หน้าแรกผู้จัดการ Online | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์
ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ณ บ้านพระอาทิตย์ โดย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

ข้อเสนอสูตร "ล้างพิษตับ"ระยะสั้นจากอาจารย์แพทย์ศิริราช

โดย ผู้จัดการรายวัน
22 มีนาคม 2556 17:54 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ข้อเสนอสูตร ล้างพิษตับระยะสั้นจากอาจารย์แพทย์ศิริราช

ข้อเสนอสูตร ล้างพิษตับระยะสั้นจากอาจารย์แพทย์ศิริราช

ข้อเสนอสูตร ล้างพิษตับระยะสั้นจากอาจารย์แพทย์ศิริราช

ณ บ้านพระอาทิตย์
       โดย : ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
       
       ผมได้รับข้อมูลจาก รศ.นพ.สำเริง รัตนระพี อาจารย์แพทย์ศิริราช ที่ได้เขียนบทความมาชิ้นหนึ่งส่งมาให้ ในหัวข้อที่ชื่อว่า "วิธีล้าง (พิษ) ตับระยะสั้น" และเห็นว่าจะเป็นประโยชน์และสร้างทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการล้างพิษตับอีกวิธีหนึ่งได้ จึงได้ขออนุญาตเผยแพร่บทความของ รศ.นพ.สำเริง รัตนระพี ดังนี้
       
        ทำไมต้องล้าง (พิษ) ตับ
       
        - ตับของเรามีอายุเท่ากับเรา เราอายุ 50 ปี ตับของเราก็อายุ 50 ปี เราอายุ 60 ปี ตับของเราก็อายุ 60 ปี เช่นเดียวกัน
       
        - ตับเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย มีน้ำหนักประมาณ 2% เช่น เราหนัก 60 ก.ก. ตับของเราจะหนักประมาณ 1,200 กรัม
       
        - ตับมีหน้าที่สำคัญมากกว่า 500 อย่าง ที่เรารู้กันเป็นอย่างดีก็คือหน้าที่กำจัดสารพิษต่างๆ อาหารทุกคำ ยาทุกเม็ด ที่เรากินล้วนมีสิ่งที่ตับต้องกำจัดทั้งสิ้น
       
        - ตับเป็นต่อมมีท่อใหญ่ที่สุด สิ่งที่ตับสร้างคือ น้ำดี (bile) เซลล์ตับปกติทุกเซลล์จะสร้างน้ำดี (bile) น้ำดีที่สร้างจะไหลไปตามท่อเล็กๆ ซึ่งมองด้วย กล้อง จุลทรรศน์ ธรรมดาไม่เห็น เรียกว่า “bile canaliculi” แล้วรวมกันถึงท่อน้ำดีที่ ใหญ่ขึ้นในตับ เรียก “bile duct” ตับมี 2 กลีบ (lobes) ท่อน้ำดีจากทั้ง 2 กลีบ จะ รวมตัวกันเป็น “hepatic duct” จะไปเชื่อมต่อกับท่อน้ำดีที่ไหลไปยังถุงน้ำดี (gallbladder)
       
        - ตับปกติของผู้ใหญ่จะสร้างน้ำดีวันละหลายลิตร ส่วนใหญ่จะไหลเข้าสู่ลำไส้เล็ก ส่วนที่ 2 ของลำไส้เล็กช่วงแรก (second part of duodenum) มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะไปเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี (ไม่เกิน 100 cc)
       
        - เมื่อตับกำจัดพิษจากสิ่งที่เรากินเข้าไป กากหรือขยะของสารพิษจะถูกขับออกจากตับได้ 2 วิธี
       
       1.ถ้าเป็นสารละลายน้ำได้จะถูกกำจัดออกทางไต
       
       2.ถ้าเป็นสารที่ไม่ละลายในน้ำ ตับจะอาศัยน้ำดีนำไปทิ้งที่ลำไส้เล็กกลายเป็น อุจจาระต่อไป และขยะที่กำจัดไม่ได้จะสะสมอยู่ในตับ
       
        - ตับทำงานตลอดเวลา และเป็นอวัยวะหนึ่งซึ่งไม่เคยพักเลย (เช่นเดียวกับ หัวใจ และปอด)
       
        - ตับเป็นทั้งโรงงานผลิต โรงกำจัดพิษ และโกดังสะสมทั้งสิ่งที่เป็น และไม่เป็นประโยชน์ ต่อร่างกาย เช่น ไขมัน
       
        - เครื่องยนต์ของรถ เรือ หรือพาหนะใดๆ ต้องการการทำความสะอาดทั้งสิ้น ตับก็ต้องการเช่นกัน
       
        -ตับที่สะอาดจะทำงานได้ดีขึ้นกว่าตับที่สะสมกากขยะไว้ทั้งในตับเอง และในถุงน้ำดี
       
        อ่านถึงจุดนี้ พวกเราคงไม่สงสัยว่า การล้าง (พิษ) ตับ น่าจะเป็นประโยชน์นะ
       
        หลักการ และเหตุผล
       
        - การที่ตับต้องทำงานตลอดเวลาเพราะเรากิน
       
       - ถ้าเราหยุดกิน ตับก็จะได้พัก ระบบย่อยอาหารทั้งหมดก็จะได้พักด้วย
       
        - สังเกตไหมว่าเวลาเราป่วย ความอยากอาหารจะหมดไป ร่างกายเราบอกว่าขอหยุดทำงานก่อน หลักการนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในวิธีล้าง (พิษ) ตับได้
       
       - บางคนอาจมีประสบการณ์ทำ “detox” หมายถึงการสวนล้างลำไส้ (ด้วยน้ำ, น้ำสมุนไพร, กาแฟ หรืออื่นๆ) สามารถนำมาใช่ร่วมกับวิธีการของเราได้ด้วย ทำก็ได้ไม่ทำก็ได้
       
        - ตับที่พักการทำงานไประยะหนึ่งเมื่อถูกกระตุ้น จะสร้างน้ำดี (ซึ่งหยุดทำไประยะหนึ่งแล้ว) อย่างมากมาย น้ำดีที่ตับสร้างขึ้นนี้มีปริมาณมาก และ สามารถนำสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาจากระบบท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ออกมาทางอุจจาระได้อย่างไม่น่าเชื่อ ตัวกระตุ้นปฏิกิริยานี้ได้รับการพิสูจน์จากนานาประเทศที่เรียนรู้วิธีนี้มานานแล้ว ก็คือ “น้ำมันมะกอก” ชนิด extra vergin olive oil (หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป)
       
        วิธีการ
       
        - ส่วนใหญ่พวกเราก็ยังทำงานกันอยู่ คิดแล้วดีที่สุดสำหรับพวกเรา คือ ให้วิธีการสิ้นสุดในวันเสาร์ ซึ่งพวกเรามักอยู่บ้าน แต่ถ้าใครทำงานวันเสาร์ด้วย ก็ให้เลื่อนวันเอาเอง คิดว่าเป็นวันเสาร์ก่อนก็แล้วกันนะ
       
        - วันอังคาร กินอาหารตามปกติจน 15:00 น. จากนั้นดื่มได้แต่น้ำ (ถ้าเป็นน้ำด่างที่เรียก alkaline water) จะดีมาก จะสวนล้างลำไส้หรือไม่ก็ได้ ยากินเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น
       
        - วันพุธ และพฤหัสบดี งดอาหารทุกชนิด ดื่มได้เฉพาะน้ำผลไม้ที่ไม่มีกาก ดีที่สุดคือน้ำแอปเปิ้ลเขียวที่ปั่นแยกกากออกแล้ว วันละ 3 – 5 แก้ว น้ำผลไม้ แนะนำให้เป็นน้ำผลไม้สด ไม่แนะนำน้ำผลไม้บรรจุกล่อง (UHT) ถ้าหาไม่ได้จริงๆ น้ำมะขามเข้มข้น (ซื้อได้จากร้านดอยคำ) นำมาผสมน้ำดื่มก็ได้ ดื่มวันละ 3 – 5 แก้ว เช่นเดียวกัน หลัง 15:00 น. หยุดดื่มน้ำผลไม้ ดื่มน้ำได้ทั้งวัน ถ้าใครสวนล้างลำไส้อยู่แล้วก็ทำตามปกติ ถ้าไม่สวน แนะนำให้กิน ดีเกลือ (MgSO4) 1 ช้อนชา ผสมน้ำมะนาว 1 ลูก ตอนประมาณ 18:00 น.
       
        - วันศุกร์ 6:00 – 8:00 น. กินดีเกลือ 1 ช้อนชาผสมน้ำมะนาว 1 ลูก ดื่มน้ำผลไม้ได้เช่นเดียวกับวันพุธ และพฤหัส หยุดดื่ม 15:00 น.
       
        18:00 น. และ 20:00 น. กินดีเกลือ 1 ช้อนชา ผสมน้ำมะนาว 1 ลูก อีก 2 มื้อ
       
        22:00 น. ดื่มน้ำมันมะกอกประมาณ 150 – 200 cc ผสมน้ำมะนาว 150 – 200 cc และเกลือป่นครึ่งช้อนชา เขย่าให้เข้ากันให้มากที่สุด ดื่มให้หมดในเวลา 10 นาที (ส่วนใหญ่ 1 นาทีก็หมดแล้ว) แนะนำให้แช่เย็นเล็กน้อย ใส่แก้วใหญ่ๆ ดื่มติดต่อกันให้หมดในคราวเดียว การจิบทีละน้อยมักไม่สำเร็จ (ใช้มะขามเปียกคลุกเกลือป่นมาป้ายลิ้นก่อนและหลังดื่มน้ำมันมะกอกจะช่วยลดความคลื่นไส้ ได้ดี)
       
       ขั้นตอนการดื่มน้ำมันมะกอกนี้สำคัญที่สุดในขบวนการนี้ ถ้าอาเจียน การที่เราพยายามเตรียมร่างกายมาหลายวันจะเปล่าประโยชน์ เราต้องกลั้นอาเจียนจนถึง 2:00 น. (4 ชม. หลังดื่มน้ำมันมะกอก) ถ้าจะนอนให้สบาย ให้นอนยกศีรษะสูง และตะแคงขวา อาจใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบหน้าท้องข้างขวาส่วนบน หรือใต้ชายโครงซึ่งเป็นตำแหน่งของตับด้วยก็ได้
       
        - วันเสาร์ 6:00 – 8:00 น. กินดีเกลือ 1 ช้อนชา ผสมน้ำมะนาว 1 ลูก เมื่อถ่ายอุจจาระให้สังเกตอุจจาระที่ถ่ายออกมา (ซึ่งเราเชื่อว่าจากการอดอาหารมาหลายวัน บวกกับการกินดีเกลือ (หรือสวนล้างลำไส้) ด้วย ไม่น่าจะมีอุจจาระตกค้างในสำไส้ของเราอีกแล้ว) ทุกสิ่งที่เราขับถ่ายออกมากน่าจะมาจากระบบท่อน้ำดี ในตับ, นอกตับ และถุงน้ำดี สิ่งที่พวกเราเคยได้เห็นกันมีทั้งไขมัน, ตะกอนน้ำดี (bile salt) ไปจนถึงนิ่ว (stone) จากถุงน้ำดี ส่วนใหญ่จะมีกลิ่นเหม็น กว่าอุจจาระปกติ ตลอดวันเสาร์ และอาทิตย์ อาจมีการถ่ายอุจจาระอีกหลายครั้งขึ้นอยู่กับการทำงานของลำไส้ในแต่ละคน
       
        - ตั้งแต่ 12:00 น. ของวันเสาร์เริ่มกินอาหารได้ แนะนำอาหารอ่อนย่อยง่าย และร้อนๆ จบขั้นตอนแล้วไม่ยากใช่ไหม?
       
        สรุป
       
        -การล้าง (พิษ) ตับจะมีผลต่างกันไปในแต่ละคน เกือบทั้งหมดจะดีขึ้น (ตับทำงานดีขึ้น) ที่เห็นชัด คือ เบาหวาน, ความดัน, cholesterol, trigleceride เป็นต้น
       
        -ไม่แน่ใจติดต่อผมส่วนตัวได้ครับ
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
อึ้ง! เบื้องหลัง ก๊าซ LPG ตลาดโลกอยู่ที่กิโลกรัมละ 10.63 บาท แต่ก๊าซ LPG ไทยขายปลีกที่ 20.29 บาท !?
ร้องไห้หนักมาก!! เมื่อรู้เบื้องหลังว่าทำไม ดีเซลพม่า 14 บาท แต่ดีเซลไทย 19 บาท !?
เปิดเบื้องหลัง ทำไมราคาน้ำมันไทยยังไม่ลดลงตามตลาดโลก !?
“ราคาปิโตรเลียมลดลงทั่วโลก” รัฐบาลพลเอกประยุทธ์มี “วิสัยทัศน์”อะไรบ้างหรือยัง?
ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เปิดหลักฐานและเปิดเทปบันทึกเสียง ใครลักไก่ "กฎหมายพลังงาน" เข้าคณะรัฐมนตรี !?
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 139 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2016