หน้าแรกผู้จัดการ Online | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์
 

พ.ร.ฎ.อภัยโทษ แค่สับขาหลอก 'แม้ว'ดันแผนสอง พ.ร.บ.นิโทษกรรม

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 26 พฤศจิกายน 2554 06:13 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
พ.ร.ฎ.อภัยโทษ แค่สับขาหลอก 'แม้ว'ดันแผนสอง พ.ร.บ.นิโทษกรรม
ทักษิณ ชินวัตร

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ -ถอยไม่เป็นท่ากันเลยทีเดียวสำหรับความพยายามของรัฐบาลภายใต้การนำของ 'น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร' ที่จะออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) พระราชทานอภัยโทษ เพื่อช่วยเหลือ 'นช.ทักษิณ ชินวัตร' หลังจากที่มีกระแสต่อต้านอย่างหนักจากคนไทยหลายล้านคนจากหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ซึ่งเป็นพลังมวลชนกลุ่มใหญ่ที่เคลื่อนไหวขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณมาตั้งแต่ปี 2548 กลุ่มเสื้อหลากสี ที่มี 'นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์' เป็นหัวขบวน กลุ่มสยามสามัคคี ที่นำโดย 'พล.อ.สมเจตต์ บุญถนอม' กลุ่มเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้องสถาบัน ของ 'อาจารย์บวร ยสินทร' นักกฎหมาย คณาจารย์และนักวิชาการจากหลากหลายสาขาอาชีพ รวมทั้งฝ่ายการเมืองอย่างสมาชิกวุฒิสภาก็ออกมาร่วมคัดค้านด้วย
       
       ทำเอารัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องรีบชักร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวกลับมาแก้ไข ตัดประเด็นที่เอื้อประโยชน์ให้นักโทษซึ่งหนีคดีไปอยู่ดูไบ พร้อมกับแถไถว่าเนื้อหาในกฎหมายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักโทษในคดีคอร์รัปชั่นอย่างใด แต่ที่ร้อนใจยิ่งกว่าใครๆ เห็นจะเป็น 'นายกฯยิ่งลักษณ์' ที่ปรี๊ดแตกด่ากราดในที่ประชุม ครม.เพราะไม่พอใจคนที่ทำความลับรั่ว เอาเรื่องนี้ไปบอกกับสื่อ ทั้งที่รัฐบาลแอบดำเนินการโดยนำเข้าเป็นวาระจร และเป็นเรื่องลับ โดยนายกฯปูถึงกับเฉ่งรัฐมนตรีในที่ประชุมว่า “ มติ ครม.ที่เป็นเรื่องดีๆ มีเยอะแยะที่รัฐมนตรีจะเอาไปพูดได้”
       
       ขณะที่ต้นตอของปัญหาอย่าง นช.ทักษิณ เห็นท่าไม่ดี กลัวจะเสียแนวร่วมและเกิดแรงต้านจากเสื้อแดงที่จงรักภักดีต่อสถาบัน เพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ดันไปทำเรื่องที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ทักษิณจึงต้องรีบร่อนจดหมายเปิดผนึกถึงคนไทยเพื่อยืนยันว่ารัฐบาลเพื่อไทยไม่ได้ออก พ.ร.ฏ.เพื่อช่วยเหลือตนเอง และอ้างว่าตนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความปรองดองในชาติ ทั้งที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมทั้งสร้างภาพความจงรักภักดีโดยชี้ว่าคนไทยไม่ควรทำอะไรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงพระประชวรอยู่ต้องทรงหนักพระราชหฤทัย แต่ก็ยังแอบหยอดว่าอยากให้ทุกฝ่ายอภัยซึ่งกันและกัน โดยใช้คำว่า “FORGIVE AND FORGET” เพื่อหวังให้เป็นวลีเด็ดโดนใจให้คนคล้อยตาม
       
       นอกจากนั้นเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา นช.ทักษิณ ซึ่งเดินทางไปประเทศเกาหลีเป็นการส่วนตัว ยังให้สัมภาษณ์ในบริบทที่คล้ายๆกันว่า “ผมพร้อมเสียสละ และขออยู่ข้างนอก (ประเทศไทย) จนกว่าประเทศจะกลับสู่ความสมานฉันท์และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะฉะนั้น ผมจะยังไม่กลับบ้าน จนกว่าการปรองดองจะเกิดขึ้นจริง ผมไม่อยากเป็นตัวปัญหา แต่ผมต้องการร่วมแก้ปัญหา”
       
       ขณะที่ 'เหลิมฝั่งธน' ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่อาสาปฏิบัติภารกิจใหญ่ 'พาทักษิณกลับบ้าน' หลังจากที่ปฏิบัติการเรื่อง พ.ร.ฏ.ล้มเหลว ก็ออกมาตีฝีปากว่า นี่เป็นแค่การ 'สับขาหลอก' เพื่อวัดกระแสมวลชนเท่านั้น พร้อมทั้งเตรียมเดินหน้าแผน 2 ด้วยการเตรียมนำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)นิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในปีหน้า เพื่ออาศัยเสียงข้างมากลากให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกมาบังคับใช้ จะได้อ้างได้ว่ามีความชอบธรรมเพราะผ่านความเห็นชอบจากเสียงข้างมากในสภา อย่างไรก็ดี ตามขั้นตอนแล้วแม้สุดท้ายที่ประชุมสภาจะไม่เห็นชอบกับ พ.ร.บ.ดังกล่าว แต่หากรัฐบาลยืนยันที่จะออกกฎหมายนี้ก็สามารถทำได้
       
       นอกจากนั้น 'เป็ดเหลิม' ยังมีแผน 3 ไว้รองรับอีกทางหนึ่ง เพราะหากจำเป็นต้องช่วยทักษิณแบบเร่งด่วนจริงๆ ที่ประชุม ครม.ก็สามารถออกเป็นพระราชกำหนดนิรโทษกรรม ซึ่งสามารถบังคับใช้ได้ทันที และแม้กฎหมายจะกำหนดว่าหลังจากออก พ.ร.ก.มาแล้วระยะหนึ่ง ต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสภาเพื่อให้สภาให้ความเห็นชอบต่อ พ.ร.ก.ดังกล่าว และแม้สภาจะไม่เห็นชอบอันจะส่งผลให้ พ.ร.ก.ดังกล่าวต้องถูกยกเลิกไป แต่การบังคับใช้ พ.ร.ก.นี้ในช่วงที่ยังไม่มีมติจากสภา ก็ถือว่าไม่ได้รับผลกระทบ นั่นหมายความว่า หาก พ.ร.ก.นิรโทษกรม มีผลให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พ้นผิด แม้สุดท้ายสภาจะไม่ให้ความเห็นชอบ พ.ร.ก.ฉบับนี้ ก็ให้ถือว่าทักษิณพ้นผิดไปแล้ว ไม่ต้องกลับมารับโทษใหม่
       
       ร.ต.อ.เฉลิมเปิดเผยถึงแนวทางในการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า “ ข่าวเรื่องการออก พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เป็นแค่การสับขาหลอกเพื่อเช็กว่า ถ้าทำเฉยๆ จะมีอะไรมั่ง แต่ไม่ได้เป็นการเช็กกระแสก่อนออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะกระแสสังคมเขาเอาอยู่แล้วว่าให้กลับ แต่จะเช็กพฤติกรรมคนพวกนี้ว่าเป็นอย่างไร จะออกมาแบบไหน แล้วจะเช็กว่ามีเพิ่มไหม ดูแล้วมีแต่ลดลง ถ้าเราออกมาเป็น พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็สามารถดำเนินการโดยรัฐสภา ใครจะขวางได้ นอกจากนั้นก็ยังมี พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ใจเย็นๆ”
       
       ขณะที่นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์อย่าง 'รศ.ดร.ธีรภัทร เสรีรังสรรค์' อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช แสดงความวิตกต่อความพยายามในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพื่อช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า จะเป็นการจุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมืองขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
       
       “ การออก พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษในลักษณะช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณนั้นรัฐบาลคงล้มเลิกไปแล้วแต่ที่น่าจับตาหลังจากนี้คือการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)นิรโทษกรรม ซึ่งรัฐบาลมองว่าแรงต่อต้านจะลดน้อยลงเพราะจะเป็นการนิรโทษกรรมให้กับคนทุกกลุ่ม ทั้งเสื้อเหลืองเสื้อแดง ซึ่งเสื้อเหลืองก็มีคดียึดสนามบิน ขณะที่เสื้อแดงก็มีคดีเผาศาลากลางจังหวัด เพราะฉะนั้นจึงเป็นไปได้ที่กฎหมายฉบับนี้จะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย แต่ก็อย่าลืมว่าที่ผ่านมากลุ่มเสื้อเหลืองพูดชัดเจนแล้วว่าไม่ต้องการขอนิรโทษกรรม จะดำเนินการทุกอย่างไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ดังนั้นเชื่อว่าหากรัฐบาลออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ออกมาจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงมากกว่าออก พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ ด้วยซ้ำ เนื่องจากการขออภัยโทษจะมีกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์มากกว่า ดังนั้นแรงปะทะของทั้งสองกลุ่มจึงรุนแรงมากกว่า ”
       
       อย่างไรก็ดี ร.ต.อ.เฉลิม ก็ไม่ได้ประมาทในประเด็นนี้ ดังนั้นก่อนที่จะเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสู่สภาก็จำเป็นต้องเช็กกระแสสังคมในช่วงนั้นๆ ด้วย ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยก็ได้ดำเนินการในหลายๆ ทาง โดยเฉพาะการส่งตัวแทนลงมาเดินเกม เพื่อโหมกระแส สร้างแนวร่วม และหาช่องทางในการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ
       
       ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่อยู่ๆ 'พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน' ส.ส.พรรคมาตุภูมิ และอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ซึ่งเป็นผู้นำในการทำรัฐประหาร 19 ก.ย.49 ยื่นญัตติด่วน ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ ครม.ยิ่งลักษณ์กำลังผลักดัน พ.ร.ฏ.อภัยโทษ ซึ่งสภาก็ขานรับและเร่งตั้งกรรมาธิการดังกล่าวโดยพลัน อีกทั้งยังแต่งตั้งให้ พล.อ.สนธิ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ โดย นายชวลิต วิชยสุทธิ์ เลขานุการ กมธ.ชุดนี้ ระบุว่า “ การทำงานของ กมธ.จะพิจารณาเหตุของความขัดแย้ง โดยเฉพาะเรื่องของกฎหมาย”
       
       ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม ที่เคยก่นด่าการรัฐประหาร 19 ก.ย.ก็ออกโรงสนับสนุนเมที่ งานนี้ทำให้หลายฝ่ายอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่านี่เป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะรับลูกเพื่อให้การช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ?
       
       แต่ที่ฮึกเหิมเร่งเดินเครื่องเต็มที่ในตอนนี้เห็นจะเป็น 'คณะนิติราษฎร์' ที่เกิดจากการรวมตัวของนักวิชาการด้านนิติศาสตร์ นำโดย 'รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์' อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเมื่อเร็วๆนี้คณะนิติราษฎร์ออกมาเสนอข้อเรียกร้องใน 4 ประเด็น ซึ่งมี 2 ประเด็นที่น่าจับตาอย่างยิ่ง คือ 1. เสนอให้ลบล้างผลพวงของรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และ 2.ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 และการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" ซึ่งคณะนิติราษฎร์ระบุว่า ในเดือน ม.ค.2555 จะเร่งเดินเรื่องใน 2 ประเด็นดังกล่าวอย่างเต็มที่ ซึ่งทันทีที่มีข้อเสนอดังกล่าวออกมาก็เกิดเสียงวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการ 'รับงาน' เพื่อช่วย นช.ทักษิณ อย่างโจ่งแจ้ง
       
       อีกทั้งเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของนักวิชาการกลุ่มนี้ต้องมีคนในรัฐบาลเพื่อไทยอยู่เบื้องหลัง เนื่องเพราะฝ่ายนิติบัญญัติจากพรรคเพื่อไทยได้ออกมาขานรับและสานต่อแนวคิดของคณะนิติราษฎร์แทบจะทันที โดยายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคเพื่อไทย ได้มีคำสั่งให้มีการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 20 สมัยสามัญทั่วไป เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาญัตติด่วนในประเด็นที่ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อเสนอลบล้างผลพวงของการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ตามข้อเสนอของคณาจารย์กลุ่มนิติราษฎร์ โดยให้นายก่อแก้ว พิกุลทอง เป็นผู้เสนอญัตติ แม้เมื่อวันที่ 24 พ.ย.เรื่องนี้จะไม่ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของสภา เนื่องจากมีการชิงไหวชิงพริบทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ แต่ก็สามารถยืนยันชัดเจนว่าคณะนิติราษฎร์และพรรคเพื่อไทยนั้นมีความเกี่ยวพันกันอย่างแน่นอน
       
       กล่าวได้ว่า ความพยายามในการช่วยเหลือ นช.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีคอร์รัปชั่น ที่หนีไปกบดานที่ดูไบ ให้พ้นผิดและสามารถกลับเข้ามาอำนาจในเส้นทางการเมืองไทยอีกครั้งนั้น ยังคงดำเนินต่อไป จนกว่า 'เป้าหมาย' จะบรรลุผล ขณะที่พลังมวลชนซึ่งเคลื่อนไหวคัดค้านการกระทำอันมิชอบนี้ก็ยังคงเฝ้า 'จับตา 'และเตรียมพร้อมที่จะต่อกรกับ 'ขบวนการฟอกผิด' ต่อไปอย่างไม่ลดละเช่นกัน

ข่าวล่าสุด ในหมวด
จับมือสังหาร พล.อ.ร่มเกล้า ความจริงวันนี้ของ “ชายชุดดำ”
จาก “โคตรนาฬิกา” ถึง “โคตรไมค์”
คสช.โปรดทบทวนอีกครั้ง ยึด “ท่อก๊าซปตท.” คืนรัฐ
“ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล” เปิดใจตอบ “โคตรไมค์” “ผมไม่ใช่ภารโรง แต่เป็นปลัดฯ ที่ไม่มีอำนาจจริงๆ!!”
อสส.ยื้อฟ้อง “ปู” จำนำข้าว คสช.เลือกผิดเลือกใหม่ได้
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สับขาระวังมันพันกันล้มนะ แล้วทีนี้จะได้ล้มทั้งยืน
สับเก่งนะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พวก ประชาชน น่าจะ ไป แจ้งความ ร้องทุกข์ กล่าวโทษ ต่อ เจ้าพนักงาน ตำรวจ ไทย
ให้ ดำเนินคดี กับ นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายก รัฐมนตรี รัฐบาล ไทย
กับ รองนายก รัฐมนตร ชื่อ นาย เฉลิม และ พลตำรวจเอก ประชา รัฐมนตรี ว่า การ
กระ ทรวง ยุติธรรม รวมทั้ง ไอ้ สุพงษ์ หัวล้าน พกหวี รัฐมนตรี ต่างประเทศ ไทย
ข้อหา ทำผิด รัฐธรรมนูญ แห่ง ราชอาณาจักร ไทย มาตรา 157
โทษฐาน เป็นพนักงาน ช่วย เหลือ ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ ไม่ ติดตาม จับกุม
นาย ทักษิณ ผู้ ต้องหา หลบหนี คดี ตาม คำตัดสิน ของศาล ยุติธรรม แห่งราชอาณาจักรไทย
แถม รอง นายก เฉลิม ยัง ออก มา พูด ให้ นักข่าว ฟัง ว่า ทักษิณ ไม่ ได้ กระทำความผิด
ตน จะ พยายาม ออก กฏหมายนิรโทษกรรม ช่วยเหลือ นักโทษทักษิณ ให้ พ้น ผิด ทุก คดี
นั่น เท่า กับ ว่า รอง นายก รัฐมนตรี เฉลิม กำลังเป็น
เจ้าพนักงาน ละเว้น การปฏิบัติ หน้าที่ เลือกปฏิบัติ ให้ การ ช่วย เหลือ ผู้ กระทำความ ผิด ชัดเจน
มาตรา157
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รวยขนาดนี้ ไปสร้างประเทศใหม่เถอะ เอาควายแดง รมตแดงไปด้วย
หน้าด้าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หน้าด้านอย่างหาที่เปรียบไม่ได้..ไม่เคยเหนใครหน้าด้านเอย่างคนพวกนี้เลย..ชอบประจานความชั่วและความโง่เขลาเบาปัญญาของตัวเอง..ดูถูกคนไทยคิดว่าโง่.พอจับได้ก้อแถไปเรื่อย..กูขอเอาส้นเท้ากราบขอร้องพวกมรึงงามๆไปเถอะน่ะช่วยขนกันไปอยู่ประเทศอื่น.ไปบริหารกันเองเอาสมุนทุกตัวไปให้หมดเลยเงินพวกมรึงมีเยอะแยะไปสร้างอนาจักรกันเอาน่ะ...อย่าพยายามอีกเลยน่ะ.กูล่ะเหนื่อยแทนพวกมรึงจิงๆ...ขากกกกกกกกกกถุย
ไอ้คนเนรคุณ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
“ มติ ครม.ที่เป็นเรื่องดีๆ มีเยอะแยะที่รัฐมนตรีจะเอาไปพูดได้”
แสดงว่ามติ ครม.นี้เป็นเรื่องที่ไม่ดี ครม.ควรจะต้องทำแต่เรื่องดี ทำไมถึงออกมติที่เป็นเรื่องไม่ดีด้วย
Sa
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014