หน้าแรกผู้จัดการ Online | ผู้จัดการสุดสัปดาห์
 

สยบแดงฮาร์ดคอร์ สมรภูมิหลักสี่ โกตี๋ VS ฮีโร่ป๊อปคอร์น

โดย ผู้จัดการรายวัน
8 กุมภาพันธ์ 2557 06:20 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สยบแดงฮาร์ดคอร์ สมรภูมิหลักสี่ โกตี๋ VS ฮีโร่ป๊อปคอร์น
ฮีโร่ป๊อปคอร์น' ที่ออกปฏิบัติการปกป้องชีวิตมวลชน

สยบแดงฮาร์ดคอร์ สมรภูมิหลักสี่ โกตี๋ VS ฮีโร่ป๊อปคอร์น
2)หลักฐานที่ชี้ว่าโกตี๋ เป็นคนสั่งการให้เกิดความรุนแรงที่หลักสี่

สยบแดงฮาร์ดคอร์ สมรภูมิหลักสี่ โกตี๋ VS ฮีโร่ป๊อปคอร์น
2)ภาพโกตี๋ ขณะให้สัมภาษณ์สำนักข่าว telegraph.co.uk

สยบแดงฮาร์ดคอร์ สมรภูมิหลักสี่ โกตี๋ VS ฮีโร่ป๊อปคอร์น
2)ภาพหลักฐานที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมปฏิบัติการกับ 'ชายชุดดำ' ฝั่งโกตี๋

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์-กล่าวได้ว่าเหตุปะทะกันที่หลักสี่ซึ่งมีการยิงถล่มกันกลางเมืองนั้นนอกจากจะติดอันดับกลายเป็น 'ข่าวดังระดับโลก' แล้ว ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือภาพของกลุ่มชายนิรนามที่ปฏิบัติการราวกับ 'หน่วยสวาท' ในหนังฮอลลีวูด โดยพวกเขาได้ฝ่าดงกระสุนบุกเข้าไปช่วยพามวลชน กปปส.ซึ่งมีเพียงสองมือเปล่า และส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงกับคนแก่ออกมาจากวงล้อมของเสื้อแดงและชายชุดดำที่ระดมยิงมาจากทุกทิศทุกทาง จนกลายเป็นขวัญใจของมวลมหาประชาชน และได้รับการขนานนามจากโลกไซเบอร์ว่า 'ฮีโร่ป๊อปคอร์น' ด้วยมีการใช้ถุงป๊อปคอร์นคลุมด้ามปืนขณะออกปฏิบัติการ
       
       ทั้งนี้ สัญญาณความรุนแรงเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ 30 มกราคม 2557 ก่อนหน้าที่ 'โกตี๋' หรือนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำแดงฮาร์ดคอร์สายปทุมฯ จะก่อความเลวขึ้นที่หลักสี่เพียง 1 วัน โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว telegraph.co.uk เอาไว้ชัดเจนว่า “นี่คือสงคราม แต่เป็นสงครามที่ยังไม่ได้ใช้อาวุธ แต่หากเกิดรัฐประหารขึ้นหรือการเลือกตั้งไม่ได้เกิดขึ้น เมื่อนั้นจะกลายเป็นสงครามที่มีการใช้อาวุธอย่างแน่นอน ผมอยากให้มีความรุนแรงเกิดขึ้นมากกว่านี้เพื่อจะได้ยุติเรื่องราวทั้งหมด ผมเบื่อที่จะต้องขึ้นปราศรัย มันถึงเวลาแล้วที่จะชำระล้างประเทศ เพื่อขจัดปัญหาให้หมดไป” !!
       
       และเมื่อย้อนไปในช่วงบ่ายของวันที่ 1 ก.พ.2557 ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งที่เกิดจากการผลักดันอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูของพรรคเพื่อไทย ภายใต้ระบอบทักษิณ ที่หวังจะใช้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 เป็นช่องทางในการฟอกตัวเพื่อกลับคืนสู่อำนาจอีกครั้ง 'นายใหญ่' จึงมีคำสั่งให้ 'โกตี๋' แกนนำแดงฮาร์ดคอร์สายปทุมฯ ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องการรุมยำรุมตีคนไม่มีทางสู้จัดทีมเสื้อแดงออกปฏิบัติการ โดยงานนี้โกตี๋ได้นัดรวมพลแดงปทุม แดงดอนเมือง แดงหลักสี่ แดงสะพานใหม่ และแดงอิสระ อีกทั้งยังมี 'บังโกวิท' นำแดงลาดกระบังร่วมด้วย โดยผนึกกำลังกับ 'ชายชุดดำ' และ 'ตำรวจมะเขือเทศ' ขนกำลังไปถล่มมวลชน กปปส.(คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข) ที่นำโดย 'หลวงปู่พุทธะอิสระ' ที่มาชุมนุมหน้าสำนักงานเขตหลักสี่ เพื่อแสดงอารยะขัดขืน ไม่ให้มีการขนหีบเลือกตั้งออกจากสำนักงานเขตหลักสี่ เพราะข้างฝ่ายทักษิณนั้นเล็งเห็นหายนะอยู่ข้างหน้าหากปล่อยให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งตามแนวทางของ กปปส. นั่นก็เท่ากับเป็นการตอกฝาโลงขุดหลุมฝังระบอบทักษิณให้สิ้นฤทธิ์ตายซากไปจากแผ่นดินนี้
       
       โดย 'โกตี๋' ได้ปลุกระดมผ่านวิทยุชุมชน 'เรดการ์ด เรดิโอ' ที่ตนเองเป็นเจ้าของ ให้มวลชนพร้อมอาวุธมารวมกันที่หน้าอนุสรณ์สถาน เพื่อปฏิบัติการณ์ในวันที่ 1 ก.พ. ก่อนที่จะเคลื่อนพลมาปักหลักปราศรัยปลุกระดมรอบสุดท้ายที่วัดหลักสี่ แล้วเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมสำนักงานเขตหลักสี่ ซึ่งว่ากันว่ามวลชนที่ถูกระดมมาในครั้งนี้ไม่ได้มีแต่เสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์เท่านั้น แต่ยังมีเขมรรับจ้างปะปนมาด้วย และเป็นที่น่าสังเกตว่าทุกคนจะถือป้ายที่เป็นเพียงกระดาษ A4 บางๆ แต่แปะอยู่บนไม้หน้าสามซึ่งพร้อมใช้เป็นอาวุธ นอกจากนั้นบางคนยังมีเหล็กแป๊บขนาดเขื่องอยู่ในมือ เรียกว่างานนี้เตรียมจะจะรุมตีรุมยำฝ่ายต่อต้านรัฐบาลชนิดที่เอากันให้เจ็บให้ตายกันไปข้างหนึ่ง
       
       “โกตี๋กับทีมงาน วันนี้พี่น้องไม่ต้องห่วง ทุกอย่างพร้อม 200 คน นี่ครับพร้อมแน่นอน เฉพาะของผมนะครับ 200 คน นี่คือนักรบ (เสียงปรบมือ) ... อันดับที่หนึ่ง อันดับที่สอง วันนี้นะครับ ผมรู้ว่าพวกมันนี่ฟังอยู่ครับ มีครับมี ในนี้มีเยอะ ... วันนี้ครับหัวมึงต้องหายแน่นอนครับ ถ้ามึงยังยึดเขตหลักสี่อยู่ ” นายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กล่าวบนเวทีภายในวัดหลักสี่ เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2557 ซึ่งปรากฏภาพและเสียงที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเป็นหลักฐานอย่างชัดเจน โดยในภาพข่าวดังกล่าวมีการ์ดและชายชุดดำรายล้อมอยู่จำนวนหนึ่งด้วย
       
       ทั้งนี้ เมื่อบรรดาแกนนำ กปปส.ทราบข่าวถึงการเคลื่อนพลดังกล่าวของกลุ่มโกตี๋ ซึ่งกำลังฮึกเหิมเตรียมจะปฏิบัติการเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่เสื้อแดงยิงถล่มมวลชน กปปส.ที่วัดศรีเอี่ยม และปลิดชีพ 'สุทิน ธราทิน' แกนนำ กปท.(กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ) เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา 'หลวงปู่พุทธะอิสระ' จึงประสานไปยัง พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ให้ส่งกำลังมาช่วยดูแลมวลชน ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักเขตหลักสี่ก็ได้ให้มวลชน กปปส.เข้าไปหลบภายในอาคาร
       
       ส่วนทางด้าน 'นายอิสระ สมชัย' อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำ กปปส.ซึ่งดูแลเวทีลาดพร้าว เมื่อทราบเรื่องก็ได้นำมวลชนส่วนหนึ่งเข้าสมทบเพื่อช่วยเหลือ แต่เมื่อขบวนของนายอิสระเคลื่อนมาถึง 4 แยกหลักสี่ก็ถูกแก๊งโกตี๋ยิงตัดขบวน ทำให้รถของ กปปส.เข้าไปได้เพียงบางส่วน นอกจากนั้นคนเสื้อแดงยังกรูเข้าทุบตีรถยนต์ของมวลชนที่เข้ามาทางไอทีสแควร์ จากนั้น 'ชายชุดดำ' ฝั่งโกตี๋ก็เปิดฉากยิงถล่มมวลชน กปปส.จากลาดพร้าวที่ติดอยู่บริเวณแยกหลักสี่ โดยระดมยิงมาทุกทิศทุกทาง ทั้งจากพื้นราบ บนสะพานลอย และยิงลงมาจากดาดฟ้าของตึกไอทีสแควร์ อีกทั้งจากคลิปที่มีมวลชนและผู้สื่อข่าวถ่ายไว้ได้ยังปรากฏชัดว่ามีนายตำรวจร่วมสนับสนุนปฏิบัติการของโกตี๋ โดยมีทั้งภาพนายตำรวจซึ่งอยู่กับโกตี๋ที่นั่งสั่งการอยู่ในรถตู้ภายในวัดหลักสี่ และนายตำรวจที่ยิงถล่มมวลชน กปปส.ด้วย โดยมีทั้งตำรวจในเครื่องแบบขณะลั่นกระสุน และตำรวจในคราบ 'ชายชุดดำ' โดยใส่หมวกไหมพรมแต่ไม่ปิดหน้า และสวมแจ็คเก็ตดำคลุมทับเครื่องแบบตำรวจ
       
       มวลชนดังกล่าวถูกยิงถล่มโดยไม่มีใครสามารถเข้าไปช่วยได้ กระทั่งมี 'กลุ่มชายนิรนาม' เข้าไปยิงสกัดเพื่อพามวลชนออกมาจากวงล้อม โดยกำหนดจุดปฏิบัติการริมทางรถไฟ เกาะกลางถนน จัดวางรูปแบบกำลัง แบบซุ่มโจมตี มีหน่วยชี้เป้าพิกัด หน่วยจรยุทธ์ แล้วระดมยิงทราโวที่อยู่ในถุงป๊อปคอร์นด้วยความแม่นยำและชำนาญกว่า ในที่สุดก็สามารถช่วยพามวลชน กปปส.ออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตามจากเหตุปะทะครั้งนี้ทำให้มีสื่อมวลชนบาดเจ็บ 2 ราย คือ นายจีระวัฒน์ สุขานนท์ ผู้สื่อข่าวตระเวน หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้รับบาดเจ็บที่ปากและจมูกเล็กน้อย และนายเจมส์ แนชต์เวย์ ช่างภาพนักข่าวชาวอเมริกัน ที่ได้รับบาดเจ็บที่ขาเพราะถูกกระสุนเฉี่ยว
       
       ทั้งนี้ จากปฏิบัติการของ 'ฮีโร่ป๊อปคอร์น' ครั้งนี้นอกจากจะมีเสียงชื่นชมถึงความกล้าหาญที่พวกเขาฝ่าดงกระสุนเข้าไปช่วยปกป้องชีวิตของมวลชนดังกึกก้องไปทั้งโลกออนไลน์ ภาพการปฏิบัติการของฮีโร่กลุ่มนี้ถูกแชร์กันว่อนเน็ตพร้อมคำกล่าว 'ขอบคุณ' จากหัวใจคนไทยผู้รักชาติแล้ว สังคมต่างก็พากันสงสัยว่าพวกเขาคือใคร ? หน่วยงานไหนส่งมา ? เพราะเมื่อดูจากฝีมือในการยิงปะทะและยุทธวิธีในการพามวลชนหลบหนีออกจากดงกระสุนแล้วเชื่อได้ว่าพวกเขาไม่ใช่มวลชนหรือการ์ดอาสาธรรมดา แต่ต้องเป็น 'หน่วยจรยุทธ์' ฝีมือฉกาจที่ผ่านการฝึกมาอย่างแน่นอน ที่สำคัญก่อนหน้านี้ยังมีนายทหารบางหน่วยออกมาประกาศว่า “จะปกป้องประชาชน ไม่ต้องการให้ประชาชนถูกฆ่าตาย”
       
       ขณะที่ผ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นก็พยายามบิดเบือนใส่สีตีไข่ว่าเหตุรุนแรงดังกล่าวเกิดจากการระดมยิงของการ์ด กปปส. และเหมารวมว่า 'ฮีโร่ป๊อปคอร์น' ก็คือการ์ดของ กปปส. แต่ด้วยภาพและคลิปวิดีโอต่างๆ ที่กระจายกันว่อนเน็ตนั้นสามารถเป็นหลักฐานที่มัดแน่นว่ากลุ่มเสื้อแดงที่มี 'ชายชุดดำ' และเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมปฏิบัติการ ได้ระดมยิงมวลชนสองมือเปล่า การ์ด กปปส.บางคนจึงนำอาวุธปืนสั้นเข้าไปช่วย ขณะที่ 'ฮีโร่ป๊อปคอร์น' ที่เข้ามาช่วยมวลชนนั้นมียุทธวิธีที่ดูยังไงก็ไม่ใช่การ์ด
       
       "...หลายคนสอบถามมามากมายเหลือเกินเรื่องชายสวมไอ้โม่ง 2 คน ที่ใช้อาวุธปืนทราโว ปรากฏตัวบุกเข้ามาช่วยคนของเราทั้งเด็กและผู้หญิงหลายร้อยคนที่กำลังหมอบคลานต่ำไปตามถนนที่แยกหลักสี่หลังจากถูกเสื้อแดงยิงถล่ม ผมต้องขอยืนยันอย่างนี้ครับ ในฐานะที่รู้จักทีมการ์ดที่ลาดพร้าวเป็นอย่างดี ผมไม่เคยเห็นบุคคล 2 คนนี้ รวมทั้งเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ก็ไม่ชินตา อย่าลืมนะครับว่าผมอยู่ที่นี่มานานและการ์ดส่วนมากแทบจะรู้จักกันหมดแล้ว แต่ 2 คนนี้ผมยืนยันว่าไม่ใช่คนของลาดพร้าว และที่สำคัญในคลิปวีดีโอ จังหวะที่ทั้ง 2 ยิงและถอยหลังพาคนของเราหลบไปตามแนวแบริเอร์คอนกรีตนั้น ดูแป๊บเดียวก็รู้ครับว่าเป็นการปฏิบัติการทางยุทธิวิธีที่ฝึกฝนมา ซึ่งคุณอาจเห็นได้ในภาพยนตร์ฝรั่งหลายเรื่องที่เกี่ยวกับหน่วยสวาท หรือ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ การเคลื่อนไหวจะมีคน 1 คนเป็นผู้ช่วยคอยแตะหลังให้เดินหน้าถอยหลังหรือซ้ายขวา คอยชี้ทิศทางของศัตรู ที่สำคัญอาวุธในกระสอบนั้นที่แท้จริงแล้วไม่ใช่ลักษณะปิดบังอาวุธครับ แต่เพื่อเก็บปลอกกระสุน ผมไม่กล้าทายว่าเขาเป็นใคร เป็นปริศนา ผมรู้แค่ว่า...เสื้อแดงยิงถล่มเราก่อนและมีคนคอยช่วยป้องกันเด็กๆและผู้หญิงของเราครับ..." สจ.ตั้ม-พิสุทธิ์ จันทรจำนงค์ หนึ่งใน กปปส.ลาดพร้าว ระบุ
       
       ข้อมูลดังกล่าวนั้นสอดคล้องกับ ไมเคิ่ล ยอน (Michael Yon) นักเขียน นักข่าวสงคราม และช่างภาพอิสระชาวอเมริกัน ซึ่งได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กของเขาเกี่ยวกับปฏิบัติการณ์ดังกล่าวว่า
       
       “ ข่าวที่ว่า กปปส.ติดอาวุธนั้น ผมรู้ข้อเท็จจริงมาว่ามีทหารนอกเครื่องแบบอยู่ร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม และเขาอยู่ที่นั่นเพื่อปกป้องผู้ชุมนุม แต่มีนักวิเคราะห์หลายคนที่ไม่เคยลงสถานที่จริง ที่เรียก กปปส.ว่าเป็นผู้ชุมนุมติดอาวุธ ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นไปได้ว่าการ์ดบางคนอาจจะมีอาวุธ แต่ผมไม่เคยเห็นอย่างนั้น แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ทหารอยู่ที่นี่เพื่อช่วยปกป้องผู้ชุมนุม เพราะฉะนั้น การยิงกันที่หลักสี่เมื่อสองวันก่อนนั้นเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากทหารบกหรือทหารเรือ -- โปรดระลึกไว้ด้วยว่าผู้ชุมนุมถูกเสื้อแดงยิงก่อน และเขายิงกลับ ผมค่อนข้างเชื่อมั่นว่าผู้ที่ยิงสวนกลับไปเป็นทหาร โปรดสังเกตว่าไม่มีผู้เสียชีวิตแม้จะมีการยิงกันขนาดนั้น ผมคาดว่าเสื้อแดงคงตกใจอยู่ไม่น้อยเพราะพวกเขาคงคิดไม่ถึงว่าทหารจะอยู่ที่นั่น และทหารจะพร้อมปกป้องผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธอย่างนั้น โปรดสังเกตด้วยว่าตำรวจรีบออกมากล่าวหาประณาม กปปส.ในทันที แต่ไม่เคยทำอะไรเลยแม้ กปปส.ถูกทำร้ายอยู่ตลอดเวลา
       
       ที่สำคัญปฏิบัติการของ 'ฮีโร่ป๊อปคอร์น' ยังส่งผลให้บรรดาแดงฮาร์ดคอร์ทั้งหลาย 'เผ่นแน่บ' และไม่กล้าใช้ความรุนแรงกับมวลชน กปปส.อีกเลยนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2557 เป็นต้นมา โดยเฉพาะ'โกตี๋' แกนนำแดงฮาร์ดคอร์และชายชุดดำซึ่งยิงถล่มมวลชน กปปส.ที่หลักสี่ ต้องรีบเผ่นออกเขมร หนีไปกบดานถึงฮ่องกง พร้อมทั้งปฏิเสธเสียงแข็งว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุปะทะที่หลักสี่ และไม่ได้อยู่เบื้องหลังเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น
       
       โดยเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โกตี๋ ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับรายการอินไซด์ไทยแลนด์ สถานีโทรทัศน์ Spring Newsด้วยน้ำเสียงระล่ำระลักว่า “ คืน 31 ม.ค. ชาวบ้านย่านหลักสี่ 30 คน ไปขอความช่วยเหลือว่า อยากจะเลือกตั้ง และขอให้โกตี๋ พาออกรายการวิทยุเรดการ์ด เพื่อพูดเชิญชวนขอให้ทุกคนไปยึดคืนพื้นที่เขตหลักสี่ที่ถูกยึดจาก กปปส. และให้โกตี๋ออกหน้า และนำกำลังไปขอคืนสถานที่ด้วย ผมจึงให้นำรถโมบายที่มีเครื่องเสียงไป แต่ผมไม่ได้เดินทางร่วมไปด้วย เพราะติดการสอบปากคำกับชายชุดดำกรณีเหตุการณ์คลอง 5 ในสถานีชายชุดดำดอนเมืองตั้งแต่เที่ยง แต่ได้ออกไปพบกับมวลชนที่วัดหลักสี่ เพื่อบอกว่าไม่สามารถอยู่ร่วมในการเดินขบวนของกลุ่มได้ ซึ่งแกนนำมวลชนที่ออกไปปะทะกับกลุ่ม กปปส . คือดาบเปี๊ยก กับ ลุงนวย”
       
       ว่ากันว่าผู้ที่ส่งสัญญาณให้ 'โกตี๋' รีบหนี พร้อมทั้งสั่งนายตำรวจให้ดูแลอำนวยความสะดวกพาโกตี๋ไปส่งถึงชายแดนเขมรก็คือ 'พี่แจ๊ด' คนมีสีที่โกตี๋ปวารณาตัวเข้าไปอยู่ในสังกัดนั่นเอง โดยทันทีที่รับโทรศัพท์จาก 'พี่แจ๊ด' ช่วงบ่ายคล้อยของวันที่ 1 ก.พ. หลังเกิดเหตุปะทะที่หลักสี่ โกตี๋ก็รีบโดดลงจากเวทีปราศรัยเผ่นออกเขมรในคืนวันเดียวกัน ขณะที่คนที่สถานีวิทยุเรดการ์ดจองโกตี๋ ก็ให้ข้อมูลว่าในวันดังกล่าวมีคนมาดักที่สถานีวิทยุเรดการ์ด พร้อมทั้งโยนปะทัดยักษ์ใส่ 2 ลูก ซึ่งเขาเชื่อว่าสาเหตุที่โกตี๋ถูกสั่งไล่ล่าน่าจะเป็นเพราะโกตี๋นำกำลังคนไปปะทะที่บริเวณแยกหลักสี่
       
       อย่างไรก็ดี งานนี้โกตี๋ยังไม่วายทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายใส่ 'บิ๊กตู่' พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อหวังปลุกปั่นให้คนเสื้อแดงเกลียดชังทหาร โดยโกตี๋ได้ให้สัมภาษณ์มาจากเขมรว่าเขาต้องรีบหนี เพราะมีคำสั่งจาก ผบ.ทบ.ให้ตามฆ่า
       
       โกตี๋ ระบุว่า “รับทราบข่าวจากผู้ใหญ่ว่าบิ๊กชายชุดเขียวสั่งฆ่า ระหว่างนั้นกำลังปราศรัยบนเวที และผู้ใหญ่ได้โทรมาสั่งให้ลงจากเวทีด่วน เพราะบิ๊กเขียวสั่งชายชุดเขียวนิรนามไล่ล่า จึงรีบกระโดดลงเวที และรีบนั่งรถหนีแบบไม่คิดชีวิตในคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นั้นทันที จนถึงวันนี้ผมก็ยังอยู่นอกพื้นที่ ต้องการขอความเป็นธรรม เพราะตอนนี้หนีหัวซุกหัวซุนไปเขมร ยืนยันว่าหนีมาเองคนเดียว และนั่งรถทัวร์มา เงินก็ไม่มี และตอนนี้รอคนที่บ้านเอาเงินมาให้ เพราะไม่มีอะไรติดตัวมา แม้แต่บัตร ATM ”
       
       เรื่องนี้ทำเอา 'บิ๊กตู่' ยั้วจัด ถึงกับส่งโฆษก ทบ.ออกมาขู่ว่าจะฟ้องหมิ่นประมาทกันเลยทีเดียว
       
       พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ระบุว่า “อยากให้นายวุฒิพงศ์ระมัดระวังในการใช้คำพูดที่มีลักษณะพาดพิง ผบ.ทบ. ถือเป็นการให้ร้ายด้วยข้อความรุนแรง ยืนยันว่าการดำเนินการต่างๆ ของกองทัพบกในช่วงที่ผ่านมาอยู่ภายใต้กรอบของกฎมายและรัฐธรรมนูญ และไม่เคยมีการปฏิบัตินอกกฎหมาย คำกล่าวอ้างเป็นคำพูดลอยๆ ของนายโกตี๋ ที่คิดเองเออเอง โดยไร้เหตุผล พยานหลักฐาน ถือว่าสร้างความเสียหายให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ และสร้างความเสื่อมเสียให้กับกองทัพเป็นอย่างมาก และขอให้นายโกตี๋หยุดกระทำพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งตอนนี้กองทัพบกกำลังศึกษาข้อกฎหมายเพื่อดำเนินการเอาผิดทางด้านกฎหมาย พร้อมทั้งอยากให้สังคมย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของนายวุฒิพงศ์ในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร กองทัพบกไม่อยากให้ค่ากับคนแบบนั้น”
       
       ล่าสุด โกตี๋ไปเต๊ะท่าถ่ายรูปที่ภัตตาคารในฮ่องกง โดยการข่าวระบุว่าหลังจากที่เข้าเขมรได้ โกตี๋ก็นั่งเรือต่อไปฮ่องกงเพื่ออาศัยกบดานหนีการไล่ล่า ซึ่งการหลบหนีของโกตี๋นั้นก็ไม่ต่างจากบรรดาแกนนำคนเสื้อแดงหลายๆคน อย่างเช่น อริสมันส์ พงษ์เรืองรอง แกนนำแดงฮาร์ดคอร์ที่ต้องหนีกระเซอะกระเซิงไปกบดานที่เขมรหลังก่อเหตุเผาบ้านเผาเมือง ในการชุมนุมเมื่อปี 2553 ซึ่งคนเหล่านี้มักหลบหนีเข้าไปยังกัมพูชา เนื่องจาก สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีความสนิทสนมกับ 'นช.ทักษิณ ชินวัตร' โดยมีด่านเถื่อนหลายด่าน และมีหลายช่องทางที่สามารถเดินทางออกจากฝั่งไทยเข้าไปยังกัมพูชาได้ ทั้งทางบกและทางน้ำ เช่น จ.จันทบุรี ตราด สระแก้ว ในภาคตะวันออก และจังหวัดในเขตอีสานใต้อีกหลายจังหวัด
       
       งานนี้บอกได้คำเดียวว่าปฏิบัติการของ 'ฮีโร่ป๊อปคอร์น' นั้นสยบ 'แดงฮาร์ดคอร์' เสียราบคาบ หนีกระเซอะกระเซิงไปคนละทิศละทาง และคงต้องหดหัวกบดานไม่กล้าซ่า ไม่กล้าออกมาไล่ฆ่าไล่ยิงใครไปอีกนาน
       
       ที่สำคัญ 'ยุทธศาสตร์ความรุนแรง' ที่พรรคเพื่อไทย ภายใต้ระบอบทักษิณ ใช้เป็นไม้ตายในการข่มขู่ลุกไล่ให้ฝ่ายต่อต้านในนาม กปปส.หวาดกลัว ก็คงมีอันสิ้นฤทธิ์ไป และนับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของระบอบทักษิณ ซึ่งต่อจากนี้คงไม่มีเครื่องมือใดให้รัฐบาลรักษาการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้เพื่อรักษาอำนาจ นอกจาก 'ความหน้าด้านหน้าทน' อย่างเดียวเท่านั้น
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
นั่นละฮะ “เรื่องเน่าเช้านี้” “สรยุทธ” จำใจลาจอ ก่อนทำ “ช่อง 3” ฉิบหายตายเห็นๆ
“เจ้าสัวสรยุทธ”จาก “กรรมกรข่าว” สู่ ‘นักเล่าข่าวพันล้าน’
คำพิพากษาคุก “สรยุทธ-ไร่ส้ม” โกงค่าโฆษณา อสมท 13 ปี 4 เดือน
อย่าหยุดแค่ “สรยุทธ” อย่าปล่อยให้ “ไอ้โม่ง” ตัวจริงลอยนวล
“ป๋าป้อม” คับประเทศ เปิดศึก “พะจุณณ์” สัญญาณกร้าว ยุคนี้ใครป๋า??
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 154 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2016