‘ดูเตอร์เต’ดูเหมือนคิดคนละอย่างกับ‘ฝ่ายทหารฟิลิปปินส์’ในเรื่อง‘จีน-สหรัฐฯ’

โดย ริชาร์ด จาวัด เฮย์ดาเรียน   
20 มีนาคม 2560 23:40 น. (แก้ไขล่าสุด 24 มีนาคม 2560 22:07 น.)
        (เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.atimes.com)
       
       Does Duterte see eye-to-eye with his generals?
       By Richard Javad Heydarian
       14/03/2017
       
       ขณะที่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ แสดงท่าทีสบายอกสบายใจในการคบหาสนิทสนมกับจีน รัฐมนตรีกลาโหมของเขากลับลั่นระฆังส่งสัญญาณเตือนภัยเกี่ยวกับการขยายตัวทางยุทธศาสตร์ของปักกิ่งในทะเลจีนใต้
       
       “คุณสามารถมองเห็นได้จริงๆ ถึงความจริงใจของฝ่ายจีน ดังนั้นขอให้ผมได้แสดงความขอบคุณอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประชาชนชาวจีนผู้มีความรักใคร่พวกเรา” ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ กล่าวเช่นนี้เมื่อไม่นานมานี้ภายหลังรับมอบความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจจากจีนเป็นจำนวน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อใช้ในการพัฒนาทางการเกษตร และในงานบูรณะฟื้นฟูหลังประสบภัยแผ่นดินไหวของพื้นที่ในจังหวัดแห่งหนึ่งของแดนตากาล็อก
       
       ในคำปราศรัยคราวเดียวกันนี้ ผู้นำฟิลิปปินส์ซึ่งปกติพูดจาโผงผางดุดันผู้นี้ยังเอ่ยมธุรสวาจาบรรยายว่า จีน “กำลังให้ทางเบี่ยงแก่เราอย่างเพียงพอที่จะอยู่รอดผ่านความเข้มงวดรุนแรงแห่งชีวิตทางเศรษฐกิจบนพื้นพิภพแห่งนี้” นอกจากนั้น ดูเตอร์เตยังจะติดตามเรื่องความช่วยเหลือต่างๆ ต่อไปอีก ในระหว่างการเดินทางไปเยือนจีนในเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะเป็นการไปแดนมังกรครั้งที่ 2 ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมซัมมิตที่เขาตั้งความหวังว่าจะสามารถโน้มน้าวให้ได้เม็ดเงินลงทุนจากจีนเข้ามาสู่โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของฟิลิปปินส์
       
       ทว่าในเวลาเดียวกับที่ดูเตอร์เตกล่าวสรรเสริญจีนว่าเป็นหุ้นส่วนรายหนึ่งในการช่วยพัฒนาประเทศชาติอยู่นี้เอง เดลฟิน ลอเรนซานา (Delfin Lorenzana) รัฐมนตรีกลาโหมของเขา กลับลั่นระฆังส่งสัญญาณอันตรายเกี่ยวกับเรื่องที่จีนกำลังขยายกิจกรรมในพื้นทีทางทะเลซึ่งมะนิลาอ้างกรรมสิทธิ์อยู่ ก่อนหน้านี้ในปีนี้ ลอเรนซานาก็เคยกล่าวเตือนว่า ในเร็วๆ นี้จีนอาจจะผลักดันเดินหน้าในการอ้างกรรมสิทธิ์อย่างโต้งๆ เหนือแนวปะการังสคาร์โบโร โชล (Scarborough Shoal) ที่พิพาทอยู่กับฟิลิปปินส์ โดยที่แนวปะการังแห่งนี้อยู่ห่างเพียง 100 ไมล์ทะเลจากฐานทัพทหารแห่งสำคัญ 2 แห่งของฟิลิปปินส์ คือที่อ่าวซูบิก และที่ คลาร์ก
       
       ลอเรนซานา ผู้เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยทูตทหารของฟิลิปปินส์ประจำกรุงวอชิงตัน แถลงว่า “ถ้าเรายินยอมปล่อยปละพวกเขาแล้ว พวกเขาก็จะสร้าง” สิ่งปลูกสร้างทางทหารบนแนวปะการังแห่งนี้ และเขาบอกว่า การขยายดินแดนของจีนในทะเลจีนใต้เป็นเรื่องที่ “รบกวนใจเป็นอย่างมาก” อีกทั้ง “ยอมรับไม่ได้” ลอเรนซานาผู้นี้แสดงท่าทีซึ่งเป็นที่จับตามองกันมาก่อนหน้านี้ ได้แก่การปฏิเสธไม่ยอมรับข้อเสนอของดูเตอร์เตที่จะให้เขากลับไปประจำยังกรุงวอชิงตันอีกครั้ง ในตำแหน่งเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ โดยเขาตัดสินใจว่าจะยังคงรักษาฐานะบทบาทการเป็นผู้ทำงานด้านการทหารอันดับหนึ่งของประเทศต่อไป
       
       ไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ดูเตอร์เต กับ ลอเรนซานา กำลังแยกกันเล่นบทเป็น “ตำรวจดีคนหนึ่ง, ตำรวจเลวคนหนึ่ง” อยู่หรือเปล่า เพื่อที่จะได้สามารถสกัดเอาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างสูงที่สุดจากประเทศจีน ขณะเดียวกับที่ยังคงรักษาความใกล้ชิดกับสหรัฐฯเพื่อวัตถุประสงค์ในทางยุทธศาสตร์ หรือว่าพวกเขามีทัศนะที่ตรงกันข้ามกันจริงๆ ในเรื่องเกี่ยวกับวิธีการที่ดีที่สุดเพื่อรักษาสมดุลในเกมการทูตของฟิลิปปินส์ ทั้งนี้วาจาถ้อยคำนิยมชมชื่นจีนของดูเตอร์เต ยังมักถูกวิจารณ์ทัดทานจากชนชั้นนำในแวดวงความมั่นคงของประเทศซึ่งยังคงมีความคิดอนุรักษนิยมและระแวงสงสัยจีน
       
       วิธีการของดูเตอร์เตที่มุ่งสร้างความสนิทสนมกับปักกิ่ง เป็นสิ่งที่แตกต่างอย่างแรงจากวิธีการของเบนีโญ อากีโน ประธานาธิบดีแดนตากาล็อกคนก่อน ซึ่งได้เคยกล่าวในหลายๆ โอกาสเปรียบเทียบจีนว่าเหมือนกับ “นาซีเยอรมัน” มหาอำนาจผู้ต้องการแก้ไขประวัติศาสตร์ และมีแนวโน้มมุ่งขยายดินแดนด้วยการช่วงชิงเอาจากเหล่าชาติเพื่อนบ้านที่มีขนาดเล็กกว่า เรื่องนี้ทำให้หลายๆ คนมองว่าดูเตอร์เตทำตัวเป็นบริวารผู้นิยมชมชื่นจีน ด้วยความปรารถนาที่จะเสียสละบูรณภาพแห่งดินแดนเพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
       
       อย่างไรก็ตาม ดูเตอร์เตก็มีการปรับเปลี่ยนน้ำเสียงถ้อยคำอยู่เหมือนกัน โดยเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา เขาบอกให้ฝ่ายทหารแสดงตนยืนยันว่าฟิลิปปินส์มีกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่นอกชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ในบริเวณซึ่งมีการพบเห็นเรือสำรวจของจีนหลายลำในระยะไม่กี่เดือนหลังๆ มานี้ นอกจากนั้นดูเตอร์เตยังเคยพูดก่อนหน้านั้นว่า เขาสามารถที่จะ “รีเซต” ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองที่กำลังปรับปรุงดีขึ้นเสียใหม่ก็ได้ หากจีนยังคงมีการปฏิบัติการตามอำเภอใจฝ่ายเดียวและแสดงการก่อกวนภายในพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone หรือ EEZ) ของฟิลิปปินส์
       
       ในการสำรวจความคิดเห็นหลายครั้งเมื่อเร็วๆ นี้ แสดงให้เห็นว่าชาวฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่เชื่อว่ารัฐบาลควรที่จะต้องใช้จุดยืนที่แข็งขันเหนียวแน่นยิ่งขึ้นในการพิทักษ์ปกป้องการกล่าวอ้างกรรมสิทธิ์เหนืออาณาเขตและน่านน้ำในทะเลจีนใต้ของตน ต่อจากนั้นไม่นาน ลอเรนซานาได้เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์สื่อครั้งหนึ่งว่า จีนกำลังเริ่มต้นแสดงให้เห็นสิ่งที่เขาระบุว่า เป็นความสนใจ “อย่างน่ากังวล” ต่อพื้นที่ “เบนแฮม ไรซ์” (Benham Rise) ซึ่งเป็นสันภูเขาไฟดับแล้วที่อยู่ใต้น้ำ ภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์ในมหาสมุทรแปซิฟิก
       
       ลอเรนซานากล่าวว่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เรือตรวจการณ์ของจีนซึ่งไปประจำอยู่ที่เบนแฮม ไรซ์ ได้ดำเนินการวิจัยทางสมุทรศาสตร์เพื่อสำรวจดูความเป็นไปได้ที่จะนำเอาเรือดำน้ำจีนลำหนึ่งไปประจำการยังบริเวณดังกล่าว รัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์เรียกสถานการณ์เช่นนี้ว่า “น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง” และบอกว่าได้สั่งการให้กองทัพ “เริ่มต้นเข้าไปเผชิญหน้าทักทายพวกเขา และผลักดันพวกเขาให้ออกจากพื้นที่ด้านตะวันออกของฟิลิปปินส์ดังกล่าวนี้”
       
       ในเวลาต่อมากระทรวงกลาโหมยังได้แจ้งต่อพวกนักการทูตฟิลิปปินส์ ให้ถ่ายทอดแสดงความไม่พอใจของฝ่ายทหารเกี่ยวกับสถานการณ์เช่นนี้
       
       ไม่เหมือนกับดูเตอร์เต ซึ่งกระตือรือร้นต้อนรับการร่วมมือทางทหารอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับเหล่ามหาอำนาจตะวันออก ลอเรนซานากลับตั้งข้อสังเกตครั้งแล้วครั้งเล่าที่ดูมืดมนกว่าถ้าหากไม่ถึงกับแสดงความระแวงข้องใจ เกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับจีนและรัสเซีย ซึ่งเพิ่งมีการทำความตกลงกันไปทว่ายังไม่ได้มีการนำไปปฏิบัติในวิถีทางที่มีความหมายใดๆ
       
       ในเวลาเดียวกัน ลอเรนซานากับพวกเจ้าหน้าที่กลาโหมระดับท็อปคนอื่นๆ ยังพยายามล็อบบี้ไม่ยอมเลิก เพื่อให้ฟิลิปปินส์ดำเนินการร่วมมือทางทหารอย่างแข็งขันกับอเมริกา ที่ปรึกษาใหญ่ของดูเตอร์เต ซึ่งได้แก่ อดีตประธานาธิบดีฟิเดล รามอส ได้ส่งเสียงดังฟังชัดเน้นย้ำว่าเป็นเรื่องจำเป็นขาดไม่ได้ที่จะต้องสงวนรักษารากฐานต่างๆ ของความเป็นพันธมิตรทางทหารระหว่างฟิลิปปินส์กับอเมริกาเอาไว้ ตลอดจนเน้นย้ำความสำคัญของการธำรงรักษาความสามารถของ 2 ชาติที่มีสนธิสัญญาผูกพันธมิตรกันทางทหารมาอย่างยาวนานแล้วนี้ ในการใช้กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ในการปฏิบัติการอย่างสอดคล้องประสานกัน
       
       กองทัพฟิลิปปินส์ซึ่งทั้งได้รับการฝึกอบรม, ได้รับเงินสนับสนุน, และได้รับอาวุธยุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯเป็นอันมาก เพิ่งประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวเกลี้ยกล่อมดูเตอร์เต ให้ไม่เพียงแค่ธำรงรักษารากฐานของความเป็นพันธมิตรฟิลิปปินส์-สหรัฐฯเอาไว้เท่านั้น แต่ยังผลักดันเดินหน้าปฏิบัติตามข้อตกลงเสริมสร้างเพิ่มพูนความร่วมมือด้านกลาโหม (Enhanced Defense Cooperation Agreement ใช้อักษรย่อว่า EDCA) ซึ่งจะอนุญาตให้สหรัฐฯเข้าก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในค่ายทหารที่มีอยู่แล้วของฟิลิปปินส์อย่างน้อยที่สุด 3 ค่าย
       
       อย่างไรก็ดี ในการกระทำที่ดูเหมือนเป็นการพยักหน้ารู้กันกับจีน ดูเตอร์เตได้ระงับแผนการของอเมริกันภายใต้ข้อตกลงฉบับดังกล่าว ที่จะพัฒนาฐานทัพอากาศบาวติสตา (Bautista Airbase) บนเกาะที่ตั้งของจังหวัดปาลาวัน (Palawan) ซึ่งในทางภูมิศาสตร์นั้นตั้งอยู่ใกล้ๆ กับหมู่เกาะสแปรตลีย์ ที่จีนพิพาทช่วงชิงอยู่กับหลายประเทศรวมทั้งฟิลิปปินส์ด้วย
       
       ไม่นานนักหลังจากดูเตอร์ประกาศตัดสินใจเรื่องปาลาวันนี้ ลอเรนซานา, รัฐมนตรีคลัง คาร์ลอส โดมินเกซ (Carlos Dominquez), และรัฐมนตรียุติธรรม วิตาเลียโน อากีร์เร (Vitaliano Aquirre) ก็ได้ฉวยคว้าโอกาสขึ้นไปทัวร์เยี่ยมชมเรือบรรทุกเครื่องบินอเมริกัน ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน (USS Carl Vinson) ที่กำลังอยู่ระหว่างเดินทางเพื่อการปฏิบัติการสำแดง “เสรีภาพในการเดินเรือ” ในทะเลจีนใต้
       
       การไปเยี่ยมชมคราวนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนไม่มีผิดพลาดว่า ความเป็นพันธมิตรที่มีอายุยาวนานเป็นศตวรรษแล้วระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐฯ ยังคงปรากฏเสียงก้องสะท้อนอยู่แม้กระทั่งในหมู่พันธมิตรทางการเมืองระดับอาวุโสที่สุดของดูเตอร์เต ถึงแม้คนเหล่านี้ปากอาจจะพูดจาสนับสนุนข้อเรียกร้องต้องการของดูเตอร์เตที่จะดำเนินนโยบายการต่างประเทศซึ่งเป็นอิสระมากยิ่งขึ้นก็ตาม ดูเตอร์เตนั้นได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนอย่างแข็งแกร่งก็จริงอยู่ แต่เขามีความตระหนักรับรู้เช่นกันว่า เขาไม่สามารถที่จะเพิกเฉยละเลยต่ออารมณ์ความรู้สึกของฝ่ายทหารที่ยังคงทรงอำนาจ และได้รับการจับจ้องยอมรับจากชาวฟิลิปปินส์จำนวนมากว่าเป็นผู้พิทักษ์ปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติผู้ทรงเกียรติภูมิ
       
       ขณะที่ดูเตอร์เตแบมือขอความช่วยเหลือและการลงทุนจากจีนอยู่นั้น ลอเรนซานาก็ยังคงกำลังยืนมือของเขาออกไปในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อแสดงการยินดีต้อนรับสหรัฐอเมริกา
       
       ริชาร์ด จาวัด เฮย์ดาเรียน เป็นอาจารย์รัฐศาสตร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยเดอลาซาล (De La Salle University), ฟิลิปปินส์ เขาเขียนบทความเผยแพร่สื่อชื่อดังต่างๆ จำนวนมาก และเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง “Asia’s New Battlefield: US, China, and the Struggle for Western Pacific” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Zed ในกรุงลอนดอน
       
       


จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
ยังไม่มีผู้เห็นด้วย
0 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
100 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017