หน้าแรกผู้จัดการ Online | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์
 

“อำมาตย์” จัดเต็ม “ผรท.”ชูธงหนุนตุลาการ เด็ดขั้วหัวใจคนเสื้อแดง

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 23 มิถุนายน 2555 07:15 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“อำมาตย์” จัดเต็ม “ผรท.”ชูธงหนุนตุลาการ เด็ดขั้วหัวใจคนเสื้อแดง

“อำมาตย์” จัดเต็ม “ผรท.”ชูธงหนุนตุลาการ เด็ดขั้วหัวใจคนเสื้อแดง

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์- การที่ “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” หรือ “(ผรท.)” สายอีสานราว 2,000 คน จากอำเภอต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงรวมตัวกันที่บริเวณสนามด้านหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่นเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2555 เพื่อให้กำลังใจศาลรัฐธรรมนูญที่รับตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้สภาผู้แทนราษฎรชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ตามต่อด้วยการที่ ผรท.ร่วม 3,000 คน ชุมนุมกันที่ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี เมืองหลวงของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2555 โดยประกาศเจตนารมณ์เดียวกันนั้น ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญไม่น้อย
       
       เพราะย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่อยู่ดีๆ อดีตสหายซึ่งเคยหยิบจับอาวุธร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.) จะกลับมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากในนาม “กองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” และประกาศเสียงดังฟังชัดว่า พร้อมชูธงแดงสนับสนุนศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งนั่นถือเป็นการประกาศความเป็นศัตรูต่อคนเสื้อแดง มวลชนจัดตั้งของ นช.ทักษิณ ชินวัตรเป็นการเฉพาะ
       
       ดังนั้น จงอย่าแปลกใจที่ความเคลื่อนไหวของ ผรท.อีสานครั้งนี้ จะสร้างความปริวิตกให้เกิดขึ้นในหัวใจของนายใหญ่คนเสื้อแดง เพราะนั่นหมายความว่า รากฐานอันมั่นคงที่นช.ทักษิณทุ่มเทงบประมาณจำนวนมหาศาลในการล้างสมองคนเสื้อแดงในภาคอีสาน รวมทั้งการขยายแนวร่วมคนเสื้อแดงให้กลายเป็นชุมชนในนาม “หมู่บ้านเสื้อแดง” ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลม และลดทอนประสิทธิภาพของคนเสื้อแดงที่ นช.ทักษิณเคยใช้เป็นเครื่องมือในทางการเมืองลงไปด้วย
       
       แน่นอน สิ่งที่สังคมอยากได้ใครรู้ก็คือ กลุ่มผรท.อีสานเหล่านี้เป็นใครมาจากไหน และมีใครอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้หรือไม่
       
       ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า แกนนำในการจัดชุมนุม ผรท.อีสานทั้งที่ขอนแก่นและอุดรธานีนั้น ประกอบด้วย 4 สหายหลักคือ สหายพิชิตหรือทองดี นามแสงโคตร สหายชัยรบ หรือสานิต มิกราช สหายชลิตหรือชลิต จันทร์ทรูและสหายเกื้อหรือเลื่อน ชนะสงคราม โดยบุคคลเหล่านี้ ในอดีตเป็น “ผู้นำเขตงาน” หรือที่เรียกกันว่าในหมู่สหายเก่าว่า “จัดตั้ง” ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่อีสานเหนือเป็นส่วนใหญ่
       
       ขณะที่เป้าหมายของการเคลื่อนไหวเป็นที่ชัดเจนว่า ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับมวลชนคนเสื้อแดงของนช.ทักษิณ เพราะในการรวมตัวทั้งสองครั้ง อดีตแกนนำ ผรท.ได้ปราศรัยโจมตีพรรคเพื่อไทยที่ออกมาต่อต้านศาลรัฐธรรมนูญ โดยพุ่งเป้าไปที่ “สหายสุภาพ” หรือนายจาตุรนต์ ฉายแสง ซึ่งในอดีตเคยเข้าป่าร่วมอุดมการณ์กับ ผรท.
       
       “เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ได้มีบุคคลและกลุ่มบุคคลบางพวกที่ไม่ยอมรับ ไม่เคารพต่อคำสั่งจากสถาบันตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ถ่วงดุลอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย โดยบิดเบือนข้อเท็จจริง กรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ได้กล่าวให้ความเห็นและชักชวนผู้อื่นให้ร้ายต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่มีอำนาจหน้าที่ในการออกคำสั่งศาลในการยับยั้งหรือชะลอการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ในฐานะของพี่น้องประชาชนผู้เป็นส่วนหนึ่งของอำนาจอธิปไตยภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ใช้ปกครองประเทศไทย จึงขอเรียนถามทุกท่านว่าการกระทำดังกล่าวของนายจาตุรนต์ ฉายแสง นั้นถือเป็นการหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ และนายจาตุรนต์ทำเพื่อประโยชน์ของใคร
       
       “พวกเราในนามนักรบประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงขอเรียกร้องให้นักการเมืองและผู้มีอำนาจจงเคารพต่อคำสั่งศาลและเคารพต่อการวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้พวกเราขอแสดงพลังเพื่อเป็นกำลังใจให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีคำสั่งให้ชะลอการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ สุดท้ายขอถามว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง นั้นเป็นใคร เอาอำนาจอะไรมาชักชวนผู้อื่นให้ดูหมิ่น เกลียดชัง และไม่ให้ความเคารพต่อคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญอันเป็นเสาหลักของความเป็นธรรมรัฐแห่งชาติไทย ในโอกาสนี้ พวกเราขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันแสดงพลัง เพื่อปกป้องสถาบันหลักที่สำคัญของชาติไทยให้คงอยู่ตลอดไป”นั่นคือแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ที่ทำในนามของกองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขณะชุมนุมกันที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น
       
       ขณะที่นายบุญธรรม แสนเวียง หรืออดีตสหายสิงหา อดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยจากอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า หลังจากออกมาแสดงพลังให้กำลังใจตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้แล้ว ทางกลุ่มพี่น้องอดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยจะรอดูท่าทีของกลุ่มบุคคลที่ออกมาโจมตีคัดค้านและไม่ยอมรับการทำหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก่อน หากกลุ่มคนพวกนี้ไม่หยุดเคลื่อนไหวหรือยังกล่าวหาดูหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญอีก ทางแกนนำ ผรท.ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและอีกหลายจังหวัดภาคอีสานจะนัดหารือกันเพื่อกำหนดท่าทีเคลื่อนไหวต่อ
       
       “ถ้ายังดื้อดึงไม่เคารพคำสั่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ดันทุรังจะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญอีกต่อ พวกเราจะลุกขึ้นมาสู้แน่นอน พวกเราไม่ต้องการให้บิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อทำลายล้างสถาบันตุลาการเด็ดขาด” อดีตสหายสิงหากล่าวย้ำในการรวมตัวกันที่ขอนแก่น
       
       ถัดจากนั้นมาอีก 1 สัปดาห์ อดีตผรท.อีสานก็ได้มาร่วมตัวอีกครั้งที่บริเวณสนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี โดยในครั้งนี้ สหายพิชิตหรือนายทองดี นามแสนโคตรได้อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ซึ่งมีเนื้อหาในทำนองเดียวกันกับแถลงการณ์ฉบับแรก พร้อมโจมตี “สหายปูน”-นางธิดา ถาวรเศรษฐ ภรรยาของสหายเข้ม -นพ.เหวง โตจิราการ เพิ่มเติมอีก 1 คน
       
       แต่จุดที่สำคัญของแถลงการณ์ฉบับนี้ก็คือ การประกาศจัดตั้ง “กองทัพปลดแอกประชาชน เพื่อประชาธิปไตย” และ “ขอเรียกร้องให้นักรบประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทุกคนที่ยังกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆได้กลับเข้ามารายงานตัวกลับสู่กรมกองของท่านโดยเร็ว”
       
       เพราะนั่นหมายความว่า “กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย” หรือ “ทปท.” ที่ล่มสลายไปพร้อมกับปรากฏการณ์ป่าแตกเมื่อปี 2525-2526 ได้ฟื้นคืนชีพกลับขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนจะทรงประสิทธิภาพเหมือนเช่นที่ผ่านมาหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่ง
       
       สำหรับเป้าหมายนั้นก็เป็นไปอย่างที่ “นายก่อแก้ว พิกุลทอง” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วิเคราะห์เอาไว้อย่างตรงเผงว่ากิจกรรมที่ทำนั้น เป็นการแย่งมวลชนในพื้นที่อีสานของพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคอีสาน
       
       และนั่นจึงเป็นที่มาของคำสั่งจาก นช.ทักษิณมอบหมายให้นายสุชน ชาลีเครือ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายภูมิธรรม เวชยชัย นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ นพ.เหวง โตจิราการ รีบแก้ไขปัญหาและสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(ผรท.)ในภาคอีสาน ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทยของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีตโดยด่วน เนื่องจากการเคลื่อนไหวของ ผรท.กลุ่มนี้ ทำให้เกิดกระแสความวิตกกังวลเกิดขึ้นในหมู่คนเสื้อแดงอย่างมาก โดยเฉพาะแกนนำเสื้อแดงระดับหมู่บ้าน ทั้งแกนนำที่จัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงรักประชาธิปไตย ทั้งสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย เกิดความสับสนในข้อมูลที่ได้รับเกิดข่าวลือต่างๆ นาๆ ที่ไม่เป็นคุณกับการเคลื่อนไหวด้านมวลชนของกลุ่มเสื้อแดง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้รับผิดชอบ ผรท.และฝ่าย(แดง)ซ้ายยืนยันกับทักษิณและแกนนำเสื้อแดงว่า ผรท.ทั้งหมดอยู่ฝ่ายเสื้อแดง แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าไม่เป็นเช่นนั้น
       
       ดังนั้นหากปล่อยให้ ผรท.กลุ่มกองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนไหวต่อไปจะมีผลกระทบอย่างมากต่อแกนนำเสื้อแดงในพื้นที่ภาคอีสาน เพราะชาวบ้านทั่วไปจะสูญเสียความเชื่อมั่นที่มีต่อแกนนำเสื้อแดงในพื้นที่ และจะส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อการเคลื่อนไหวมวลชนเสื้อแดงแบบม็อบ เพื่อมาสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสนับสนุนการออก พ.ร.บ.ปรองดองฯ ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้
       
       ทั้งนี้ ผลงานชิ้นแรกที่อดีต ผรท.สายรัฐไทยใหม่ดำเนินการก็คือ ภาพผรท.ที่เป็นกลุ่มก๊วนของตนเอง ซึ่งอ้างว่าเป็นตัวแทน ผรท.จาก 20 จังหวัดภาคอีสาน ประมาณ 500 คน ได้เดินทางมารวมตัวกันที่ศาลากลางหมู่บ้าน บ้านโคกไม้แดงหัวกระสัง ต.หูทำนบ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ เพื่อแสดงพลังออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด จะขอวางตัวเป็นกลางไม่เข้าข้างกลุ่มการเมืองใดกลุ่มการเมืองหนึ่งและจะไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับกลุ่มการเมืองใดพร้อมจะสนับสนุนทุกรัฐบาลที่ปกครองบ้านเมืองตามระบอบประชาธิปไตย
       
       นายละเอียด รัตนศรี หรือ “สหายอ๊อด” ประธานกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาคอีสาน กล่าวว่า การที่แกนนำและสมาชิกกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาคอีสาน ได้รวมพลังออกมาแสดงจุดยืนในครั้งนี้ ก็เพราะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของบุคคลบางกลุ่ม ที่แอบอ้างชื่อของ ผรท.ภาคอีสาน เคลื่อนไหวคัดค้านการลงชื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งยืนยันว่า ผรท.จะไม่ร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มการเมืองใดทั้งสิ้น โดยความขัดแย้งทางการเมืองก็ควรจะแก้ไขด้วยการเมือง พร้อมทั้งทิ้งทายซึ่งแสดงให้เห็นตัวตนที่แท้จริงว่า เลือกยืนอยู่ฝ่ายไหนด้วยการประกาศว่า “เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.ปรองดอง เพราะเชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข ลดความขัดแย้งซึ่งกันและกันได้”
       
       นี่คือสงครามการช่วงชิงมวลชนที่เร้าใจยิ่ง โดยมี ผรท.อีสานเป็นตัวละครเอก ซึ่งเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า บีบคั้นหัวใจ นช.ทักษิณยิ่งนัก เพราะต้องไม่ลืมแกนนำและผรท.อีสานเหล่านี้ได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในช่วงรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ต่อด้วยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ที่มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีให้ช่วยเหลือ ผรท.ทั้งประเทศ โดยมอบให้สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงในขณะนั้น เป็นประธานในการแก้ปัญหาดังกล่าว ร่วมกับ กอ.รมน.
       
       ว่ากันว่า รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ หรือ "สหายศรัทธา" อดีตคณะกรรมการบริหาร "อำนาจรัฐแดงเขตงานเพชรบุรี" (อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร-อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์) ฐานที่มั่นภูพาน (ปี 2522-2524) เป็นคนหนึ่งที่ให้คำปรึกษานายกฯ อภิสิทธิ์ ในเรื่องดังกล่าว และ "สหายศรัทธา" แนะนำให้นายกฯ อภิสิทธิ์ ช่วยเหลือ ผรท.ทั้งประเทศ มิใช่เฉพาะที่ภาคอีสาน
       เท่านั้นเพื่อหวังจะแยก "แดงเก่า" (อดีตทหารปลดแอก) ออกจาก "แดงใหม่" (นปช.)
       
       และไม่ว่าสุดท้ายแล้วผลจะออกมาเช่นไร แต่เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า การเคลื่อนไหวเที่ยวนี้น่าจะทำให้ภาคอีสานกลายเป็น “ตำบลกระสุนตก” ที่ นช.ทักษิณจะต้องควักทุนทรัพย์ก้อนใหญ่เพื่อแก้สถานการณ์ให้คลี่คลายโดยเร็ว

ข่าวล่าสุด ในหมวด
จับมือสังหาร พล.อ.ร่มเกล้า ความจริงวันนี้ของ “ชายชุดดำ”
จาก “โคตรนาฬิกา” ถึง “โคตรไมค์”
คสช.โปรดทบทวนอีกครั้ง ยึด “ท่อก๊าซปตท.” คืนรัฐ
“ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล” เปิดใจตอบ “โคตรไมค์” “ผมไม่ใช่ภารโรง แต่เป็นปลัดฯ ที่ไม่มีอำนาจจริงๆ!!”
อสส.ยื้อฟ้อง “ปู” จำนำข้าว คสช.เลือกผิดเลือกใหม่ได้
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014