หน้าแรกผู้จัดการ Online | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์
ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ณ บ้านพระอาทิตย์ โดย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

“ด่าง” สู้มะเร็ง !?

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน
17 สิงหาคม 2555 17:40 น.
ณ บ้านพระอาทิตย์
       โดย : ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
       
        “มะเร็ง” คือกลุ่มของโรคที่เซลล์แบ่งตัวอย่างผิดปกติรุกรานเนื้อเยื่อข้างเคียงจนไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งของ อนุมูลอิสระ (Free Radicle) ซึ่งเป็นอะตอมที่ไม่มั่นคงเนื่องจากขาดอิเลกตรอน (ลักษณะประจุไฟฟ้าลบ)ไป 1 ตัว เมื่อผู้ถูกแย่งกลายเป็นตัวปัญหาเพราะตนไม่มั่นคง ก็จะแย่งอิเล็กตรอนโมเลกุลอื่นมาเป็นทอดๆ จนเกิดการรุกลามต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่และไม่สามารถหยุดยั้งได้
       
        การสูญเสีย “อิเล็กตรอน” จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการสูญเสียอิเลกตรอนไม่ได้มีผลต่อสภาพร่างกายมนุษย์เท่านั่น แม้แต่การเกิดสนิมของโลหะก็เกิดขึ้นเพราะมีปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) ที่เกิดการสูญเสียอิเลกตรอนจนเกิดการทำปฏิกิริยาเคมีกับอากาศหรือน้ำและเกิดสนิมในโลหะได้ด้วยเช่นกัน
       
        ปัจจัยหนึ่งที่จะยกตัวอย่างก็คือสภาวะที่คนเราทานอาหารที่มีสภาพความเป็นกรดสูงเกินพอดี ซึ่งสามารถวัดได้ด้วยค่า PH (Power of Hydrogen)ซึ่งเป็นวิธีการวัด ไฮโดรเจนอิออน ซึ่งปกติแล้วน้ำซึ่งมีสูตรทางเคมีคือ H2O โดยแบ่งออกเป็นไฮโดรเจนประจุบวกหรือ H+ กับ ส่วนที่เป็นประจุลบคือ OH- มารวมตัวกันเป็นน้ำ ซึ่งถ้าในน้ำนั้นมีจำนวนไฮโดรเจนประจุบวก H+ มากกว่าประจุลบ OH- สภาพนั้นคือสภาพความเป็นกรด (Acid) ในทางตรงกันข้ามในน้ำนั้นหากมีประจุลบใน OH- มากกว่าประจุบวกใน H+ สภาพนั้นก็จะเรียกว่าเป็น ด่าง (Alkaline)
       
        ค่าความเป็นกรดด่างจะมีค่าอยู่ระหว่าง 0-14 โดยค่าที่ต่ำกว่า 7 คือสภาพที่เป็นกรด ค่าที่เกินกว่าคือสภาพที่เป็นด่างคือสภาพที่ จากงานวิจัยในต่างประเทศพบว่าสภาวะปกติเลือด น้ำเหลือง และของเหลวในสันหลัง จะมีค่า PH ที่ประมาณ 7.4 หรือที่ค่า PH ที่สูงกว่า 7.4 เล็กน้อยจะทำให้เซลล์มะเร็งคงตัว ในขณะที่หากสามารถทำให้มีค่า PH อยู่ถึงระดับ 8.5 ได้ เซลล์มะเร็งก็จะตายลงในทันใด
       
        ที่เป็นเช่นนั้นได้ก็เพราะน้ำที่เป็นกรดหรือมีประจุบวก H+มากเกินไป โดยธรรมชาติก็จะพยายามดึงอิเลกตรอนจากเซลล์ต่างๆภายในร่างกายเราไปใช้มากขึ้น หากเกิดปฏิกิริยาเช่นนี้มากๆ ก็จะทำให้โมเลกุลในร่างกายเรานั้นสูญเสียอิเล็กตรอน ก็จะมีโอกาสที่จะเกิดเป็นสภาวะเป็นอนุมูลอิสระที่ลุกลามต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นมะเร็งได้ในที่สุด
       
        ในทางตรงกันข้ามน้ำที่มีสภาพความเป็นด่างหรือมีประจุลบจาก OH- อย่างเพียงพอก็จะช่วยในการชะลอการสูญเสียอิเลกตรอนจากเซลล์ต่างๆภายในร่างกายเราได้เช่นกัน
       
        ในหลักสูตรล้างพิษตับของโรงเรียนผู้นำ ชาวสันติอโศกได้เคยตรวจสอบพบว่า คนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งร้ายแรง เมื่อตรวจน้ำลายด้วยกระดาษลิตมัส จะได้ค่า PH เป็นกรดในระดับ 5 หรือตรวจในปัสสาวะก็จะมีสภาพความเป็นกรดสูงเช่นกัน ดังนั้นใครสนใจว่าร่างกายตัวเรามีสภาพกรดหรือด่างมากหรือน้อยไปเพียงใดให้ลองตรวจเบื้องต้นวัดที่น้ำลายและปัสสาวะโดยใช้กระดาษลิตมัสก็น่าจะได้ข้อมูลดังกล่าวได้
       
        ดร.ออตโต้ วอร์เบิร์ก
นักวิทยาศาสตร์รางวันโนเบลเมื่อ พ.ศ. 2474 ได้เคยระบุการค้นพบว่าร่างกายมนุษย์นั้นเซลล์มะเร็งนั้นมักจะพบในที่ๆซึ่งไม่มีออกซิเจนในร่างกาย งานวิจัยชิ้นนี้ก็น่าจะแสดงให้เห็นว่าสภาพความเป็นกรดหรือไฟฟ้าประจุบวกมากๆก็มีโอกาสที่จะเกิดปฏิกิริยา ออกซิเดชั่น (Oxidation) ร่างกายจนออกซิเจนซึ่งมีประจุลบในร่างกายนั้นถูกนำมาทำปฏิกิริยาจนบริเวณดังกล่าวไม่พบออกซิเจน
       
        อนุมูลอิสระมีที่มาจากทั้งแหล่งภายนอกร่างกาย ได้แก่ มลพิษในอากาศ โอโซน ไนตรัสออกไซด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ ฝุ่น ควันบุหรี่ อาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว น้ำอัดลม และคนที่รับประทานเนื้อสัตว์มากโดยไม่ชอบทานผักและผลไม้ก็จะมีสภาวะความเป็นกรดสูงมาก แม้แต่อารมณ์เครียดและโกรธ ก็จะสร้างภาวะความเป็นกรดในร่างกายได้เช่นกัน
       
        ในทางตรงกันข้ามสารต้านอนุมูลอิสระหรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า Anti Oxidant ก็อยู่ในพืชและผักหลายชนิด ได้แก ผักใบเขียว (เช่น ตำลึง และผักบุ้ง) หรืออาหารที่มีสีเหลือง (เช่น มะละกอสุก, มะม่วงสุก, มะเขือเทศ, ฟักทอง) รวมถึงอาหารที่มีวิตามิน A, C, E สูง เช่น พืช ผักสีเขียวและผลไม่รสเปรี้ยว ซึ่งอาหารเหล่านี้ให้ฤทธิ์เป็นด่างทั้งสิ้น
       
        ด้วยเหตุผลนี้สูตรค่ายสุขภาพวิถีพุทธของ หมอเขียว (นายใจเพชร กล้าจน) แห่งสันติอโศก จึงเน้นให้ผู้ป่วยดื่มน้ำคลอโรฟิลล์
เพราะสูตรผสมระหว่างย่านาง,ใบบัวบกและใบเตยนั้นนอกจากจะเป็นพืชที่ฤทธิ์เย็นแล้ว ยังเป็นการปรับสมดุลฤทธิ์ด่างเพื่อลดความเป็นกรดในร่างกายได้ด้วย
       
        ด้วยเหตุผลนี้หลักสูตร ล้างพิษตับ ของสันติอโศก ที่ริเริ่มและพัฒนาหลักสูตรโดย คุณแก่นฟ้า แสนเมือง และ คุณขวัญดิน สิงห์คำ และคณะ จึงจัดทำน้ำด่างซึ่งทำมาจากน้ำที่บ่มกับขี้เถ้าแล้ว 7 วัน ให้ผู้เข้าหลักสูตรเพื่อลดความเป็นกรดในร่างกาย
       
        แม้ในต่างประเทศก็มีการนำน้ำฤทธิ์ด่างอย่างเช่น ที่ประเทศอิตาลี มีคุณหมอคนหนึ่งชื่อ ดร.Tullion Simoncini ใช้เบคกิ้งโซดา หรือโซเดียมไบคาร์บอเนต (ซึ่งให้ฤทธิ์ด่าง)ผสมกับน้ำในสัดส่วนที่แตกต่างกันหลายแบบเพื่อใช้บำบัดให้ผู้ป่วยมะเร็งหลายประเภทได้ดื่มรักษาได้ผลดีระดับหนึ่ง
       
        แต่การวัดค่า PH อาจจะไม่พอ เพราะจะวัดได้แค่ค่าของไฮโดรเจนในน้ำต่างๆเท่านั้น แต่หากเป็นอาหารแล้วก็อาจจะมีสารอาหารอีกหลายชนิดที่สร้างประจุไฟฟ้าได้ด้วย บางทีเราอาจจะต้องใช้อุปกรณ์บางอย่างเพื่อวัดค่าไฟฟ้าว่าอาหารเหล่านั้นให้ค่าสุทธิเป็นประจุไฟฟ้าบวกหรือลบที่จะมีการดึงหรือแย่งชิงอิเลกตรอนจากเซลล์ต่างๆในร่างกายเราหรือไม่ อย่างไร?
       
        อุปกรณ์ที่ว่านั้นก็คือเครื่องมือวัดที่ชื่อ Oxidation Reduction Potential หรือค่า ORP เพื่อวัดค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าว่ามีประจุไฟฟ้าสุทธิเป็นบวกหรือลบมากน้อยเพียงใดใช้หน่วยวัดเป็นมิลลิโวลต์ ซึ่งถ้าน้ำนั้นมีประจุบวกมากๆ (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นน้ำที่มีสภาพความเป็นกรด) ก็จะเป็นอาหารหรือน้ำประเภทที่เป็น Oxidant ที่จะไปสร้างปฏิกิริยา Oxidation หนุนการทำงานของอนุมูลอิสระมากขึ้นในร่างกายมากขึ้น แต่ถ้ามีประจุไฟฟ้าลบ (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นน้ำที่มีสภาพความเป็นด่าง) ก็จะเป็นสารอาหารหรือน้ำที่ต้านการทำงานของอนุมูลอิสระได้เช่นกัน
       
        จากการที่ผมได้ใช้เครื่องมือวัดค่า PH และค่า ORP ในน้ำชนิดต่างๆ พบข้อมูลที่น่าสนใจบางประการที่คิดว่าจะมาแบ่งปันให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ดังนี้
       
       1. น้ำดื่มหลายประเภทในเวลานี้ในตลาดส่วนใหญ่มีสภาพความเป็นกรดอ่อนๆ และมีค่า ORP เป็นบวกเล็กน้อยประมาณ +100 ถึง +200 มิลลิโวลต์ ในขณะที่น้ำอัดลมในตลาดเกือบทั้งหมดเป็นกรดที่แรงมากค่า PH ประมาณ 3 และค่า ORP เป็น +400 ถึง +500 มิลลิโวลต์
ดังนั้นน้ำอัดลมจึงมีศักยภาพการทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) สูง และมีศักยภาพในการเสริมอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากขึ้น แนวโน้มผู้เป็นมะเร็งจึงควรจะงดน้ำประเภทเหล่านี้
       
       2. น้ำที่ผ่านเครื่องไฟฟ้าทุกชนิดจะมีกระแสไฟฟ้าสุทธิประจุบวกเพิ่มมากขึ้น
พบว่าแม้ค่า PH จะไม่เปลี่ยนแปลง แต่เมื่อทดลองนำน้ำเปล่าไปปั่นในเครื่องปั่นในน้ำผลไม้ 2 นาที พบว่า มีค่า ORP ที่วัดใน 30 นาทีจากเดิมก่อนปั่นพบว่ามีค่า ORP + 88 มิลลิโวลต์ หลังปั่นน้ำเปล่ามีค่า ORP เพิ่มขึ้นเป็น +110 มิลลิโวลต์ (ในเวลาที่เท่ากัน) หรืออีกนัยหนึ่งน้ำเหล่านี้จะมีความสามารถในการทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) เพิ่มเร็วขึ้นประมาณ 25% ดังนั้นหากเลือกได้รับประทานผลไม้น่าจะดีกว่าดื่มน้ำผลไม้ปั่นจากเครื่องไฟฟ้า หรือทำน้ำคลอโรฟิลสดจากการบดคั้นด้วยมืออาจจะดีกว่าการปั่นด้วยเครื่องไฟฟ้า
       
       
       3. น้ำดื่มและน้ำปั่นรวมถึงอาหารแทบทุกชนิด เมื่อทิ้งในอากาศนานขึ้นจะพบว่าค่า ORP จะสูงเป็นประจุบวกเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา
หมายความว่าอาหารและน้ำส่วนใหญ่เมื่อทำเสร็จใหม่ๆควรรีบรับประทานดีกว่าปล่อยทิ้งค้างไว้นาน มิเช่นนั้นนอกจากจะมีจุลินทรีย์ลงไปในอาหารมากขึ้นแล้ว ร่างกายเรารับประทานอาหารที่มีศักยภาพในการทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) เพิ่มมากขึ้น
       
       4. แม้แต่น้ำด่างที่ทำขึ้นมาจากขี้เถ้าก็ดี แม้จากน้ำด่างจากเครื่องทำน้ำด่างที่ทำในต่างประเทศ (ซึ่งก็มีกระแสไฟฟ้าผ่าน) ก็แม้จะมีประจุลบสุทธิในการวัดค่า ORP ในตอนต้นแต่ก็ไม่เสถียร อีกทั้งจะสูญเสียอิเลคตรอนไปเรื่อยๆ เมื่อเจออากาศ ความร้อน แสงแดด ดังนั้นแม้เป็นน้ำด่างก็ควรจะดื่มให้เร็วมากกว่าจะทิ้งค้างนานไว้เช่นกัน
       
       5. เมื่อตรวจในน้ำปัสสาวะของมนุษย์ พบว่าแม้ค่า PH และค่า ORP ในปัสสาวะของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน แต่พบสิ่งที่เหมือนกันก็คือเมื่อทิ้งไว้นานจะเกิดการย่อยสลายเกิดก๊าซและคายพลังงานออกมาเป็นไฟฟ้าประจุลบมากขึ้น และกลายเป็นด่างมากขึ้น
พบว่าบางคนมีสุขภาพปกติได้ตรวจปัสสาวะใน 3 นาทีแรกได้ค่า PH 7.2 และวัดค่า ORP ได้ +64 มิลลิโวลต์ เมื่อเวลาผ่านไป 3 ชั่วโมงครึ่งพบว่ามีภาวะความเป็นด่างเพิ่มมากขึ้นกลายเป็น 7.5 และค่า ORP กลายเป็น -3 มิลลิโวลต์
       
        นอกจากนั้นเมื่อสำรวจในผู้ป่วยมะเร็งรายหนึ่งพบว่าเมื่อวัดค่า PH ในปัสสาวะพบว่าเริ่มแรกอยู่ที่ 7.1 แต่เมื่อทิ้งใส่ถ้วยแก้วไว้กลับมีอัตราเร่งในการเป็นด่างเร็วมากกว่าคนปกติ และมีค่าประจุลบเพิ่มมากขึ้นกว่าคนปกติธรรมดา จนเมื่อเวลาผ่านไป 30 ชั่วโมงพบว่าปัสสาวะกลายเป็นด่างมีค่า PH 9.8
       
        ดังนั้นผู้ที่เลือกดื่มปัสสาวะในการบำบัดรักษาโรค (โดยเฉพาะกลุ่มสันติอโศกจำนวนหนึ่ง) ที่ได้ปฏิบัติตามที่ระบุเอาไว้ในพระไตรปิฎกเพราะความศรัทธาแล้ว ในภายหลังต่อมาจึงมีการอธิบายทางวิชาการถึงรักษาแบบ “เซรุ่ม”หรือ “พิษต้านพิษ”จากปัสสาวะในการรักษาโรค แต่ที่ยังไม่เคยมีการศึกษามาก่อนก็คือ ปัสสาวะอาจมีสภาวะความเป็น Anti Oxidant ตามธรรมชาติที่เป็นด่างเพิ่มมากขึ้นและคายพลังงานประจุลบมากขึ้นเมื่อเวลาเปลี่ยนไป จะเป็นสาเหตุที่ทำให้มีคนหายป่วยจากโรคต่างๆด้วยปัสสาวะบำบัดหรือไม่?
       
        ต้องออกตัวก่อนว่า ผมมีความรู้ที่กล่าวมาข้างต้นนี้น้อยนิดมาก เพราะไม่ได้ศึกษาและทำงานด้านนี้โดยตรง จึงได้แค่ค้นคว้า สืบค้น หรือสอบถามผู้รู้เอาเองตามประสาสื่อมวลชน แต่เห็นว่าข้อมูลดังกล่าวข้างต้นน่าจะเป็นประโยชน์ จึงขอนำผลทดลองทางวิทยาศาสตร์เล็กๆน้อยๆนี้แบ่งปันประสบการณ์ให้ผู้ที่รู้ได้ให้ความเห็นแลกเปลี่ยนต่อไป
       
        “อโรคยา ปรมาลาภา” ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐโดยแท้

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ทำไมยังไม่ยอมวิจัยเรื่อง การกดนวดตาเพื่อรักษาโรคต้อหินเรื้อรังและจอประสาทตาเสื่อม !? (ตอนที่ 1)
สำรวจปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม 22 ชนิด
คำเตือน…ความเสี่ยงในการล้างพิษตับ
20 เทคนิค! เลิกเสพติดน้ำตาล
นมวัวทำให้กระดูกเปราะ!?
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 123 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 5 +162 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นิยมและศรัทธาในความเป็นคนดี และใฝ่รู้ของอ.ปานเทพมาก อาจารย์ทำประโยชน์ให้สังคมตลอดเวลาโดยไม่ย่อท้อหรือเหน็ดเหนื่อย เขียนมาเพื่อให้กำลังใจว่าความดีคนดีอย่างอาจารย์ มีคนมองเห็นค่ะ
นกสีชมพู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +31 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สุดยอดของความดีอยู่กับคุนหมด I AM VERY PROUND ที่ มี เพื่นรว่มชาติเช่นคุน สวัสดีครับ.
yarmfowpandinusa
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมเองเชื่อในสิ่งที่ปานเทพอธิบาย
ผมลองแล้วหลายอย่างดีขึ้นครับ
คนอ่าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
" นอกจากนั้นเมื่อสำรวจในผู้ป่วยมะเร็งรายหนึ่งพบว่าเมื่อวัดค่า PH ในปัสสาวะพบว่าเริ่มแรกอยู่ที่ 7.1 แต่เมื่อทิ้งใส่ถ้วยแก้วไว้กลับมีอัตราเร่งในการเป็นด่างเร็วมากกว่าคนปกติ และมีค่าประจุลบเพิ่มมากขึ้นกว่าคนปกติธรรมดา จนเมื่อเวลาผ่านไป 30 ชั่วโมงพบว่าปัสสาวะกลายเป็นด่างมีค่า PH 9.8 "

ข้อความข้างบนนี้ เป็นกุญแจสำคัญ ที่ใขปัญหาข้อข้องใจผู้ที่ยังสงสัยว่า.... ทำไมน้ำปัสสาวะสามารถรักษาโรคภัยใข้เจ็บได้?
ตถตา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าให้ไอ้เหลี่ยมรู้นะ เดี๋ยวมัีนมา..โกง..เยี่ยยวตรู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 28 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Bob Wright, Director/Founder of the American Anti-Cancer Institute and author of "Killing Cancer, Not People" researched water ionizers
https://www.facebook.com/RangsimanKangen/posts/353192901424863
kangenthai
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 26 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยทอดไข่ แล้วน้ำมันกระเด็นใส่หน้า จุดใหญ่ๆหลายจุด ลองเอาน้ำปัสสาวะชุบสำลีประคบสักพัก ไม่น่าเชื่อไม่มีอาการพองปวดแสบ ปวดร้อนเลย สุดยอดมากๆ
ลองมาแล้วค่ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 25 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บ้าบอมากแต่ละคอมเม้นต์
พธม.ชลบุรี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น้ำดื่มที่ดีต่อสุขภาพต้องมีสิ่งสำคัญๆคือ
1. ปราศจากสารปนเปื้อนทางเคมี และสารอินทรีย์ต่าง ๆ อาทิ เชื้อจุลินทรีย์ โลหะหนัก สารเคมี ฯลฯ
2. ประกอบด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย อาทิ โปแตสเซียม แมกมีเซียม แคลเซียม เป็นต้น การที่น้ำมีแร่ธาตุละลายอยู่ มากจะช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว นอนหลับ สดใส กระปรี้ กระเปร่า ลดคอลเลสเตอรอลและจิตใจสงบผ่อนคลาย
3. มีโครงสร้างโมเลกุลขนาดเล็ก ทำให้แทรกซึมสู่เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถ นำพาสาร อาหาร และออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างทั่วถึง และนำพาของเสีย ออกมาจากเซลล์ไปทิ้งได้
4. มีความกระด้างของน้ำปานกลาง มีประจุไฟฟ้าสูงและเป็นสื่อนำความร้อนที่ดี
5. มีความเป็นด่างอ่อน ๆ โดมีค่าความเป็นกรด - ด่างระหว่าง pH 7.25 - 8.50 เพื่อช่วยกำจัดความ เป็นกรด และของเสียในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีภาวะที่สมดุล
6. มีปริมาณออกซิเจนเจือปนอยู่ด้วยสูง วัดค่าได้ประมาณ 5 มิลลิกรัม ต่อลิตรหรือมากกว่า
บทความจาก blogspot http://kangenthai.blogspot.com/2012/05/water.html
รังสิมันตุ์ น้ำคังเก้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 23 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมดื่มฉี่ตามคุณสนธิ ท้องไม่ผูก เสียดายสตางค์ค่ามะขามแขก กินมาเกือบ ๑๐ ปี ไวอากร้าก็ไม่ต้องกินแล้ว เหลือแต่ยังไม่ได้หม้กผม ขอขอบคุณพ่อหมอด้วย
วจร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 22 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Thank you for this basic idea of how cancer formed I have to watch my diet now.
I hope to go to detox when return to Thailand this winter.
Love PAD love Manager online.
PADSeattle
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น้ำมะนาว หญ้าปักกิ่ง ทานแล้วดีมากค่ะ
ขอเสริม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนแรก คิดว่า ไอ้ด่าง สุนัย เป็นมะเร็ง 555555555
มองแง่ลบไว้ก่อน อิอิ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พธม.คนหนึ่งอายุ 71 ปี เล่าให้ฟังว่า ปวดฟันเจ็บเหงือกทั้งบวมและระบม ใช้น้ำธรรมชาติบำบัดบ้วนปาก แล้วอมวันละหลายครั้งๆละ 5 -10 นาที ภายในวันนั้นเห็นผลหายบวมและหายเจ็บ จึงใช้ประจำเช้ากลางวันเย็น ทุกวันนี้ปกติดี ขอสนับสนุนการใช้น้ำพุทธบำบัดรักษา จึงนำมาบอกต่อ พธม.ด้วยกันค่ะ
honeymoon
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีอาหารอะไรที่มีด่างมาก ถ้ากินประจำก็คงสามารถช่วยป้องกันมะเร็งได้
บทความที่ดีมาก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใครไม่สบายลองทานผลไม้ ผัก ฤทธิ์เย็น ฤทธิ์ร้อนให้ถูกกับอาการ รับรองหายแน่ๆครับ
อย่างผมเองร้อนใน เจ็บแผลในปาก ทานกล้วยน้ำหว้าผลไม้ฤทธิ์เย็น 2-3 ผล แทบจะหายทันทีที่ทานเลยครับ
QFA
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น้ำแครอท เห็ดหลินจือสกัด น้ำว่านหางจระเข้ น้ำตรีผลา โสมเกาหลี ข้าวหอมนิล วิตามินเสริมที่เป็นพวกไฟโตรนิวเทรียนส์

หามากินเยอะๆ และกินสม่ำเสมอ เพื่อจะได้สร้างภูมิคุ้มกันให้พ้นจากโรคได้
ของดีๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าให้ไอ้เหลี่ยมรู้นะ เดี๋ยวมัีนมา..โกง..เยี่ยยวตรู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่าการดื่มปัสสาวะนี่น่าจะคิดให้รอบคอบก่อนนะครับ หากดูข้อดีที่ อ. ปานเทพว่าก็คือความเป็นด่างสูงช่วยลด oxidation

จริงๆปัสสาวะยังมี Interferons ซึ่งช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยแต่ปริมาณไม่คงที่

ข้อเสียปัสสาวะมีของเสียที่ขับถ่ายออกจากร่างกาย หากจะดื่มกลับเข้าไปก็เท่ากับเอาของเสียกลับเข้าไปในร่างกาย

ผมว่ามันควรจะมีวิธีที่ดีกว่าการดื่มกลับเข้าไปเพียวๆนะครับ
ตามนั้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณอาจารย์ปานเทพครับ ที่ให้ความรู้เรื่องนี้ ผมจะลองเอาหลักการนี้ไปทดสอบอาหารและน้ำหลายประเภท แต่ที่แน่ๆผมจะเลิกดื่มน้ำอัดลม
ขอบคุณครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +31 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สุดยอดของความดีอยู่กับคุนหมด I AM VERY PROUND ที่ มี เพื่นรว่มชาติเช่นคุน สวัสดีครับ.
yarmfowpandinusa
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ช่วยตอบที...ญาติเป็นมะเร็งเนื้องอกในตับไวรัสบี ระยะสุดท้าย ผอมลงแล้ว จะล้างพิษตับได้หรือไม่ อย่างไร..
รอความหวัง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
" นอกจากนั้นเมื่อสำรวจในผู้ป่วยมะเร็งรายหนึ่งพบว่าเมื่อวัดค่า PH ในปัสสาวะพบว่าเริ่มแรกอยู่ที่ 7.1 แต่เมื่อทิ้งใส่ถ้วยแก้วไว้กลับมีอัตราเร่งในการเป็นด่างเร็วมากกว่าคนปกติ และมีค่าประจุลบเพิ่มมากขึ้นกว่าคนปกติธรรมดา จนเมื่อเวลาผ่านไป 30 ชั่วโมงพบว่าปัสสาวะกลายเป็นด่างมีค่า PH 9.8 "

ข้อความข้างบนนี้ เป็นกุญแจสำคัญ ที่ใขปัญหาข้อข้องใจผู้ที่ยังสงสัยว่า.... ทำไมน้ำปัสสาวะสามารถรักษาโรคภัยใข้เจ็บได้?
ตถตา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ่านไม้ไผ่ เกรด 1 หรือ ถ่านแมค่ามีเดีย ( อ่านเพิ่มจาก ม.มหิดล + โครงการแม่ฟ้าหลวง) ถ่านสเตอร์ไร์เหล่านี้ แช่ในฉี่ เร่งความเป็นด่างมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องหมักนาน ทำให้กลิ่น และ รส ดีขึ้นด้วย คงมาจากถ่านดังกล่าว ปล่อยประจุลบ และ แผ่รังสี คลื่นยาวคลื่น 6-14 ไมครอน ซึ่งเป็นแถบความถี่เดียวกับร่างกายแผ่รังสีออกมา
gene.bc@gmail
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมเองเชื่อในสิ่งที่ปานเทพอธิบาย
ผมลองแล้วหลายอย่างดีขึ้นครับ
คนอ่าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +162 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นิยมและศรัทธาในความเป็นคนดี และใฝ่รู้ของอ.ปานเทพมาก อาจารย์ทำประโยชน์ให้สังคมตลอดเวลาโดยไม่ย่อท้อหรือเหน็ดเหนื่อย เขียนมาเพื่อให้กำลังใจว่าความดีคนดีอย่างอาจารย์ มีคนมองเห็นค่ะ
นกสีชมพู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอ้า..ไอ้เหลี่ยม

เมิงรีบมาเอาเยี่ยวกรูไปดื่มเลยมะเร็งไข่เมิงจะได้หายชักที
555
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
To get rid off "free radical"(member of anti-oxidant) black tea, green tea regularly.

<iframe width="420" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/KWAmcwEMcqk" frameborder="0" allowfullscreen></iframe>
OO
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยอ่านเจอในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าตรัสกับพระภิกษุว่า "พึงฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า" คำว่าน้ำน้ำมูตรเน่าจะเกี่ยวกับน้ำปัสวะหรือเปล่า? ท่านผู้รู้ช่วยดอบทีครับ
nong_momvigo@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขบวนการในร่างกาย ซับซ้อนกว่าที่อธิบายมาก
คิดให้ดี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014