หน้าแรกผู้จัดการ Online | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์
ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ณ บ้านพระอาทิตย์ โดย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

สูตรผสมผสาน "ล้างพิษตับ" เยอรมัน ไต้หวัน และไทย ให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 1) : เทคนิคการอดอาหาร

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 16 สิงหาคม 2556 16:33 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สูตรผสมผสาน ล้างพิษตับ เยอรมัน ไต้หวัน และไทย ให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 1) : เทคนิคการอดอาหาร

สูตรผสมผสาน ล้างพิษตับ เยอรมัน ไต้หวัน และไทย ให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 1) : เทคนิคการอดอาหาร

สูตรผสมผสาน ล้างพิษตับ เยอรมัน ไต้หวัน และไทย ให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 1) : เทคนิคการอดอาหาร

ณ บ้านพระอาทิตย์
       โดย : ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
       
       ผมได้มีโอกาสล้างพิษตับอยู่พอสมควร และทดลองในหลายวิธีที่มีความแตกต่างกัน พบว่าแท้ที่จริงแล้วการล้างพิษไม่ได้มีความตายตัว เพราะวิวัฒนาการและพัฒนาการนั้นไม่ควรจะอยู่นิ่ง ตราบใดที่เรามีงานวิจัยหรือการค้นคว้าใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา
       
        โดยเฉพาะในเวลานี้การล้างพิษตับเป็นที่เผยแพร่และนิยมอยู่มาก ดังนั้นผู้ที่จัดหลักสูตรแม้จะสามารถปรับปรุงหลักสูตรให้พัฒนากว่าต้นฉบับเดิมได้ แต่อย่างน้อยก็ต้องศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลังล้างพิษด้วย เพราะการล้างพิษตับควรคำนึงความปลอดภัยมากกว่าการหวังผลที่จะมีผลิตภัณฑ์ที่จะออกมาหลังล้างพิษตับ
       
        ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงไม่เคยห้ามใครในการพัฒนาจัดหลักสูตรล้างพิษของตัวเอง เพราะถือว่าการพัฒนาเกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา แต่หากพบผลกระทบในทางลบที่ชัดเจนหรือปัญหา ด้วยเงื่อนไขใด ป้องกันอย่างไร และแก้ไขอย่างไร ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแจ้งบอกกล่าวให้ประชาชนที่สนใจในเรื่องนี้ได้รับทราบโดยทั่วกันอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
       
        เพราะคนแต่ละคนมีสภาพที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นสูตรล้างพิษตับที่เหมาะกับคนกลุ่มหนึ่งอาจไม่เหมาะกับคนอีกกลุ่มหนึ่งก็ได้ บางสูตรอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคนกลุ่มหนึ่งแต่สูตรเดียวกันก็อาจเป็นอันตรายกับคนอีกกลุ่มหนึ่งก็ได้เช่นกัน

       
        ดังนั้นความสำคัญไม่น่าจะอยู่ที่ว่าสูตรของใครที่ไหนดีที่สุด แต่ความสำคัญน่าจะอยู่ที่ว่าผู้ที่จัดหลักสูตรมีความเข้าใจอย่างละเอียดถึงเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในสูตรของตัวเองเพียงใด สูตรของตัวเองเหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร
       
        แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือผู้ที่จัดหลักสูตรควรมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญจริงที่จะสามารถรับมือเมื่อเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดได้ และต้องตัดสินใจที่จะให้คำแนะนำได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ตรงนั้นน่าจะเป็นหัวใจสำคัญเสียยิ่งกว่า
       
        ผมเห็นข้อเด่นในหลักสูตรล้างพิษตับของอันเดรียส์ มอริสต์ ชาวเยอรมัน
ตรงที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง "การเตรียมตัว" ก่อนการอดอาหาร 6 วัน หลักสูตรนี้จึงสามารถอดอาหารสั้นเพียงไม่ถึง 1 วัน เพราะสูตรนี้จะเน้นการทำให้ลำไส้สะอาด และการอดอาหารสั้นก็เน้นวัตถุประสงค์เพียงเพื่อให้แน่ใจว่าลำไส้สะอาดจริงจากการเตรียมตัวปรับอาหารและพฤติกรรมล่วงหน้ามา 6 วันแล้ว มากกว่าวัตถุประสงค์ในการอดอาหารยาวเพื่อเผาผลาญไขมันหรือสลายสารพิษในร่างกาย และใช้การดื่มน้ำมันมะกอกผสมกับ "เกรปฟรุต" หรือ ผสมกับ"น้ำมะนาวผสมน้ำส้ม" เป็นตัวล่อให้ตับและถุงน้ำดีขับน้ำดีและสารพิษออกมา โดยใช้ "ดีเกลือ" เป็นยาถ่ายเพื่อทำให้ลำไส้สะอาดและใช้ขับสารพิษออกจากร่างกายหลังดื่มน้ำมันมะกอกอีกรอบหนึ่ง
       
        ผมเห็นข้อเด่นในหลักสูตรล้างพิษตับของไต้หวัน ตรงที่ใช้ความรู้และความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีชีวภาพ โดยการใช้เอนไซม์มาประยุกต์ในการล้างพิษตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้เอนไซม์น้ำที่ทำจากพืชผักผลไม้เกือบ 150 ชนิด เพื่อใช้เป็นสารอาหารโมเลกุลสายสั้นที่สามารถถูกดูดซึมเข้าร่างกายได้เร็วที่สุดในระหว่างการอดอาหารพักการย่อยจนไม่รู้สึกหิว แล้วอดอาหารเพียง 1 วัน โดยใช้เอนไซม์ผงจากพืชหลายชนิดผสมน้ำเพื่อทำหน้าที่ย่อยสลายกากอาหารตกค้างในลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องอาศัยดีเกลือเลย ในขณะเดียวกันก็ยังคงใช้การดื่มน้ำมันมะกอกผสมกับผงแอปเปิ้ลละลายในน้ำเพื่อล่อตับและถุงน้ำดีในการขับน้ำดีและสารพิษออกจากร่างกาย แล้วใช้เอนไซม์ผงในการย่อยสลายสารพิษและขับสารพิษออกจากร่างกายหลังดื่มน้ำมันมะกอก แต่เนื่องจากที่ไต้หวันไม่ได้มีการสวนทวารล้างลำไส้ ดังนั้นจึงมีการอดอาหารเพื่อล้างพิษต่ออีก 7 วัน โดยดื่มแต่น้ำเอนไซม์แต่เพียงอย่างเดียว
       
        ผมเห็นข้อเด่นหลักสูตรล้างพิษของชาวอโศก ตรงที่ผสมผสานภูมิปัญญาของหลายชาติเข้ากับภูมิปัญญาได้อย่างน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่การอมน้ำมันมะพร้าว แช่เท้าด้วยน้ำร้อนสมุนไพร พอกหน้าด้วยสมุนไพร นวดกดจุดคลายเส้น (กัวซา) ดื่มสมุนไพร และน้ำผลไม้ที่หลากหลายในระหว่างการอดอาหาร แม้ในหลักสูตรนี้จะไม่ได้มีการเตรียมตัวล่วงหน้ามาเหมือนกับ เยอรมัน แต่หลักสูตรนี้ได้เน้นการล้างลำไส้ให้สะอาด ด้วยการสวนทวารล้างลำไส้ ใช้ยาชำระเมือกมันเพิ่มกำลังในการขับสารพิษ และดื่มลิดท็อกซ์ซึ่งเป็นธัญพืชที่มีองค์ประกอบสำคัญคือซิลเลียมให้พองในลำไส้เพื่อกวาดกากอาหารและสารพิษในลำไส้ออกจากร่างกาย แล้วยังมีการดื่มดีเกลือก่อนดื่มน้ำมันมะกอกอีกด้วย มีการอดอาหารประมาณไม่เกิน 72 ชั่วโมงต่อเนื่องกันเพื่อล้างพิษและทำให้ลำไส้สะอาด และมีการดื่มน้ำมันมะกอกผสมกับน้ำมะนาวและน้ำส้ม
       
        ความแตกต่างของแต่ละสูตรนั้นก็เหมาะกับคนแต่ละคนที่ไม่เหมือนกันในหลายประการ ในตอนนี้จะขอวิเคราะห์เฉพาะความแตกต่างในเรื่อง "การอดอาหาร" ก่อน
       
        การอดอาหารยาวกว่าของชาวอโศกไม่เกิน 72 ชั่วโมงนั้นทำให้ร่างกายได้พักจากการย่อยได้เต็มที่แม้จะไม่ได้มีการเตรียมตัวมาล่วงหน้าเหมือนกับสูตรของเยอรมันก็ตาม แต่การที่หลักสูตรที่ชาวอโศกไม่ได้เน้นการเตรียมตัวล่วงหน้าอาจทำให้บางคนหลงผิดคิดรับประทานอาหารแบบอัดเข้าไปในร่างกายมากๆเพื่อเตรียมสำรองเอาไว้ในช่วงการอดอาหารซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในระหว่างล้างพิษเพราะลำไส้ไม่สะอาดเพียงพอได้
       
        ส่วนที่ไต้หวันนั้นก็มีการอดอาหารหลังจากล้างพิษตับไปแล้วถึง 7 วัน ก็เพื่อทำให้การเผาผลาญสารพิษตกค้างที่ออกมาจากตับแล้วลำไส้ดูดกลับหลังดื่มน้ำมันมะกอก อันถือเป็นวิธีการที่ชดเชยการสวนล้างลำไส้ของชาวอโศกอีกวิธีหนึ่งได้เหมือนกัน
       
        อย่างไรก็ตามสูตรของชาวอโศกที่มีการอดอาหารไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนล้างพิษตับ มีจุดเด่นคืออดอาหารเผาผลาญไขมันและสารพิษและล้างลำไส้ให้สะอาดเปรียบเสมือนการเตรียมตัวให้ท่อสะอาดก่อนที่สารพิษที่ละลายในไขมันที่ออกมาพร้อมกับน้ำดีออกมา เพื่อทำให้สารพิษที่ออกมาจากตับและถุงน้ำดีเดินทางผ่านลำไส้ได้สะดวก ไม่ติดค้างอยู่ตามผนังลำไส้และสามารถขับออกได้เร็วที่สุด ในขณะที่ไต้หวันกลับมีความคิดอีกอย่างคืออดอาหารสั้นเพียง 1 วัน แต่มาเน้นการอดอาหารหลังจากนั้น 7 วัน เพื่อเผาผลาญสารพิษที่ละลายในไขมันและไขมันที่ออกมาจากตับและอาจมีการดูดกลับในลำไส้
       
        การอดอาหารของชาวอโศกและของไต้หวันนั้นไม่ได้อดแบบร้อยเปอร์เซนต์เสียทีเดียว เพราะการลดปริมาณแคลลอรี่ลงโดยไม่ให้มีการย่อยกากอาหารใหม่เช่นเดียวกับไต้หวัน เพียงแต่การอดอาหารชาวอโศกใช้ลิดท็อกซ์ที่มีคุณสมบัติพองในลำไส้ซึ่งทำให้ไม่เกิดอาการหิว แต่ในขณะที่การอดอาหารของไต้หวันให้ดื่มน้ำเอนไซม์ที่มาจากพืชผัก สมุนไพร ถึง 150 ชนิดด้วยสายโมเลกุลที่สั้นจึงทำให้ไม่หิวและสามารถอดอาหารได้ยาวถึง 7 วัน
       
        แม้ว่าการอดอาหารในหลักสูตรล้างพิษของชาวอโศกและไต้หวัน ไม่ใช่การอดอาหารอย่างแท้จริง เพราะยังมีสารอาหารอยู่จากน้ำผลไม้หรือน้ำเอนไซม์ แต่ก็พึงจะต้องระวังผลกระทบโยโย่ "Yo yo Effect" คืออดอาหารจนร่างกายเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน คือเกิดภาวะธัยรอยด์ฮอร์โมนต่ำลงทำให้อัตราการเผาผลาญพลังงานลดน้อยลง (ตามงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์ ปี พ.ศ. 2551)
ดังนั้นหากจะคิดอดอาหารในช่วงเวลาหนึ่งแล้ว ต้องคิดถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินหลังการอดอาหารด้วย มิเช่นนั้นหากยังกินในปริมาณเท่าเดิมเหมือนก่อนอดอาหารโดยทันที ทั้งๆที่การเผาผลาญพลังงานลดต่ำลงแล้ว ก็อาจทำให้อ้วนง่ายขึ้น หรือ อาจจะมีคอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้นได้มากกว่าก่อนอดอาหารเสียอีก
       
        แต่สำหรับคนที่เป็นโรคธัยรอยด์ฮอร์โมนต่ำ หรือ ธัยรอยด์ฮอรโมนต่ำแฝงอยู่แล้ว (โดยเฉพาะคนที่มีการวัดอุณหภูมิโดยเฉลี่ย 5 วันตอนเช้าต่ำกว่า 36.4 องศาเซลเซียส) คือมีภาวะการเผาผลาญพลังงานต่ำอยู่เดิมนั้น จากประสบการณ์ของผมพบว่าการอดอาหารเพื่อล้างพิษของกลุ่มคนเหล่านี้โดยไม่ให้มีปัญหา ไม่ควรอดอาหารยาวเกิน 48 ชั่วโมง หรือถ้าต่ำมากๆอย่างเห็นได้ชัดก็อาจจะอดอาหารไม่เกิน 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันปัญหาธัยรอยด์ฮอร์โมนที่อาจต่ำลงไปอีก
       
        และความจริงแล้วการอดอาหารที่น่าจะถือว่ามีประโยชน์สูงสุดก็คือการลดปริมาณอาหารที่เป็นกิจวัตรประจำ คงเส้นคงวา ซึ่งจะไม่สร้างปัญหาการเผาผลาญอาหารที่ต่ำลงโดยไม่สอดคล้องกับการรับประทาน ซึ่งวิธีการนี้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เคยตรัสเอาไว้ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก เล่ม 12 ข้อ 265 ความว่า :
       
        "ดูก่อนถึงพวกเธอทั้งหลายก็จงฉันหนเดียวเถิด แม้พวกเธอก็จะรู้สึกว่า 1.มีความเจ็บป่วยน้อย 2. มีความลำบากกายน้อย 3. มีความเบากาย 4. มีกำลัง 5. อยู่อย่างผาสุก"
       
        ความเห็นของผมในชั้นนี้เห็นว่า การอดอาหารล้างพิษตับให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นควรเตรียมตัวล่วงหน้า 6 วัน เหมือนสูตรชาวเยอรมัน (งดเครื่องดื่มและอาหารเย็น, รับประทานอาหารและเครื่องดื่มอุ่นหรืออย่างน้อยอุณหภูมิห้อง, งดเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์, งดนมวัว, งดไข่ไก่ ไข่เป็ด, งดของทอด หรือลดปริมาณอาหารลดน้อยลง) ในขณะเดียวกันการเตรียมตัวล้างลำไส้ให้สะอาดล่วงหน้าก่อนอดอาหารก็จะเพิ่มประสิทธิภาพในการล้างพิษตับให้ดีขึ้น และการล้างพิษตับของชาวอโศกที่ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว เพียงแต่อาจจะต้องลงรายละเอียดกับปัญหาภาวะธัยรอยด์ฮอร์โมนต่ำ โดยเฉพาะที่เกิดในผู้หญิงเป็นกรณีพิเศษ
       
        ส่วนหลังล้างพิษตับแล้วก็อย่างเพิ่งรีบโหมรับประทานอาหารเพราะ"ความรู้สึก" โดยเข้าใจว่าต้องชดเชยการอดอาหาร โดยไม่ดูสภาพความต้องการที่แท้จริงในร่างกาย ดังนั้นให้รับประทานอาหารอ่อนๆตามสภาพที่หิวจริง ถ้ายังไม่อยากรับประทานก็อย่าเพิ่งฝืนรับประทานหรือให้รับประทานแต่น้อย แล้วค่อยๆเพิ่มเป็นลำดับขั้นบันได จนรู้สึกหิวจริงแล้ว จึงค่อยรับประทานให้อยู่ในระดับปกติ

       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ตามหาความจริง อมน้ำมันกลั้วปากแล้วบ้วนทิ้ง (Oil Pulling) ล้างพิษได้จริงหรือเปล่า?
บริโภคน้ำมันมะพร้าวให้เป็น
เปรียบเทียบ "โอเมก้า 3" "น้ำมันมะกอก" "น้ำมันรำข้าว" และ"น้ำมันมะพร้าว"
ความจริงกลับด้าน! เมื่องานวิจัยพบว่าคอเลสเตอรอลสูงขึ้น แต่อัตราการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจลดลง? (ตอนที่ 4)
ความจริงกลับด้าน! เมื่องานวิจัยพบว่าคอเลสเตอรอลสูงขึ้น แต่อัตราการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจลดลง? (ตอนที่ 3)
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 24 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดูAstvทุกวันครับ
Punpun3111@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถูกใจ เพราะอดอาหารนานไม่ไหว

หลานเป็นไทรรอนด์ อยากรู้รายละเอียด
นับถืออาจารย์ปานเทพ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณปานเทพลองอ่านหนังสือ hypothyroidism: the unsuspected illness by broda o. Barnes, M.D., and lawrence galton. เป็นหนังสือที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ไทรอยด์ ต่ำ โดยวิธีที่ปลอดภัย และมีประโยชน์กับประชาชนจำนวนมาก ที่สำคัญ ถูกมาก
ผู้มีอุณภูมิตอนตื่น 36 องศา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แปลไทยหรือเปล่าคะ อยากอ่านค่ะ
tiemjit@hotmail.com
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014