หน้าแรกผู้จัดการ Online | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์
 

“แยกประเทศ”เสื้อแดงจะบรรลัยเอง

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 1 มีนาคม 2557 06:47 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“แยกประเทศ”เสื้อแดงจะบรรลัยเอง

“แยกประเทศ”เสื้อแดงจะบรรลัยเอง
กราฟประมาณรายได้จำแนกตามภาคของสำนักงบประมาณเปรียบเทียบเพื่อนำไปสู่การจ่ายภาษีของคนไทยในแต่ละภาค

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ - สัปดาห์ที่แล้ว มี “ป้ายขอแบ่งแยกประเทศล้านนา”ติดบนสะพานลอยคนข้ามเกือบทั่วภาคเหนือ มวลชนคนเสื้อแดงร่วมกันแสดงพลัง พร้อมกับชูป้ายข้อความว่า "ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กู ขอแยกเป็นประเทศล้านนา" 
       
        แถมมีคลิปเผยแพร่ ผ่านทางยูทูป ที่ถือว่าเป็นความรุนแรงต่อเนื่องและเป็นอันตรายต่อสังคมไทยที่มีคนอีกฝ่ายพยายามต่อสู้ด้วยการ “แบ่งแยกประเทศ” โดยเฉพาะ “แถลงการณ์ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เขตงาน 444 ที่เตรียมการต่อสู้กับอำนาจอนุรักษ์นิยม มีชื่อระบุไว้ว่า” จับตา ... ความรุนแรงต่อเนื่อง ของกลุ่มเสื้อแดง(ฝ่ายดาวแดง)
       
       
       
       โดย สหายเขตงาน 444 หรือ ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จังหวัดมุกดาหาร อ่านแถลงการณ์ ที่อนุสรณ์สถานนักรบประชาชน ภูสระดอกบัว จังหวัดอำนาจเจริญ ที่เขียนไว้ว่า จะต่อต้านอำนาจอนุรักษ์นิยม อันมีองคมนตรีเป็นผู้บ่งการ และได้ประกาศจุดยืนหากมีการรัฐประหาร กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) จะสู้ทั้งแบบปิด และแบบเปิด พร้อมทั้งเปิดรับสมัคร นักรบประชาชน เพื่อออกมาต่อสู้ปกป้องระบอบประชาธิปไตย
       
       ตอกย้ำ ไปถึง บนเวที "นปช.ลั่นกลองรบ" ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผานมา โดยเฉพาะ ประกาศของคนเสื้อแดง ในข้อ 9 ที่ให้เปิดรับอาสาสมัครช่วยเฝ้าระวัง ข้อ 10.เตรียมความพร้อมหากจำเป็นต้องตั้งรัฐบาลในภาคเหนือหรืออีสาน ข้อ 11.หากสถานการณ์ร้ายแรงบานปลาย ให้รัฐบาลตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นเพื่อต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตย
       ไม่รวมคลิปยูทูปที่เผยแพร่ผ่านโลกออนไลน์ ของผู้นิยมความรุนแรงของคนเสื้อแดง ทั้งต่อต้านดาราถึงขั้นเอาชีวิต สะใจกับการเสียชีวิตของฝ่ายตรงข้าม เป็นต้น
       
       หรืออย่าง กรณี กลุ่ม ส.ส.อีสาน นำโดย นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี ที่ประกาศจัดตั้งกลุ่มเพื่อรวมพลคนอีสานปกป้องประชาธิปไตย ที่ จ.สกลนคร และนครพนม โดยอ้าง ทำตามแนวทางของนายเตียง ศิริขันธ์ อดีต ส.ส.อีสาน ที่เคยมีอุดมการณ์ต่อต้านรัฐประหาร สอดคล้องกับคำแถลงของคนเสื้อแดง ที่จะได้มีการเปิดกิจกรรมนี้ ในวันที่ 1 -2 มี.ค.ที่ จ.อุดรธานี และต่อเนื่องไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสานและภาคเหนือ
       
       หรืออย่าง เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ อดีต ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ และนายอดิศร เพียงเกษ ร่วมกันเป็นประธานเปิดพิธีสวนสนามอาสาสมัครตำรวจบ้าน (สตบ.) จังหวัดพะเยา ที่สนามโรงเรียนเชียงคำวิทยาคม จาก 5 อำเภอ 8,910 นายเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวความพยายามที่จะระดมพลจัดตั้งกองกำลังของกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อปกป้องรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และต่อต้านการเคลื่อนไหวชุมนุมของ กปปส.
       
       ต่อมาแกนนำเพื่อไทย จะอ้างว่า เป็นการสวนสนามแสดงพลังเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เท่านั้น
       
       แต่ ภาพกลับมาชัดเจนขึ้น เมื่อ “นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ” ที่ปรากฏภาพถ่ายอยู่ระหว่างการสวนสนามในวันนั้น ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ถึงกรณีการแยกประเทศ ว่า เป็นการฟังมาจากประชาชน เมื่อลงพื้นที่ประชาชนก็พูดกันตลอด
       
       "วันนี้ไม่เฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสานก็คิดเหมือนกันเรื่องการแยกประเทศ สิ่งสำคัญที่สุดควรพูดความจริง จะเอาปฏิรูปก่อน หรือเอาประเทศก่อน ไม่ว่ารัฐบาล หรือกระบวนการยุติธรรมก็มีส่วน มานั่งคุยกันได้หรือไม่ จะเหลืองหรือแดงควรคุยกัน ไม่โกรธ ไม่ด่ากันได้หรือไม่ ซึ่งคนภาคเหนือก็มองว่านายกฯปูถอยมามากแล้ว การให้ออกนอกประเทศหนักไปหรือไม่ " นายวิสุทธิ์ กล่าว
       
       แม้สุดท้าย นายวิสุทธิ์ จะอ้างว่า ตนไม่เห็นด้วยกับความแตกแยก และไม่เห็นด้วยกับการแยกประเทศ ทุกฝ่ายไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด
       
       ขณะที่ มีการวิเคราะห์ต่อกระบวนการแบ่งแยกประเทศของสื่อระดับโลก ที่คนเสื้อแดง ถูกโยงมาเกี่ยวข้อง จากปัญหาการเมืองที่รุมเร้าประเทศ โดยเฉพาะสื่อต่างประเทศ อย่าง“วอลสตรีทเจอร์นัล” เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2557 เสนอบทวิเคราะห์ตอนหนึ่ง ระบุว่า ฉากสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด คือ ประเทศแตก ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือแยกตัวออกจากภาคใต้ของไทย อีกฉากสถานการณ์ คือ กองทัพเกิดการแบ่งเป็น 2 ข้าง ข้างหนึ่งเป็นพวกนิยมประชาชน ข้างหนึ่งเป็นพวกรอยัลลิสต์
       
       หรือ รายงานของ “ดิ อีโคโนมิสต์” ที่ตีพิมพ์รายงานสถานการณ์การเมืองไทยเมื่อวันที่ 23 ม.ค.2557 เรื่อง "You go your way, I'll go mine" หรือ "ทางใคร ทางมัน" มีใจความตอนหนึ่ง ระบุว่าภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชื่นชอบนโยบายทางสังคมของทักษิณ ซึ่งฝ่ายตรงข้ามดูแคลนว่าเป็นแค่ประชานิยม ช่วยให้ผู้คนหลีกหนีจากความยากจน เชียงใหม่และ 16 จังหวัดภาคเหนือแทบจะเป็นดินแดนของคนเสื้อแดง และอีก 20 จังหวัดในภาคอีสาน ยิ่งแดงกว่า เมื่อพิจารณาจากผลการเลือกตั้งส.ส.เมื่อปี 2554
       อีโคโนมิสต์ ชี้ว่า การประท้วงของนายสุเทพเป็นการต่อสู้ฟาดฟันกันรอบล่าสุดในการช่วงชิงอำนาจ ระหว่างคนเสื้อแดงกับกลุ่มอำนาจดั้งเดิมที่คลั่งเจ้า ซึ่งควบคุมเขตเมืองหลวงและจังหวัดทางภาคใต้ การต่อสู้กำลังเปลี่ยนไปสู่ฉากเลวร้ายอีกครั้ง ด้วยความเสี่ยงที่ประเทศไทยจะแตกเป็นสองเสี่ยง
       
       ดังนั้น คนเสื้อแดงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กำลังคิด และถึงขั้นเตรียมพร้อม ที่จะแยกตัวออกจากกรุงเทพและภาคใต้
       
       "ท่านนายกฯมาเลย พวกเราจะดูแล ถ้าเราต้องสู้ เราจะสู้ เราต้องการแยกประเทศ คนเสื้อแดงส่วนใหญ่จะยินดี" อดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนของทักษิณคนหนึ่งในเชียงใหม่ กล่าวกับอีโคโนมิสต์
       
       ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล มีการเปิดเผยข้อมูลออกทางโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ว่าคนเสื้อแดง พยายามสื่อเพื่อต้องการแบ่งแยกประเทศ โดยระบุว่า มีการพูดคุยระหว่างแกนนำรัฐบาล และนายใหญ่ ที่ประเทศพม่า เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาถึงขั้น ให้มีพื้นที่จัดตั้งเป็นศูนย์ส่งกำลังบำรุงในงานด้านพลาธิการและศูนย์ฝึก นำไปสู่การตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น สอดคล้องกับที่เคยมีข้อเขียนของนายจักรภพ เพ็ญแข ที่กำลังหนีคดีหมิ่นสถาบัน เสนอ ให้มีการสร้างรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นมา
       
       ล่าสุดในโลกออนไลน์ ยังมีการเผยแพร่ว่า “นายใหญ่ กำลังการเตรียมสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าผู้ครอบครองรัฐไทยใหม่(ไทยเหนือ)..โดยให้แบ่งพื้นที่ปฏิบัติการเป็น 3 พื้นที่ เป็น 1.พื้นที่แนวหลัง(เป็นพื้นที่ปลดปล่อย 100 %) ใช้เป็นหลังพิงในการต่อสู้ โดยใช้พื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ใช้กองกำลังผสม จาก ตำรวจแดงในพื้นที่ ตำรวจบ้าน อส.(สังกัดมหาดไทย) ชรบ.(สังกัดมหาดไทย) อส.พิทักษ์ป่า และคนเสื้อแดง
       
       2. พื้นที่ต้องยึดครอง ได้แก่ภาคกลางและภาคตะวันออก โดยให้แกนนำแต่ละจังหวัดนำกำลังของตนเองเข้าสู้ กำลังพลให้ใช้ฐานเสียงของแกนนำแต่ละคน ผสมกับตำรวจแดงและเสื้อแดง และ 3 “พื้นที่สู้รบ คือ กรุงเทพฯและปริมณทล การสู้รบให้ใช้ยุทธวิธีแบบกองโจร หรือ ใช้หน่วยจรยุทธ์ กองกำลังประกอบด้วย ตำรวจแดง แดงฮาร์ดคอร์ นักรบรับจ้างต่างชาติ ให้กองกำลังข้างต้นขึ้นตรงกับทหารที่เป็นอดีตนักรบรับจ้าง ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมยุทธการด้วย
       
       ประกอบการภารกิจ ทำการโฆษณาชวนเชื่อ สร้างมวลชนเสื้อแดง ปลุกระดมมวลชนให้เข้าร่วมรัฐไทยใหม่
       
       มีการวิเคราะห์ว่า จาก อ.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ในเฟซบุ๊คส่วนตัว” Somkiat Osotsapa “หากมีการแบ่งแยกประเทศ จะทำให้ระบบเศรษฐกิของประเทศพัง โดยอาจารย์ผู้นี้เคยระบุไว้ว่า เป็นความคิดของพวกโง่ๆ โดยมี ใจความว่า นปช. บอกว่าจะแยกดินแดน ดูรายได้จากการเก็บภาษีแล้วคงไม่มีเงินพอจ่ายค่าซ่อมถนน ไฟฟ้า. น้ำ เงินเดือนข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ซื้อเครื่องบิน ซ่อมสนามบิน จ่ายซื้ออาวุธเตรียมรบกับลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม จีน ยังต้องสร้างอาคารให้กรมร่วมห้าร้อยกรม สร้างสภาให้ ส.ส ต้องจ่ายงบหน้าแล้ง น้ำท่วม ราคาพืชผลเกษตร ค่าลงทุนรถไฟ ติดต่อขายของต่างประเทศเอง ยังมีค่ายา. ต้องสร้างธนาคาร แบงค์ชาติของตัวเอง สร้างเงินของตนเอง สร้างสำรองเงินตราต่างประเทศ เงินจะได้มีค่า
       
       แล้วประชากรภาคอีสานมากกว่าภาคเหนือเยอะ ยิ่งลักษณ์จะยอมเป็นรองนายกของขวัญชัยเหรอ ภาคเหนือจะเป็นเสียงข้างน้อยตลอดไป ถามจริงคนเหนือกับคนอีสานรักกันจริงเหรอ ผมมีพี่น้องชาวอีสาน ชาวเหนือที่รักใคร่กันมาก เกรงว่า “จะต้องจ่ายภาษีเพิ่มหลายสิบเท่าตัว”
       
       เด็กรุ่นใหม่จบมา จะไม่มีงานทำเงินเดือนจะน้อย ย้อนยุคไปห้าสิบปีเป็นอย่างน้อย ธุรกิจต่างๆย้ายกลับกรุงเทพกันหมด จะมาทำงานกทม. ก็มีฐานะเท่าพม่า เขมรแค่นั้น
       
       “อย่าลืมว่าเป็นผัว เมียข้ามภาคกันเยอะนะครับเค้าไม่แยกกันหรอก ยังไงก็ทำโพลล์ ทำประชามติกันในอำเภอ จังหวัดก่อน ถามลูกหลานที่อยู่ที่อื่นด้วย แต่ถ้าจะแยกกันตามสบาย”
       
       อ.สมเกียรติ โพตส์ไว้ตอนท้าย พร้อมนำกราฟตารางประมาณรายได้จำแนกตามภาคของ สำนักงบประมาณมาเปรียบเทียบ เพื่อนำไปสู่การจ่ายภาษีของคนไทยในแต่ละภาค
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
4 ศพเด็กเหยื่อมะม่วงหล่น กับแผนอำมหิต “นายใหญ่” คิด “ชุดดำ” ฆ่า
จับตา “เจ้ามูลเมือง” ลุยแยกประเทศ สั่ง “ปู” ตั้ง รบ.พลัดถิ่น
ดิ้นขายข้าว ดึงงบกลาง กู้ผิดกฎหมาย ใช้หนี้ชาวนา
สามัคคี “ปาหี่ถั่งเช่า” “เทือก-ประยุทธ์-อดุลย์”
“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกฯ อีสานล้านนากับฉายาตัวตลกแห่งชาติ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014