ปตท.ยันไม่ขยับขึ้นราคาน้ำมันอีกในสัปดาห์นี้

โดย MGR Online   
25 ตุลาคม 2550 19:58 น.
        ผู้บริหาร ปตท.ยืนยันไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันอีกในสัปดาห์นี้ แม้ค่าการตลาดจะต่ำมาก ขณะที่ ยูเอ็นดีพี เผยราคาน้ำมันแพงส่งผลหนักต่อเอเชียแปซิฟิกต้องจ่ายเพิ่มถึง 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จนทำให้งบพัฒนาคุณภาพมนุษย์ถดถอยลง
       

       นายชัยวัฒน์ ชูฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน บมจ.ปตท.กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้ ปตท.จะไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันในประเทศอีก แม้ค่าการตลาดล่าสุดจะยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยเบนซินอยู่ที่ 70 สตางค์ต่อลิตร และดีเซลอยู่ที่ 40 สตางค์ต่อลิตรก็ตาม โดยจะขอดูต้นทุนราคาน้ำมันในวันจันทร์หน้าก่อน จึงจะตัดสินใจว่าจะดำเนินการปรับเปลี่ยนราคาน้ำมันหรือไม่ หากราคาน้ำมันสิงคโปร์อยู่ในทิศทางลง คงไม่ขยับขึ้นราคา อย่างไรก็ตาม ยังน่าเป็นห่วงสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ล่าสุดขยับขึ้นในสหรัฐและอังกฤษ ล่าสุด วันนี้ราคาน้ำมันระหว่างการซื้อขายของอังกฤษได้ขยับขึ้นสร้างงสถิติสูงสุด หรือ นิวไฮ ที่ 86.26 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จึงอาจทำให้ราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์ขยับขึ้นตามไปด้วย
       
       ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบในสหรัฐและอังกฤษที่ขยับขึ้นสูงระลอกใหม่ เกิดจากตลาดน้ำมันมีความกังวลในหลายเรื่อง ที่อาจจะส่งผลต่อกำลังการผลิตน้ำมันของโลกให้ลดน้อยลง ทั้งกรณีเครื่องบินรบตุรกีบินเข้าทิ้งระเบิดในดินแดนอิรักหลายระลอกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็ส่งกำลังทหาร 300 นายเข้าโจมตีกลุ่มกบฏพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน หรือ พีเคเค สังหารกบฏ 34 คนและถอนกำลังทหารทั้งหมดกลับเข้าสู่ดินแดนตุรกีแล้ว และยังเป็นผลมาจากกระทรวงพลังงานสหรัฐประกาศปริมาณสำรองน้ำมัน ณ วันที่ 19 ต.ค.50 ลดลงทุกชนิดสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยปริมาณสำรองน้ำมันดิบลดลง 5.3 ล้านบาร์เรล อยู่ที่ระดับ 316.6 ล้านบาร์เรล และมีข่าว บริษัท Pemex ประเทศเม็กซิโก ปิดท่าขนส่งน้ำมันบริเวณอ่าวเม็กซิโก หลังเกิดพายุหนักส่งผลให้พนักงานประจำแท่นผลิตนอกชายฝั่งเสียชีวิต 10 ราย
       
       ด้านนายฮาฟิซ ปาชา ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของโครงการด้านการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) รายงานว่าราคาน้ำมันแพงขึ้นต่อเนื่องส่งผลต่อประชากรที่ยากจนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำให้ยากจนมากยิ่งขึ้น เพราะราคาน้ำมันอยู่ประมาณ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศในเอเชียแปซิฟิก ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นจากปี 2546 เพื่อซื้อน้ำมันสูงถึง 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจำนวนนี้คิดเป็น 20 เท่าของเงินช่วยเหลือที่ประเทศภูมิภาคนี้ได้รับในแต่ละปี นับเป็นปัญหาใหญ่ของประชากรที่ต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างมหาศาล และจากการสำรวจพบว่า งบเพื่อการพัฒนามนุษย์ชะลอลงถึงขั้นถดถอยทั้งในจีน อินเดีย อินโดนีเซียและลาว โดยในช่วงปี 2545-2548 ครัวเรือนเหล่านี้ มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นกว่า ร้อยละ 74 ในการซื้อหาพลังงานให้เพียงพอในการใช้งาน โดยแบ่งเป็น ร้อยละ 171 ซื้อเชื้อเพลิงทำอาหาร, ร้อยละ 120 สำหรับการคมนาคม, ร้อยละ 67 สำหรับไฟฟ้า

จำนวนคนโหวต 12 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
25 %
ไม่เห็นด้วย 9 คน
75 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017