ทำไมยังไม่ยอมวิจัยเรื่อง การกดนวดตาเพื่อรักษาโรคต้อหินเรื้อรังและจอประสาทตาเสื่อม !? (ตอนที่ 1)

โดย ผู้จัดการรายวัน   
12 ธันวาคม 2557 16:58 น.
        ณ บ้านพระอาทิตย์
       โดย...ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
       
       นพ.สมเกียรติ อธิคมกุลชัย เป็นจักษุแพทย์ได้เป็นผู้คิดค้นเพื่อประโยชน์สาธารณะในการรักษาโรคต้อหินและโรคจอประสาทตาเสื่อม โดยไม่ต้องผ่าตัด ใช้ยา หรือใช้เลเซอร์
       
        ทั้งนี้โรคต้อหินเรื้อรัง ไม่มีอาการโรคต้อหินเรื้อรัง คือไม่มีอาการ ประสาทตาค่อยๆถูกทำลายอย่างช้าๆ โดยไม่รู้ตัว สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบ ปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งคือมีความดันลูกตาสูง โดยยังคงมีผู้ป่วยที่รับการรักษาเต็มรูปแบบ แต่ยังตาบอด ซึ่งสถาบันวิจัยโรคต้อหินในต่างประเทศ กำลังเร่งคิดค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและวิธีรักษา เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้รอดพ้นจากการตาบอด
       
        ทุกวันนี้ยังไม่มีใครทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรคต้อหิน และการรักษาทั้งหมดเป็นมาตรการลดความดันลูกตาทั้งสิ้น ซึ่งผลของการรักษา ไม่อาจคาดการณ์ได้ ถ้ารุนแรงก็จะตาบอดหมดทั้ง 2 ข้าง ไม่ว่าจะได้รับการรักษาหรือไม่ก็ตาม
       
        วิธีการในยุคปัจจุบันในการลดความดันลูกตา คือการใช้ยาหยอดตา ยากิน เพื่อลดการสร้างน้ำ การผ่าตัดเพื่อทำช่องระบายน้ำออกจากลูกตา หรือการยิงเลเซอร์เพื่อเคลียร์ช่องระบายน้ำ
       
        นพ.สมเกียรติ อธิคมกุลชัย เริ่มสังเกตวิธีการลดความดันลูกตา ก่อนการผ่าตัดต้อกระจกด้วยการใช้ลูกบอลยางกดลูกตา ซึ่งช่วยลดความดันลูกตาได้ โดยมีวิธีคิดต่อยอดและตั้งสมมติฐานว่า เนื้อเยื่อของร่างกายคนเราสามารถ Remodel ได้ การกดตาเป็นวิธีเร่งระบายน้ำออกจากลูกตา โดยแรงกดจะไปถ่างช่องทางระบายน้ำออกจากลูกตา ทำให้ความดันลูกตาลดลง และถ้ากดตาบ่อยๆ นานๆเข้า ช่องทางระบายก็น่าจะขยายถาวร และความดันลูกตาก็จะลดลงถาวรด้วยเช่นกัน

ทำไมยังไม่ยอมวิจัยเรื่อง การกดนวดตาเพื่อรักษาโรคต้อหินเรื้อรังและจอประสาทตาเสื่อม !? (ตอนที่ 1)
        จากการทดสอบกับคนไข้พบว่าผู้ป่วยจำนวนมากมีการมองเห็นดีขึ้นมาก โดย นพ.สมเกียรติ ได้ใช้วิธีใช้ฝ่ามือกดเบ้าตาทั้ง 2 ข้าง จนเห็นแสงเป็นเวลา 2 นาทีครึ่ง ให้ทำบ่อยๆอย่างน้อย 10 ครั้งต่อวัน ส่วนอาการจะดีขึ้นเร็วช้าก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคนั้น
       
        นพ.สมเกียรติ ได้ใช้ Magnifying contract lens พิสูจน์พบว่า ในขณะกดตานั้นมีเลือดแดงเข้ามาในขณะกดา การกดนวดตาจึงไม่ใช่เพียงแค่การลดความดันตาเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในลูกตาได้ด้วย
       
        ความน่าทึ่งและน่ายินดีก็เพราะมีผู้ป่วย ชื่อนายเฉลียว เขาหนองบัว อายุ 82 ปี ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นผู้ป่วยโรคต้อหิน รายแรกของโลก ที่ตาบอดไป 3 วัน สามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง !!!

ทำไมยังไม่ยอมวิจัยเรื่อง การกดนวดตาเพื่อรักษาโรคต้อหินเรื้อรังและจอประสาทตาเสื่อม !? (ตอนที่ 1)
        นอกจากนี้ยังพบตัวอย่างผู้ป่วยต้อหินระยะสุดท้ายที่รับการรักษาแล้วยังสิ้นหวังและกำลังจะตาบอดเมื่อเข้ารับการรักษาด้วยนวัตกรรมการนวดตา ผลปรากฏว่าผู้ป่วยเหล่านั้นได้พ้นทุกข์และกลับมามีชีวิตที่ปกติสุขอีกครั้งหลายราย เช่น นายเฉลิม ไชยลังกา, นายบุญช่วย เอี่ยมดีเลิศ, นายทวีศักด์ ไชยสงค์, นายเฉลิมพันธ์ หวังวิวัฒนา, นายอุบลทิพย์ ยลศิลป์, นายไกรสร เฟื่องสัทธรรม, นายชาตรี หลิมประเสริญศิริ, นายสุรเชษฐ์ ธิดารัตน์สกุล, นายผุสดี รุกขวิบูลย์ ฯลฯ
       
        เมื่อได้ผลมากมายขนาดนี้ จึงพิสูจน์ได้ว่าการกดนวดตาเกิดผล 2 ประการคือ 1. ช่วยลดความดันลูกตา และ 2. เพิ่มการไหลเวียนเลือดเข้าไปในลูกตา
       
        ศาสตราจารย์โจเซฟ เฟลมเมอร์
จากสวิสเซอร์แลนด์ เป็นผู้ที่ทุ่มเท 30 กว่าปี ในงานวิจัยเรื่องต้อหินและระบบไหลเวียนเลือดของลูกตา โดยไม่เชื่อว่าความดันลูกตาเป็นสาเหตุหลักของโรคต้อหินเรื้อรัง เพราะผู้ป่วยโรคต้อหินเรื้อรังส่วนใหญ่ความดันลูกตาไม่สูงและจำนวนไม่น้อยที่ความดันลูกตาอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำด้วยซ้ำ และการรักษาผู้ป่วยด้วยมาตรการลดความดันลูกตา ทั้งการใช้ยา การผ่าตัด หรือการยิงเลเซอร์ ไม่สามารถหยุดการดำเนินโรคได้ และยังคงพบผู้ป่วยตาบอด ทั้งๆที่รับการรักษาตามมาตรฐานแล้ว และมีการเขียนตำราชื่อ Glaucoma ระบุว่า
       
        "ระบบไหลเวียนเลือดน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญของโรคต้อหินและด้วยแนวคิดทางตะวันตกจึงมีความพยายามพัฒนาตัวยาที่จะช่วยเพิ่มระบบไหลเวียนเลือด"
       
        แต่ด้วยแนวคิดแบบตะวันออก ทำให้ นพ.สมเกียรติ ได้ค้นพบเทคนิดการนวดตาสามารถเพิ่มการไหลเวียนเข้าในลูกตาได้ โดยที่ไม่ต้องอาศัยยาเลย
       
        นวดตาเพื่อเพิ่มระบบไหวเวียเลือด ดูเรียบง่าย ตรงไปตรงมา ไม่สลับซับซ้อน ทำเองได้ พึ่งพาตัวเองได้ !!!
       
        นพ.สมเกียรติ อธิคมกุลชัย เดิมตั้งใจเพียงแค่คิดค้นทางเลือกในการลดความดันลูกตา แต่กลับกลายเป็นการค้นพบวิธีรักษาจำเพาะของโรคต้อหินโดยบังเอิญ คือการเพิ่มการไหลเวียนเข้าในลูกตาด้วยการ "นวดกดตา"

       
        การค้นพบสาเหตุและวิธีรักษาโรคต้หินในครั้งนี้ กำลังจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการรักษาโรคต้อหิ้น ในอนาคตอันใกล้ดังต่อไปนี้
       
        1. ผู้ป่วยสามารถลดภาระในชีวิตประจำวันจากการที่ต้องใช้ยาเป็นประจำทุกๆวัน วันละหลายๆชนิด และลดภาะค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้เป็นประจำทุกๆเดือน ซึ่งมักจะต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกๆปี จากภาวะโรคที่มักจะเลวลงตามอายุขัย การดื้อยา และค่ายาที่มักจะปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะตัวยาใหม่ๆ
       
        2. สามารถป้องกันและลดจำนวน ผู้ป่วยทุพลภาพทางสายตา ซึ่งจะช่วยลดภาระและปัญหาทางสังคมที่จะตามมาอีกมากมาย
       
        3. โรงพยาบาลของรัฐ สามารถประหยัดงบประมาณในการรักษาผู้ป่วยโรคต้อหินเรื้อรัง ในโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งค่ายา ค่าผ่าตัด และค่าใช้จ่ายในการยิงเลเซอร์
       
        4. ประเทศไทย สามารถประหยัดงบประมาณทางด้านสาธารณสุข และลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี
       
        5. ในระดับนานาชาติ การค้นพบนี้จะมีประโยชน์มหาศาลต่อมนุษยชาติ เป็นการปฏิวัติความเชื่อและวิธีรักษาโรคต้อหินใหม่ทั้งหมดในอนาคต
       
        6. จากการคิดค้นต่อยอด ทำให้สามารถป้องกันรักษา และฟื้นฟูโรคจอประสาทตาที่ส่วนใหญ่ยังเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนตาบอดถาวร
       
        คำถามที่สำคัญสำหรับในตอนนี้ก็คือ "เรื่องสำคัญและเรื่องใหญ่ขนาดนี้ งานวิจัยมีความคืบหน้าและจริงใจแค่ไหน?" เพราะต้องยอมรับว่าวิธีการดังกล่าวหาได้ผลจริง มันก็จะดูเรียบง่าย ไม่พึ่งยา ไม่พึ่งการผ่าตัด หรือการยิงเลเซอร์ ก็ย่อมต้องมีคนเสียผลประโยชน์อยู่พอสมควรจริงหรือไม่?
       
        และถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะทวงถามความคืบหน้างานวิจัยนี้ว่าซุกหมกเอาไว้ที่ไหนอย่างไร และอยู่กับใครหรือไม่?

       
        (ติดตามต่อไปในตอนหน้า)
       
       

จำนวนคนโหวต 35 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2016