หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Celeb Online | celebrity | interview
เกรซ มหาดำรงกุล... เธอทำให้โลกสดใส
ASTVผู้จัดการออนไลน์
24 สิงหาคม 2553 05:51 น.
เกรซ มหาดำรงกุล... เธอทำให้โลกสดใส
       

         
            ณ เส้นขอบฟ้าสุดสายตา หมู่เกาะนับไม่ถ้วนที่เรียงรายขนานกับผืนน้ำสีคราม ดูงดงามสมคำกล่าวที่ว่า...แผ่นทรายแผ่นน้ำในอาณานี้ คือ 'ไข่มุกแห่งอันดามัน' ...อัญมณีเลอค่าแห่งท้องทะเล
        
        
            และเมื่อหญิงสาวคนหนึ่ง กระโดดโลดเต้นอยู่เหนือผืนทรายอย่างร่าเริงสดใส...
       ความสุขที่ส่งผ่านรอยยิ้ม แววตา และเสียงหัวเราะดังลั่นของเธอ ก็ช่วยเจียระไนไข่มุกแห่งอันดามันให้สวยงามวาววามกว่าเคย

เกรซ มหาดำรงกุล... เธอทำให้โลกสดใส
       

        …เธอคือหญิงสาวที่ทำให้โลกสดใส
       ...เธอคือเกรซ มหาดำรงกุล

เกรซ มหาดำรงกุล... เธอทำให้โลกสดใส
       

         
        
            “ชาวบ้านที่นี่เขาบอกเกรซว่า 'รู้ไหม? ปะการังพูดได้' หมายความว่ายังไงรู้ไหมคะ? หมายความว่า ปะการังที่นี่สวยงามมาก พลิ้วไหวเหมือนมีชีวิต เหมือนขยับได้ รู้สึกว่าปะการังกำลังพูดจาสื่อสารกับเรา เหมือนเขากำลังส่งภาษาอะไรบางอย่าง เกรซเองเกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินตอนมาเที่ยวกระบี่นี่แหละว่า 'ปะการังพูดได้'
        
            “ครั้งหนึ่ง เกรซเคยพบกับชาวปกากะญอที่เชียงใหม่ หัวหน้าหมู่บ้านเขาบอกเกรซว่า เวลาที่เขาลงมาในตัวเมืองเชียงใหม่ เขาจะรู้สึกอึดอัด เขาไม่ชอบเลย แล้วเขาก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไม 'คนเมือง' ถึงต้อง 'ซื้ออากาศหายใจ' เขาหมายถึงอะไรรู้ไหมคะ เขาบอกว่า คนเมืองน่ะซื้อพัดลม ซื้อแอร์ ซื้อเครื่องฟอกอากาศราคาแพงๆ กันทั้งนั้น นั่นแหละคือการซื้ออากาศหายใจ ซึ่งเขาไม่เข้าใจ เพราะหมู่บ้านที่เขาอยู่ อากาศบริสุทธิ์มาก เขาบอกว่าเขาอยู่บนดอย เขาสูดโอโซนทุกวัน ไม่ต้องซื้อ”
        
            แววตาของเธอเปี่ยมรอยยิ้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเรื่องราวที่ออกจากปาก คือเรื่องเล่าที่เก็บเกี่ยว สั่งสม หมักบ่มมาเนิ่นนานตลอดการเดินทางไกลจากใต้จรดเหนือ เหนือจรดใต้ จากตะวันออกไปตะวันตก
        
            เกรซบอกว่า เธอสัมผัสวิถีชีวิตผู้คนมาแล้วทั่วทุกภาคของประเทศ ทั้งย้ำหนักแน่นว่าการเดินทางในแบบฉบับของเธอ ไม่ใช่การท่องเที่ยวแต่คือการเรียนรู้ 'ชีวิต'

เกรซ มหาดำรงกุล... เธอทำให้โลกสดใส
       

         
            “เมื่อครั้งที่เกรซยังทำรายการโทรทัศน์ รายการของเกรซไม่ใช่รายการท่องเที่ยว แต่เกรซจะเข้าไปสัมผัสชีวิตของคนในชุมชน ไปสัมผัสกับเรื่องราวของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งแต่ละคน แต่ละเรื่องราวก็มอบอะไรให้เกรซมากมาย"
       
            ถ้อยคำของเธอ อาจทำให้ใครหลายคนนึกแย้งในใจ นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก ก็เมื่อเอ่ยชื่อเกรซ มหาดำรงกุล ภาพที่ผู้คนมักคุ้นย่อมไม่พ้นความเป็นสาวสังคม เป็นทายาทตระกูลดัง เจ้าของธุรกิจนำเข้า ทั้งยังรับหน้าที่บริหารการตลาดและพัฒนาสินค้าให้กับบริษัทของครอบครัว
            ซึ่งนั่นก็ยิ่งส่งให้เธอดู 'ไฮโซ' และ 'เนี้ยบ' เกินกว่าจะทำตัว 'ติดดิน' หรือก้าวเข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นห่างไกลได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง...
        
           
            แต่อะไรก็ตามที่คุณคิดว่าสาวสังคมอย่างเธอไม่น่าจะทำได้ แท้ที่จริง
       เกรซ มหาดำรงกุล ทำมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะบุกป่าลุยโคลน ขึ้นเขาลงห้วยที่ไหน
        
            เธอทำ เธอเป็น เธอเห็น เธอค้นพบหลายสิ่งหลายอย่างเกินกว่าที่ใครๆ จะคาดคิด
       โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายละเอียดระหว่างทางที่เปี่ยมด้วยข้อคิด และคุณค่าของแต่ละ 'ชีวิต' ที่เธอได้เดินทางไปพบเจอ 
        
           
            “มีอยู่ครั้งหนึ่ง เกรซไปพบกับคุณลุงที่เป็นภารโรงโรงเรียน แล้วเขาเป็นคุณลุงทีใจดีมาก เวลาที่คุณลุงเขาเห็นสัตว์ป่าที่ป่วยหรือเห็นหมาแมวบาดเจ็บ เขาก็จะเก็บเอามาเลี้ยง เอามารักษา ตอนที่เราได้ยินเรื่องราวของเขา เราก็คิดว่า คงจะเหมือนกับคนใจดีคนอื่นๆ ที่เราเคยได้ยินมาว่าเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว 20-30 ตัว แต่พอเราเข้าไปพบเขาจริงๆ ถึงได้เห็นว่าคุณลุงคนนี้เลี้ยงกวางเลี้ยงเก้งมากมาย เลี้ยงงูเห่าอีกตั้งไม่รู้กี่ตัว จริงๆ แล้วฟังอย่างนี้อาจจะคิดว่าผิดกฏหมาย แต่คุณลุงเขาทำเพื่อรักษาพยาบาลสัตว์เหล่านั้นที่มันได้รับบาดเจ็บ พอหายแล้ว เขาก็ส่งกลับป่า
        
            "บ้านคุณลุงคือสวนสัตว์ดีๆ นี่เอง เพราะคุณลุงจะทำกรงให้สัตว์ทุกตัว หรือสัตว์ตัวไหนชอบอยู่ในน้ำ คุณลุงเขาก็ขุดสระทำบ่อให้ สิ่งที่เขาทำ มันทำให้เกรซรู้สึกได้ว่า แม้ลุงเขาจะไม่ใช่คนร่ำรวย แต่เขาก็ทุ่มเททำทุกสิ่งที่ว่ามานั้น ทั้งที่เงินเดือนก็ไม่ได้เยอะ คุณลุงเองก็แต่งตัวโทรมๆ”
        
           
            เกรซบอกว่า เรื่องราวของคุณลุงที่อุทิศตนอย่างทุ่มเทเพื่อสัตว์มากมาย ทั้งสัตว์ป่ารวมถึงหมาแมวที่ใกล้ชิดกับคน ทำให้เธอรู้สึกประทับใจในน้ำจิตน้ำใจอันดีงาม เพราะหลายครั้ง เธอก็ได้เห็นว่าคุณลุงคำนึงถึงชีวิตของสัตว์เหล่านั้นยิ่งกว่าความสุขสบายของตนเองเสียอีก 
        
           
            ทว่า เมื่อเธอได้สัมผัสในรายละเอียดที่มากยิ่งขึ้น กอปรกับได้รับฟังถึงความทุกข์ยากของคุณลุง ที่อัดอั้นเต็มอกกระทั่งเขาร้องไห้ให้เธอเห็น ทั้งระบายให้ฟังอย่างไม่ปิดบังว่าหนี้สินที่กู้ยืมมาเพื่อพยาบาลสัตว์ในบ้านของตนเองนั้น นับวันก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ นอกจากน้ำใจอันดีของคุณลุงที่อยากจะช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากแล้ว อีกมุมหนึ่ง เรื่องราวของคุณลุง ก็เป็นอุทธาหรณ์ให้เธอได้ตระหนักถึงคำว่าความพอดี พอเพียง ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ควรเดินอยู่บนทางสายกลางย่อมดีที่สุด สำคัญกว่านั้น ควรดูแลตนเองให้มีความสุขด้วย ไม่ใช่นึกอยากจะช่วยผู้อื่นโดยไม่คิดดูแลหรือเติมเต็มความสุขให้ตนเองเลยแม้แต่น้อย 
        
           
            “เกรซกับทีมงานเข้าไปถ่ายทำในบ้านคุณลุงด้วย พอเปิดตูเย็นไป ปรากฏว่าทั้งอาหารคน อาหารสัตว์ อยู่รวมกันในตู้เย็นนั่นแหละค่ะ เรื่องสุขลักษณะนี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะเราจะเห็นหนูตัวโตๆ ใส่ถุงก๊อบแก๊บ แล้วก็หาอะไรผูกๆ ไว้ใส่เข้าไปในตู้เย็น คือมันเป็นอาหารสำหรับสัตว์ แต่คุณลุงก็เอามาใส่ไว้ในตู้เย็น รวมกับอาหารคุณลุงเองที่จะมีไข่ไก่วางอยู่ คือการเป็นอยู่ของคุณลุงไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ มันก็เป็นอุทธาหรณ์ให้เกรซได้เหมือนกันนะ ว่าโอเค ใจดีน่ะ มันเรื่องหนึ่ง แต่เขาก็ควรต้องดูแลตัวเองก่อน เขากลายเป็นคนที่มีความทุกข์ เพราะต้องไปกู้ยืมเงินคนอื่นมาเพื่อช่วยสัตว์เหล่านี้ ตอนเกรซสัมภาษณ์ไปเขาก็ร้องไห้ไปด้วย คุณลุงกลายเป็นคนอมทุกข์ พอมีคนมารับฟังเขาก็เลยได้ระบายความอัดอั้น คุณลุงมีทุกข์เพราะตอนนี้เป็นหนี้เป็นสินอยู่เต็มไปหมด แล้วการที่เขาจะปล่อยสัตว์เหล่านี้เข้าป่าก็ยังทำไม่ได้ เพราะมันยังไม่หายดี เขาเป็นห่วงมัน"

เกรซ มหาดำรงกุล... เธอทำให้โลกสดใส
       

         
        
            เกรซบอกว่า เธอได้พบเจอกับผู้คนอีกมากมายที่ทำเพื่อผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงตนเองแบบคุณลุงท่านนี้ ซึ่งทุกครั้ง นอกจากได้รับแรงบันดาลใจดีๆ จากน้ำใจที่น่านับถือของบุคคลเหล่านั้นแล้ว ขณะเดียวกัน การกระทำของพวกเขาก็มักจะทำให้เธอนึกถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องความพอเพียง พอดี ที่เธอเชื่อว่าเป็นหลักการดำเนินชีวิตที่สำคัญมาก 
        
           
            โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราทุกคนสามารถนำมาปรับใช้กับทุกช่วงจังหวะของชีวิต ทั้งยังเป็นหลักที่เหมาะกับคนทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจน เป็นผู้ใหญ่ที่ผ่านและพบเห็นโลกมายาวนานหรือแม้แต่เด็กตัวเล็กๆ เพราะเมื่อทุกคนรู้จักความพอเพียง ซึ่งก็คือความพอใจในสิ่งที่มี ทำทุกสิ่งอย่างพอดีและสมดุล เกรซเชื่อว่า เมื่อทำได้เช่นนั้นแล้ว ความสุขย่อมเกิดขึ้นในใจ ทั้งเป็นความสุขที่ 'อิ่ม' และ 'เต็ม' โดยไม่รู้สึกว่ามีอะไรขาดพร่องไป
        
            ดังเรื่องราวของยายหลานคู่หนึ่งที่ฝังแน่นอยู่ในใจเธอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม
        
            “เรื่องที่เกรซประทับใจมากก็คือ คุณยายคนหนึ่ง อาศัยอยู่กับหลานที่มีความสูงแค่ 2 ฟุต ทั้งที่อายุ 10 ขวบ คือร่างกายเขาหยุดเจริญเติบโตอยู่แค่นั้น  ในตอนแรก เหตุผลเดียวที่เราไปทำเรื่องคุณยายท่านนี้ก็เพราะเราสนใจเด็กคนนี้ แต่พอเราได้ไปเห็นจริงๆ สิ่งที่เราได้รับคือความผูกพันที่น่ารักอบอุ่นของคุณยายกับหลานสาว” 
        
           
            เกรซเล่าว่าในแต่ละวัน มักจะมีคนมาขอซื้อหลานสาวจากคุณยาย เพราะเห็นเป็นเด็กที่มีรูปร่างประหลาด เหมือนตุ๊กตาตัวเล็กๆ ต้องการนำไปแสดงโชว์ตามต่างจังหวัด บ้างก็ถึงขั้นเสนอเป็นเงินก้อนโตเพื่อนำตัวหลานสาวคนนี้ไปแสดงโชว์ที่ต่างประเทศ แต่ไม่ว่าใครจะกล่อมอย่างไร คุณยายท่านนี้ก็ไม่เคยมีความคิดที่จะขายหลานสาวให้ใคร เพราะความรักความผูกพันที่คุณยายมีให้หลานนั้นมากจนไม่อาจประมาณค่าได้ และหลานก็ไม่ใช่สิ่งของที่จะเที่ยวขายให้ใครต่อใคร และเพราะเหตุนั้น เมื่อหลานสาวที่ความผิดปรกติทางร่างกายกลายเป็นความน่ารักน่าเอ็นดูและเป็นที่หมายปองของคณะจำอวดหลายคณะ คุณยายจึงต้องไปเฝ้าหลานที่โรงเรียนทุกวัน เพราะกลัวว่า อาจจะมีคนมาขโมยหลานไป
        
           
            “ด้วยความที่คุณยายรักหลานมาก คุณยายก็เลยต้องไปเฝ้าหลานที่โรงเรียนทุกวัน เพราะกลัวจะมีคนขโมยไป แล้วก็ยังมีความน่ารักของเด็กน้อยคนนี้กับเพื่อนๆ ของเขาด้วย เพราะน้องเขาจะตัวเล็กๆ เหมือนตุ๊กตา เพื่อนๆ ทุกคนก็จะคอยดูแลเขา เวลาที่เขาจะขึ้นเก้าอี้แล้วปีนไม่ถึง เพื่อนๆ ก็จะคอยอุ้ม ซึ่งเพื่อนๆ เขาเองก็เป็นเด็กอายุ 10 ขวบ ตัวไม่โตมากนะ แต่เขาก็จะคอยดูแลกัน เพื่อนๆ ทุกคนจะเอ็นดูน้องคนนี้ เหมือนเขาเป็นน้องคนเล็ก คอยแบ่งขนมให้ คอยดูแลเขา จะไม่รังแก เด็กๆ เขาบอกเกรซว่าคุณครูของเขาสอนให้ดูแลกัน เด็กๆ ทุกคนก็เลยช่วยกันคอยดูแลน้องคนนี้ เป็นความผูกพันที่น่ารัก 
        
           
            “ส่วนบ้านของน้องตัวเล็กคนนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โต เป็นแค่เพิงเล็กๆ เกรซถามคุณยายว่าคุณยายลำบากไหม เขาบอกว่าไม่ลำบาก เกรซถามว่าคุณยายมีเงินไว้ใช้จ่ายไหม เขาบอกว่าเขาไม่ได้มีเยอะ แต่เขา 'มีพอ' สำหรับใช้จ่ายในแต่ละวัน ที่สำคัญก็คือ ทั้งคุณยายและหลานสาวจะมองโลกในแง่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้เราประทับใจกับความผูกพันของเขา ทั้งที่ตอนแรกเลยที่เราตัดสินใจไปถ่ายทำ เพราะเราสนใจกับความพิเศษของเด็กคนนี้ ที่เขาตัวสูงแค่ 2 ฟุต แต่พอเราไปเจอจริงๆ ก็ประทับใจกับความผูกพันของคุณยาย กับหลาน และความผูกพันของเขากับเพื่อน เป็นชีวิตที่มีความสุข ทั้งที่คนอื่นอาจมองว่าเขาลำบาก ไม่มีที่ดินของตัวเอง อยู่ในเพิงเล็กๆ บนที่ดินของคนอื่น
        
            "เพื่อนๆ ที่โรงเรียนก็น่ารัก ทุกคนจะให้ความอบอุ่นกับเด็กคนนี้ ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าเขาแตกต่างจากคนอื่น เขาไม่รู้สึกว่าเขา 'ขาด' อะไรเลย เขาเป็นเด็กที่มีความสุขมาก เรื่องราวของเขาก็ทำให้เกรซได้เห็นถึงความผูกพันที่น่ารัก ของทั้งยายกับหลาน เพื่อนกับเพื่อนและความสัมพันธ์ของคนในชุมชนนั้นที่คอยช่วยเหลือดูแลกัน”
        
            สำหรับเกรซ ทุกครั้งที่เธอกลับจากการเดินทาง...สิ่งที่ได้พบเห็นมา ทำให้เธอ 'อิ่ม' ไปทั้งใจ
       เป็นความอิ่มเต็มและเปิดมุมมองของเธอสู่โลกกว้างที่ไม่เคยพบเห็น

เกรซ มหาดำรงกุล... เธอทำให้โลกสดใส
       

         
            “การเดินทางที่ผ่านมามันทำให้เราไม่เป็นกบอยู่ในกะลา ถ้าเกรซไม่เลือกที่จะใช้ชีวิตแบบนี้ เกรซก็คงจะทำงานอยู่ในครอบครัว เพราะกิจการที่ทำอยู่ก็เป็นกิจการครอบครัว เพราะฉะนั้น ก็จะเจอแต่คนในครอบครัว เจอแต่คนในบ้าน เจอแต่สังคมที่เราเห็น เจอแต่ลูกน้อง เจ้านายเราก็คือพ่อแม่เรา เพื่อนๆ ที่เจอก็เป็นเพื่อนกลุ่มเดียว ถ้าไม่ได้เดินทางไปสัมผัสกับชีวิตของผู้คน เกรซว่าเกรซคงจะไม่เห็นโลก จะไม่เข้าใจคน การที่เกรซได้ไปเห็นอะไรเยอะ มันก็ดีนะ เพราะมันทำให้เราไม่คิดมาก ทำให้เราผ่อนคลายมากขึ้น เพราะการสัมผัสกับชีวิตผู้คนที่หลากหลายทำให้เรารู้สึกว่า 'ชีวิตคือการเดินทาง' หมายถึงชีวิตแต่ละคนต่างก็ผ่านการเดินทางมา ไม่ว่าวันนี้จะยืนอยู่ที่จุดไหน 
        
           
            “แต่ละคนมีการเดินทางของตัวเอง เกรซก็มีการเดินทางของเกรซ เป็นการเดินทางที่ทำให้ 'เราเป็นเรา' มีมุมมองของตัวเอง และที่สำคัญ เกรซว่าการเดินทางทำให้เกรซไม่ยึดติดอะไร ทั้งความหรูหรา ความอู้ฟู่ เพราะการที่เราได้ไปพบเห็นอะไรมาเยอะ มันทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตเราตอนนี้ก็เพียงพอแล้ว การที่จะรู้สึกว่า เอ๊ะ! ทำไมคนนั้น ถือกระเป๋าหรูกว่าเรา ทำไมคนนั้นขับรถแพงกว่าเรา สิ่งเหล่านี้ไม่เคยอยู่ในความคิดเกรซ เกรซชอบถือกระเป๋าผ้าที่ตัวเองออกแบบเอง เกรซชอบกระเป๋าผ้าเพราะว่ามันเบาสบาย เกรซว่าตอนนี้ สังคมเรากำลังให้ความสำคัญกับวัตถุมากเกินไป มัวไปสนใจกันว่า คนนั้นถือกระเป๋ายี่ห้อนั้น คนนี้ขับรถยี่ห้อนี้ คนนู้นใส่เสือ้ผ้ายี่ห้อแพงๆ ใครมีของเหล่านี้ถึงน่าคบ ทั้งที่มันไม่ใช่สิ่งสำคัญเลย” 
        
           
            ครั้นถามว่า หากไม่ได้เดินทางไปพบเจอกับชีวิตผู้คนที่หลากหลาย เธอจะมีมุมมองแบบนี้ไหม เกรซก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า 
        
           
            “เกรซอาจจะอยู่ในโลกแคบๆ ที่ไม่เปิดกว้างสักเท่าไหร่ เกรซคงมีชีวิตด้านเดียว เห็นเฉพาะอะไรที่เราเห็นอยู่เป็นประจำ ไม่ได้เห็นความหลากหลาย” 
        
           
            และถึงแม้วันนี้ เธอไม่ได้ทำรายการโทรทัศน์ที่ต้องเดินทางตะลอนไปเก็บเรื่องราวต่างๆ มาถ่ายทอดแก่ผู้ชม ไม่ได้เก็บไมล์สะสมเป็นระยะทางไกลๆ แต่หัวใจของเธอก็ไม่เคยหยุดเดินทาง หากการเดินทางที่ว่านั้น หมายถึงการเรียนรู้ชีวิต ทำความเข้าใจกับทุกสิ่งรอบตัว
        
           
            “เกรซว่าการเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น ถึงแม้เราจะไม่ได้เดินทางไปที่ไหน แต่เราก็สามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลาจากทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา”
        
           
            แต่ไม่ว่าจะเดินท่องโลกกว้างด้วยสองเท้า หรือเดินทางผ่านหัวใจที่เปิดกว้าง
       เกรซก็ไม่ลืมที่จะย้ำความเชื่อของเธอว่า
        
           
            “ทุกการเดินทาง จะพาเราไปพบกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางเสมอ”

เกรซ มหาดำรงกุล... เธอทำให้โลกสดใส
       

        คือหญิงสาวที่เหวี่ยงตัวเองให้ลอยอยู่เหนือผืนทรายและท้องทะเล
       
       แต่ก็ไม่ลืมที่จะหยุดวางฝ่าเท้าลงบนผืนแผ่นดิน เพื่อก้าวเดินไปในแบบของเธอ
           
            เรียนรู้ตัวเอง เรียนรู้ผู้คน เรียนรู้ชีวิต
           
            คือเธอ...คือเกรซ
                         
                                …........
               
                  เรื่องและภาพ : นางสาวยิปซี

ข่าวล่าสุดในหมวด
เปิดหลังบ้านนักเคลื่อนไหวด้านการปฏิรูปพลังงาน ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี กับภรรยา “ม.ล.สมรดา ชุมพล” “new) tv” บทพิสูจน์ “โก้-ภาณุชัย” ทายาทเหตระกูล รุ่น 3
“โรซี่-ชีรา ชู” นางแบบสาวไทยที่ฝ่าขวากหนามสู่รันเวย์มหานครนิวยอร์ก ภัทรพรรณ-ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค เพราะพอเพียงจึงมีเพียงพอ
 
SEARCH ::
 
 
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปิดห้องจองนาฬิกา
อัปเดต 3 เทรนด์แจ่มๆ ท้าลมหนาว
เรียบหรู มีคุณค่าด้วยสีทอง
เพนต์เล็บสั้นกุด 2 ลาย ง่ายนิดเดียว ด้วยยาทาเล็บ 2 สี
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด




จำนวนคนโหวต 44 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ตอบกลับ : ความคิดเห็นที่ 25
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 

CELEB ONLINE : Event | Gossip | World Celeb | Interview | Hot Topic | Mangmouth FASHION & BEAUTY : Fashion | Shopping | Tips & How To | Beauty Trend | Hair Alert | Fashion Guru | Beauty Guru | Celeb Look LIFESTYLE & TRAVEL : Dining Out | Travel | Check-in | Book | Home | Art Eye View ADVICE : Flirt | Consultant | Horo | Privacy Policy
CELEB ONLINE ASTV MANAGER CONTACT US