หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Campus | เรื่องริม ม.
 

7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
17 ตุลาคม 2557 22:04 น.
7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!
        การกวดวิชาผ่านโรงเรียนกวดวิชาในประเทศไทยนั้น ถือว่าได้รับความนิยมจากเด็กนักเรียนมาเป็นเวลานาน และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสังคมปัจจุบันเน้นการสอบ การแข่งขันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสอบเข้าเรียนในระดับมัธยมต้น-มัธยมปลาย และการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในคณะที่ใฝ่ฝัน ซึ่งเหตุผลที่นักเรียนส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้ตัวช่วยโดยการเรียนที่โรงเรียนกวดวิชานั้น เพราะเทคนิคการสอนที่ไม่เหมือนกับในโรงเรียน รวมถึงอยากได้คะแนนในวิชานั้นๆ สูงเพิ่มเข้าไปอีก ดังนั้นการมองหาที่เรียนพิเศษเสริมความรู้จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความเข้าใจและช่วยให้นักเรียนทำคะแนนได้ดีขึ้น แต่จะมีโรงเรียนกวดวิชาที่ไหนเด่นๆ ดังๆ และมีชื่อเสียงเฉพาะวิชาบ้าง Life on Campus จึงได้รวบรวมมาให้น้องๆ ที่เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ติดตามกัน..
       
       เทคนิคท่องศัพท์...ไม่ซ้ำใคร ต้องครูพี่แนน

7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!
        เริ่มกันที่โรงเรียนกวดวิชา Enconcept E-Acadamy ของครูพี่แนน โรงเรียนกวดวิชาแห่งนี้มีจุดเด่นในเรื่องการสอนแบบ “Memolody” คือการเรียนรู้ด้วยบทเพลงนั่นเอง ซึ่งเด็กที่เคยเรียนที่นี่จะรู้จักกันดี และถือเป็นเอกลักษณ์ของสถาบันแห่งนี้เลยก็ว่าได้ เทคนิคการสอนเช่นนี้ได้รับความสนใจจากเด็กนักเรียนมาก เพราะการนำบทเพลงมาประยุกต์ให้เข้ากับเนื้อหาวิชานั้น มีส่วนช่วยให้เด็กจดจำคำศัพท์ได้ดียิ่งขึ้น ได้ทั้งความสนุกและความรู้ไปพร้อมๆ กัน ทำให้วิชาที่มีเนื้อหาหนักๆ คำศัพท์แน่นๆ กลายมาเป็นวิชาที่เพลินเพลินใจได้ดีทีเดียว
       
        Life on Campus ได้พูดคุยกับน้องแซม นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมน้อมเกล้า ถึงประสบการณ์การเรียนโรงเรียนแห่งนี้ “การเรียนแบบใช้เพลงเป็นสื่อการสอนช่วยได้เยอะครับ มันทำให้เราจำศัพท์ได้โดยไม่รู้ตัว เหมือนพอร้องบ่อยๆ จนชินหู เพลงมันก็ติดปาก คำศัพท์ก็จะจำได้เอง ในห้องเรียนทุกคนสนุกกับเพลงที่ครูแนนแต่งมาให้ร้อง ถึงจะมีคนอายไม่กล้าร้องบ้าง แต่ก็ต้องเพลงให้ได้ทุกคน เพราะถ้างั้นก็จะไม่ได้คำศัพท์ ส่วนคะแนนวิชาภาษาอังกฤษโอเคครับ ชอบเทคนิคการสอนด้วยเพลงของครูพี่แนน”
       
        นอกจากการสอนผ่านบทเพลงแล้ว สถาบันแห่งนี้ยังมีการสอนด้วยเทคนิคเฉพาะของ Enconcept คือ “MagiCore” ซึ่งจะมีการเน้นเรียนส่วนประกอบต่างๆ ของประโยค การอ่านจับใจความ, การฝึกทำข้อสอบที่คิดค้นขึ้นเป็นสถาบันแรก และการเรียนรู้ทักษะภาษาอังกฤษทุกด้าน ไม่เพียงแต่การเรียนการสอนในระดับมัธยมเท่านั้น ระดับชั้นประถมก็สามารถลงเรียนได้เช่นกัน เพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามัธยมโรงเรียนชั้นนำของประเทศ ซึ่งการเรียนการสอนได้มีการพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน เช่น การเรียนผ่านคอมพิวเตอร์ การใช้แทปเล็ต จึงทำให้เด็กยุคใหม่สามารถเข้าถึงบทเรียนได้ง่ายดายขึ้น

7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!
        ปัจจุบันโรงเรียนกวดวิชา Enconcept เปิดมาเป็นระยะเวลากว่า 19 ปี มีสาขาทั้งหมด 33 สาขา ทั่วประเทศไทย จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้วสำหรับเด็กต่างจังหวัดที่มีความมุ่งมั่นอยากเรียนภาษา ก็สามารถลงเรียนที่สาขาใกล้บ้านได้ และถึงแม้ว่าไม่ได้เรียนรอบสดกับครูผู้สอนตัวเป็นๆ ก็สามารถเรียนผ่าน DVD ที่มีการอัดบรรยากาศการเรียนสดๆ รวมไปถึงระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีข้อดีคือ สามารถกำหนดเวลาที่จะเรียน เลือกเนื้อหา เรียนซ้ำในส่วนที่ต้องการได้
       
        Life on Campus ได้ตรวจสอบสถิติการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของนักเรียนที่เรียนสถาบันแห่งนี้ จากเว็บไซต์ Enconcept พบว่านักเรียนที่สอบเข้าทันตะฯ ศิริราช 65 % คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ 52 % คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ 58.16 % คณะวิศวะกรรมศาสตร์ จุฬาฯ 51.33 % คณะเภสัชฯ ม.เชียงใหม่ 62.64 % คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ 49.47 % และคณะทันตะฯ ม.ขอนแก่น 65 %
       
        จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมโรงเรียนกวดวิชา Enconcept ถึงได้รับความนิยมจนถึงทุกวันนี้ เพราะไม่เพียงแต่การรับรองคุณภาพครูผู้สอนที่จบสาขาวิชาเฉพาะด้านมาแล้วด้วย เทคนิคการสอนก็ถือว่าโดดเด่นไม่เหมือนใคร อีกทั้งผลรับรองคะแนนการสอบเข้าสถาบันชื่อดังต่างๆ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า โรงเรียนกวดวิชาแห่งนี้ไม่ธรรมดา
       
       โรงเรียนกวดวิชาที่ได้รับการขนานนามว่า “ครู..ที่มากกว่าครู”

7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!
        ต่อกันที่โรงเรียนกวดวิชา “คุณครูสมศรี” ที่ครองใจเด็กไทยไม่แพ้กัน จะว่าไปเมื่อเอ่ยถึงชื่อสมศรี หลายคนต้องนึกถึงคุณครูหน้าตาดุ มีอายุเยอะ แต่กลับกันครูสมศรีถือเป็นครูที่มีสไตล์การสอนที่ไม่ธรรมดา และยังคอยส่งมุกขำขันให้เด็กนักเรียนอยู่ตลอด ส่วนเทคนิคการสอนที่โดดเด่นของครูสมศรีคือ “การท่องศัพท์เป็นจังหวะ” คือจะสอนให้ท่องศัพท์โดยมีวิธีจำเป็นกลุ่มศัพท์ มีการแตกศัพท์จากรากศัพท์ แบ่งเป็นหมวดหมู่ ทำให้ผู้เรียนจดจำได้ง่าย และที่สำคัญคำศัพท์ส่วนใหญ่ที่ครูสมศรีนำมาสอนให้นักเรียนนั้น มักจะออกในข้อสอบภาษาอังกฤษหลายข้อ จึงทำให้นักเรียนเชื่อมั่นใจการสอนคำศัพท์ของครูสมศรี เป็นผลทำให้มีเด็กจำนวนมากสนใจมาลงคอร์สกับครูคนนี้
       
        นอกจากการสอนท่องศัพท์แบบเป็นจังหวะแล้ว โรงเรียนกวดวิชาครูสมศรียังมีคอร์สที่เด็กนักเรียนม.ปลายให้ความสนใจกันเป็นอย่างมากนั้นคือ คอร์สพิชิตมหาวิทยาลัย และคอร์สตะลุยข้อสอบ ที่มีการรวบรวมข้อสอบย้อนหลังมาให้ผู้เรียนฝึกทำ ทั้งด้านทักษะการอ่าน การฟัง ไวยากรณ์ ทำให้เด็กไม่ต้องไปเสียเวลาในการค้นหาคลังข้อสอบเก่าๆ เพื่อมาลองทำโจทย์ข้อสอบในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ปัจจุบันโรงเรียนกวดวิชาครูสมศรีมีทั้งหมด 20สาขาทั่วประเทศไทย จึงทำให้คนที่อยู่ต่างจังหวัดมีโอกาสในเรียนโรงเรียนกวดวิชาครูสมศรีได้มากขึ้น

7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!
        นอกจากนี้ ครูสมศรียังได้เดินทางไปสอนภาษาอังกฤษตามโรงเรียนต่างๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมถึงอบรมจริยธรรมให้แก่โรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชน มีการติวสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้น้องๆ นักเรียน อย่างกิจกรรม “แบรนด์ซัมเมอร์แคมป์” ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ในการติวความรู้ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย จึงทำให้เกียรติศักดิ์และความสามารถในการสอนวิชาภาษาอังกฤษของครูสมศรีเลืองลือไปทั่ว จนทำให้มีเด็กนักเรียนจำนวนมากสนใจมาติวภาษาอังกฤษกับครูสมศรี
       
        ไม่เพียงแต่สอนเนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว ครูสมศรียังได้สอดแทรกเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมไว้อยู่เสมอ เช่น การพูดให้เด็กนักเรียนเกิดแรงบันดาลใจในการตั้งใจเรียน ให้รู้คุณบิดามารดา อย่างคำสอนที่ว่า “ทุกหยาดเหงื่อที่ไหลรินของพ่อแม่ ถูกแปรเปลี่ยนมาเป็นเงินให้เราได้เล่าเรียน” ถือเป็นอีกหนึ่งคำสอนที่ครูสมศรีพูดเสมอในขณะที่สอนอยู่ และเพื่อเป็นกำลังใจให้เด็กนักเรียนที่กำลังท้อแท้ใจ และเคร่งเครียดกับการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย จนนักเรียนที่ได้มาเรียนที่นี่ให้คำจำกัดความครูสมศรีว่าเป็น “ครูที่มากกว่าครู”
       
       จากโต๊ะปิงปอง สู่สถาบันกวดวิชาอันดับต้นๆ ของประเทศ!

7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!
        วิชาภาษาไทย-สังคม ดูเหมือนจะเป็นวิชาที่ไม่หนักหนา เมื่อเทียบกับวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แต่การสอนอย่างไรให้สนุกและชวนติดตามนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด แต่ถึงอย่างไรการถ่ายทอดวิชาภาษาไทยและสังคมของโรงเรียนกวดวิชา “Davance” ก็สามารถตอบโจทย์ให้เด็กนักเรียนได้เป็นอย่างดี ผ่านผู้สอนที่มากความสามารถอย่างอาจารย์ “ปิง เจริญศิริวัฒน์” ที่ทำให้เด็กต่างพากันยกย่องและชื่นชมในเรื่องของการสอนที่ครองใจมาถึงทุกวันนี้
        ใครจะรู้ว่าจากโต๊ะปิงปองที่อาจารย์ใช้สอนรุ่นแรกๆ เมื่อเกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา จะทำให้นักเรียนเริ่มให้ความสนใจมาสมัครเรียนกันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เดิมจะสอนทั้งภาษาไทย สังคม อังกฤษ และเลข ต่อมาจึงเริ่มสอนแค่ไทยกับสังคม เพราะอาจารย์ปิงมองเห็นว่าเป็นวิชาที่มีคนสอนและใส่ใจน้อย จากความนิยมของนักเรียนในตอนนั้น จึงทำให้อาจารย์ต้องเปิดห้องเรียนสอนจากห้องเล็กๆ ขนาด 25-30 คน ขึ้นมาถึงห้องละ 70-80 คน จนต้องขนาดเพิ่มมาเป็นห้องละ 100 คน แต่ก็ยังไม่พอกับความต้องการของนักเรียนที่มาสมัครเรียน ดังนั้นห้อง VDO ที่ถ่ายทอดตรงจากห้องสดจึงเกิดขึ้นมา ต่อมาจึงได้ขยายสาขา กระจายออกไปทั่วภูมิภาค จนตอนนี้มีสาขาทั้งหมดทั่วประเทศไทยถึง 34 สาขา ซึ่งถือว่ามีเป็นโรงเรียนกวดวิชาด้านภาษาไทย-สังคมที่มีสาขามากที่สุด โดยมีสาขาเยาวราชที่ถือว่าเป็นสาขาแรก และเป็นสาขาเดียวที่มีการสอนสด
       
        ส่วนเทคนิคการสอนที่เรียกได้ว่า “ได้ใจ” เด็กๆ ที่สุด เห็นจะเป็นการมีอารมณ์ขันของอาจารย์ ที่นำมาปรับใช้ และประยุกต์ให้เข้ากับบทเรียนวิชาภาษาไทยและสังคมที่แสนจะน่าเบื่อ ให้กลายเป็นเรื่องสนุกและชวนให้ติดตามได้อย่างไม่ขาดตอน การสอนวิชาสังคมก็เช่นกัน เนื้อหาที่หนักจนชวนให้นักเรียนอยากหลับอย่างบทเรียนเรื่องประวัติศาสตร์ แต่การสอนของอ.ปิง ที่เน้นวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ การอ่านจับใจความสำคัญว่า “ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร” สามารถช่วยให้เด็กจับใจความสำคัญของเนื้อเรื่องได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นเทคนิคที่ช่วยให้ทำข้อสอบวิชาสังคมได้และรวดเร็ว

7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!
        Life on Campus ได้พูดคุยกับ “ฟู” นักเรียนจากโรงเรียนสตรีวิทยา ถึงประสบการณ์การลงเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาแห่งนี้ “ตอนแรกที่ลงเรียนเพราะเพื่อนชวน และบอกว่าที่นี่สอนดี เป็นโรงเรียนสอนพิเศษที่ดังเลยไปเรียน แต่คอร์สที่ฟูลงจะเป็นรอบวีดีโอ ฟูว่าอ.ปิงสอนดีมากเลยนะ คือสอนให้เรื่องที่น่าเบื่อกลายเป็นเรื่องสนุกและตลกได้ อย่างในวิชาภาษาไทยที่ต้องเรียนเรื่องบทร้อยแก้ว บทร้อยกลอง หรือวรรณคดีไทย จริงๆ ฟูว่าถ้าคนสอนสื่อสารไม่เก่งนี่ก็เป็นเรื่องน่าเบื่อไปเลยนะ และอ.เขาจะมีเทคนิคการทำข้อสอบมาวิธีใหม่ๆ มาให้เด็กตลอด เช่น สอนตัดช้อยส์ ตัดตัวเลือกที่คิดว่าไม่ถูกต้องออกไปก่อน เทคนิคการทำข้อสอบไวและรวดเร็ว”
        รูปแบบหนังสือเรียนก็มีส่วนสำคัญ การออกแบบหน้าปกหรือเนื้อหาให้เข้ากับยุคสมัยเด็กยุคใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ตำราเล่มหนาๆ มีตัวหนังสือลายตา และมีแต่ข้อสอบเต็มไปหมด ซึ่งหนังสือเรียนของโรงเรียนกวดวิชาแห่งนี้ได้ปรับให้เหมาะกับรายวิชามากที่สุด เช่น มีการแบ่งหัวข้อที่น่าสนใจ สรุปย่อใจความสำคัญ รวมถึงการใช้กระดาษถนอมสายตา ก็สามารถช่วยให้เด็กเกิดความสนใจและดึงดูดชวนให้อ่านมากขึ้น เด็กส่วนใหญ่ถึงขนาดอยากเก็บสะสมหนังสือของโรงเรียนกวดวิชา Davance เลยทีเดียว รวมไปถึงมีหนังสือเรียนที่รวบรวมคลังข้อสอบเก่าๆ ในวิชาสังคมและภาษาไทย ตั้งแต่รุ่น พ.ศ. 2536 ถึงปัจจุบัน ถือเป็นจุดเด่นอีกประการที่ทำให้เด็กสนใจมาเรียนที่นี่ เพราะแทนที่จะไปนั่งหาทำข้อสอบย้อนหลัง แต่มาเรียนพิเศษที่นี่ ซึ่งมีเป็นหนังสือรวบรวมข้อสอบเก่าไว้ให้สำเร็จ รวมถึงมีอาจารย์คอยแนะนำ ติวเตอร์วิธีการทำข้อสอบให้ได้คะแนนสูงๆ อีกด้วย
        Life on Campus ได้ตรวจสอบผลคะแนนวิชาภาษาไทย O-Net ปี 2557 จากเว็บไซต์ Davance ได้ข้อมูลว่า เด็กที่ลงเรียนโรงเรียนกวดวิชาแห่งนี้ส่วนใหญ่ได้ผลคะแนนวิชาภาษาไทยสูงเกิน 80 คะแนนเต็ม100 คะแนน และในวิชาสังคมนักเรียนส่วนใหญ่ที่เรียนโรงเรียนแห่งนี้ได้เกินมากกว่า 70 คะแนน เต็ม 100คะแนน และสามารถใช้คะแนนยื่นเข้ามหาวิทยาลัยตามคณะที่อยากเข้าได้สำเร็จ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมเด็กถึงสนใจอยากมาเรียนโรงเรียนกวดวิชาแห่งนี้
       
       ติวเตอร์ภาษาไทย-สไตล์ทอล์กโชว์ที่แรกในไทย

7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!
        เมื่อพูดถึงชื่อ “ครูลิลลี่” หลายคนต้องรู้จักอย่างแน่นอน เพราะเขาคือครูวิชาภาษาไทยที่สอนสนุกและมียุทธวิธีการสอนที่แพรวพราว จากสถาบัน “พีนาเคิล” จนกลายเป็นครูภาษาไทยที่สอนได้โดนใจวัยรุ่นมากที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ส่วนเทคนิคการสอนที่โดดเด่นและที่ทุกคนรู้จักกันดีคือ “การสอนแบบทอล์กโชว์วิชาการ” ที่เน้นสนุก ทำให้การสอนเช่นนี้ไม่เหมือนกับการสอนทั่วๆ ไป ที่ทำให้ผู้เรียนได้รับทั้งความรู้และความสนุก เหมือนไปนั่งฟังบรรยายที่ได้ทั้งสาระและความเฮฮามากกว่านั่งเรียนวิชาที่น่าเบื่อ
        การสอนของครูลิลลี่จะเน้นไปที่บทความเป็นหลัก จะนำบทความวิชาภาษาไทยมาใช้เป็นสื่อในการสอน และนำประเด็นมาคิดวิเคราะห์ วิธีนี้มีส่วนช่วยให้เข้าใจภาษาไทยและสามารถนำไปใช้ได้ถูกต้อง เพราะข้อสอบภาษาไทยในการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้น ส่วนใหญ่จะให้เป็นบทความมา เพื่อให้คิดวิเคราะห์สิ่งที่ผู้แต่งเขียน ว่าต้องการจะสื่ออะไรให้ผู้อ่าน และด้วยการสอนที่สบายๆ ง่ายๆ ยิงมุขตลกตลอดคาบเรียนให้นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วม รวมไปถึงเคล็ดลับการทำข้อสอบที่โดนใจนักเรียนสุดๆ นั่นคือ คลังข้อสอบภาษาไทย ซึ่งตรงและใกล้เคียงกับข้อสอบที่ใช้ในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย
        ปัจจุบันโรงเรียนกวดวิชาครูลิลลี่มีทั้งสิ้น 21 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดและบ้านไกล จะได้สามารถเรียนในสาขาใกล้บ้านได้ โดยมีรอบสอนสดอยู่ที่สาขาสยามแควร์ นอกจากนนี้ยังมีการเรียนการสอนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ หรือการเรียนผ่าน DVD ซึ่งขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้เรียนแต่ละคน
       
       “We by The Brian” โรงเรียนกวดวิชา วิทย์-คณิต อันดับ 1 ของประเทศ!

7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!
        หากพูดถึงวิชาคณิตศาสตร์ หลายคนอาจส่ายหน้า เพราะเป็นวิชาที่ยากและยังมีสูตรเยอะแยะมากมายให้ท่องให้จำ ยิ่งเรียนในระดับสูงๆ เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วด้วย เนื้อหาก็ยิ่งยากเข้าไปอีก ดังนั้นการหาโรงเรียนกวดวิชาที่มีคุณภาพด้านการสอนวิชาคณิตศาสตร์นั้น จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เด็กนักเรียนได้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์มากขึ้นกว่าเดิม “We by The Brain” ถือเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนกวดวิชาที่มีชื่อเสียงในด้านการสอนวิชาคณิตศาสตร์มาเป็นเวลานาน
        โรงเรียนกวดวิชาเดอะเบรนได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีอาจาร์ยผู้สอนมากประสบการณ์ อย่างอาจารย์ “มนตรี นิรมิตศิริพงศ์” หรือพี่ช้าง ซึ่งมีประสบการณ์การสอนวิชาคณิตศาสตร์มาแล้ว 27 ปี และสอนนักเรียนให้สอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำมาแล้วกว่าหลายแสนคน และยังมีทีมอาจารย์ที่จบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกหลายท่าน ซึ่งก็อยู่ในระดับเกียรติยมทั้งนั้น จึงเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้นักเรียนตัดสินใจมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้
       อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดและทำให้โรงเรียนแห่งนี้ติดอันดับต้นๆ ด้านการสอนวิชาคณิตศาสตร์นั้นคือ เทคนิคการสอนที่สนุกสนานและไม่น่าเบื่อ เพราะขึ้นชื่อว่าวิชาคณิตศาสตร์ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสอนการคำนวณสูตรต่างๆ แก้สมการ และเทคนิคการจดจำสูตรให้ได้ผล ดังนั้นการมีมุขตลอดสอดแทรกจึงเป็นจุดขายสำคัญที่ทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อหน่ายกับเนื้อหาที่ยากเกินไป จึงทำให้ได้รับความรู้และความสนุกไปพร้อมๆ กัน

7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!
        Life on Campus ได้สอบถามถึงประสบการณ์การเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาของ “ปัน” นักเรียนโรงเรียนสตรีวิทยา ที่เคยลงคอร์สติวเข้มก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย “จริงๆ เหตุผลที่ปันเลือกเรียนเพราะเดอะเบรนมีชื่อเสียงด้านการสอนเลข และมีรุ่นพี่แนะนำมาว่าที่นี่สอนดี ก็เลยมาสมัครเรียนในคอร์สเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนตัวแล้วชอบเทคนิคการสอนเพราะอาจารย์ที่นี่สอนไม่เหมือนในโรงเรียน ที่โรงเรียนปันจะสอนพื้นฐานะเบสิกทั่วไป ส่วนโรงเรียนกวดวิชาจะมีอะไรที่มากกว่า พวกการคิด เทคนิคการจำสูตรต่างๆ วิธีคิดทางลัดให้ทำข้อสอบได้เร็วมากขึ้น โดยรวมถือว่าคะแนนเป็นที่น่าพอใจ และอาจารย์ที่สอนก็มีมุขตลกมาเล่นตลอด ทำให้ตอนเรียนไม่น่าเบื่อ”
        นอกจากนี้โรงเรียนกวดวิชาเดอะเบรนยังได้รับการยอมรับว่า “มีนักเรียนให้ความนิยมเรียนสูงสุดในประเทศ” จากการสำรวจของช่อง 7 สี และในเดือนมกราคม ปี 2554 โรงเรียนเดอะเบรนสามารถติวนักเรียน ม.ปลาย สอบติดเข้ามหาวิทยาลัยปีละหลายหมื่นคน นี้จึงอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้โรงเรียนกวดวิชาแห่งนี้ได้รับการยอมรับและได้รับความสนใจสมัครเข้ามาเรียนของนักเรียนจำนวนมาก
        ปัจจุบันโรงเรียนเดอะเบรนมีสาขาทั้งสิ้น 31 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่วนนักเรียนที่อยู่ต่างจังหวัดก็สามารถสมัครเรียนได้ โดยมีการเรียนการสอนผ่านวีดีโอ ซึ่งมีทั้งแบบดีวีดี ถ่ายทอดจากรอบสด และเรียนรู้ผ่านคอมพิวเตอร์หรือที่เรียกว่า บีสมาร์ท ซึ่งการเรียนแบบบีสมาร์ทนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีนักเรียนเลือกเรียนในระบบดังกล่าวถึง 2 แสนคน จึงทำให้โรงเรียนกวดวิชาเดอะเบรนต้องเพิ่มจำนวนคอมพิวเตอร์รวมในทุกสาขาถึง 5 พันเครื่อง ซึ่งเหตุผลที่การเลือกเรียนผ่านคอมพิวเตอร์เป็นที่นิยมมาก เพราะผู้เรียนสามารถเลือกเวลาในการเรียนได้ หากมีบทเรียนไหนที่ไม่เข้าใจก็สามารถกดหยุดและเรียนซ้ำได้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ให้กับเด็กสมัยใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว
       
       เด็ก “อาจารย์อุ๊” โกยคะแนนวิชาเคมีสูงสุดเป็นอันดับ 1

7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!
        อีกหนึ่งโรงเรียนกวดวิชาที่เอาใจเด็กสายวิทย์-คณิต นั้นคือ “โรงเรียนกวดวิชาวรรณสรณ์” หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกติดปากกันในชื่อ “เคมี อาจารย์อุ๊” หรือ อาจารย์ อุไรวรรณ ศิวะกุล ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสอนวิชาเคมี จนทำให้โรงเรียนกวดวิชาวรรณสรณ์มีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับความนิยมมาเป็นเวลานาน
       
       ส่วนเทคนิคการสอนที่ทำให้เด็กสายวิทย์-คณิตติดใจกันเป็นแถว เห็นจะเป็นประสบการณ์การสอนที่ยาวนาน ทำให้รู้จุดบกพร่องและปัญหาของเด็ก และเข้าแก้ไขได้อย่างตรงจุด เทคนิคการจดจำสูตรต่างๆ ของโรงเรียนกวดวิชาแห่งนี้ก็ได้รับการยอมรับว่าสามารถนำไปใช้ได้จริง Life on Campus จึงทำการสอบถามจาก “ขวัญ” นักเรียนโรงเรียนเบญจมราชาลัยเกี่ยวกับการเรียนการสอนของสถาบันแห่งนี้ “ขวัญลงเรียนคอร์สเอนทรานส์ รอบสดกับ อ.อุ๊ ส่วนตัวแล้วชอบเทคนิคการสอนของอ.มาก แต่ที่ชอบสุดๆ คือการใช้คำและการเรียบเรียงเนื้อหาและโจทย์ของอ. ทำให้เรารู้สึกว่าเคมีเป็นอะไรที่ง่าย หนังสือของโรงเรียนเคมีอ.อุ๊ ถือว่าทำได้ดีจริงๆ มีการปรับปรุงอยู่ตลอด ทั้งโจทย์และแบบฝึกหัด ขวัญว่าอ.อุ๊ เขาสอนมาเป็นเวลานาน และมีประสบการณ์มากพอที่จะเข้าใจว่าเด็กอ่อนตรงไหน ไม่เข้าใจตรงไหน ส่วนการใช้คำพูดของอ.อุ๊ ก็ใช้คำง่ายๆ ในการอธิบายให้เด็กฟัง” นอกจากนี้โรงเรียนกวดวิชาเคมี อ.อุ๊ ยังมีการรวบรวมข้อสอบเก่าๆ ทุกปี มาให้ผู้เรียนได้หัดทำแบบฝึกหัดกันอย่างคล่องมือ
       
        Life on Campus ได้ตรวจสอบผลคะแนนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในวิชาเคมี จากผู้เรียนที่เคยลงเรียนที่สถาบันแห่งนี้ ผ่านเว็บไซต์เคมีอ.อุ๊ พบว่ามีนักเรียนจำนวนถึง 3 คน ที่มีผลคะแนนวิชาเคมีสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ในปีการศึกษา 2556 ส่วนคะแนนอันดับที่ 2 ก็ไล่เลี่ยกันอยู่ที่ 90% เท่านั้น นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมโรงเรียนกวดวิชาเคมี อ.อุ๊ ถึงได้รับความนิยมจากเด็กนักเรียนสายวิทย์-คณิต มาเป็นเวลานาน ปัจจุบันโรงเรียนกวดวิชาเคมีอ.อุ๊มีสาขาทั้งสิ้น 28 สาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งในปี 2557 ได้ทำการเพิ่มสาขาที่จังหวัดพัทลุงขึ้นมา เพื่อให้ครอบคลุมถึงเด็กนักเรียนทุกภูมิภาค
       
       ติวฟิสิกส์ ต้อง “Applied Physics”

7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!
        หากเอ่ยถึงวิชาฟิสิกส์ คงต้องนึกถึงโรงเรียนกวดวิชาที่มีชื่อเสียงทางด้านนี้เฉพาะอย่างโรงเรียนกวดวิชา “Applied Physics” ที่ได้สำรวจข้อมูลความนิยมของนักเรียนโดยโพลที่มีชื่อเสียงจากรายการ Top Ten ทางช่อง 9 และสวนดุสิตโพล จนได้ผลมาว่าโรงเรียนกวดวิชา Applied Physics ถือเป็นโรงเรียนกวดวิชาฟิสิกส์อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่เน้นสอนนักเรียนเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ โดยมีหลักการที่ว่า “วิชาฟิสิกส์ เป็นวิชาที่ใช้ความเข้าใจ ไม่ใช่การท่องจำ” ดังนั้นจึงสะท้อนให้เห็นว่าเทคนิคการสอนของโรงเรียนแห่งนี้เน้นให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหา มากกว่าจะท่องจำแล้วนำไปใช้ในสนามสอบ เทคนิคการสอนของที่นี่จะเริ่มตั้งแต่การปูพื้นฐานวิชาฟิสิกส์อย่างเป็นระบบจากง่ายไปยาก
       
        เมื่อผู้เรียนเข้าใจพื้นฐานวิชาฟิสิกส์แล้ว จากนั้นจะเริ่มการสอนแบบคำนวนที่รวดเร็ว และยังมีแนวข้อสอบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 จนถึงปัจจุบัน และด้วยประสบการณ์ของอาจารย์ “ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์” ที่มากกว่า 30 ปี รวมถึงผลคะแนนของนักเรียนที่เรียนโรงเรียนกวดวิชาแห่งนี้เป็นที่น่าพอใจ จนทำให้มีการแนะนำต่อๆ กันไปจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง และนอกจากการเรียนรอบสดและรอบวีดีโอแล้ว ยังมีการเพิ่มการเรียนรูปแบบใหม่ที่เรียนรู้ผ่านคอมพิวเตอร์ คือ 1 คนสามารถเรียนได้ 1 เครื่อง โดยเลือกบทเรียน จองเวลาเรียน จองเพิ่ม ยกเลิกการจองได้เอาตามที่นักเรียนสะดวกผ่านทางเว็บไซต์ของโรงเรียน ซึ่งการเรียนแบบคอมพิวเตอร์มีข้อดีคือหากใครไม่เข้าใจก็สามารถกดหยุดเพื่อฟังซ้ำได้

7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!
        Life on Campus ได้พูดคุยกับ “แอน” นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนวัดเขมาภิรตารามถึงการเรียนผ่านคอมพิวเตอร์ “แอนลงคอร์สเตรียมสอบ เรียนในระบบคอมพิวเตอร์ คือแอนคิดว่าดีนะ เพราะเราสามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเราเอง อย่างถ้าเราไม่เข้าใจตรงไหน เราก็กดหยุดและฟังมันซ้ำๆ ได้ หรือตรงไหนที่ง่ายก็เลื่อนให้เร็วได้ แต่ถ้าเรียนรอบสดบางทีก็ไม่กล้าถามครูสอน เพราะกลัวเพื่อนที่เขาเรียนไว ไปไวกว่า จะว่าเอา ไม่อยากให้ใครต้องมารอเรา แต่เรียนผ่านคอมแบบนี้มันก็ดี มีสมาธิดีด้วย เพราะทุกอย่างเราควบคุมได้หมด”
        เมื่อถามถึงสิ่งที่ได้นำไปใช้จากการเรียนพิเศษโรงเรียนแห่งนี้แอนให้ความคิดเห็นว่า “สิ่งที่นำไปใช้ได้จริงๆ คือการฝึกทำโจทย์ค่ะ เพราะที่นี่สอนให้ทำแบบฝึกหัดทุกครั้ง การทำโจทย์บ่อยๆ แอนว่าช่วยได้เยอะ เพราะเราจะผ่านตา รู้วิธีคิด วิธีใช้สูตรต่างๆ เหมือนกับว่าถ้าเราอ่านแต่เนื้อหาอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องหมั่นทำโจทย์ ทำข้อสอบเก่าๆ ด้วย มันถึงจะได้ผล”
        อย่างไรก็ตามการเลือกเรียนโรงเรียนกวดวิชานั้น ควรเลือกให้เหมาะกับตัวเองมากที่สุด และต้องเรียนไปเพื่อใช้เพิ่มความรู้และความเข้าใจ รวมถึงเพิ่มคะแนนให้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่สมัครเรียนเพราะตามเพื่อนหรือตามกระแสเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดประสิทธิภาพคงเป็นเรื่องของ “การหมั่นทบทวนบทเรียน” และหัดทำแบบฝึกหัดอยู่สม่ำเสมอ เพราะการเรียนอย่างเดียวโดยไม่ทบทวนความรู้ที่ได้มา หรือไม่หมั่นทำโจทย์ ทำข้อสอบเก่าๆ สิ่งที่เรียนมานั้นก็จะไม่เกิดประโยชน์นั้นเอง

       


ข่าวล่าสุด ในหมวด
ออกแบบพาวเวอร์พอยท์ยังไง..ให้โดนใจอาจารย์!!
เทคนิคเตรียมลุยสำหรับเด็กจบใหม่!! พลิกวิกฤต (ว่างงาน) ให้เป็นโอกาส
เด็กหอรับมืออย่างไรดี?? เมื่อเจอรูมเมทจอมป่วน..ชวนปวดหัว!!
จุฬาฯ ชี้แจง กรณีนิสิตถูกกรรโชกทรัพย์ เผยไม่เชื่อผู้ก่อเหตุเป็นเด็กอุเทนฯ
เตือนภัยนิสิตจามจุรี! นักซิ่งชิงทรัพย์ระบาด คาดฝีมืออุเทนถวาย!?
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 25 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 13 คน
52 %
ไม่เห็นด้วย 12 คน
48 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2015