หน้าแรกผู้จัดการ Online | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์
 

ไทยลอกคราบเขมรหมดไส้ ทิ่มหมัดน็อกพิฆาตแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 20 เมษายน 2556 08:00 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ไทยลอกคราบเขมรหมดไส้ ทิ่มหมัดน็อกพิฆาตแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน
นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ - หลังจากฝ่ายกัมพูชานำโดย “นายฮอร์ นัมฮง” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดฉากกล่าวหาไทยด้วยถ้อยแถลงทางวาจาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลกเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2556 หัวใจคนไทยทั้งชาติก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม แม้จะรู้ว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นเท็จและคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงก็ตาม
       
       กระทั่ง นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ นำทีมกฎหมายฝ่ายไทย ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงด้วยวาจาตอบโต้ข้อกล่าวหาของกัมพูชา หัวใจของคนไทยจึงกลับมาพองโตอีกครั้ง เพราะทีมกฎหมายฝ่ายไทยสามารถหาหลักฐานมาตอบโต้กัมพูชาได้เป็นอย่างดี
       
       ในการแถลงด้วยวาจาต่อศาลโลกของไทยเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2556 มีประเด็นสำคัญคือการแสดงให้เห็นว่าฝ่ายไทยปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลโลกในปี พ.ศ. 2505 ครบถ้วนกระบวนความ ฝ่ายกัมพูชาต่างหากที่โกหกปลิ้นปล้อน ปลอมเอกสาร เพื่อขอให้ศาลตีความคำพิพากษาเดิมโดยหวังใช้เป็นเส้นเขตแดนหวังฮุบพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ทั้งที่ศาลได้ปฏิเสธที่จะมีคำพิพากษาในประเด็นดังกล่าวไปเมื่อ 50 ปีที่แล้ว
       
       ทั้งนี้ ทีมกฎหมายฝ่ายไทยระบุชัดว่าข้อพิพาทเป็นผลมาจากการขึ้นทะเบียนมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว พร้อมย้อนเกล็ดกลับไปอย่างเจ็บแสบว่า “สมเด็จกรมพระนโรดมสีหนุ” อดีตกษัตริย์กัมพูชา มาร่วมเฉลิมฉลองการมอบปราสาทโดยไม่ขัดข้องเรื่องรั้วลวดหนามที่ไทยจัดทำขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี 2505
       
       ที่สำคัญคือ ทีมกฎหมายไทยลากไส้ The annex 1 map ออกมาได้อย่างชัดเจน และย้ำให้ เห็นว่าศาลโลกไม่มีอำนาจรับตีความคดีนี้
       
       นายวีรชัย ชี้ให้ศาลเห็นว่า ข้อพิพาทปัจจุบันเกิดจากการเรียกร้องดินแดนใหม่ของกัมพูชา เพื่อยื่นเสนอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียว ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวกับคดีเดิมซึ่งเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือปราสาทซึ่งได้รับปฏิบัติแล้วทันทีภายหลังจากการมีคำพิพากษา โดยมติคณะรัฐมนตรีได้กำหนดขอบเขตบริเวณใกล้เคียงปราสาทโดยสร้างรั้วและป้าย และเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2505 ไทยก็ได้คืนปราสาทให้กัมพูชาพร้อมถอนกำลังทหารออกจากบริเวณนั้น กัมพูชาได้แสดงความพึงพอใจโดยหัวหน้าทางการทูตของกัมพูชาต่อหน้าที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ และประมุขของรัฐกัมพูชาที่เดินทางไปทำพิธีครอบครองปราสาทอย่างเป็นทางการ
       
       จนกระทั่งถึงช่วงปี 2543 กัมพูชามีการรุกล้ำเส้นมติคณะรัฐมนตรีเข้ามาในดินแดนไทย ทำ ให้เกิดการประท้วงอย่างหนักจากไทย และข้อพิพาทใหม่นี้ชัดเจนขึ้นในปี พ.ศ. 2550เมื่อกัมพูชาเสนอแผนผังเพื่อการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารฝ่ายเดียวต่อคณะกรรมการมรดกโลก ในการประชุมสมัยที่ 31ซึ่งดินแดนที่กัมพูชาอ้างล้ำเข้ามาในดินแดนไทยประมาณ4.6 ตารางกิโลเมตร
       
       นายวีรชัย กล่าวด้วยว่า พื้นที่พิพาทประมาณสี่ตารางกิโลเมตรครึ่งไม่ใช่ “บริเวณใกล้เคียง” ปราสาทตามนัยของวรรคปฏิบัติการที่ 2 ของคำพิพากษาเมื่อปี 2505 ทั้งนี้ ตรงข้ามกับสิ่งที่กัมพูชาอ้าง ผืนดินแดนไทยซึ่งกัมพูชาเรียกร้องตั้งแต่ปี 2550 ไม่ใช่และไม่อาจจะเป็นบริเวณใกล้เคียงปราสาทตามนัยของคำพิพากษาเมื่อปี 2505 เพราะในคำร้องในคดีเดิม กัมพูชามิได้เรียกร้องพื้นที่ขนาดนี้ และเรื่องเขตแดน ดังนั้น ศาลไม่สามารถตัดสินเกินคำร้อง และให้ในสิ่งที่กัมพูชาไม่ได้ขอ
       
       และแม้ในคำขอเพิ่มเติมของกัมพูชาในขณะนั้นเกี่ยวกับเส้นเขตแดนและสถานะทางกฎหมายของแผนที่ภาคผนวก 1 ซึ่งศาลไม่รับไว้พิจารณา ก็ไม่มีการระบุถึงพื้นที่ 4.6ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นสิ่งที่อธิบายความลำบากของกัมพูชาที่จะพิสูจน์ความมีอยู่ของพื้นที่พิพาทดั้งเดิม โดยทำได้อย่างมากก็ปลอมแปลงเอกสารจดหมายเหตุและโต้แย้งด้วยเส้นจากภาคผนวก 49 ของคำให้การแก้ฟ้องของไทยเมื่อปี 2504 ที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด
       
       นายวีรชัยกล่าวว่า แม้ว่า กัมพูชาจะเน้นเรื่องการเคารพต่อศาล กัมพูชาก็ได้ดำเนินการที่ไม่เหมาะสมทางคดีเพื่อที่จะทำให้ศาลเข้าใจผิดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงต่างๆ อาทิ การเสนอหลักฐานเดียวที่พิสูจน์พื้นที่ที่อ้างว่าเป็นพื้นที่พิพาทเดิมประมาณสี่ตารางกิโลเมตรครึ่ง กล่าวคือร่างแผนที่ ซึ่งหนึ่งในการปรากฏร่างปรากฏอยู่ในหน้าก่อนหน้า 77 ของคำตอบแก้ของกัมพูชา ซึ่งเป็นการปลอมแปลงแผนที่ฉบับที่ 3 และ 4 ของภาคผนวก 49 ของคำให้การแก้ฟ้องของไทยที่นำมาซ้อนกันในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ และยังได้แถลงอย่างผิดๆ เกี่ยวกับหลักฐานอื่นๆ รวมทั้งแผนที่ภาคผนวก 1 ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเป็นแผนที่ที่แนบคำขอแรกเริ่มของกัมพูชา แต่กลับถูกนำไปอ้างในเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชา ณ กรุงปารีส ว่าเป็นแผนที่ที่ได้รับการรับรองจากศาลยุติธรรมระหว่างประเทศว่าเป็นภาคผนวก 1 ของคำพิพากษาฯ
       
       นอกจากนี้ ยังเสนอแผนที่ภาคผนวก 1 ต่อศาลคนละฉบับกับที่ได้เสนอในคำขอแรกเริ่ม ซึ่งแน่นอนว่าต่างแสดงปราสาทอยู่ในฝั่งกัมพูชา แต่เส้นเขตแดนที่แสดงในแผนที่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกัมพูชาขอให้ศาลพิจารณาเส้นเขตแดนของแผนที่ภาคผนวก 1 แต่ว่าพูดถึงแผนที่ฉบับไหน เส้นไหน
       
       ซ้ำร้ายหนังสือข้อมูลที่ประชาชนไทยควรทราบเกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหาร และการ เจรจาเขตแดนไทย- กัมพูชา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศของไทยตีพิมพ์ เพื่อพยายามจะหาหลักฐานมาสนับสนุนข้อพิพาท4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งระบุถึงพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทใหม่ โดยดำเนินการแปลอย่างไม่ถูกต้องและเลือกที่จะอ้างถึงวรรคที่ไม่ปะติดปะต่อกัน ซึ่งไทยได้เสนอคำแปลที่ถูกต้อง และแสดงให้เห็นว่ากัมพูชาได้ดำเนินการที่ไม่เหมาะสมซึ่งอาจทำให้ศาลเข้าใจผิดได้อย่างไร
       
       จากนั้นทนายความฝ่ายไทย โดย น.ส.อลินา มิรอง ได้แถลงตอกย้ำถึงความผิดปกติของ แผนที่ อัตราส่วน 1 ต่อ 2 แสน หรือแผนที่แนบท้ายภาคผนวกที่ 1 ที่ฝ่ายกัมพูชาได้นำเสนอต่อคณะผู้พิพากษา ว่าในคำร้องฝ่ายกัมพูชาได้ใช้แผนที่มาอ้างอิงหลายฉบับ โดยนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ได้ให้ความเห็นไว้ว่า แผนที่ที่กัมพูชานำมาอ้างอิงนั้น ในทางสากลไม่สามารถนำมาปฏิบัติใช้ได้จริง เพราะมีความผิดพลาดทางภูมิประเทศ
       
       ส่วนกรณีที่ฝ่ายกัมพูชา ระบุหลายครั้งว่า ศาลโลกได้รับรองแผนที่ตามภาคผนวกที่ 1 ตามคำพิพากษาปี 2505 เมื่อทีมต่อสู้คดีนี้ของไทยไปค้นดูคำพิพากษาที่มีความยาวกว่า 1,500 หน้า ไม่ปรากฏการบันทึกใดที่เป็นการรับรองแผนที่ฉบับดังกล่าว อีกทั้งไม่ปรากฏว่าในการพิพากษาในปี 2505 ศาลโลกได้ใช้แผนที่ฉบับใดมาเป็นหลักในการพิจารณา
       
       ถ้านำแผนที่เก่าของกัมพูชามาวางไว้แผนที่ปัจจุบัน จะพบว่าไม่มีความแม่นยำ แต่ไม่ทราบว่ามีการนำแผนที่มาสับเปลี่ยนกันหรือไม่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมกัมพูชา หากเราจะตัดสินจากความละอายของกัมพูชาที่ไม่มีการโต้แย้งในเรื่องนี้ สิ่งที่ทนายฝ่ายกัมพูชาให้ถ้อยแถลงต่อคณะผู้พิพากษาเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ระบุว่า แผนที่ที่ได้นำเสนอนั้นเป็นการขีดเส้นตัดกันระหว่างแผนที่ในภาคผนวก 1 และแนวเส้นสันปันน้ำ ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากการถ่ายทอดแผนที่ในอดีตมายังแผนที่ปัจจุบันมีความยาก เพราะต้องใช้วิธีทางคณิตศาสตร์
       
       และหากนำแผนที่ตามถ้อยแถลงของทนายฝ่ายกัมพูชามาอ้างอิง จะพบว่าส่วนที่ตัดกันนั้นอยู่ห่างจากตัวปราสาทมากถึง 6.8 กม. และที่สำคัญ ผู้เชี่ยวชาญหน่วยวิจัยเขตแดนระหว่างประเทศ ระบุว่า วิธีการของกัมพูชาจะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนของแผนที่มากถึง 500 เมตร ในทางตอนเหนือของปราสาทพระวิหาร ดังนั้น เห็นชัดว่ากัมพูชาไม่สนใจในความถูกต้องของภูมิประเทศรอบปราสาท รวมถึงภูมะเขือ และเทือกเขาพนมดงรัก ทั้งที่เป็นพื้นที่ที่สำคัญ และไม่สามารถพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ภายในเวลา 50 ปี
       
       น.ส.อลินา กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ 4.6 ตร.กม.ทางกัมพูชาไม่มีแผนที่ที่สามารถพิสูจน์พื้นที่ได้แน่นอน แม้จะอ้างว่าปราสาทพระวิหารนั้นจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรกดกโลกแล้ว เพราะตามแผนที่ที่ศาลโลกใช้ประกอบการตัดสินคดีเมื่อปี 2505 แต่ข้อเท็จจริงยูเนสโก ได้ใช้แผนที่ของปี 2011 ส่วนหลักฐานเกี่ยวกับพื้นที่ 4.6 ตร.กม. เป็นสิ่งที่น่าประหลาดว่ากัมพูชาได้ยื่นเพิ่มเติมหลังจากจบการนำเสนอ
       
       ทนายฝ่ายไทยกล่าวอีกว่า กัมพูชาได้อ้างอิงในสนธิสัญญาปี 1904 ว่าได้ให้อำนาจอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่สนธิสัญญาดังกล่าวไม่ได้พูดถึงตัวปราสาทพระวิหาร ระบุเพียงแค่เขตแดนในแผนที่ฉบับอื่นๆ เช่น แผนที่ในปี 1937 ที่แสดงให้เห็นว่าตัวปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตของกัมพูชา แต่ไม่สามารถใช้กำหนดเขตแดนได้ เพราะไม่ชัดเจนในแง่ภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ, แผนที่ปี 1947 ที่ประเทศไทยได้เสนอต่อคณะกรรมการประนอมระหว่างสยาม-ฝรั่งเศส มีลักษณะคล้ายกับแผนที่ภาคผนวก 1 คือแสดงให้เห็นว่าปราสาทพระวิหารอยู่ทางตอนใต้ของเส้นเขตแดน แต่ส่วนอื่นๆ ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ดังนั้น ทำให้คณะพิพากษาปี 1962 ไม่ได้ให้คุณค่าที่จะใช้พิสูจน์เขตอธิปไตย
       
       “ประเด็นที่กัมพูชาขอให้ศาลวินิจฉัยว่าแผนที่ภาคผนวก 1 เป็นเส้นเขตแดนหรือไม่ ทั้งที่ไม่มีความชัดเจน แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายกัมพูชาต้องการให้ศาลเห็นชอบให้ใช้เส้นตามแผนที่ภาคผนวก 1 เป็นเส้นเขตแดน และหากพิจารณาตามแผนที่ 85D เท่ากับกัมพูชามีความต้องการขยายอาณาเขตเดิม มาในพื้นที่ 4.6 ตร.กม.ด้วย” น.ส.อลินา กล่าวสรุป
       
       โดนัล เอ็ม แมคเรย์ ทนายความฝ่ายไทย กล่าวว่า กัมพูชาพยายามขอให้ศาลตัดสินในสิ่งที่ศาลเคยปฏิเสธ เป็นการขอให้ศาลยืนยันสมมติฐานที่ว่าเขตแดนเป็นไปตามเส้นบนแผนที่ภาคผนวก 1 มาตราส่วน 1:200,000 และหากกัมพูชาตั้งคำถามตรงๆ ก็จะได้คำตอบว่า ศาลในปี 2505 ปฏิเสธคำขอกัมพูชา และศาลในวันนี้ควรจะปฏิเสธที่จะตัดสินเช่นกัน
       
       อแลง แปลเล่ต์ กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลโลกเมื่อปี 2505 เห็นได้ชัดว่า ศาลจงใจไม่พูดถึงเรื่องเส้นเขตแดน โดยต่อมาในปี 2543 ไทยและกัมพูชาได้ลงนามในเอ็มโอยูเพื่อเป็นกรอบการจัดทำหลักเขตแดน ไม่มีส่วนใดที่ระบุถึงคำพิพากษาปี 2505 ตามที่กัมพูชาอ้าง การนิ่งเฉยของทั้งสองฝ่าย คือ ไทยและกัมพูชา สะท้อนให้เห็นว่ามาจากการเห็นตรงกันแล้วถึงคำพิพากษาปี 2505 ตลอดจนการดำเนินการใดๆ ของไทย อาทิ การติดตั้งประตูทางเข้าออกสู่ปราสาท ห่างไปจากตอนเหนือของปราสาทราว 100 เมตร กัมพูชาก็ไม่เคยทักท้วงหรือต่อต้าน ดังนั้นถือว่ากัมพูชายอมรับแล้ว
       
       อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งก็คือ การที่ “นายอับดุลคาวิ อะห์เม็ด ยูซูฟ” หนึ่งในคณะผู้พิพากษาศาลโลก ขอให้ไทยและกัมพูชากำหนดพิกัดทางภูมิศาสตร์ หรือชี้แผนที่บริเวณที่เป็นดินแดนที่แต่ละฝ่ายคิดว่าเป็นบริเวณของปราสาทพระวิหาร (Vicinity) ในช่วงท้ายหลังจากที่ฝ่ายไทยจบคำแถลงด้วยวาจา ซึ่งถือเป็นคำถามสำคัญยิ่ง
       
       นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา วิเคราะห์ว่า ไทยได้โต้แย้งคำให้การของกัมพูชา จนสามารถฉีกแผนที่ภาคผนวก 1 (Annex I) ซึ่งกัมพูชาใช้เป็นข้ออ้างได้เป็นชิ้นๆ ทำให้โอกาสที่ศาลจะตัดสินให้เป็นไปตามความต้องการของกัมพูชามีน้อย ประกอบกับศาลไม่น่าที่จะกล้าเสี่ยงวินิจฉัยเกินเลยขอบเขตคำพิพากษาเดิม ย่อมมีความเป็นไปได้ที่ศาลจะกำหนดพิกัดขึ้นมาเอง เพื่อให้เป็นเขตของตัวปราสาท เหมือนที่ศาลเคยกำหนดเขตในคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
       
       อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีพิกัด Vicinity นั้น ทำให้คาดการณ์ได้ว่าศาลอาจจะกำหนด Vicinity ของปราสาทขึ้นมาเอง แม้ไม่ใช่จากเส้นตาม annex 1 map แต่ก็น่าจะไม่ใช่เส้นตามมติ ครม. 10 กรกฎาคม 2505 คำถามคือคนไทยส่วนใหญ่จะยอมให้รัฐบาลปฏิบัติตามหรือไม่ ??
       
       ถึงตรงนี้ ถึงที่สุดแล้ว แม้ว่าฝ่ายไทยจะสามารถลากไส้ ทำลายความน่าเชื่อถือของกัมพูชากลางศาลโลก แต่ไม่แน่ว่า “กรรมการ” จะกดคะแนนให้หรือไม่ เพราะเรื่องเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วอย่างกรณีอย่างนักมวยไทยชื่อดังขวัญใจชาวไทย “แก้ว พงษ์ประยูร” ที่ถูกปล้นเหรียญทองโอลิมปิกชนิดที่ว่าชกเข้าเป้ามากกว่าคู่แข่งขันอย่างเห็นได้ชัดแต่กลับเป็นฝ่ายแพ้คะแนนในที่สุด
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
รัฐธรรมนูญ ปฐมอำนาจ กับความรับผิดชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
น้ำผึ้งเริ่มขมแล้ว...ขอบอก!
ASTV จะยืนหยัดจนลมหายใจสุดท้าย / ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
เผด็จการสุดๆ - เพื่อใครเท่านั้น?
“โค้ชเช” เซย์ กู๊ด บาย
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 32 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 42 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากขอให้ท่าน สาปแช่งไอ้สุรพงษ์ ไอ้หัวล้าน ขอให้มรตกนรกหมกไหม้ในเร็ววัน การที่มันเอาพระสยามเทวาธิราชไปให้ฮอนำฮง มันต้องการแสดงนัยยะอะไร ของคู่บ้านคู่เมืองที่แสดงถึงผู้ปกป้องแผ่นดิน แสดงถึงพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ เอาไปเป็นของกำนัน ศัตรู มันต้องการบอกอะไร บอกว่ารัฐไทย ย่อมศิโรราบกับเขมร ย่อมเป็ข้าทาสเขมร หรือย่อมเป้นประเทศราชของเขมร นี้คือความมิบังคลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพระสยามเทวาธิราช ที่เป็นสัญญาลักของชาติ
~@@ศรีเปียก@@~
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 41 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
งานนี้ต้องทำให้เป็นข่าวดังไปทั่วโลก ออกข่าว CNN ABC AP
เพื่อไม่ให้ขแมร์แอบไปล้อบบี้ตุลาการศาล แบบครั้งที่แล้ว

พร้อมนำเสนอแผนที่ทางอากาศ ว่าตัวปราสาทเองก็อยู่ในเขตแดนไทย ทำให้ดังและทำติดต่อกันนานๆ เป็นเดือนๆ

ส่วนค่าใช้จ่ายอาจทำเป็นกองทุนทวงเขาพระวิหารคืน โดนขอรับบริจาค
ทำด่วนๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 40 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รบกับมัน สั้นๆง่ายๆ

สมัยสมเด็จพระนเรศวร ก็แค่ไปตัดหัวมันเอาเลือดล้างตีน

แผ่นดินสงบสุขยาวนานเกิน400ปี ส่วนเขมรสิ้นชาติแลัวสิ้นชาติอีก

หลายยุคหลายสมัยนับไม่ถ้วน ประวัติศาสตร์มีไว้ให้เรียนรู้ วันนี้ในบทเรียนเด็กรุ่นหลัง ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของบรรพบุรุษไทยหายไปไหนหมด
คลั่งชาติ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 39 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แก้ข้อกล่าวหาของไอ้เขมรขี้โกงหน้าด้าน มีแต่เสมอตัวกับเสียดินแดน
ฝ่ายมันมีแต่ได้ แพ้ไม่ได้อะไร ชนะได้แดนไทย

อย่างนี้ต้องฟ้องเอาพระวิหารคืนบ้าง
ชนะก็จะได้พระวิหารคืน แพ้ก็ไม่มีอะไรจะเสีย
แล้วในอดีตเราก็ไม่ได้ยอมรับคำตัดสิน
ทั้งสงวนสิทธิ์ที่จะเรียกร้องพระวิหารคืนไว้ด้วย
ฟ้องมันซะเลย ถ้ารักชาติกันจริง ย้อนศรมันบ้าง
พระวิหารก็อยู่ในดินแดนของเราแท้ๆ
ถ้าไอ้ศาลโลกจะตัดสินผิดๆให้นเขาประนามอีกก็เอาซี
รักความถูกต้อง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 38 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลอกคราบเขมรขนาดนี้ อาจทำให้Iพวกขายชาติวิ่งล็อบบี้หนักขึ้น...เดา เดา
เจ็กเตี่ยมอั้ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 35 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ละครลวงโลก (คนดังลืมหลังควาย)
เหมือน ละคร โรงใหญ่ เรื่องเขมร บุกไทย แย่งที่ แมวดิ้นตาย
ห้า สิบ ปี จึงได้ ฉก ที่ ดิน ไทย ให้ ศาลโลก ตีความ
ศาล โลก ชาว ฝรั่ง สิบเจ็ด ท่าน นั่งฟัง ท่านหนึ่ง ตั้ง คำถาม
ให้ ขีด แนว หวงห้าม เขตแดน คู่ความ ตั้ง กัน ห่าง เพียงใด
มี ข่าว เงินกู้ ก้อนโต มากอักโข มรดก โลกใช้
เพื่อ สร้าง โครงการ พิพิธภัณฑ์ โลกไว้ ตรงที่ นี้ ไง สามพันไร่ บนหน้าผา
หวัง ศาลโลก ยุคใหม่ ทุกท่าน คงเข้าใจ ในแผนที่ แหกตา
ถ้า ตาม แผนที่ ว่า ไทยต้อง เดิน หน้า ตะโกนว่า ไม่ยอม

ละครตอนแรก (คนดังลืมหลังควาย)
เหมือน ละคร โรงใหญ่ จ้าวเขมร อภัย โทษคนไทย เจ็ดปี ไอพ่น ยังเรียกพี่ น้ำเน่าล้านปี เรื่องทรพี กลายพันธ์
ทุ่มทุน สร้าง ยิ่งใหญ่ ลากประเทศ เข้าไป ซ้อนทับ สัมปทาน เจอ หลุมแก๊ส น้ำมัน ซุบซิบ คุยกัน ได้หรือท่าน ฮุนเซ็น อ้างเจาะ ความลับ การบิน เอ้า!ทักษิน ยืนกอด เห็นเห็น ชาวโลกจ้องดู ไม่รู้แกวฮุนเซ็น เขากินข้าวไม่เป็น เหมือนชนชาวเขมร
แล้ว ความจริง วันใหม่ ทั้งเขมรและไทย ผู้คนต้องถูกเกณฑ์ ไป รบรา ฆ่าเข่น เพื่อท่าน ฮุนเซ็น กับอีกกี่ท่าน เป็นใคร?
juti2549@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 34 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีตัวอย่างคดีแย่งหมู่เกาะฟอร์คแลนท์ระหว่างประเทศมหาอำนาจอังกฤษกับอเจนตินา เถียงไปมาสุดท้ายต้องรบพุ่งกัน จนอังกฤษชนะ ไม่เห็นอังกฤษต้องไปใช้บริการศาลโลก เรากับเขมรก็เช่นกัน ถ้าเจรจากันไม่รู้เรื่องก็ต้องสงครามสถานเดียว แล้วสะสางดินแดนที่มีปัญหาในส่วนอื่นตามไปด้วย
ยุติ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 33 +16 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชินวัตร ขายชาติๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
bur
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 29 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนตัดสินปี2505
1.ฝรั่งเศษยึดครองพื้นที่เขมร....ได้ยึดของไทยไปหลายแล้ว......
2.และอยากได้ปราสาทสวยๆ.....ปราสาทเราก็ให้ไปแล้ว
3.
ตอนนี้เขมรอยากได้แผ่นดินไทยอีก........

.ศาลคิดว่าเราอยากให้หรือไม่.......ขอถามว่าถ้าท่านเป็นคนไทย.....ท่านอยากให้หรือไม่

ส่วนคนอยากได้......ไม่ต้องถาม......คนอยากได้ต่อให้เรายกให้ 1 มานก็อยากได้2.....มากเท่าไรยิ่งถูกใจ.....ถ้าศาลจะตัดสินให้คนโลภพอใจ.....ต่อให้ยกปราสาททองคำให้มานก็ไม่พอ

......ขอบอกว่าแผ่นดินไทยหายไป...เราเศร้าใจ....น้ำตาเราตกใน...แน่นในอก
ถ้าแผ่นดินฝรั่งเศษหายไปบ้าง....ฝรั่งเศษ.....จะรู้สึกอย่างไร

สรุปฝรั่งเศษ....เป็นมิตรกับเราจริงหรือ
ตั้งแต่เราคบกับต่างชาติ
มี
ชาติไหนจริงใจกับเราบ้าง

เราเอาระบบต่างชาติมาใช้พูดเสียสุดหรูประชาธิปไตย
ยิ่งเอาตัวไปอ่อนน้อมยอมรับคำว่าประชาธิปไตย
แต่
เรากลายเป็นเบ้......ให้เขาต้อนเข้าคอกเพราะ
คนที่อยากเป็นประชาธิปไตย....ยังไม่รู้เลยว่าแปลว่าอะไร......เป็นอย่างไร.....รต้องสร้างสรรคความคิดอย่างไร
เลือกไปให้เขาไปทำอะไร....ทำไมต้องเลือก....เลือกเพราะอะไร....เลือกแล้วใครได้อะไร...

หรือเป็นการพักผ่อน......หยุดทำงานแล้วไปเลือก...เหมือนไปดูหนัง....จบแล้วก็จบ....เพื่อความสนุกไปวันๆ

บางคนที่ไปเลือกตั้ง...อาจคิดว่า....ก็แค่หยุดดูตัวอะไรสักตัว....แล้วเดินจากไป

คนที่เลือกเข้าไป.....โกงข้าวในยุ้งฉางตัวเอง.....ยังไม่รู้ร้อนรู้หนาว
สงสารสังคมไทยที่ชอบเดินตามผู้ใหญ๋หมมาไม่กัด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 27 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าเขาตัดสินเข้าข้างเขมร เราจะทำอย่างไรต่อไป ในเมื่อเราโดดลงไปเล่นกับเขาด้วยแล้ว
ถึงเราคิดว่าเราเล่นได้ดี แต่กรรมการเป็นคนของเขา ดีสุดก็แค่เจ๊า

เอาแผ่นดินไปเสี่ยง เพียงแค่เพราะการตกกกระไดพลอยโจนของข้าราชการและนักการเมืองหัวขี้เลื่อยบางคน
ขอถามว่า มันคุ้มกันแล้วหรือ
last
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผ้นำไทยคงยังไม่รุ้แผ่นดินไทยที่แท้จริงของตัวเอง สรุปว่า ยังไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ตกวิชาภูมิศาสตร์ ควนรีบประชุม วอรูมทุกฝ่ายได้แล้วว่าภูมิศาสตร์แบ่งแผ่นดินไทย - เขมร ชัดเจน แค่ไหน แผ่นดินเราจรดหน้าผา เขมรขึ้นมาคือเหยียบแผ่นดินไทยใช่รึไม่ รีบๆ เรียกสำนึกในแผ่นดินไทคืนมาซะ คนรู้เขาสมเพท ท่าน จงเป็นไทในตัวเองอย่างแท้จริงซะที
สำนึกผู้นำไทยยังไม่ได้ นะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 23 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะบอกให้เอาบุญ คนไทยเราเคารพคนอื่นมากจนเกินไป จนเกินเหตุเกินผล ซึ่งเป็นการไม่เคารพตนเอง ทำลายศักดิ์ศรีตนเอง อย่างไม่น่าให้อภัย น่าละอายมากๆ เคารพยูเอ็น เคารพศาลโลก เคารพเพื่อนบ้าน เคารพชาวฝรั่งชาติยุโรป เคารพ โลกมุสลิม แต่ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นไท จงอย่าหลงระเริงดีใจว่าเราเก่งได้เปรียบเขมร หารู้ไม่ ว่าแผ่นดินไทยเขมรรุกล้ำปีนเขาขึ้นมาได ก็ ถือว่าเสียแผ่นดินแล้ว เขมรไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ แต่คนไทยผู้นำไทย ไม่รู้แผ่นดินตนเอง นี่ น่าอายมากกว่า จงไปดูว่าหน้าผา กับไหล่เขามันต่างกันยังไง พอมันขึ้นมาก็เหยียบแผ่นไทยเลยทันที ท่านไม่รู้รึไง
แผ่นดินคนละชั้นมันยังไม่รู้แผ่นดินตนเอง
บนเขาตลอดแนวคือแผ่นดินไทยแท้ฟ้าดินแบ่งให้แล้วเอาคืนมา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รบเป็นรบ อย่าไปกลัวมัน ทุกวันนี้ฮุนเซนมันฮึกเหิม เพราะมีรัฐบาลโง่ และเห็นคนไทยแตกแยก มันเลยได้ใจ
อย่ายอมเพื่อชาติ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรายังมีใส้ศึก คือ พวกเสื้อแดงไปอยู่เขมร เมื่อมันไม่ได้กลับไทย ระวังมันก็จะทำทุกอย่างให้ไทยล่มจม
ต้องระวังใส้ศึก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตาสว่างขึ้นจากทูตไทยคนนี้ ไม่ใช่ รมต.ต่างประเทศไทย พูดมาได้ ถ้าจะเสียอะไรก็ยอมกันไป มันขายชาติจริงไอ้รัฐบาลนี้
เราต้องสู้อย่ายอม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าพึ่งดีใจ เพราะศาลนี้เป็นศาลการเมือง อย่าลืมคำตัดสินปี 2505 ไทยมั่นใจว่าจะชนะ พอศาลตัดสิน หงายหลัง จึงรู้ว่าเป็นศาลการเมือง
jr
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รัฐบาลชุดนี้ ควรลาออกทั้งชุดไ้ด้แล้ว เพราะไม่ได้ช่วยทำให้ชาติดี กลับไปช่วยเขมร ซึ่งเห็นในทีวีแล้วแย่มาก ทั้งสุกำพล และสุรพล กลัวมันยังกับเป็นทาสของมัน ทำใมเราถึงได้คนโง่เป็นรัฐมนตรี ดูผลงานก็รู้
ออกไปทั้งชุดปูนิ่ม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้ทูตไทยวีรชัย คนนี้เป็นนายกแทนปูนิ่มยังดีกว่า
คนเก่งคือท่านวีรชัย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อแผ่นดินเป็นของเรา เศษหินบนภูเขาจะกลายเป็นของเขมรไปได้อย่างใร
สันขวาน ราชดำเนินฯ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต้องขอบคุณทูตไทยวีรชัยมาก ที่ทำให้ทุกคนมั่นใจ ถ้าให้รมต.ต่างประเทศของไทยพูด สงสัยเสียดินแดนแน่ เพราะยอมเขาไปหมดแม้กระทั่้งยกมือไหว้รมต.กัมพูชาก่อน เห็นแล้วไม่มีศักดิ์ศรีเลย
โชคดีมีคนเก่งมาช่วย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าจะทำเป็น scope ไม่ใช่ตั้งเป็นข่าวย่อยๆ ดูตัวอย่างข่าวทีวีก็ได้ จะได้แสดงรายละเอียดและจบเป็นเรื่องๆ ผู้อ่านได้สาระครบถ้วน
เจ้าปัญหา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เราจะไม่ยอมถอยไปมากกว่า มติ ครม เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 อยากให้คนไทยแสดงออกมากๆ
nn@thailand
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +43 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จีน มีเหตุผลร้อยแปดพันประการ ที่จะยึดครองพื้นที่หมู่เกาะสแปรตลี่

เวียดนาม มีเหตุผลร้อยแปดพันประการ ที่จะยึดครองพื้นที่หมู่เกาะสแปรตลี่

อังกฤษ มีเหตุผลร้อยแปดพันประการ ที่จะยึดครองพื้นที่หมู่เกาะฟอร์คแลนด์

สำหรับประเทศไทย มีคนบางกลุ่ม บางเหล่า มีเหตุผลร้อยแปดพันประการ ที่จะมอบพื้นที่ในดินแดนราชอาณาจักรไทย ให้กัมพูชายึดครองพื้นที่

แปลกแต่จริง แบบนี้ อย่างนี้ มีแต่ที่ประเทศไทยเท่านั้น ในโลกมนุษย์แห่งนี้

สำนึกของประชาชนในชาติเท่านั้น ที่จะช่วยค้ำจุนความมั่นคงของประเทศชาติได้

"แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์
ศัตรูกล้ามาประจัญ จะอาจสู้ริปูสลาย"

ล้นเกล้า ร.6 ทรงพระราชทานแนวทางเพื่อความมั่นคงของราชอาณาจักรไว้ให้นานแล้ว แต่เมื่อดูการทำงานของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในปัจจุบัน รวมทั้งสาวกควายๆ ทั้งหลายแล้ว วิญญาณบรรพบุรุษไทยที่เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิต เข้าปกป้องผืนแผ่นดินไทยมาในอดีต คงจะร้องไห้ด้วยความชอกช้ำใจ กับพฤติกรรมของลูกหลานไทยในปัจจุบัน
วร.ศัลยวุธวิจารณ์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต่อให้เราถลกหนังเขมรออกมาเป็นชิ้น ๆ ต่อหน้าศาลโลก ก็อย่าได้คิดว่าเราจะชนะ เพราะคดีนี้มันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาลของชาติมหาอำนาจ ในอ่าวไทย
มีเยอะไปที่นักมวยชกชนะคะแนน ถูกหามลงเวที ส่วนคนแพ้เดินลงเวทีไปเอง
เรื่องนี้ก็เช่นกันคิดว่าพวกชาติมหาอำนาจเค้าวางเกมไว้แล้ว ต่อให้เราชี้แจงดีเลิศอย่างไร ก็แพ้ ศาลโลกมันไม่สนใจหรอกเรื่องเอกสารทั้งหลาย ทุกอย่างเป็นแค่พิธีการแค่นั้นเอง
ประชาชนต้องแสดงพลังไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก..
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กูจะสู้แม้รู้ว่าพวกกูน้อย
สู้ไม่ถอยแม้รู้ว่าจะดับสลาย
แผ่นดินนี้พ่อกูอยู่ปู่กูตาย
กูสุดอายหากเสียทีไพรีครอง
ใครบ้างเหวยจะร่วมสู้กับกูบ้าง
ใครบ้างเหวยจะอยู่ข้างไทยใจหาญ
ใครบ้างเหวยจะละสุขสนุกสำราญ
ใครบ้างเหวยยอมวายปราณเพื่อไทยค¬ง
ลอกเขามาอีกที
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"จากนั้นทนายความฝ่ายไทย โดย น.ส.อลินา มิรอง ได้แถลงตอกย้ำถึงความผิดปกติของ แผนที่ อัตราส่วน 1 ต่อ 2 แสน หรือแผนที่แนบท้ายภาคผนวกที่ 1 ที่ฝ่ายกัมพูชาได้นำเสนอต่อคณะผู้พิพากษา ว่าในคำร้องฝ่ายกัมพูชาได้ใช้แผนที่มาอ้างอิงหลายฉบับ โดยนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ได้ให้ความเห็นไว้ว่า แผนที่ที่กัมพูชานำมาอ้างอิงนั้น ในทางสากลไม่สามารถนำมาปฏิบัติใช้ได้จริง เพราะมีความผิดพลาดทางภูมิประเทศ"พูดแบบนี้แสดงว่ายอมรับ ต้องมีการปักปันเขตแดนกันใหม่ เราต้องบอกว่าเป็นแผนที่ๆฝรั่งเศษทำขึ้นฝ่ายเดียวแบบมั่วๆ เราไม่ได้ยอมรับ ยังจะโง่ไปยกย่องมันอีก
ไท
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชกมวย กรรมการให้แพ้ อย่างมากก็กลับบ้าน แล้วก็นอน
แต่เสียดินแดน อย่างมากก็ "สงคราม"!! มันคนละอารมส์กันนะครับนายท่าน...
แรมโบ้ศักดิ์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +100 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
...น่าจะลองรื้อคดี..ทวงคืนตัวปราสาทพระวิหาร..ได้แล้ว
...ด้วยข้อมูล ด้วยเทคโนโลยีมันสามารถ..สร้างความจริงที่ถูกต้องทั้งทางธรรมชาติและหลักสากลว่าด้วยเรื่องเขตแดน..
...คำพิพากษาคดีเมื่อห้าสิบปีก่อน..ศาลโลกกระทำการลงไปโดย..มืดบอด..ไม่รับรู้ รับทราบองค์ประกอบแห่งคดีที่ธรรมชาติและหลักการสากล..สร้างความเป็นธรรมไว้
...มันเป็นการ..ตัดสินคดีที่ผิดพลาดและก่อให้เกิดผลเสียคือความเป็นปฏิปักต่อกันของคู่ความ..ถ้าศาลโลกจะมี..ความเป็นสุภาพบุรุษยอมรับว่า..ศาลโลกผิดพลาด..ก็จะเป็นแบบอย่างที่ดีของ..ชาวโลก..
...ไทยควรเรียกร้องหา..ความรับผิดชอบและความเป็นสุภาพบุรุษจากศาลโลก..ในคดีพระวิหาร๒๕๐๕ ด้วยการ..ทวงคืนปราสาทพระวิหาร..กลับมาเป็นของแผ่นดินไทย..ตามธรรมฯ..
...เหลืองอ่อน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014