างเพียงพอ
       
       “ฝ่ายมาเลเซียไม่สามารถที่จะลดทอนความรับผิดชอบของตนเองได้” โกลบอลไทมส์ (Global Times) หนังสือพิมพ์ขนาดแทบลอยด์ ซึ่งมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุเอาไว้เช่นนี้ในบทบรรณาธิการของตนเมื่อวันจันทร์ (10 มี.ค.) “การตอบสนองในตอนแรกๆ จากมาเลเซียนั้น ไม่มีความว่องไวรวดเร็วอย่างที่ควรจะเป็น” บทบรรณาธิการนี้กล่าวในอีกตอนหนึ่ง
       
       ในอีกด้านหนึ่ง คณะเจ้าหน้าที่จีนจากกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ก็บ่ายหน้าสู่มาเลเซียตั้งแต่วันจันทร์เช่นกัน เพื่อเสนอความสนับสนุนให้แก่การปฏิบัติการค้นหา และแก่ญาติๆ ของผู้โดยสารชาวจีน
       
       ก่อนหน้านั้น ผลการทดสอบคราบน้ำมันขนาดใหญ่ตลอดจนสิ่งของที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นเศษซากเครื่องบินซึ่งเก็บขึ้นจากทะเลจีนใต้ใกล้ๆ จุดที่เครื่องบินหายไปจากจอเรดาร์ ปรากฏว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเที่ยวบินนี้เลย
       
       “การปฏิบัติการค้นหายังคงดำเนินอยู่ แต่ยังไม่มีหลักฐานใดๆ บ่งบอกให้ทราบว่าเที่ยวบิน MH370 ซึ่งหายไปนั้นอยู่ตรงไหนกันแน่” โฆษกของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ บอกกับวิทยุเอเชียเสรีในคืนวันจันทร์ (10 มี.ค.)
       
       เขายอมรับว่าทางสายการบินยังไม่สามารถติดต่อกับญาติๆ ของผู้ที่อยู่บนเครื่องได้ครบถ้วนทั้งหมดแล้ว
       
       “ยังคงมีบางส่วน (ซึ่งยังไม่สามารถติดต่อได้)” โฆษกผู้นี้กล่าว “สำหรับความคืบหน้าล่าสุดนั้น สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเรา”
       
       **สาเหตุยังคงเป็นปริศนา**
       
       กำลังมีการตั้งคำถามว่า สาเหตุของเครื่องบินตกคราวนี้เกิดจากอะไรแน่ โดยมีการสันนิษฐานถึงความเป็นไปได้ต่างๆ ตั้งแต่ความบกพร่องของการรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงเรื่องที่ว่าเที่ยวบินนี้ตกเป็นเป้าหมายของการวางระเบิด, การจี้กลางอากาศ, หรือการโจมตีของผู้ก่อการร้ายใช่หรือไม่ หลังจากที่ตรวจสอบพบว่ามีผู้โดยสารอย่างน้อยที่สุด 2 คนเดินทางโดยใช้พาสปอร์ตที่ถูกขโมยมา
       
       หว่อง ตง (Wong Dong) นักวิเคราะห์ด้านการทหารชาวจีนซึ่งตั้งฐานอยู่ที่มาเก๊า ให้ความเห็นว่า จากข้อเท็จจริงที่ MH370 สูญหายไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ บ่งชี้ให้เห็นว่ามันอาจจะถูกระเบิดกลางอากาศ
       
       “เครื่องบินหายไปจากจอเรดาร์อย่างกะทันหันมาก มันรวดเร็วมากจนกระทั่งไม่มีเวลาที่จะส่งสัญญาณอันตรายออกมา” หว่อง กล่าว “ความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือมันระเบิดและแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกลางอากาศ”
       
       “ผมเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นการก่อเหตุของผู้ก่อการร้าย”
       
       ทางด้านแหล่งข่าวรัฐบาลสหรัฐฯและรัฐบาลยุโรปซึ่งใกล้ชิดกับการสืบสวนสอบสวน ได้บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ไม่ว่าจะเป็นตำรวจสันติบาลมาเลเซีย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่นำการสืบสวนสอบสวนภายในแดนเสือเหลือง หรือว่าพวกหน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯและยุโรป ต่างก็ไม่ได้บอกปัดความเป็นไปได้ที่ว่า พวกหัวรุนแรงอาจเกี่ยวข้องพัวพันกับการตกของเที่ยวบิน 370 นี้
       
       ขณะที่หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ (Financial Times) ได้ทำการวิเคราะห์อย่างลงรายละเอียดเกี่ยวกับผู้โดยสาร 2 คนซึ่งขึ้นเครื่องโดยใช้หนังสือเดินทางที่ขโมยมา และพบว่าทั้งคู่อาจจะเป็นพวกที่ตั้งใจอพยพไปพำนักอาศัยในยุโรปอย่างผิดกฎหมาย และอาจจะโดยสารเที่ยวบินมาเลเซียแอร์ไลน์ดังกล่าวตามแผนการอันซับซ้อนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกติดตามตรวจสอบ อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าพวกเขาทั้งสองสามารถใช้เอกสารปลอมเช่นนี้ผ่านจุดตรวจขึ้นไปบนเครื่องบินได้อย่างไร
       
       พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯนั้นกล่าวว่า ทีมของเอฟบีไอที่ถูกส่งไปช่วยเหลือการสืบสวนตรวจสอบผู้โดยสาร ยังไม่พบหลักฐานใดๆ ที่ชี้ไปในทางการก่อเหตุโจมตีของผู้ก่อการร้าย ส่วนสำนักข่าวเอเอฟพีก็รายงานว่า บริษัทโบอิ้ง ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินลำเกิดเหตุ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกับทีมงานของสำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ (US National Transportation Safety Board) ซึ่งไปอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษาฝ่ายเทคนิค
       
       ในกรุงปักกิ่ง ญาติๆ ที่น้ำตานองหน้าจำนวนหลายสิบคน เข้าแถวเพื่อยื่นขอวีซาเตรียมเดินทางไปยังมาเลเซีย เพื่อติดตามการปฏิบัติการกู้ภัยอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ถึงแม้มีคนอื่นๆ ที่กล่าวว่าพวกเขายังไม่ต้องการไปในขณะที่ยังมีสิ่งที่ไม่ทราบแน่นอนอีกมากมายเหลือเกินเช่นนี้
       
       “ถ้าเราอยู่ที่จีนนี่เราน่าจะทำอะไรได้มากกว่า” สตรีคนหนึ่งบอกกับเอเอฟพี “แม้กระทั่งเครื่องบิน พวกเขาก็ยังหากันไม่เจอเลย”
       
       พวกเจ้าหน้าที่มาเลเซียพูดถึงความเป็นไปได้อีกประการหนึ่งที่ว่า เที่ยวบิน370 อาจจะหันหัวเลี้ยวกลับและเดินทางมุ่งสู่กัวลาลัมเปอร์ ด้วยสาเหตุซึ่งไม่เป็นที่ชัดเจน
       
       นักบินที่ขับเครื่องบินลำนี้ เป็นนักบินที่มีประสบการณ์ แต่ไม่ได้มีการส่งข่าวหรือมีสัญญาณอันบ่งชี้ว่าเที่ยวบินกำลังเผชิญสถานการณ์อันตรายใดๆ รวมทั้งอากาศในตอนนั้นก็อยู่ในภาวะแจ่มใส
       
       รายงานข่าวนี้มาจาก วิทยุเอเชียเสรี และเพิ่มเติมข้อมูลซึ่งได้จากพวกผู้สื่อข่าวของเอเชียไทมส์ออนไลน์
       
       วิทยุเอเชียเสรี (Radio Free Asia ใช้อักษรย่อว่า RFA) ก่อตั้งขึ้นโดยรัฐบัญญัติของรัฐสภาสหรัฐฯ และได้รับการสนับสนุนส่วนหนึ่งจากเงินให้เปล่าของรัฐบาลสหรัฐฯ ปัจจุบัน RFA เป็นผู้ดำเนินการสถานีวิทยุและบริการข่าวสารทางอินเทอร์เน็ต

ข่าวล่าสุด ในหมวด
นาโต้-รัสเซีย-ยูเครนและไครเมีย
‘จีน’โกรธเกรี้ยวขึ้นเรื่อยๆ กรณีเครื่องบินโดยสารหายสูญ
‘เอเชีย’ ร่วมมือกันค้นหาเครื่องบินโดยสารที่สูญหาย
‘ชาวอุยกูร์ในจีน’ หวาดวิตกปฏิกิริยารุนแรงจากเหตุหฤโหดที่ ‘คุนหมิง’
อดีตบิ๊กคุมงานความมั่นคง ‘จีน’ ถูกสอบ ‘ทุจริต’
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 2 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงจอดแถวเกาะใกล้ๆๆเบอร์เนียวครับ กำลังต่อรองราคาอยู่ อิๆๆๆ
555555
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ให้นักบวชจานบิน นั่งทางในดิ

เอาจานบินแถวคลองคู่ขึ้นบินตรวจการณ์

พร้อมกับนั่งหลับตาพริ้ม มองเห็นทุกอย่าง

ลูกระเบิดทิ้งจากเครื่องบิน ยังเคยปัดเป่าให้คลาดเป้า

งานนี้ สบายมาก เดี๊ยวรู้ ไปแวบบนวิมานชั้นไหน

รู้ซะมั่งดิ
มาเลย มาถามนักบวชหน้าเด้งดิ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันดูเหมือนว่าทางมาเลฯ ให้ข้อมูล ในการหายของเครื่องบิน ไม่เต็มร้อย กั๊กๆ ยังไงพิกล ไม่แปลกที่ทำให้จีนโกรธ
pakapol
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
งานนี้อยากรู้ว่าสายการบินเมเลย์จะแก้ปัญหาอย่างไร ... อยู่ดี ๆ กลายเป็นเรื่องร้ายแรงขึ้นมา ... รวมไปถึงทำให้เรื่องความไร้ประสิทธิภาพปรากฏชัดยิ่งขึ้น .... นี่คืออะไรกันหรือ

เรื่องปัญหาโทรศัพท์ที่ญาติพี่น้องผู้สูญหายติดต่อสายการบินไม่ได้ก็เพราะว่า ... เจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์ไม่สามารถตอบคำถามใด ๆ ของคนที่โทรไปได้เลย .... เพราะพวกเขายังไม่มีข้อมูลอะไรจะอธิบายกับเหตุการณ์นี้ ..... ดังนั้นไม่ต้องเสียเวลาเสียเงินโทรติดต่อควรรอรับทราบข่าวอย่างเดียวจะดีที่สุด .... แม้ได้รับคำตอบจะเชื่อหรือว่ามันเป็นจริง
น่าเศร้าใจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากรู้รายละเอียดของผู้โดยสารชาวจีน ว่าเป็นบุคคลของรัฐหรือเปล่า
แนวทางการสืบสวน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากรู้รายละเอียดของผู้โดยสารชาวจีน ว่าเป็นใครบ้าง
อาจจะเป็นแนวทางการสืบสวน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โกรธอะไร ก็ช่วยกันค้นหากันตั้งหลายประเทศแล้วไม่เห็นเหรอ มันยังหาไม่เจอจะให้ทำยังไง จีนมาหาเองซิ
อะไรกัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สมองหมาแท้ๆ ถ้าพ่อแม่คุณอยู่บนเครื่องคุณไม่สามารถติดต่อหรือขอข้อมูลอะไรได้เลย เพราะมาเลเซียไม่ให้ความกระจ่าง คุณจะโกรธไม๊ แล้วปากหมาบอกจีนมาหาเอง ถ้าเป็นคุณแล้วมีคนบอกให้คุณไปหาเองล่ะ เพราะที่ว่าโกรธ ตามข่าวหมายถึงญาติพี่น้องผู้สูญเสียไม่ใช่รัฐบาลจีน
ขอให้ครอบครังคุณเจอบ้างนะ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เยรสแมรงเจ๊ก ฟาดงวงฟาดงา ก็เจออุยกร์เอาคืนแล้ว 152 คน ไง น้อยกว่าที่เมิงฆ่าเขาตั้งเยอะ
แดรกหมาแล้วใจยังแคบอีก
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฆ่าทิเบต ฆ่าอุยกร์ไม่เป็นไร พวกเมิงตายหร่าร้อยกว่าคน ทำเป็นโกรธ ถรุย
เฮี่ยเอ๊ย
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014