หน้าแรกผู้จัดการ Online | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์
ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ปัญญาพลวัตร โดย พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

ปริศนานโยบายจำนำข้าว: ทักษิณและยิ่งลักษณ์ต้องการอะไร

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 5 ตุลาคม 2555 18:24 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ปริศนานโยบายจำนำข้าว: ทักษิณและยิ่งลักษณ์ต้องการอะไร
นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ

ปัญญาพลวัตร
       โดย...พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
       
       แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์นโยบายจำนำข้าวจากนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์หลายสถาบัน รวมทั้งบุคคลในรัฐบาลเองอย่างนายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่สนใจไยดีรับฟังแต่ประการใด กลับนำนโยบายจำนำข้าวไปปฏิบัติต่อไปอย่างต่อเนื่อง
       
       บุคคลที่อยู่เบื้องหลังชี้นำความคิดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในเรื่องจำนำข้าวคือ นช. ทักษิณ ชินวัตร ผู้ซึ่งให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2555 ที่ประเทศสิงคโปร์ว่า “โครงการจำนำข้าวที่รัฐบาลรับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาสูงกว่าตลาด จะให้ประโยชน์สูงกว่าต้นทุนโครงการนี้ประมาณ 3 เท่า และตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ รัฐบาลมีแผนซื้อข้าว 34 ล้านตัน”
       
       หลังจากนั้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ขานรับทันที การประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 2 ตุลาคม 2555 มีมติให้ใช้งบประมาณ 4.05 แสนล้านบาทเพื่อจำนำข้าวเปลือกในปีการผลิต 2555/2556 โดยในขั้นต้นให้ใช้เงิน 2.4 ล้านบาทก่อนเพื่อรับจำนำข้าวนาปรังจำนวน 15 ล้านตัน ส่วนที่ข้าวนาปีอีก 11 ล้านตันให้ดำเนินการภายหลัง
       
       คำถามคือทำไมนช.ทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลยิ่งลักษณ์จึงยังยืนกรานทำนโยบายนี้ต่อไปทั้งที่มีผลเสียต่อประเทศนานับประการ อะไรคือความต้องการของพวกเขา แต่ก่อนที่จะวิเคราะห์ถึงแรงจูงใจและเป้าประสงค์ที่แท้จริงของยิ่งลักษณ์และทักษิณ ผมจะขอกล่าวถึงเนื้อหานโยบายจำนำข้าวและผลกระทบทางลบที่เกิดจากนโยบายพอสังเขปเป็นเบื้องต้น
       
       ประการแรก นโยบายจำนำข้าวขัดรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นนโยบายที่รัฐบาลแปลงสภาพตัวเองจาก “รัฐที่เป็นผู้กำกับดูแลกลไกตลาดให้เสรีและเป็นธรรม” เป็น “รัฐพ่อค้า” แนวทางของนโยบายนี้คือรัฐบาลจะซื้อข้าวทุกเมล็ดและซื้อแพงกว่าราคาตลาด รัฐบาลจึงตั้งตัวเป็นพ่อค้าผูกขาดตลาดข้าวแบบเจ้าเดียว ด้วยการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน การที่รัฐทำแปลงสภาพเป็นพ่อค้าผูกขาด จึงเป็นการขัดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 2 มาตรา คือ มาตรา 43 และมาตรา 84 วงเล็บ 1
       
       มาตรา 43 ระบุว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพและการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม แต่นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลไปทำลายเสรีภาพในการประกอบอาชีพของพ่อค้าข้าว และจะทำให้พ่อค้าข้าวต้องเลิกประกอบอาชีพไปในอนาคต ด้วยราคาข้าวที่รัฐบาลประกาศรับซื้อสูงกว่าราคาตลาด คงไม่มีพ่อค้าข้าวรายใดที่จะแข่งขันราคากับรัฐบาลได้ รัฐบาลทำแบบนี้ได้เพราะใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน และพร้อมที่จะขาดทุนจากการซื้อข้าว ส่วนพ่อค้าทั่วไปนั้นย่อมกระทำอย่างมีเหตุผล จึงไม่มีใครยอมทำเรื่องที่ต้องประสบกับการขาดทุนที่เห็นได้อย่างชัดเจนในอนาคตเหมือนดังที่รัฐบาลทำ รัฐบาลยิ่งลักษณ์จึงใช้งบประมาณแผ่นดินสร้างสภาพการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมขึ้นมา ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 43 อย่างชัดเจน
       
       สำหรับมาตรา 84 (1) ระบุว่า รัฐต้องมีนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด และสนับสนุนให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยต้องยกเลิกและละเว้นการตรากฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ควบคุมธุรกิจซึ่งมีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ และต้องไม่ประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน เว้นแต่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ รักษาผลประโยชน์ส่วนรวม หรือการจัดให้มีสาธารณูปโภค
       
       นโยบายจำนำข้าวมีลักษณะการผูกขาด ทำลายกลไกตลาด ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ การที่รัฐบาลตั้งราคารับซื้อข้าวไว้สูงโดยไม่จำแนกคุณภาพข้าวให้เหมาะสม จะทำให้ชาวนาไม่มีแรงจูงใจในการพัฒนาสายพันธุ์ข้าว สิ่งที่ตามมาคือคุณภาพข้าวของประเทศไทยจะต่ำลง และไม่อาจแข่งขันในตลาดโลกได้ อีกทั้งนโยบายจำนำข้าวยังเป็นการที่รัฐบาลประกอบกิจการแข่งกับเอกชนโดยขาดเหตุผลอันสมควร เพราะสถานการณ์ข้าวตอนนี้ยังอยู่ในภาวะของกลไกตลาดสินค้าทั่วไป ไม่ใช่สินค้าขาดแคลนดังในช่วงสงครามหรือภัยพิบัติจนทำให้ข้าวขาดแคลน สถานการณ์ตอนนี้ของข้าวจึงยังไม่เข้าข่ายกระทบต่อความมั่นคงแต่อย่างใด ดังนั้นนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลจึงเป็นนโยบายที่ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรานี้อย่างชัดเจนตามเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น
       
       ประการที่สอง นโยบายจำนำข้าว เป็นการสร้างความวิบัติแก่ภาษาไทย โดยใช้คำว่า “จำนำ” สื่อความหมายในทางที่ผิด “จำนำ” ตามความหมายทั่วไปคือ การรับฝากสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด เมื่อผู้ฝากมีเงินก็จะมาไถ่ถอนสินค้าคืน หากจะใช้คำว่า “จำนำ” สำหรับข้าวอย่างถูกต้องคือ รัฐบาลต้องรับจำนำข้าวในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด และต้องคิดดอกเบี้ยในการรับฝากข้าวด้วย หากชาวนาไม่มีเงินมาไถ่คืน รัฐบาลก็ต้องยึดข้าวนั้นเป็นของรัฐบาล หรือหากชาวนาเห็นว่าราคาข้าวในตลาดสูงกว่าราคาจำนำมาก ก็จะไปหาเงินมาไถ่คืนเพื่อนำข้าวไปขายให้พ่อค้าต่อไป
       
       แต่ปรากฎว่ารัฐบาลกลับซื้อข้าวในราคาที่สูงกว่าตลาด การกระทำของรัฐบาลจึงไม่ใช่การจำนำ แต่มีนัยเป็น “การซื้อขาด” เพราะไม่มีชาวนาคนใดที่มีปัญญาด้อยกว่ารัฐบาล ไปไถ่ถอนข้าวคืนมาเพื่อไปขายในตลาดด้วยราคาต่ำกว่าที่พวกเขาได้จากรัฐบาลเป็นแน่ การใช้คำว่านโยบายจำนำข้าวจึงทำให้ภาษาไทยวิบัติ หากจะใช้ให้ถูกต้องนโยบายควรเปลี่ยนชื่อเป็น “นโยบายซื้อข้าวราคาแพง” เพื่อให้สอดคล้องระหว่างคำและความหมาย ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เด็กและเยาวชน ตลอดจนคนทั่วไปสับสนได้
       
       ประการที่สาม นโยบายจำนำข้าวเป็นนโยบายที่สร้างการทุจริตทั้งระบบแบบบูรณาการ จากข้อค้นพบในงานวิจัยของคณะกรรมการป้องกันและปรายปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พบการทุจริตในทุกขั้นตอน ซึ่งสรุปโดยสังเขปดังนี้
       
       1) การทุจริตขึ้นทะเบียนเกษตรกรและการผลิตข้าว ซึ่งมีวิธีการคือ การขึ้นทะเบียนและให้หนังสือรับรองแก่ผู้ที่ไม่ได้เป็นเกษตรกร การแจ้งจำนวนพื้นที่ปลูกไม่ตรงกับที่ปลูกจริง เช่น ปลูกจริง 10 ไร่ แต่แจ้ง 20 ไร่ การแจ้งสวมพื้นที่ปลูกพืชอื่นเป็นพื้นที่ปลูกข้าว เช่น ปลูกข้าวโพด ก็แจ้งว่า ปลูกข้าว เป็นต้น
       
       2) การทุจริตใบประทวน ขั้นตอนนี้ ชาวนานำข้าวเปลือกไปจำนำตามจุดรับจำนำซึ่งได้แก่โรงสีหรือตลาดกลาง เมื่อนำข้าวไปเทกองไว้แล้ว ชาวนาก็รับใบประทวนไปเบิกเงินกับ ธ.ก.ส. การทุจริตที่เกิดขึ้นมีหลายอย่าง เช่น ปริมาณข้าวจริงกับปริมาณข้าวที่เขียนในใบประทวนไม่เท่ากัน เช่น ชาวนามีข้าว 10 เกวียน โรงสีเขียนให้เป็น 15 เกวียน แต่เงินที่เป็นส่วนต่างนี้จะจัดสรรแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกส่วน อันได้แก่ โรงสี นักการเมือง ข้าราชการ และชาวนา ตามสัดส่วนที่ตกลงกัน การนำข้าวจากต่างประเทศ เช่น ประเทศกัมพูชา และลาว เข้ามาร่วมโครงการจำนำด้วย และการจ่ายเงินไม่ครบตามราคาจำนำ เป็นต้น
       
       3) การทุจริตในการแปลงสภาพจากข้าวเปลือกเป็นเป็นข้าวสาร ตรงนี้ส่วนใหญ่จะได้กับโรงสีและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง
       
       4) การทุจริตในการเก็บรักษาข้าว ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมารัฐต้องตั้งงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลเก็บรักษาข้าวปีละประมาณ 800 ล้านบาท กลุ่มที่ได้ประโยชน์ตรงนี้คือ โรงสี โกดัง และเจ้าหน้าที่รัฐผู้รับผิดชอบในการเก็บรักษา
       
       5) การทุจริตในการระบายหรือขายข้าว ตรงนี้บริษัทส่งออกข้าว และนักการเมืองจะได้ประโยชน์อย่างมหาศาล เพราะข้าวของรัฐบาลที่ต้องการระบายออกจะขายในราคาต่ำ แต่พวกพ่อค้าส่งออกจะนำไปขายในราคาตลาด หรือ หากขายแบบจีทูจี ตามที่รัฐบาลอ้างกลุ่มที่ได้ประโยชน์คือ ประเทศที่รับซื้อข้าวจากไทย เพราะเราต้องขายแก่เขาในราคาต่ำ ซึ่งทำให้ประเทศไทยต้องขาดทุนอย่างยับเยิน มีผู้ประมาณการว่าจะแต่ละปีรัฐบาลจะขาดทุนประมาณ 80,000 – 100,000 ล้านบาท
       
       ประการที่สี่ นโยบายจำนำข้าวทำให้เกิดการทำลายเสรีภาพทางวิชาการและสร้างความขัดแย้งในสังคม เมื่อรัฐบาลมีแนวโน้มว่าจะทำนโยบายจำนำข้าวต่อไป นักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านและยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านโยบายนี้ขัดรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 หรือไม่ ปรากฏว่ารัฐบาลได้ใช้มวลชนเสื้อแดงอันเป็นกลไกทางการเมืองของรัฐบาลออกมาเคลื่อนไหวข่มขู่คุกคามนักวิชาการ โดยมีการใช้วิทยุชุมชนปลุกระดม บิดเบือนข้อเท็จจริง ใส่ร้ายป้ายสีให้มวลชนเกลียดชังนักวิชาการอย่างต่อเนื่อง
       
       ในวันที่ 1 ตุลาคม ก็ได้มีมวลชนนำรถเข้าไปปราศรัยโจมตีนักวิชาการที่นิด้าด้วยประโยคที่หยาบคาย ป่าเถื่อน และบิดเบือน ต่อมาวันที่ 2 ตุลาคม ก็ยกขบวนมวลชนอันพาลเสื้อแดงประมาณ 300 คน มาตั้งกลุ่มปราศรัยโจมตีนักวิชาการด้วยภาษาและท่าทีแบบเดิม และในวันที่ 3 ตุลาคม กลุ่มอันพาลเสื้อแดงที่จังหวัดนครราชสีมาได้ยกขบวนมาปิดถนนมิตรภาพ ที่หน้านิด้า วิทยาเขตอำเภอสี่คิ้ว
       
       การกระทำของอันพาลเสื้อแดงโดยการสนับสนุนและให้ท้ายของรัฐบลจึงเป็นการคุกคามเสรีภาพทางวิชาการซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 50 ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่เคยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งรัฐบาลใดที่ใช้มวลชนคุกคามเสรีภาพทางวิชาการ รัฐบาลยิ่งลักษณ์จึงเป็นรัฐบาลแรกที่มีการใช้มวลชนอันธพาลการเมืองของตนเองคุกคามเสรีภาพทางวิชาการ โดยมวลชนอันธพาลแดงพวกนี้อ้างตัวว่าเป็นชาวนา และยุยงให้ชาวนาขัดแย้งกับนักวิชาการและชนชั้นกลางในเมือง
       
       ถึงตอนนี้มาสู่คำตอบที่ว่าอะไรคือแรงจูงใจและความต้องการของทักษิณและยิ่งลักษณ์ในการดำเนินนโยบายจำนำข้าวต่อไปทั้งที่มีผลเสียต่อประเทศอย่างมหาศาล ผมคิดว่าน่าจะมีแรงจูงใจและต้องการอย่างน้อย 4 ประการคือ
       
       1) สร้างคะแนนนิยมจากกลุ่มชาวนาเพื่อใช้เป็นฐานมวลชนในการสู้รบทางการเมือง แม้ว่าชาวนาจะได้ประโยชน์จากโครงการนี้ไม่มากเท่ากับมูลค่าทั้งหมดของโครงการ แต่ก็สามารถเอาไปอ้างได้ว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทักษิณ ทำเพื่อคนจนเพื่อชาวนา อันเป็นวาทกรรมหลักที่พวกเขาใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อ และทำให้พวกเขามีอำนาจทางการเมืองมาโดยตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้
       
       2) กระจายเงินจากการทุจริตไปสู่กลุ่มนายทุนและเครือข่ายหัวคะแนน ที่เป็นพ่อค้าส่งออก นักการเมืองระดับชาติ และท้องถิ่น กลุ่มโรงสี และแกนนำอันธพาลแดง เพื่อใช้เป็นฐานทรัพยากรสำหรับเคลื่อนไหวทางการเมืองและการเลือกตั้งต่อไป
       
       3) การใช้ข้าวควบคุมอำนาจ ในปีถัดไปข้าวจะอยู่ในมือของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยทั้งหมด ทำให้พวกเขาสามารถใช้ข้าวเป็นกลไกในการควบคุมอำนาจทางการเมืองภายในประเทศ และใช้ต่อรองกับต่างประเทศเพื่อประโยชน์ของ นช. ที่อยู่ต่างแดน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       
       4) การใช้ข้าวเพื่อการทำลายล้าง โดยอาศัยการควบคุมข้าว ทำให้ข้าวขาดแคลน เกิดวิกฤติข้าวขึ้นมา จนนำไปสู่การจัดสรรปันส่วนข้าว และอาจทำให้เกิดจราจลในสังคมไทย ทั้งหมดอาจเกิดขึ้นได้หาก หาก นช. ที่อยู่ต่างแดนไม่ได้รับการตอบสนองตามที่เขาปรารถนา
       
       นโยบายจำนำข้าวจึงนับว่าเป็นนโยบายที่สร้างความหายนะแก่สังคมไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน เพราะทั้งทำลายรัฐธรรมนูญ สร้างการผูกขาดตัดตอน การทุจริตอย่างเป็นระบบแบบบูรณาการ การคุกคามเสรภาพทางวิชาการ สร้าง” อันธพาลรัฐ” ขึ้นมา และจะกลายเป็นเครื่องมือในการควบคุมอำนาจทางการเมืองและทำลายความมั่นคงของประเทศได้
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
มหาสยามยุทธกับความจริงบางแง่มุม
ขบวนการเสื้อแดงยามตะวันตกดิน
จุดยืนของ ผบ.ทบ.กับการปรับยุทธศาสตร์ของฝ่ายประชาชน
ปลายมีนาได้เวลาที่ประชาชนจะเขียนประวัติศาสตร์ด้วยตนเอง
ธรรมชาติของเวลาและการปฏิรูปประเทศ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 41 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 13 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รู้แล้วได้อะไร ? ไม่เห็นใครที่คิดจะแก้ แก้ไม่ได้ ไม่ได้แก้
อาตี๋
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จากสถาการณ์ที่ผ่านมา น้ำท่วมจังหวัดที่มีการทำนาปริมาณมาก เป็นเวลานาน (ไม่ต้องบอกว่าฝีมือใคร)
ชาวนาไม่ได้ทำนาแบบต่อเนื่องเหมือนดังทุกปีที่ผ่านมา
ประกอบกับข้าวที่ปลูกเสียหายไปมากมาย
หากวิเคราะห์ ให้ดีปีนี้ควรจะมีปริมาณข้าวน้อยมาก ถ้าเทียบกับในอดีต แต่ทำไมงบส่วนนี้ถึงสูงมากมาย รัฐบาลกล้าออกมาเปิดเผยหรือเปล่าว่าข้าวที่รับจำนำมา มาจากแหล่งไหนบ้าง เท่าไหร่ ตรวจสอบได้ไหม แล้วทำไมระบบรับจำนำ โรงสี โครงการนี้ ถึงตรวจสอบไม่ได้
คนไทยก็จะได้กินข้าวหอมมะลิเขมร ก็งานนี้แหละ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หายนะ อย่างเดียว ที่หัวหน้า รบ.ตัวจริงต้องการ เพื่อจะกลับเข้ามาใช้เงินพวกนี้ซื้อประเทสภายหลัง
janras
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลูกสาวทำงานที่สนง.เกษตรอำเภอชาวนาทุกครอบครัวรอรับแต่เงินค่าน้ำท่วม/แล้ง/ภัยพิบัติอื่นๆจนคิดไม่ได้ว่าต้องพึ่งตนเองอย่างไร ความอดทน ขยัน ซื่อสัตย์ ไม่มีแล้วในหมู่ชาวนา มีแต่อยากกู้ยืม ไม่กลัวหนี้สิน เรียกร้องเอาจากรัฐเท่านั้น การจำนำข้าวพวกเขาก็ชอบมาก ไม่เคยรับรู้เลยว่านักการเมืองมันหลอกลวง มันโกง มันปล้นชาติอย่างไร ในหมู่บ้านก็ดูแต่ทีวีเสื้อแดง ถ้าข้าราชการคนไหนไม่สนองตอบชาวนาก็จะไปบอกนักการเมืองท้องถิ่น สังคมไทยเราอย่างนี้และจะเป็น
มากยิ่งขึ้น ความรู้ดีๆที่อจ.เขียนไม่รู้ถึงชาวนาเลย ชวนายังมืดมนมืดบอดอยู่
หนองคาย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันกำลังแยกมวลชนออกเป็นฝ่ายโดยใช้การจำนำข้าวเป็นเครื่องมือ นี่คือผลพลอยได้นอกจากหัวคิวที่หักไป
วันไหนที่เป็นวันป่าช้าแตก(้Hell break loose) มันจะได้คนจำนวนส่วนหนึ่งที่ได้ซื้อเอาไว้ลุกขึ้นมาช่วยเป็นเกราะป้องกันอย่างน้อยก็พักหนึ่ง หรือไม่ก็ต้องแบ่งเหนือแบ่งใต้กันเลย เมาก็ใช้แบบนี้ คล้ายๆกัน โฮก็แบบนี้ บอลเชวิคก็แบบนี้ อินโดก็แบบนี้ อาหรับสปริงก็แบบนี้
เงินเยอะยังไม่พอ ต้องคลั่งอำนาจด้วย ใช้คน(เลว)เป็น
ทะเยอทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด แล้วไอ้ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ มีแผนชวนคนอื่นมาถล่มบ้านตัวเอง อันนี้รับไม่ได้สุดๆ
กรุงจะแตกอีกแล้ว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เป็นไร รอนับเงินให้แม่นเหมือนรัฐบาลกรีซว่าจะเหลือถึงพ.ย.ไปกี่เดือน เพราะคนไทยไม่มีจิตสำนึกทำเพื่อส่วนรวม นักธุรกิจที่มีเงินมีโอกาสกว่าประชาชนหาเช้ากินค่ำก็ไม่รวมตัวต่อต้านไม่ใส่ใจแต่สนใจเรื่องตัวเอง ไม่สนใจประโยชน์ของประเทศที่ทำให้คุณมีเงินมากมายมหาศาล ท่านเหลี่ยมจึงสบช่องเห็นไทยลัลล้ากัน กว่าจะกล้าก็ได้กินจนพุงจะแตก ประเทศย่อยยับมันไม่สนใจอยู่แล้ว ทำลายประเทศไทยได้มากเท่าไร ท่านเหลี่ยมก็กระเป๋าบวมหัวเราะจนกรามหักได้มากเท่านั้น
คนไทย 90% มีนิสัยลัลล้า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014