หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Campus | Lecture นอกชั้น
 

เทคนิคสอบ “TOEFL” ยังไงให้คะแนนเทพ!

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
6 กุมภาพันธ์ 2558 16:29 น. (แก้ไขล่าสุด 11 กันยายน 2558 21:38 น.)
เทคนิคสอบ “TOEFL” ยังไงให้คะแนนเทพ!
        หลังจากที่ได้นำเสนอเทคนิควิธีสอบโทอิคให้ได้คะแนนสูงลิ่วกันไปแล้วในครั้งก่อน วันนี้ Life on Campus ขอเอาใจน้องๆ นิสิตนักศึกษาที่วางแผนอยากเรียนต่อต่างประเทศกันบ้าง ด้วยการนำเคล็ด (ไม่) ลับ เทคนิคการสอบ Test of English as a Foreign Language หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “TOEFL” ให้ได้คะแนนดีมาฝากกัน ขออนุญาตนำประสบการณ์และเทคนิคที่น่าสนใจจากกระทู้พันทิพของคุณ "ท้อปปิ้ง" มาให้ชาว Life on Campus ได้อ่านและฝึกเตรียมความพร้อม เพื่อได้เป็นประโยชน์สำหรับหลายๆ คนที่กำลังเตรียมตัวสอบ TOEFL อยู่นั่นเอง
       
       “TOEFL” อยากเรียนต่อนอก..ห้ามพลาด!
       
        การสอบ TOEFL เป็นการสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษสำหรับคนต่างชาติที่ไม่ได้มีภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ หมายถึงนิสิตนักศึกษาที่มาจากประเทศไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และอื่นๆ เพื่อนำผลคะแนนไปยื่นกับสถาบันการศึกษาที่หมายตาเอาไว้ในต่างประเทศ โดยใช้เป็นส่วนหนึ่งในคุณสมบัติที่ใช้สมัครเรียนระดับต่างๆ นั้นเอง การสอบ TOEFL ในอดีตจะมีสองแบบ คือ สอบแบบที่ใช้กระดาษในการทำข้อสอบ (Paper-based Testing) และการสอบที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำข้อสอบ (Computer-based Testing) ในปี 2005 ได้เปลี่ยนแปลงการสอบให้สอบผ่านอินเตอร์เน็ต (iBT TOEFL: Internet Base Test) โดยแบบทดสอบ 2 แบบข้างต้นได้ถูกยกเลิกไป
       
        การสอบแบบ iBT TOEFL เป็นการสอบทักษะภาษาอังกฤษแบบบูรณาการ เป็นการสอบที่ต้องใช้ทักษะภาษาอังกฤษทั้งการพูด ฟัง อ่าน และเขียนในการสอบ โดยการสอบแต่ละส่วนจะเชื่อมโยงกันทั้งหมด มีคะแนนเต็มอยู่ที่ 120 คะแนน จะแบ่งเป็นทักษะละ 30 คะแนน คะแนนรวมของทุกทักษะจะบอกถึงความถนัดทางภาษาของเราว่าได้กี่คะแนนนั้นเอง

เทคนิคสอบ “TOEFL” ยังไงให้คะแนนเทพ!
        “Reading Part” อ่อนส่วนไหน..ฝึกส่วนนั้น
       
        ในส่วนของพาร์ทการอ่านนั้น ก่อนอื่นคือต้องไปหาโจทย์ TOEFL ibt มาก่อนว่าข้อสอบเป็นแนวไหน มีเนื้อหาของแต่ละพาร์ทอย่างไรบ้าง โดยหลังจากที่เข้าใจเนื้อหาของข้อสอบแล้วก็ลองอ่านดูว่าทำได้ทันไหม ระดับความยากส่วนนี้ของ TOEFL จัดว่าไม่ยากครับ เทียบกับของ TOEIC แล้วถือว่ายากกว่าพอสมควรแต่ว่า เทียบกับข้อสอบ GMAT หรือ GRE หรือ SAT แล้วถือว่าเทียบกันไม่ได้เลย
       
        วิธีการในการเพิ่มคะแนน Reading คือดูว่าเราอ่อนส่วนไหน วิเคราะห์จากโจทย์เก่าที่เราทำไปแล้ว เสร็จแล้วดูว่าเราทำเรื่องไหน หรือ เนื้อหาแบบไหนไม่ได้เป็นพิเศษหรือเปล่า ถ้ามี เราก็ไปหาอ่านหรือทำตัวให้คุ้นกับศัพท์ของเรื่องนั้นๆ ก่อน เช่น ถ้าเราอ่อนชีววิทยาก็ควรพัฒนาโดยการหาบทความวิชาการเกี่ยวกับชีววิทยาให้คล่อง พอเข้าใจศัพท์และเนื้อหาของเรื่องนั้นๆ มากขึ้นแล้ว เวลาทำข้อสอบจริงจะทำได้ง่ายขึ้น และประหยัดเวลามากขึ้นมากๆ อีกด้วย
       
        เรื่องที่สองเรื่องของการอ่านยังไงให้เข้าใจรวดเร็ว สำหรับผมแล้วคืออ่านคร่าวๆ ให้เข้าใจก่อนรอบนึง โดยใช้เวลามากหน่อยสำหรับย่อหน้าแรกและย่อหน้าสุดท้าย เสร็จแล้วเริ่มค่อยเริ่มทำครับ แต่ส่วนนี้แล้วแต่คนครับ แต่ถ้าเวลาหมดจริงๆ แนะนำเน้นอ่านย่อหน้าแรกและสุดท้ายให้เข้าใจแล้วค่อยมั่วครับ อย่างน้อยก็มั่วอย่างมีหลักการ
       
       “Listening Part” จับใจความสำคัญ..จดใส่กระดาษ!

เทคนิคสอบ “TOEFL” ยังไงให้คะแนนเทพ!
        Listening ส่วนนี้ก็ถือว่ายากกว่าส่วนอ่าน แต่ว่าถ้ามีพื้นฐานการฟังอยู่แล้วถือว่าไม่ยากมากครับ สิ่งที่เราควรทำคือปรับลำโพงให้ชัดๆ ปรับเสียงให้ชัดๆ ก่อนจะเริ่มสอบบางทีการที่เสียงดังนิดหน่อยก็ทำให้เราฟังง่ายขึ้น แต่ว่าไม่ควรดังเกินไปครับ ควรปรับให้ได้ยินชัดเจนพอดี
       
        อีกอย่างที่ควรฝึกในส่วนนี้คือการฝึกการจดครับ บางคนอาจจะเห็นว่าไม่สำคัญให้กระดาษมาทำไม แต่ว่าสำหรับผมแล้วมีประโยชน์มากๆ เลยครับโดยเฉพาะส่วนการฟังบางพาร์ทที่มันยาวมากๆ ใช้การจำไม่ได้หมด การฟังไปด้วยจดไปด้วยนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด ส่วนตัวแล้วคิดว่าง่ายกว่าการฝึกสกิลการฟังเยอะครับ ถ้าเราสามารถจดได้แล้วว่าอันไหนเป็นประเด็นสำคัญโดยที่ยังไม่หลุดกับการฟังเนื้อหา (คือฝึกจดไปด้วยฟังไปด้วย) ก็ทำให้เวลาเราตอบนั้นง่ายขึ้นเยอะครับ อย่าลืมว่าเวลาจดไม่ใช่จดเยอะๆ จดสั้นๆ แค่ประเด็นสำคัญ ถ้าเราทำข้อสอบบ่อยๆ เราจะพอรู้ว่าโจทย์ชอบออกอะไรครับ
       
       “Writing Part” อยากเขียนดี..ต้องใช้เหตุผลมาสนับสนุน!

เทคนิคสอบ “TOEFL” ยังไงให้คะแนนเทพ!
        Writing ส่วนนี้ควรท่องไปครับว่าเราจะมีแพทเทิร์นในการตอบอย่างไร ท่องไปเลยว่ามีโจทย์แบบไหน ควรจะพูดแสดงความเห็นยังไง ให้เหตุผล Support ยังไง สรุปยังไง มีวีดีโอหลายอันใน Youtube ที่อธิบายส่วนนี้ครับให้ลอง Search เลยว่า TOEFL ibt writing ก็จะมีให้ลองฟังได้หลากหลายและฝึกตามนั้น
       
        สำหรับพาร์ทการเขียนนั้น จะมีสองข้อ ข้อแรกจะยากหน่อยที่เราต้องฟัง อ่าน และเขียนสรุปด้วย เราต้องฝึกให้ดีว่าเราจะต้องเอาส่วนไหนของพาร์ทการฟังมาตอบ และส่วนไหนของส่วนที่อ่านมาตอบอันนี้ก็สามารถไปฟังใน Youtube และฝึกฝนเพิ่มทักษะได้
       
        ส่วนอีกข้อจะเป็นการออกความเห็น คือต้องฝึกการออกความเห็นให้ชัดเจน มีเหตุผล Support ตัวอย่างของแต่ละเหตุผล และ สรุปให้ชัดเจนครับ โดยส่วนใหญ่แล้วเค้าจะแนะนำว่าควรจะมีไม่ 2 ก็ 3 เหตุผล โดยหลายคนก็บอกว่าเขียนแค่ 2 เหตุผลแต่มีรายละเอียดที่ชัดเจนมักจะได้คะแนนดีกว่าอันนี้แล้วแต่คนครับ
       
       ฝึกพูดอุ่นเครื่อง ก่อนเจอสนามจริง “Speaking Part”
       
        Speaking พาร์ทนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นพาร์ทที่ยากที่สุด สิ่งที่ต้องเตรียมตัวคือ “ฝึกทักษะการพูด” จะพูดคนเดียวกับพูดให้เพื่อนฟังก็ได้เช่นกัน คือ พยายามหาโจทย์มา หรือ จินตนาการโจทย์แล้วพูดไปเลยว่าถ้าเจอแบบนี้จะตอบแบบไหน เพราะเวลาจริงเรามีเวลาเตรียมตัวไม่กี่วินาที ต้องฝึกเลยครับส่วนนี้ โดยพูดให้ไม่ต้องเร็ว แต่ชัดๆ เพราะมันจะมีคะแนนความชัดของเราด้วย แต่ไม่มีคะแนนสำเนียงนะครับ จับเวลาและดูว่าเวลาที่กำหนดของแต่ละข้อนั้นเราพูดเป็นยังไงบ้าง
       
       มีทั้งหมด 6 ข้อด้วยกัน..
       
       1. ถามความเห็น 15 วิเตรียมตัว 45 ตอบ
       2. ถามความเห็น 15 วิเตรียมตัว 45 ตอบ
       3. อ่าน 100 words พารากราฟ หลังจากนั้นจะมี listening เกี่ยวกับบทความนั้น และจะมีคำถาม
       4. 100 words เกี่ยวกับบทเรียน แล้วก็จะมีอาจารย์มาพูดเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ จากนั้นเราต้องสรุปแล้วตอบ
       5. ฟัง conversation แล้วตอบ ส่วนนี้จะไม่มีการอ่าน
       6. ฟัง lecture แล้วต้องตอบคำถามเกี่ยวกับ lecture นั้นส่วนใหญ่จะถามว่าเราเข้าใจยังไง เหมือนสรุป
       
        สำหรับตัวอย่างวีดีโอที่ได้ทดสอบมาแล้ว ชุดนี้ถือว่าเข้าใจง่ายและได้ผลมากที่สุด หากใครที่ต้องการฝึกทักษะภาษาอังกฤษสำหรับการสอบ Toefl ลองเสิร์ชหาจากอินเตอร์เน็ตได้เพิ่มเติม
       
       
       
        อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะแนะนำก่อนจะไปคือควรจะฝึกทำด้วยการจับเวลา ถึงแม้ส่วน Writing กับ Speaking จะไม่มีคนตรวจ แต่ว่าเราควรที่จะต้องจับเวลาและฝึกเพื่อให้เหมือนการสอบจริงมากที่สุด เพราะสอบนี้มันไม่ใช่สั้นๆ และเวลาสอบจริงจะกดดันมากกว่าตอนซ้อมเยอะพอสมควร ดังนั้นจึงอย่าลืมทำสถานกาณ์ให้เหมือนสอบจริงให้มากที่สุด
       
       ขอบคุณข้อมูลจาก..
       - http://pantip.com/topic/32303376
       - http://www.studyoverseas.co.th/
       
       

       
       


ข่าวล่าสุด ในหมวด
10 เทคนิค..สู่ความสำเร็จในรั้วมหาวิทยาลัย
10 เทคนิค MS Word สุดคูล..ไม่ดูไม่ได้แล้ว!!!
๑๒ พระอัครมเหสี แห่งราชวงศ์จักรี
7 เว็บไซต์ใจดี...โหลดตำราเรียนฟรีทั่วโลก!!!
รู้ยัง!!! โครงการดี๊ดี…ช่วงปิดเทอม
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 11 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 11 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2015