หน้าแรกผู้จัดการ Online | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์
 

“แม้ว” ผู้งมงาย “มนต์ดำ” และเบื้องลึกพิธีตัดกรรมที่ “พม่า”

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน
15 กุมภาพันธ์ 2557 05:35 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“แม้ว” ผู้งมงาย “มนต์ดำ” และเบื้องลึกพิธีตัดกรรมที่ “พม่า”
นช.ทักษิณ ชินวัตร คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร สมชาย-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และข้าทาสบริวารปรากฏตัวที่ประเทศเมียนมาร์เพื่อทำพิธีตัดกรรม

“แม้ว” ผู้งมงาย “มนต์ดำ” และเบื้องลึกพิธีตัดกรรมที่ “พม่า”
คนเสื้อแดงทำหุ่นจำลองนายใหญ่เพื่อบุญสะเดาะเคราะห์ พร้อมจัดพิธีหงายบาตรให้ที่วัดแก้วฟ้าในปี 2552

“แม้ว” ผู้งมงาย “มนต์ดำ” และเบื้องลึกพิธีตัดกรรมที่ “พม่า”
ทำบุญแก้กรรม สะเดาะเคราะห์ และร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ ที่หอสภาธรรมวัดธาตุหลวง นครเวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2555

“แม้ว” ผู้งมงาย “มนต์ดำ” และเบื้องลึกพิธีตัดกรรมที่ “พม่า”
ขณะทำพิธีสืบชะตาและสะเคราะห์ที่จัดขึ้นช่วงดึกวันที่ 4 พ.ย.2554 ณ วัดป่าพุทธคยา ประเทศอินเดีย

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์-บัดนี้ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ไม่ว่าประเทศจะล่มจมหาทางออกไม่ได้ เศรษฐกิจจะพินาศฉิบหาย ไม่สามารถตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นมาบริหารราชการแผ่นดินได้ หรือชาวนาจะต้องตายไปอีกสักกี่คน ก็มิได้มีผลอะไรกับผู้ชายที่ชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” และวงศ์วานว่านเครือเลยแม้แต่น้อย
       
       ภาพที่สังคมไทยได้เห็นระหว่างที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่หลวงก็คือ นักโทษชายหนีคดีทักษิณ ชินวัตร เดินทางเข้าไปในกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่าหรือเมียนมาร์ พร้อมกับวงศ์วานว่านเครือและข้าทาสบริวารของตระกูลชินเพื่อกระทำ “พิธีกรรมทางไสยศาสตร์” อะไรบางอย่างเพื่อรักษา “ชีวิต” และ “อำนาจ” ของตัวเองเอาไว้ ซึ่งหลายคนยืนยันว่า พิธีที่ว่านี้คือ “พิธีตัดกรรม”
       
       ทั้งนี้ ผู้ที่ยืนยันว่า นักโทษชายทักษิณเดินทางไปที่เมียนมาร์จริงหลังจากปรากฏเป็นข่าวกระเส็นกระสายมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ก็คือ “น้องเขยสุดที่รัก” นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ สามีของ เจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งควงคู่ภรรยาสุดที่รักไปในครั้งนี้ด้วย รวมถึง “ทนายหน้าหอ” ที่ชื่อ “นายนพดล ปัทมะ” โดยทั้ง 2 คนยอมรับว่า เป็นการเดินทางไป “ทำบุญ” หลังมีภาพถ่ายเป็นหลักฐานยืนยันแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ เพียงแต่มิได้บอกว่า เป็นการทำบุญอะไรเท่านั้น
       
       จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า การเดินทางไปเมียนมาร์ของนักโทษชายทักษิณครั้งนี้น่าจะไม่ใช่เรื่องธรรมดา เนื่องเพราะมีบุคคลสำคัญของตระกูลชินวัตรตบเท้าเข้าพบอย่างพร้อมเพียงกล่าวคือนอกจากชายจืดและเจ๊แดงแล้ว ยังประกอบไปด้วยอดีตภรรยาคือ “คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร” อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณหญิงพจมานนั้น ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญคงไม่จำเป็นต้องเดินทางออกนอกประเทศไปพบอดีตสามีเช่นนี้
       
       นอกจากนี้ยังมีข้อมูลยืนยันด้วยว่า มีข้าทาสของระบอบทักษิณเดินทางไปเมียนมาร์เพื่อพบอดีตนายกรัฐมนตรีหนีคดีผู้นี้อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ซึ่งตามที่ตกเป็นข่าวประกอบไปด้วย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นางปวีณา หงสกุล นายพงศ์เทพ เทพเทพกาญจนา นางพวงเพชร ชุนละเอียด นายสมศักดิ์ พงษ์พานิช และนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช เป็นต้น โดยคนตระกูลชินวัตรพำนักอยู่ที่ชั้น 10 ของโรงแรมซาเทรียม ส่วนข้าทาสพักอยู่ที่ชั้น 8 และชั้น 9 ของโรงแรมเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมมีการหารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองรวมอยู่ด้วย
       
       “ผมได้ภาพชุด พ.ต.ท.ทักษิณ ทำพิธีกรรมอะไรสักอย่างในวัดแห่งหนึ่งที่ประเทศพม่า มาจากบุคคลคนหนึ่ง เข้าส่งมาให้ ผมไม่ได้เป็นคนถ่ายเอง ไม่แน่ใจว่าเขาได้ภาพชุดนี้มาจากไหน แต่เชื่อว่าจะต้องเป็นคนวงในที่อยู่ร่วมในพิธีครั้งนี้ด้วย เพราะคนนอกที่ไหน จะเข้าไปถ่ายออกมาได้ ส่วนบุคคลที่ส่งภาพมาให้ จะเป็นใครนั้น ผมคงเปิดเผยไม่ได้ ขอเก็บไว้เป็นความลับสุดยอด บอกได้แค่เพียงว่าเป็นระดับอาวุโส ”นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหาให้ข้อมูลหลังจากนำภาพของนักโทษชายทักษิณมาโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว
       
       ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ ในโลกออนไลน์ยังมีการเผยแพร่ข้อเขียนของผู้ที่ใช้ชื่อว่า “บูรพ์ พละกาพย์ เสรีไทยUSA” ที่ระบุเบื้องหลังว่าทำไมคณะของนักโทษชายหนีคดีทักษิณจึงต้องเดินทางไปที่เมียนมาร์
       
        “มีการทำพิธีกรรมเล่นคุณไสยตัดไม้ข่มนามเพื่อปราบนายสุเทพ เทือกสุบรรณและหลวงปู่พุทธะอิสระ แกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) ณ เมืองมัณฑะเลย์”
       
       ทั้งนี้ การที่นักโทษชายหนีคดีทักษิณกระทำพิธีทางไสยศาสตร์ที่พม่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก ยิ่งเมื่อตรวจสอบพฤติกรรมในอดีตก็ยิ่งเห็นชัดว่า มีความเชื่อถือในเรื่องของโชคชะตาและพิธีการทางไสยศาสตร์อยู่ไม่น้อย
       
       หากยังจำกันได้ ในปี 2552 บริวารของเขาก็จัดงานวันคล้ายวันเกิดซึ่งตรงกับวันที่ 26 กรกฎาคมที่ยิ่งใหญ่ พร้อมกับกระทำพิธีการทางศาสนาขึ้นที่ “วัดแก้วฟ้า” จังหวัดนนทบุรี โดยนายสมชายและนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์เป็นประธานในพิธี ซึ่งหลายคนตั้งข้อสังเกตถึงการจำเพาะเจาะจงเลือกจัดที่วัดแก้วฟ้าว่า มีเป้าประสงค์แอบแฝง เพราะนอกจากชื่อของวัดจะมีความคล้ายคลึงกับวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้วแล้ว ยังมีคำว่า “ฟ้า” ปรากฏอยู่ด้วย
       
       ว่ากันว่า นช.ทักษิณเป็นผู้มีคำสั่งให้จัดงานที่วัดแก้วฟ้าด้วยตัวเองเลยทีเดียว
       
       นอกจากนี้ ความพิเศษของงานในวันนั้นคือการจัดพิธีหงายบาตรโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้เคราะห์กรรม การนำรูปหุ่นของ นช.ทักษิณมาร่วมงาน และมีการสั่งตรงชุดสังฆทานมาจากดูไบ
       
       ขณะที่ในปี 2553 ก็เป็นไปในท่วงทำนองเดียวกัน เพราะไม่ได้จัดแค่วัดเดียว หรือจังหวัดเดียว หากแต่มีการจัดขึ้นในหลายสถานที่และหลายจังหวัด แต่จุดที่สังคมจับตาก็คือที่จังหวัดเชียงใหม่อันเป็นบ้านเกิดของเขา ซึ่งมีการจัดงานขึ้นที่ “วัดโรงธรรม” อำเภอสันกำแพง จ.เชียงใหม่ โดยมี “นางจันสม ชินวัตร” ป้าของ นช.ทักษิณเป็นเจ้าภาพในการออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
       
       ทั้งนี้ พิธีที่น่าสนใจในวันดังกล่าวอยู่ตรงที่มีการถือเคล็ดด้วยการนิมนต์เจ้าอาวาสวัดชื่อที่คิดว่าเป็นสิริมงคลกับ นช.ทักษิณเข้าร่วมในพิธีด้วย นั่นคือ “วัดดับภัย วัดลอยเคราะห์และวัดดวงดี” พร้อมทั้งนิมนต์เจ้าอาวาสวัดต่างๆ ในอำเภอสันกำแพงเข้าร่วมทำพิธีกรรมในครั้งนี้ด้วย
       
       ส่วนปี 2554 วันเกิดของ นช.ทักษิณก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ทุกๆ ปีที่ผ่านมา แต่ทีเด็ดที่สุดซึ่งถูกตั้งคำถามเป็นอย่างมากสำหรับการจัดงานในวันดังกล่าวอยู่ที่ “วัดแก้วฟ้า” จ.นนทบุรี ซึ่งได้จัดพิธีทำบุญ 62 ปี คืนคนดีกลับบ้าน บูชาคุณแผ่นดิน ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยมีประชาชนคนเสื้อแดงต่างเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน ทั้งนี้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังขรมที่วัดแก้วฟ้าก็คือการนำรูปหล่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช มาร่วมในพิธีเดียวกับการทำบุญวันคล้ายวันเกิดให้กับ นช.ทักษิณ
       
       ขณะที่ในปี 2555 ก็มีกระแสข่าวเรื่องการมาแก้กรรมของนักโทษชายหนีคดีทักษิณเกิดขึ้นที่ประเทศลาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยรายงานข่าวระบุว่า เมื่อไปถึง นักโทษชายหนีคดีได้เดินทางไปยังวัดสีเมือง ซึ่งเป็นวัดที่ชาวไทย-ลาว ให้ความเคารพและศรัทธาเป็นอย่างมาก ทิทำพิธีสะเดาะเคราะห์แก้กรรมให้อดีตนายกรัฐมนตรีไทยทันที โดยทักษิณสวมสายสะพายลายผ้าไทยในการประกอบพิธี ท่ามกลางการอารักขาของเจ้าหน้าที่ตำรวจลาว ที่คอยคุ้มกันอย่างเข้มงวด ซึ่งภายในวัดสีเมืองเป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองประจำกรุงเวียงจันทน์
       
       หรือย้อนกลับไปไกลกว่านั้นก็เป็นช่วงก่อนและขณะที่นักโทษชายหนีคดีทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีพิธีกรรมหลายพิธีกรรมเกิดขึ้นอันเป็นผลพวงจากคำทำนายของหมอดูชื่อดังแห่งประเทศเมียนมาร์ที่ชื่อ “หมอดูอีที” ซึ่งว่ากันว่าคุณหญิงพจมาน อดีตภรรยาเคยส่งคนไปรับหมอดูอีทีจากพม่ามายังบ้านจันทร์ส่องล้า เพื่อให้ช่วยทำนายดวงชะตากันมาแล้ว และยังเคยให้หมอดูอีทีช่วยจัดโผ ครม.อีกต่างหาก
       
       นอกจากนี้ในการทัวร์นกขมิ้นที่จัดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2549 ในภาคอีสานและภาคเหนือก็คือการแก้เคล็ดจากคำทำนายของหมอดูชาวพม่าคนนี้ เพราะแต่ละพื้นที่ที่ไปเยือนนั้น มีชื่อและความหมายที่เชื่อมโยงกับความเชื่อทางไสยศาสตร์ทั้งหมด เช่น วันแรกค้างคืนที่ อำเภออาจสามารถ เพราะต้องการเสริมดวงให้ตัวเองให้มีความองอาจสามารถในการบริหารงานบ้านเมือง วันที่สองไปปฏิบัติภารกิจมอบโฉนดที่ดิน ส.ป.ก. ที่บ้านหนองหัวคน ต.หนองหมื่นถ่าน โดยบ้านหนองหัวคน มีประวัติความเป็นมาเมื่ออดีตกาลเจ้าเมืององค์สุดท้ายของมณฑลร้อยเอ็ด คือ ท้าวทน ได้ขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าตากสิน ให้ส่งกำลังพลมาช่วยปราบกบฏ ทหารของพระเจ้าตากสินได้ส่งกำลังพลมาปราบกบฏตามคำขอ โดยตัดคอทหารจำนวนที่กระด้างกระเดื่องกับเจ้าเมืองไปฟังฝังไว้ในป่า ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งบ้านหนองหัวคนในปัจจุบัน ดังนั้นจุดมอบโฉนด ส.ป.ก.ให้ชาวบ้านที่บ้านหนองหัวคน เป็นการถือเคล็ดที่ว่าอยู่เหนือหัวคนทั้งคนตายและคนเป็น จากนั้นไปกางเต้นท์พักค้างคืนที่โรงเรียนบ้านโหรา ต.โหรา ซึ่งคำว่า "โหรา" ย่อมาจากโหราศาสตร์เพื่อให้ความเชื่อมีความขลังมากขึ้น
       
       นี่ไม่นับรวมถึงคำครหานินทาที่เกิดขึ้นในการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีที่ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์เพื่อเป็นการแก้กรรมตามคำแนะนำของนายเนวิน ชิดชอบ สมัยที่ยังรักใคร่ชอบพอกันหวานชื่น
       
       หรือเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2552 ที่วัดอุโมงค์ จ.เชียงใหม่ ก็มีพิธีใหญ่เพื่อนักโทษชายหนีคดีเกิดขึ้น โดยครั้งนั้นมีพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ญาติผู้พี่ไปนั่งเป็นประธานในพิธีด้วยตัวเอง พร้อมด้วยคนกลุ่มหนึ่งร่วมกันทำพิธีทำบุญสืบชะตา นัยว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ให้ที่ตามข้อมูลของคนทรงยืนยันว่ากำลังถูกเจ้ากรรมนายเวรตามเอาชีวิตในการทำ
       
       ที่น่าสนใจคือพิธีดังกล่าวมีการเขียนชื่อบุคคลระดับสูงที่ชาวบ้านทั้งประเทศเคารพนับถือ และบุคคลสำคัญคนอื่นๆ หลายคนที่ถูกระบุว่าเป็นศัตรู เช่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รวมไปถึงคนอื่นๆ ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามและคิดว่าเป็นศัตรูกับตนเองอีกหลายคนรวมอยู่ด้วย
       
       และที่ต้องขีดเส้นใต้สองเส้นอยู่ตรงที่ ในพิธีกรรมดังกล่าวมีผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งในชุดนุ่งขาวห่มขาวมาเข้า ทรงแล้วอ้างข้อมูลใหม่ สมัยเมื่อชาติปางก่อนว่า ทักษิณเคยเป็นกษัตริย์ปกครองหัวเมืองล้านนา ในอดีตมีชื่อว่า "พระเจ้ามูลเมือง" หรือ "เจ้าษิณ"และเชื่อว่าสาเหตุที่ต้องประสบเคราะห์กรรมในขณะนี้ เป็นเพราะกรรมในอดีตชาติตามมารังควานจึงต้องมีการปัดเป่าให้พ้นไป
       
       อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่นักโทษชายหนีคดีทักษิณเท่านั้นที่ศรัทธาในไสยศาสตร์และมนต์ดำ เพราะข้าทาสบริวารก็งมงายไม่แพ้กัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือในช่วงการชุมนุมของคนเสื้อแดงในปี 2553 ปรากฏข่าวคึกโครมเรื่องการทำพิธีทางไสยศาสตร์ เมื่อคนเสื้อแดงนำโดยวีระ มุสิกพงศ์ ประธานกลุ่มเสื้อแดง ตามด้วยจตุพร พรหมพันธุ์ และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายแพทย์เหวง โตจิราการ อดิศร เพียงเกษ โดยนำขบวนไปสาดเลือดคนสดๆ ที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นแห่งแรก ตามด้วยที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ และสุดท้ายที่บ้านพักอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีบริเวณถนนสุขุมวิท ซอยสวัสดี โดยหวังผลทางการเมือง กดดันให้นายกรัฐมนตรียุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่
       
       ที่ต้องขีดเส้นใต้เอาก็คือ การเทเลือดดังกล่าวได้เลือกฤกษ์กระทำการในวันอมาวสี วันอังคารที่ 16 มี.ค. 2553 ซึ่งตรงกับวันอมาวสี ขึ้น 1 ค่ำเดือน 5 ซึ่งทางโหราศาสตร์ถือว่าเป็นวันที่มีพลังแรง แก่กล้า และการกระทำในวันนั้นจะส่งผลกระทบต่อผู้ถูกกระทำตลอดทั้งเดือนอีกด้วย
       
       ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่นักโทษชายหนีคดีผู้นี้จะไปทำพิธีแก้กรรมหรือสะเดาะเคราะห์อีกครั้งที่ประเทศพม่า


ข่าวล่าสุด ในหมวด
เมื่อ ปตท.ฟ้อง บิ๊ก ปตท. โกงปลูกปาล์มอินโดฯ ฉิบหาย 2 หมื่นล้านบาท
Tier 3 พี่ใหญ่ไม่รักแล้วนะเด็กดื้อ “บิ๊กตู่” บ่ยั่น ช่างมันฉันไม่แคร์
ศศิน เฉลิมลาภ “ถ้าผมเป็นนายกฯ ผมไม่สร้างเขื่อนแม่วงก์” “ผมว่ามาตรา 44 มันเอาไว้ทำอย่างอื่น”
ปรับ ครม.สองเด้ง เบรกกระแส “ขาลง” วาง “เบี้ย” เกลี่ยอำนาจ
ร่วมจารึกประวัติศาสตร์ 'bike for MOM ปั่นเพื่อแม่' เฉลิมพระเกียรติพระราชินี
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 29 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2015