หน้าแรกผู้จัดการ Online | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์
 

ใครฆ่า? “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” มือปืนโลกพระจันทร์

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน
26 ตุลาคม 2556 06:03 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
 ใครฆ่า? “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” มือปืนโลกพระจันทร์
เอ็กซ์ขณะนำดอกไฮเดรนเยียมามอบให้ภรรยา ผ่านการประสานรอยร้าวของนางปวีณา หงสกุล

 ใครฆ่า? “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” มือปืนโลกพระจันทร์
ต้องยอมรับว่าฝีไม้ลายมือในฐานะนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยนั้น เอ็กซ์ไม่เป็นสองรองใครใน พ.ศ.นี้

 ใครฆ่า? “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” มือปืนโลกพระจันทร์
อ็กซ์ขณะถูกยิงในรถปอร์เช่ของตนเองเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2556

 ใครฆ่า? “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” มือปืนโลกพระจันทร์
บทบาทนักแสดงที่สร้างชื่อในภาพยนต์เรื่องหมากเตะรีเทิร์นส

 ใครฆ่า? “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” มือปืนโลกพระจันทร์
นายมานพ-นางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม พ่อ-แม่ของเอ็กซ์ร้องไห้ในวันรดน้ำศพของผู้เป็นลูกชาย

 ใครฆ่า? “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” มือปืนโลกพระจันทร์
ญาติสนิท มิตรสหายในงานพระราชทานเพลิงศพที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน

 ใครฆ่า? “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” มือปืนโลกพระจันทร์
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ขณะรดน้ำ ศพเอ็กซ์

 ใครฆ่า? “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” มือปืนโลกพระจันทร์
พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยาของเอ็กซ์หลั่งน้ำตาในพิธีพระราชทาน เพลิงศพเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2556

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์-การเสียชีวิตของ “เอ็กซ์” จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม ถือเป็นคดีฆาตกรรมที่อุกอาจและสะเทือนขวัญที่สุดคดีหนึ่ง เนื่องเพราะเมื่อพิเคราะห์ปฏิบัติการของ “มือสังหาร” แล้ว ต้องบอกว่า เป็น “มืออาชีพ” และผ่านการ “วางแผน” มาเป็นอย่างดี
       
       ที่สำคัญคือ ต้องไม่ลืมว่า “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” ไม่ใช่ชาวบ้านร้านตลาดธรรมดา หากแต่เป็นนักแม่นปืนมืออาชีพ เป็นนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ยิ่งสำหรับ “ปืนสั้น” ด้วยแล้ว ในพ.ศ.นี้ “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” ไม่เป็นสองรองใคร แถม “เอ็กซ์” ยังมี “นาย” หลายคน และแต่ละคนก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในระดับตัวพ่อทั้งสิ้น
       
       แต่ที่เด็ดไปกว่านั้นอยู่ตรงที่ เอ็กซ์รู้ตัวเองดีเช่นกันว่ากำลังตกเป็นเป้าสังหาร ดังนั้น จึงเปลี่ยนที่หลับที่นอนบ่อยครั้ง และหนึ่งในแหล่งกบดานที่เอ็กซ์ไปขอพึ่งบารมีก็คือ “ไชยา สะสมทรัพย์” ส.ส.พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและอีกหลายกระทรวง ผู้กว้างขวางแห่งเมืองนครปฐม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า คนที่คุ้มกะลาหัว “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” นั้น ไม่ธรรมดา
       
       ดังนั้น จึงสามารถกล่าวได้เต็มปากเต็มคำว่า ทั้งคนที่สั่งฆ่าและทีมสังหารก็ย่อมไม่ได้ธรรมดาตามไปด้วย เพราะลำพังแค่การที่ไม่เห็นแก่หน้าบ้านใหญ่นครปฐม ก็คงไม่ต้องอธิบายความใดๆ เพิ่มเติมแล้ว เนื่องจากทุกคนรู้ดีว่า วินาทีนี้เสี่ยอ้อนคือหมายเลขหนึ่งในยุทธจักรที่ใครๆ ก็ต้องก้มหัวให้
       
       นอกจากนี้ เมื่อเชื่อมโยงกับข้อมูลของอาวุธที่ใช้สังหาร ซึ่งแม้ปลอกกระสุนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจะเป็นขนาด 9 มม. แต่ปืนที่ยิงชัดเจนว่า มีการดัดแปลงจากปืนของรัสเซียที่ขายเกลื่อนกลาดตามแนวชายแดนไทยสนนราคากระบอกละไม่กี่พันบาท รวมทั้งทีมสังหารที่ประกอบไปด้วยทีมชี้เป้า ทีมยิง และทีมรับตัวมือปืนหลังปฏิบัติการสำเร็จ ยิ่งรับรู้ได้ว่า งานนี้มีการวางแผนเอาไว้อย่างรอบคอบ
       
       และด้วยเหตุดังกล่าว จุดที่จะต้องขยายความเพิ่มเติมก็คือ อะไรคือชนวนเหตุแห่งการสังหารในครั้งนี้ เพราะถ้าหากไม่ใช่เรื่องที่สาหัสสากรรจ์และเกี่ยวพันกับผลประโยชน์มหาศาลก็คงไม่นำไปสู่การสังหารโหดสะท้านสะเทือนเมืองเช่นนี้
       
       และใครคือผู้สั่งฆ่า “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม” มือปืนโลกพระจันทร์ที่มีทั้ง “ด้านมืด” และ “ด้านสว่าง” ปรากฏให้สังคมได้รับทราบ
       
       แต่ที่แน่ๆ ก็คือเอ็กซ์เป็นคนที่มีศัตรูเยอะดังที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์เกี่ยวกับเรื่องพระเครื่องเอาไว้ว่า “ผมห้อยเยอะ ติดตัวตลอด เพราะผมก็ศัตรูเยอะเหมือนกัน(ยิ้ม) คนที่คิดในทางที่ไม่ดีกับผมก็เยอะเหมือนกัน เวลาแข่งยิงปืนก็ติดตัว ไม่เคยถอดเลยนะ
       
       ปมฆ่าที่ 1ขัดแย้งกับภรรยา-คนใกล้ชิด
       
       หลังการสังหารโหด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งปมสังหาร “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” เอาไว้หลายประเด็นด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเด็นก็ล้วนแล้วแต่อาจเป็นมูลเหตุเกี่ยวข้องกับการตายของ“เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” ได้ทั้งสิ้น
       
       แน่นอน ประเด็นแรกที่สังคมกล่าวถึงเห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องความขัดแย้งกับ “หมอนิ่ม-พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ” ภรรยาของเอ็กซ์ เพราะก่อนหน้านี้ทั้งสองคนได้ทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรงถึงขนาดถูกนางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม มารดา และ พญ.นิธิวดีเข้าร้องเรียนนางปวีณา หงสกุล รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทั่งนำไปสู่การแจ้งความ สน.มีนบุรีเพื่อออกหมายจับหนุ่มนักแม่นปืนเลือดร้อนหลายข้อหาและต้องติดคุกติดตะรางอยู่หลายวัน
       
       เป็นความขัดแย้งที่ต้องบอกว่า หนักหนาสาหัสไม่น้อย
       
       ที่สำคัญคือเรื่องนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงประเด็นชู้สาว ซึ่งเอ็กซ์ได้ไปพัวพันกับหญิงสาวชื่อ “อ้อม” และพยายามจะพาเข้าไปอยู่ที่บ้านรวมกับครอบครัว จนกลายเป็นชนวนระหองระแหงกับภรรยาและมารดา
       
       แถมเหตุยังเกิดในขณะที่เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ขับรถปอร์เช่ออกจากที่พักในซอยหมู่บ้านบัวขาว รามคำแหง 174 ย่านมีนบุรี เพื่อไปทานอาคารค่ำกับ พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยาอีกต่างหาก ซึ่งประเด็นดังกล่าวทำให้ตำรวจถึงกับตั้งคำถามว่า มีใครส่งซิกชี้เป้าความเคลื่อนไหวของเอ็กซ์ระหว่างขับรถออกจากบ้านอีกหลังไปหาภรรยาในค่ำวันเกิดเหตุคือวันที่ 19 ตุลาคม 2556 ให้มือปืนตามประกบเด็ดชีพหรือไม่
       
       ยิ่งเมื่อพิจารณาจากคำร้องที่ พ.ต.ท.ถาวร สายมะณี พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ยื่นต่อศาลเพื่อนำตัวนายจักรกฤษณ์ฝากขังก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่า ไม่ใช่เรื่องเล็ก
       
       “เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 56 เวลาประมาณ 18.00 น. พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยาของผู้ต้องหามีปากเสียงทะเลาะกัน ผู้ต้องหาใช้มือซ้ายล็อกคอ มือขวาถือปืนมาจ่อที่ศีรษะของภรรยา นิ้วมืออยู่ที่ไกปืน ฝ่ายหญิงร้องขอชีวิตและอ้อนวอนให้เห็นแก่ลูก ผู้ต้องหาซึ่งมีอาการมึนเมาสารเสพติดจึงไม่ยิง หลังจากนั้น ทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันอีกหลายครั้ง ผู้ต้องหาเคยชักปืนออกมาจากเอวเล็งมาที่ภรรยาพูดข่มขู่ว่า “มึงจะไปแต่ตัวของมึง หรือจะเอาร่างของลูกไป” เคยใช้กำปั้นชกเข้าที่ท้องอย่างรุนแรงประมาณ 10 ครั้ง และใช้เข็มขัดฟาดที่แขนและขาประมาณ 5 ครั้ง พร้อมใช้มีดสปาร์ตาจ่อที่หน้าผาก และพูดว่า “มึงยังอยากอยู่กับลูก หรือมึงอยากตาย” ผู้ต้องหาที่มีอารมณ์โมโห และมีอาการมึนเมายาเสพติดอย่างรุนแรงยังใช้ปืนยิงไปยังพี่เลี้ยงบุตร 1 นัด แต่กระสุนปืนไม่ถูกผู้ใด พญ.นิธิวดีจึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ต่อมาตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นบ้านเลขที่ 21/14 ซอยรามคำแหง 174 แขวงและเขตมีนบุรี กทม. ยึดของกลางเป็นปืนหลายรายการ ก่อนจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดี”
       
       และร่องรอยที่น่าสนใจก็คือ ความขัดแย้งมิได้หยุดอยู่แค่ภรรยาเท่านั้น หากยังลุกลามไปถึงครอบครัวของหมอนิ่มผู้เป็นภรรยาอีกด้วย เพราะในสำนวนคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว ตำรวจระบุเอาไว้ชัดเจนว่า “หากมีการปล่อยตัวชั่วคราวผู้เสียหายก็จะไม่สามารถเข้าบ้านได้ และผู้ต้องหายังได้กระทำผิดซ้ำซาก คลุ้มคลั่งจากการดื่มของมึนเมา มีการข่มขู่ผู้เสียหาย จะฆ่าบุตรและบิดามารดาของผู้เสียหาย”
       
       ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น หลังจากที่เอ็กซ์ติดคุกติดตะรางได้ระยะหนึ่ง ก็ได้รับการประกันตัวออกมา เมื่อวันที่ 4 ก.ย. เอ็กซ์ก็ได้ก่อวีรกรรมขึ้นอีกครั้ง เมื่อตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางชัน ดำเนินคดี พญ.นิธิวดี ผู้เป็นภรรยา และธนาคารกสิกรไทย ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ภายหลังถูกลักลอบขนทรัพย์สินในตู้นิรภัยของธนาคารกสิกรไทย สาขาสุขาภิบาล 3 มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท แต่ธนาคารติดตามทรัพย์สินคืนมาไม่ได้ โดยทรัพย์สินที่หายไป เอ็กซ์ให้การว่ามีทั้งพระเครื่อง ทองคำทั้งรูปพรรณและทองคำแท่ง เพชร และสิ่งมีค่าทางจิตใจที่สะสมมาเป็นเวลานาน ที่ได้ฝากไว้ในตู้นิรภัยของธนาคาร ซึ่งถือว่ามีระบบความปลอดภัยสูงสุด แต่กลับถูกเปิดโดยพลการเพื่อให้ผู้ที่ไม่มีอำนาจนำทรัพย์สินของตัวเองออกไป
       
       สรุปก็คือเอ็กซ์กล่าวหาว่า พญ.ณิธิวดีเป็นผู้โจรกรรมทรัพย์สินในตู้นิรภัยของตนเองไป ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าความบาดหมางระหว่างสามีภรรยาคู่นี้เขม็งเกลียวหนักขึ้นกว่าเก่า
       
       อย่างไรก็ตาม ต่อมาดูเหมือนว่าปัญหาความบาดหมางกับภรรยาจะจบสิ้นไปในอีกไม่กี่วันต่อมา เมื่อปรากฏภาพเอ็กซ์เดินทางมาที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อเข้าพบ พญ.นิธิวดี และนางปวีณา หงสกุล รมว.พม. หลังจากก่อนหน้านี้ได้ขอเข้าพบนางปวีณา เพื่อขอให้เป็นคนกลางในการติดต่อภรรยา เพื่อขอพบเพื่อปรับความเข้าใจและสานต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยในวันดังกล่าวได้นำดอกไฮเดรนเยียมามอบให้กับภรรยาด้วย
       
       ทั้งนี้ เอ็กซ์-จักรกฤษณ์กล่าวขอโทษและยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น พร้อมน้อมรับคำสั่งสอนของนางปวีณา เพื่อสร้างความเข้าใจกันในครอบครัว พร้อมสัญญาว่าต่อไปนี้จะให้ความเอาใจใส่และให้ความอบอุ่นต่อภรรยาและลูก การใช้ความรุนแรงต่อครอบครัว หรือต่อสังคม จะไม่เกิดขึ้นอีก
       
       ขณะที่พญ.นิธิวดี กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ความเอื้ออาทร และความห่วงที่มีต่อนายจักรกฤษณ์ ยังคงมีอยู่ แต่สิ่งที่ห่วงที่สุดก็คือ เรื่องลูก ซึ่งไม่เคยคิดและไม่เคยขัดขวางจะไม่ให้เจอลูก แต่ขอให้เอ็กซ์ตั้งใจทำงานในอาชีพนักแม่นปืนให้ดีที่สุด โดยส่วนตัวให้อภัยแล้ว แต่ที่ยังไม่ขอกลับไปใช้ชีวิตด้วยนั้น เพราะต้องการให้พิสูจน์ตัวเองก่อน
       
       ทว่า แม้ภาพจะออกสู่สาธารณชนเช่นนั้น แต่ในเบื้องลึกแล้วไม่มีใครรู้ว่า ทั้งสองคนคืนดีกันจริงหรือไม่
       
       นอกจากนี้ ในช่วงที่เอ็กซ์ทะเลาะกับภรรยา หมอนิ่มก็มักจะนำเรื่องไปปรึกษามารดาและญาติฝ่ายภรรยาอยู่เสมอ และญาติฝ่ายภรรยาของหมอนิ่มคนนี้ก็เป็นห่วงน้องสาวมากถึงขนาดบอกเพื่อนที่เป็นทนายความให้ว่าความให้และว่าจ้างสารวัตรทหารอากาศ(สห.ทอ.) 4 นาย มาดูแลพญ.นิธิวดีเป็นพิเศษ
       
       และข้อมูลสำคัญที่จำต้องขีดเส้นใต้เอาไว้ก็คือ คำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผบช.น.ที่บอกว่า “อาจจะไม่ใช่ตัวของพญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยา แต่เป็นคนรอบข้าง”
       
       ปมฆ่าที่ 2ขัดแย้งในธุรกิจพระเครื่อง
       
       ปมสังหารถัดมาปรากฏสู่สายตาของสาธารณชนเพียงแค่ 1 วันหลังการเสียชีวิตของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์เมื่อมีการระบุจากพยานหลายปากว่า เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในวงการ “พระเครื่อง” และพยานปากสำคัญที่ให้ข้อมูลก็คือ “มานพ พณิชย์ผาติกรรม” พ่อของเอ็กซ์
       
       พ่อเอ็กซ์ให้ข้อมูลตำรวจว่า เมื่อราว 2-3 อาทิตย์ก่อนการเสียชีวิต ลูกชายมาคุยว่า มีปัญหากับเซียนพระรายหนึ่งที่เอ็กซ์ขายพระไปแล้วขอคืนรวมทั้งเงินอีก 1.7 ล้านบาท แต่มาเกิดปัญหาภายหลังเมื่อผู้ซื้ออ้างว่า พระองค์ดังกล่าวมีตำหนิรูปพรรณไม่ตรงตามมาตรฐาน หรือพูดง่ายก็คือเป็น “พระเก๊” แต่เอ็กซ์ไม่คืนเงินให้ทำให้มีปัญหาทะเลาะวิวาทกับผู้รับซื้อถึงขั้นข่มขู่เอาชีวิต จนในที่สุดเอ็กซ์ต้องหลบหนีไปกบดานที่บ้านของนักการเมืองชื่อดังคนหนึ่งในพื้นที่นครปฐม
       
       พระเงินล้านองค์นั้นก็คือ เหรียญเจ้าสัวของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เกจิชื่อดังแห่งเมืองนครปฐม
       
       และนักการเมืองชื่อดังที่เอ็กซ์หนีไปกบดานอยู่ด้วยก็คือ “เสี่ยอ้อน ไชยา สะสมทรัพย์” โดยเจ้าตัวยอมรับผ่านการให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเรื่องจริง
       
       ทั้งนี้ ข้อมูลความขัดแย้งในวงการพระเครื่องที่ตำรวจเปิดเผยตรงกับที่ “ทรงวุฒิ วุฒิการโกศล” เพื่อนสนิทของเอ็กซ์ในกลุ่มผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ชื่อ “ไอ้มดแดง”
       
       “ช่วงที่เป็นข่าวกับครอบครัว เอ็กซ์มาที่นี่บ่อยและเล่าแบบเดียวกับที่เป็นข่าว แต่ที่น่าจะเป็นสาเหตุคือราว 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เอ็กซ์มาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการซื้อขายพระแล้วคุยแบบมีอารมณ์โกรธ”ทรงวุฒิเล่า
       
       มีความเป็นไปได้แค่ไหนที่เอ็กซ์จะร่วมมือกับ “อ.” ทำพระปลอมหรือถูก “อ.” หลอกให้นำเอาพระปลอมไปขายจนกลายเป็นที่มาของชนวนสังหาร
       
       แน่นอน ผู้ที่รู้เรื่องดีเห็นจะหนีไม่พ้นเพื่อนของเอ็กซ์ที่ชื่อ “เล็ก” ซึ่งเป็นลูกของคหบดีคนหนึ่งในจังหวัดนครปฐม เพราะ “เล็ก” คนนี้ก็คือคนที่ไชยา สะสมทรัพย์ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า เป็นคนพาเอ็กซ์เข้าไปหาที่บ้านใหญ่
       
       แต่จะอย่างไรก็ตาม เชื่อว่าประเด็นนี้ไม่ยากเกินกว่าที่ “บิ๊กแจ๊ด-พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง” ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจะแสวงหาข้อเท็จจริงเพราะบิ๊กแจ๊ดนั้นได้ชื่อว่าเป็นนักสะสมพระเครื่องตัวยงและรู้จักมักคุ้นกับ “เซียนพระ” น้อยใหญ่ในยุทธจักรสายนี้เป็นอย่างดี
       
       ข้อมูลจากตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนรายงานเอาไว้ว่า เอ็กซ์มีการติดต่อ ซื้อขาย-เช่าพระกับขบวนการทำพระปลอม ที่มีหัวหน้าแก๊งเป็นที่รู้จักกันดีในวงการพระเครื่องชื่อย่อ “อ.” ซึ่งมีแหล่งผลิตพระปลอมอยู่ในจังหวัดนครปฐม เป็นที่ล่ำลือในวงการพระเครื่องถึงฝีไม้ลายมือที่สามารถปลอมแปลงพระเครื่อง ที่เป็นที่นิยมในตลาดพระเครื่องได้อย่างแนบเนียนระดับมือพระกาฬ
       
       จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า เอ็กซ์มีความสนิทสนมกับคนดังในวงการพระเครื่องหลายต่อหลายคนด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ พยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมพระเครื่องพระบูชา ที่เอ็กซ์เรียกว่า “พ่อยัพ” ทุกคำและนับถือไม่ต่างจากพ่อบุญธรรม ซึ่งบ้านของพยัพก็เป็นหนึ่งในที่กบดานของเอ็กซ์หลังจากที่ถูกข่มขู่เอาชีวิต
       
       นอกจากนั้น เซียนพระอีกคนหนึ่งที่สนิทกับเอ็กซ์และได้รับการเปิดเผยชื่อคนถัดมาก็คือ “อ๊อด นครปฐม” โดยนายมานพพ่อของเอ็กซ์เป็นผู้ยืนยันเองว่า ทั้งคู่มีความสนิทสนมและไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ และมีข้อมูลด้วยว่าก่อนหน้านี้ที่นายจักรกฤษณ์ต้องติดคุกหลังเกิดความขัดแย้งกับภรรยา นายสุนทรก็เป็นผู้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวออกไป
       
       “อ๊อดเหมือนลูกชาย อ๊อดเป็นคนดี ซึ่งดีมากด้วย รักเอ็กซ์เหมือนน้อง เอ็กซ์รู้จักคบหามาหลาย 10 ปี อ๊อดสอนเอ็กซ์ทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องดูพระ เรื่องพูดจา เรื่องอารมณ์ เรื่องใช้ชีวิตและการวางตัว”นายมานพให้ข้อมูล
       
       22 ตุลาคม 2556 พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. กล่าวภายหลังการสอบปากคำนายสุนทร บุญญะทวีวัฒน์ หรือ “อ๊อดขาว นครปฐม” เซียนพระชื่อดัง ใน จ.นครปฐม ว่าได้เชิญเซียนพระรายนี้มาให้ข้อมูลเนื่องจากมีความสนิมสนมคุ้นเคยกับนายจักรกฤษณ์ ซึ่งเหตุผลที่เชิญ นายสุนทรมาเพราะต้องการทราบข้อมูลว่าช่วงที่นายจักรกฤษณ์ไปอยู่ที่ จ.นครปฐม ได้มีปัญหากับใครบ้างหรือไม่ รวมทั้งสอบถามว่านายจักรกฤษณ์เคยเล่าให้ฟังบ้างหรือไม่ว่าเคยมีปัญหากับใคร โดยตำรวจเชื่อว่านายสุนทรไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการเสียชีวิตของจักรกฤษณ์
       
       ทั้งนี้ จากการสอบถาม นายสุนทร ระบุว่าประเด็นความขัดแย้งในวงการพระเครื่องไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาการเช่าพระราคาเป็นสิบล้านก็ไม่มีปัญหาอะไร พร้อมยืนยันว่านายจักรกฤษณ์ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายพระปลอมอย่างแน่นอน เพราะอย่างที่ทราบถ้าซื้อขายพระเครื่องที่มูลค่าเป็นล้าน จะต้องนำพระไปให้เซียนพระหลายรายดูจนแน่ใจว่าเป็นพระแท้ คงไม่ได้ตกลงซื้อขายกัน หรือจ่ายเงินทันที อย่างไรก็ตามประเด็นเกี่ยวความขัดแย้งในวงการพระเครื่องตำรวจยังไม่ได้ตัดทิ้ง ต้องตรวจสอบให้ครบถ้วน เพราะอย่างที่ทราบมีบางช่วงที่นายจักรกฤษณ์มีการให้เช่าพระเครื่องด้วย ซึ่งตรงนี้ต้องดูทั้งหมด โดยจะตรวจสอบบัญชี รวมทั้งเส้นทางการเงินของนายจักรกฤษณ์อีกครั้งว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เมื่อรับเงินมาแล้วจ่ายไปให้ใคร
       
       ปมที่ 3ขัดแย้งธุรกิจค้ายา
       
       ถัดจากเรื่องพระเครื่องก็มาถึงปมสังหารปมสำคัญประการสุดท้าย นั่นก็คือ เรื่องยาเสพติด
       
       ทั้งนี้ ในช่วงที่เอ็กซ์ติดคุกจะพบว่ามีประเด็นที่น่าสนใจซุกซ่อนอยู่หลายประเด็นด้วยกัน โดยถ้าหากพิจารณาจากคำร้องที่เจ้าพนักงานหรือตำรวจยื่นขอฝากขังต่อศาล รวมทั้งคำให้สัมภาษณ์ของนางบุญคิดผู้เป็นมารดาก็พบว่า เอ็กซ์-จักรกฤษณ์น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสพสารเสพติด
       
       ขณะที่นางบุญคิดให้สัมภาษณ์หลังคัดค้านการประกันตัวว่า ใจลึกๆแล้วยังเป็นห่วงลูก สงสารลูก แต่ต้องคัดค้านการประกันตัว เพราะหากลูกได้ประกันกลัวว่าจะกลับไปเสพยาเสพติดอีก และไม่ทราบว่ายังมีปืนที่ลูกชายเก็บไว้ที่ไหนอีกหรือไม่ ตนและลูกสะใภ้ก็ยังหวาดกลัวอยู่จำเป็นต้องคัดค้านการประกันตัว
       
       ประเด็นที่ต้องขีดเส้นใต้เอาไว้สองเส้น ณ ตรงนี้ก็คือ ทั้งภรรยาและแม่เอ็กซ์ให้การตรงกันเกี่ยวกับเรื่องสารเสพติด
       
       ดังนั้น นี่จึงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจและตำรวจตั้งข้อสงสัยไว้ในครั้งแรก
       
       มีรายงานว่า นายทหารอากาศชั้นสัญญาบัตรผู้หนึ่งซึ่งสนิทสนมกับเอ็กซ์ได้เดินทางมาให้ข้อมูลกับเข้าหน้าที่ตำรวจ โดยอ้างว่า ก่อนหน้านี้มีขบวนการค้ายาไอซ์รายใหญ่หมายหัวเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ไว้
       
       รวมทั้งมีข้อมูลด้วยว่า เอ็กซ์ได้เข้าไปรู้จักนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีประวัติพัวพันกับเครือข่ายแก๊งค้ายาไอซ์รายใหญ่ในภาคใต้ ก่อนที่จะมีปัญหาความขัดแย้งถึงขั้นต้องฉีกตัวออกนอกพื้นที่อิทธิพลดังกล่าว
       
       “ในช่วงที่นายจักรกฤษณ์ใช้ชีวิตอยู่ใน จ.นครปฐม เกิดไปรู้จักกับขบวนการค้ายาไอซ์รายใหญ่ระดับประเทศที่มีเอเยนต์เป็นถึงระดับนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาเครือข่ายค้ายาไอซ์กลุ่มนี้สงสัยว่า นายจักรกฤษณ์นำมาความเดือดร้อนมาให้ จึงตักเตือนให้สงบปากสงบคำและทวงสิ่งของบางอย่างจนทำให้ต้องออกจากพื้นที่นครปฐม”แหล่งข่าวให้ข้อมูล
       
       ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังเชื่อมโยงไปถึงกรณีที่นายจักรกฤษณ์ติดต่อขอโอนเงินให้ทหารยศร้อยตรีซึ่งมีประวัติเคยถูกดำเนินคดียิงเจ้าของกิจการซอสปรุงรสชื่อดังเสียชีวิต จำนวน 130,000 บาท โดยก่อนโอนเงินนั้น ข่าวแจ้งว่า นายทหารดังกล่าวติดตามหาตัวและพยายามติดต่อนายจักรกฤษณ์หลายครั้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะมีขบวนการจ้างวานทวงหนี้หรือทวงสิ่งของบางอย่าง
       
       อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า ประเด็นเรื่องยาเสพติดจะไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่าใดนัก เพราะในการประชุมตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2556 ซึ่ง พล.ต.ท.คำรณวิทย์เป็นประธานได้ตัดประเด็นเรื่องความขัดแย้งในยาเสพติดที่ผู้ตายคลุกคลีอยู่ออกไป
       
       “หลังจากการประชุมเสร็จสิ้นแล้วเราได้ตัดประเด็นยาเสพติดทิ้ง ยืนยันว่านายจักรกฤษณ์มีการเสพยาจริง แต่ไม่ได้มีการจําหน่าย โดยนายจักรกฤษณ์ร่วมเสพยากับพวกอีก 2-3 คน แต่ไม่ได้เป็นคนนําไปจําหน่ายให้เพื่อนแน่นอน ทำให้ไม่เห็นความขัดแย้งใดๆ ส่วนประเด็นที่เหลือยังคงไว้ทั้งประเด็นเรื่องพระเครื่องความขัดแย้งในครอบครัว และความขัดแย้งในสมาคมยิงปืน ในประเด็นครอบครัวที่เรายังไม่ได้ตัดทิ้งเพราะตอนนี้กําลังอยู่ในช่วงระหว่างงานศพทําให้ครอบครัวยังไม่สามารถมาให้ปากคํากันอย่างเต็มที่ เราได้มีการเรียกสอบบ้างแล้ว และจะมีการเรียกสอบสวนเพิ่ม ทําให้ยังไม่สามารถตัดทิ้งได้”
       
       “ส่วนในประเด็นพระเครื่องนั้นมีการเรียกตัวบุคคลใกล้ชิด และเซียนพระที่สนิทกับนายจักรกฤษณ์มาสอบอย่างต่อเนื่อง โดยผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในวงการพระเครื่อง อยากให้ทราบว่าถ้าเกิดกรณีที่ไม่พอใจในพระเครื่องที่ถูกซื้อขายกันไปอยากจะขอคืน เราจะมีการเจรจากัน ผมก็เคยเป็นคนกลางในการเจรจาคืนพระให้เพื่อนมาแล้ว ซึ่งให้น้ำหนักในเรื่องการเจรจาไม่เป็นผลจึงมี ใบสั่งฆ่า โดยทางชุดสืบสวนเร่งติดพระที่นายจักรกฤษณ์ขายไปก็มีการเรียกมาตรวจสอบแล้วบางองค์”พล.ต.ท.คํารณวิทย์ให้ข้อมูล
       
       ดังนั้น ถึงตรงนี้ ปมสังหารเอ็กซ์-จักรกฤษณ์จึงขมวดปมมาอยู่ที่ประเด็นสำคัญคือเรื่องพระและครอบครัว ซึ่งเชื่อว่า ในไม่ช้าก็จะได้คำตอบจากปากของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่างอย่างแน่นอน
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
"เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด" ไฮไลท์งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่43
60 พรรษา สมเด็จพระเทพฯ เจ้าฟ้าของคนเดินดิน
รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ “การที่ ปตท. ฟ้องร้องนั้น เป็นการทำเพื่อปิดปากเรา”
หอมกลิ่นชาวดอย วันนั้น ทั้งชีวิตเราดูแล วันนี้ “น้ำท่วมผมไม่ใช่เทวดา” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร
เศรษฐกิจถดถอย จ่อคอหอย “บิ๊กตู่” ระวังเดี้ยงก่อนเวลา
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 10 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2015