หน้าแรกผู้จัดการ Online | ผู้จัดการสุดสัปดาห์
ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ณ บ้านพระอาทิตย์ โดย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

สูตรผสมผสาน "ล้างพิษตับ" เยอรมัน ไต้หวัน และไทย ให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 4) : เทคนิคการดื่มน้ำมันมะกอก

โดย ผู้จัดการรายวัน
6 กันยายน 2556 18:26 น.
        ณ บ้านพระอาทิตย์
       โดย : ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
       
       แม้ว่าสูตรล้างพิษตับในต่างประเทศอาจจะมีความแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันแทบทุกประการคือขั้นตอนการล้างพิษตับทั้งในเยอรมัน ไต้หวัน และประเทศไทยต่างก็ใช้น้ำมันมะกอกชนิดบีบเย็นกันทั้งสิ้น
       
        และข้อที่เหมือนกันประการถัดมาคือ ทั้ง 3 ประเทศต่างก็ดื่มน้ำมันมะกอกตอนเวลา 22.00 น.เหมือนกัน จะมีเพิ่มขึ้นมาหน่อยก็ตรงที่ไต้หวันมีการแบ่งดื่ม 2 รอบ รอบแรกดื่มตอน 22.00 น. รอบที่สองดื่มตอน 8.00 น.
       
        น้ำมันมะกอก ที่จะใช้นั้นต้องเป็นแบบบริสุทธิ์บีบเย็น (Cold Press) หรือที่เรียกว่า Pure Extra Virgin Olive Oil
เป็นน้ำมันมะกอกบริสุทธ์ที่มีคุณค่าดีที่สุด สกัดโดยไม่ผ่านกระบวนการเคมีแต่อย่างใด เพียงแค่ใช้วีธีบีบเย็น มีสีเขียวหรือสีเหลืองทอง ให้กลิ่นและรสแรง ถือว่ามีคุณสมบัติดีที่สุดเหมาะสำหรับการดื่มเพื่อล่อให้น้ำดีออกมา
       
        น้ำมันมะกอก มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวหนึ่งตำแหน่งเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเป็นกรด โอเลอิค ถึงร้อยละ 71 เป็นกรดไขมันอิ่มตัวประมาณร้อยละ 16 และเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งร้อยละ 11
       
        น้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันชนิดที่ทนทานต่อกระเพาะได้มากที่สุด เนื่องจากมีกรดโอเลอิคอยู่ในปริมาณสูง จึงมีผลในการช่วยป้องกันโรคกระเพาะอาหารอักเสบและอาการอักเสบที่กระเพาะและลำไส้ตอนต้น ช่วยลดแผลในกระเพาะและลำไส้ได้
       น้ำมันมะกอกยังมีประโยชน์ต่อระบบน้ำดี และยังเป็นยาระบายอ่อนๆอีกด้วย
       
        น้ำมันมะกอก ช่วยภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว (arteriosclerosis) ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว หัวใจวาย ไตวาย เส้นเลือดในสมองแตก และยังสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ในขณะเดียวกันจะไม่ทำให้คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดระดับลง ช่วยการดูดซึมแร่ธาตและแคลเซียมได้ดีทำให้ป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ และยังช่วยป้องกันเนื้องอกที่เกิดกับอวัยวะบางส่วน (เต้านม ต่อมลูกหมาก ลำไส้ใหญ่ ปีกมดลูก) เพราะกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันมะกอกนี้ช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ และหากนำมาทาที่ผิวหนังวิตามินอีในนั้นมะกอกก็จะช่วยทำให้ผิวหนังก็จะทำให้มีความยืดหยุ่นลดริ้วรอยเหี่ยวย่น อีกทั้งยังช่วยให้ระบบการเผาผลาญอาหารภายในร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ส่งผลทำให้น้ำตาลในเลือดลดลง
       
        สูตรของ อันเดรียส์ มอริสต์ ชาวเยอรมันดื่มน้ำมันมะกอกเวลา 22.00 น. รอบเดียว โดยดื่มปริมาณน้ำมันมะกอก 125 ซีซี ผสมกับน้ำผลไม้ ซึ่งใช้ น้ำมะนาวและน้ำส้มผสมกัน หรือ ใช้เกรพฟรุ๊ต ในประมาณ 187.5 ซีซี ปิดฝาให้แน่น แล้วเขย่าแรงๆ 20 ครั้ง แล้วดื่มให้หมดภายใน 5 นาที หลังจากนั้นให้นอนนิ่งๆ ตะแคงขวาหรือยกหัวสูงประมาณอย่างน้อย 20 นาที
       
        สูตรของไต้หวัน ดื่มน้ำมันมะกอก 2 รอบ โดยดื่มรอบแรกเวลา 22.00 น. ด้วยปริมาณน้ำมันมะกอก 120 ซีซี ผสมกับน้ำที่ผสมกับผงแอปเปิ้ล 1ซองผสมน้ำเปล่าในปริมาณ 120 ซีซี และนอนตะแคงขวาหรือยกหัวสูงทันทีต่ออีก 40 นาที ถึง 1 ชั่วโมง และดื่มรอบที่สองในเวลา 8.00 น.ของเช้าวันรุ่งขึ้น ด้วยการดื่มน้ำมันมะกอก 80 ซีซี ผสมกับผงแอบเปิ้ล 1 ซองผสมน้ำเป่าในปริมาณ 120 ซีซี และนอนตะแคงขวาหรือยกหัวสูงต่ออีก 40 นาที
       
        สูตรของไทย (ตามสูตรของ อ.ขวัญดิน สิงห์คำ) ดื่มรอบเดียวคือดื่มในเวลา 22.00 น. โดยดื่มน้ำมันมะกอก 150 ซีซี ผสมกับน้ำมะนาว 150 ซีซี
       
        สรุปก็คือใน 3 สูตรนี้ ของประเทศไทยดื่มน้ำมันมะกอกมากที่สุดถึง 150 ซีซี แต่ถ้านับการดื่มรวมทุกแก้วในการล้างพิษตับ 1 รอบ ของไต้หวันดื่มมากที่สุดถึง 200 ซีซี แต่ถ้านับปริมาณแต่ละแก้ว ต้องถือว่าทั้งที่ไต้หวันและเยอรมันดื่มในปริมาณใกล้เคียงกันคือมีน้ำมันมะกอกประมาณ 120 - 125 ซีซี เท่านั้น ส่วนของประเทศไทยดื่มในปริมาณมากสุดในแก้วเดียวถึง 150 ซีซี จะว่าไปแล้วดื่มมากกว่าสูตรชาวเยอรมันที่ใช้กับฝรั่งเสียอีก
       
        เพราะการดื่มน้ำมันมะกอก ในการล้างพิษตับไม่ใช่การดื่มเพื่อเข้าไปล้างในตับหรือถุงน้ำดี แต่เป็นการล่อน้ำดีออกมาหลั่งเพื่อช่วยย่อยน้ำมันมะกอกเท่านั้น ดังนั้นเพียงแค่เริ่มต้นดื่มน้ำมันมะกอกท่อน้ำดีก็จะเริ่มขยายตัวแล้ว ยิ่งเมื่อดื่มน้ำผลไม้รสเปรี้ยว ไม่ว่า แอปเปิ้ล มะนาว ส้ม เกรพฟรุ๊ต ก็ล้วนแล้วแต่ออกฤทธิ์เป็นกรดทั้งสิ้นก่อนเกิดการย่อยสลายหลังจากย่อยสลายแล้วจึงออกฤทธิ์เป็นด่าง (อ้างอิงปฏิวัติสุขภาพด้วยธรรมชาติบำบัด กิน-ดื่มด่าง ล้างพิษตับ เล่ม1) ดังนั้นเมื่อดื่มน้ำผลไม้เหล่านี้ผสมกับน้ำมันมะกอก ร่างกายจะปรับสภาพความเป็นด่างด้วยการหลั่งน้ำดีซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างประมาณ pH 7.5 - 8.8 จึงหลั่งออกมาเพื่อลดความเป็นกรดจากน้ำผลไม้รสเปรี้ยว และช่วยปรับสภาพแวดล้อมเพื่อให้ตับอ่อนหลั่งเอนไซม์ไลเปสเพื่อย่อยน้ำมันมะกอกนั่นเอง

สูตรผสมผสาน ล้างพิษตับ เยอรมัน ไต้หวัน และไทย ให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 4) : เทคนิคการดื่มน้ำมันมะกอก
ภาพที่ 1 สูตรผสมการดื่มน้ำมันมะกอก 100 ซีซี ผสม น้ำมะนาว 50 ซีซี น้ำส้ม 50 ซีซี เอามาผสมรวมกัน 200 ซีซี แล้วดื่มในเวลา 22.00 น.
        ในความเห็นของผมแล้วการดื่มน้ำมันมะกอกต้องดูว่าแต่ละคนเหมาะจำนวนเท่าไหร่ ถ้าเป็นคนตัวใหญ่การดื่มน้ำมันมะกอก 150 ซีซี อาจไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าทั่วไปเมื่อเทียบกับชาวเยอรมันซึ่งเป็นฝรั่งและตัวสูงใหญ่กว่าไทยดื่มในปริมาณ 125 ซีซี โดยเฉลี่ยแล้ว ก็จะไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนไทยซึ่งตัวเล็กว่าจะดื่มในปริมาณ 100 ซีซี แต่ถ้าคนที่มีภาวะธัยรอยด์ฮอร์โมนต่ำ หรือ ธัยรอยด์ฮอร์โมนต่ำแฝงก็อาจดื่มน้ำมันมะกอกได้เพียงแค่ 75 ซีซี ก็เพียงพอแล้ว เพราะคนที่มีอาการดังกล่าวมีการใช้พลังงานแปลงไขมันออกมาเป็นฮอร์โมนและน้ำดีได้น้อย ดังนั้นการดื่มไม่ให้มากเกินไปจะปลอดภัยมากกว่า และสำหรับผู้ที่สูงวัยมากๆกำลังขับน้อย ก็อาจดื่มน้ำมันมะกอกเล็กน้อยเพียง 50 ซีซี แล้วทยอยดื่ม 4 วันติดต่อกันก็ได้
       
        ส่วนน้ำผลไม้ที่ผสมในน้ำมันมะกอกก็ไม่จำเป็นต้องเป็นมะนาวอย่างเดียว เพราะอาจทำให้ดื่มยากเพราะบาดคอและกลิ่นแรงมาก ดังนั้นขอให้เป็นผลไม้รสเปรี้ยวก็ถือเป็นอันใช้ได้ เช่น น้ำส้มผสมกับน้ำมะนาวอย่างละครึ่งๆ , น้ำแอปเปิ้ล, เกรพฟรุ๊ต และหากบาดคอมากอาจตบท้ายด้วยการจิบน้ำมะนาว + น้ำส้มผสมน้ำผึ้งใส่เกลือเล็กน้อย แล้วบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าตามอีกครั้ง
       
        แม้น้ำมันมะกอกจะเป็นน้ำมันที่มีคุณสมบัติที่ดีที่สุดสำหรับการล้างพิษตับ แต่บางคนก็อาจจะแพ้น้ำมันมะกอก หรือไม่สามารถที่จะดื่มได้ ดังนั้น อันเดรียส์ มอริสต์ ผู้ทรงอิทธิพลในการล้างพิษตับชาวเยอรมัน ได้เสนอทางเลือกที่จะใช้น้ำมันประเภทอื่น ได้แก่ น้ำมันแมคาดาเมีย น้ำมันเมล็ดองุ่นบีบเย็น น้ำมันทานตะวัน เป็นต้น ห้ามใช้น้ำมัน แคนโนลา, น้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันที่ผ่านกรรมวิธี
       
        เพียงเราเข้าใจถึงหลักการในการล้างพิษตับมา 4 ตอนข้างต้นนี้แล้ว เราก็จะสามารถปรับปรุงและประยุกต์ในการล้างพิษตับให้เหมาะกับตัวเอง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากที่สุด
       
       

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สูตรผสมผสาน "ล้างพิษตับ" เยอรมัน ไต้หวัน และไทย ให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 3) : ไม่ทำดีท็อกซ์ได้ไหม?
สูตรผสมผสาน "ล้างพิษตับ" เยอรมัน ไต้หวัน และไทย ให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 2) : ทางเลือกในการล้างลำไส้
สูตรผสมผสาน "ล้างพิษตับ" เยอรมัน ไต้หวัน และไทย ให้มีประสิทธิภาพ (ตอนที่ 1) : เทคนิคการอดอาหาร
ข่าวล่าสุด ในหมวด
บทวิเคราะห์เจาะลึก! เติมน้ำมันหรือติดก๊าซชนิดไหนค่าใช้จ่ายคุ้มค่าทีสุดเมื่อรถแล่นระยะทางเท่ากัน?
อึ้ง! เบื้องหลัง ก๊าซ LPG ตลาดโลกอยู่ที่กิโลกรัมละ 10.63 บาท แต่ก๊าซ LPG ไทยขายปลีกที่ 20.29 บาท !?
ร้องไห้หนักมาก!! เมื่อรู้เบื้องหลังว่าทำไม ดีเซลพม่า 14 บาท แต่ดีเซลไทย 19 บาท !?
เปิดเบื้องหลัง ทำไมราคาน้ำมันไทยยังไม่ลดลงตามตลาดโลก !?
“ราคาปิโตรเลียมลดลงทั่วโลก” รัฐบาลพลเอกประยุทธ์มี “วิสัยทัศน์”อะไรบ้างหรือยัง?
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 42 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2016