Celeb Online
billboard
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Celeb Online | celebrity | interview
จาก “นางแบบ” สู่ “หมอตำแย” ฟิโอน่า เกรแฮม
ASTVผู้จัดการออนไลน์
20 กุมภาพันธ์ 2555 14:04 น.
จาก “นางแบบ” สู่ “หมอตำแย”  ฟิโอน่า เกรแฮม
หมอตำแย ผู้ยังไม่ทิ้งมาด นางแบบ
        ปี 2537 หากใครเป็นสาวกวงโมเดิร์นด็อก นักดนตรีร็อกกลุ่มแรกๆที่จุดประกายดนตรีอัลเทอร์เนทีฟ เชื่อว่าก็ต้องรู้จัก เฟี่ยว - ฟิโอน่า ธาริณี เกรแฮม ผู้หญิงนอกกรอบอีกคนที่ร่วมปลุกปั้นโมเดิร์นด็อกให้ดังคับฟ้าในช่วงนั้น
       
       เฟี่ยว เป็นลูกของมาร์ค แกรแฮม กับ จันทรนิภา กระบวนรัตน์ พ่อของเธอเป็นผู้ดีอังกฤษจากตระกูลเก่าแก่ผู้มั่งคั่ง เฟี่ยวเกิดและโตเมืองไทย จนอายุ 11 ขวบ จึงถูกส่งตัวไปเรียน Hatherop Castle School ที่อังกฤษเพื่อไปเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้ดีอังกฤษเตรียมการเป็น "เลดี้" เพื่อเข้าไปรับใช้ในวัง แม้ว่าเฟี่ยวจะไปได้ดีการการเรียนแต่ไม่ชอบการแบ่งชั้นวรรณะ ขณะเดียวกันก็อยากเรียนการแสดงจึงปลอมลายเซ็นของพ่อ-แม่แต่โดนจับได้ พ่อจึงส่งเธอไปเรียนการแสดงที่ Hurtwood Horse International Sixth form College เป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เพราะโลกของแสดงคือสิ่งที่เธอรักจึงทำได้ดี เมื่อจบก็มีเอเยนซี่มารับตัวไปฮอลลีวู้ดได้เล่นละครทีวี
       
       ชีวิตของเฟี่ยวดูเหมือนกำลังจะไปได้สวย แต่ความฝันที่ฝังลึกในใจ ได้ปรากฏในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างเหลือเชื่อ “ช่วงเรียนจบใหม่ๆ เริ่มฝันแบบไม่ธรรมดา เหมือนคนบ้าคือได้ยิน ได้สัมผัสกับมิติที่มันเกินกว่าที่เราเห็น มีครั้งหนึ่งฝันมีคนมาบอกว่าต้องเจอผู้ชายผิวดำเพื่อให้เขาเป็นพ่อของลูก แล้วก็เจอจริงที่นิวยอร์ค เขาชื่อ “รอน” เราไม่ได้เป็นแฟนกัน ไม่ได้หลงรักหรืออะไร รู้สึกเหมือนเป็นหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อให้แสงฟ้า เกิด” เฟี่ยวเล่าเรื่องราวในอดีต
       
       ช่วงตั้งท้อง “แสงฟ้า” ลูกสาวคนแรกเป็นช่วงเวลาที่เธอกำลังสนใจลิเกป่า จึงตัดสินใจทิ้งนิวยอร์คกลับไทย “เฟี่ยวตามคณะลิเกป่ามาหมู่บ้านชาวอิสลามที่เกาะเจ้าไหม จังหวัดตรัง เจอครอบครัวฮาวา เป็นชาวเล ไปอยู่กับเขา เขาก็รักเราเป็นลูกหลาน เรารู้สึกปลอดภัย เขาสร้างกระท่อมให้ ตอนหลังมารู้เขาเป็นครอบครัวหมอตำแยกัน แต่เขาไม่ได้เฉลยจนใกล้จะคลอดแล้ว”

จาก “นางแบบ” สู่ “หมอตำแย”  ฟิโอน่า เกรแฮม
“เฟี่ยว” เมื่อครั้งตามคณะลิเกป่าไปใช้ชีวิตกับชาวเล หาดเจ้าไหม จ.ตรัง
        ที่เกาะเจ้าไหม เฟี่ยวได้พบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ได้สัมผัสกับความจริงในข้อนี้ด้วยตัวเธอเองว่าชีวิตที่แท้จริงแล้วเราทุกคนต่างก็เกิดขึ้น มีชีวิตอยู่ และลาลับโลกนี้ไป ด้วยวิถีแห่งธรรมชาติทั้งสิ้น จากนั้นมาวิถีชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปจากเดิม
       
       ฟีโอน่าเลือกที่จะทำคลอดด้วยวิธีธรรมชาติกับ “หมอตำแย” ผู้สูงวัยของหมู่บ้าน เป็นการคลอดแบบง่ายๆภายใต้กระท่อมเก่าหลังเล็กริมทะเล ที่นั่นปราศจากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ไม่มีขาหยั่ง ไม่มีพยาบาลมารายล้อมส่งเสียงเชียร์ ไม่มีคนไข้ ไม่มีกระดาษบันทึกเรื่องราวการให้ยาของคนไข้
       
       การคลอด “แสงฟ้า” ลูกสาวคนแรกกับหมอตำแยชาวอิสลาม สร้างความประทับใจมาก “มันไม่น่ากลัวไม่เป็นอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์ ช่วงเวลานั้นหมอตำแยทำให้เรารู้สึกสบาย ผ่อนคลาย สัมผัสได้ว่ามันเป็นพลัง เป็นแรงบันดาลใจคือมันโล่ง เฟี่ยวคิดว่ามันเป็นอะไรที่สบายมากเมื่อเทียบกับที่เราได้เห็นหลายคนที่คลอดลูกแบบแผนปัจจุบัน ที่มานั่งรู้สึกว่า โอ๊ย! เหนื่อยเป็นบ้าเลย ทำไมมันเจ็บอย่างนี้ โอ๊ย! ฉันจะไม่มีอีกแล้วนะ ฉันเข็ดแล้ว คือมันคนละเรื่องกันเลย”
       
       ตามศาสตร์ของการคลอดลูกกับหมอตำแย เขาจะเรียกผู้หญิงท้องว่า “คุณแม่” ไม่เรียกว่า “คนไข้” เหมือนแพทย์แผนใหม่ “เฟี่ยวมองว่า แพทย์แผนใหม่ก็จะมีวิธีการของเขาอีกแบบหนึ่งที่เป็นระเบียบแบบแผน แต่เฟี่ยวคิดว่ามันเหมือนการ“ข่มขืน” หรือ “ยัดเยียด” ให้คนที่กำลังจะเป็นแม่กลายเป็นคนไข้ ทั้งๆที่เขาไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วย ไม่ได้เป็นโรคที่ต้องรักษา เขาแค่ตั้งท้องกำลังจะให้กำเนิดบุตร แต่พอไปฝากท้องที่โรงพยาบาล คุณแม่ทั้งหลายกลับกลายเป็นคนไข้ไปทันทีซึ่งเฟี่ยวว่ามันไม่ใช่แล้วอันนี้มันทำให้กฎเกณฑ์ธรรมชาติความสวยงามหายไปทันทีผู้หญิงท้องกำลังจะมีลูกเป็นเรื่องน่ายินดี แต่นี่อะไรอยู่ ๆ กลายมาเป็นคนไข้”

จาก “นางแบบ” สู่ “หมอตำแย”  ฟิโอน่า เกรแฮม
รอยยิ้มสดใสหลังคลอด “แสงฟ้า” กับหมอตำแยชาวอิสลามในกระท่อมบนหาดเจ้าไหม
        เสน่ห์แห่งการคลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติทำให้ “เฟี่ยว” หลงใหลจนต้องหาครูสอนวิชาการเป็น “หมอตำแย” จนวันหนึ่งเพื่อนรุ่นพี่ที่ “เฟี่ยว” เรียกว่า “พี่รุ้ง” ซึ่งสนใจในเรื่องเดียวกัน ไปรู้จักหมอตำแยท่านหนึ่งชื่อ “ครูสว่าง” เฟี่ยวจึงเดินทางไปฝากตัวขอเป็นลูกศิษย์
       
       “ตอนแรกครูสว่างก็ไม่รับ บอกขอกลับไปคิดดูก่อน ก็หายไปหลายวัน เฟี่ยวก็รอ จนวันหนึ่งแกยอมรับเราเป็นลูกศิษย์ ใช้เวลาเรียน 5 ปี พูดตรงๆ 3 ปีแรกแทบไม่ได้ทำคลอดเลย ได้แต่ดูวิธีที่ครูสว่างปฏิบัติกับคุณแม่ทั้งหลาย คือ ครูเขาจะสอนให้เราเรียนรู้เรื่องประสาทสัมผัสทั้งหมด เราต้องรู้ให้ได้มากกว่าคนอื่น คือจากเดิมเรามี 3 มิติ แต่นี่เราต้องเรียนรู้ให้ได้ทั้ง 7 มิติคลอดธรรมชาติคุณแม่ต้อง สงบ ไม่ใช้วิชาเบ่ง แต่ใช้วิชาคลาย มันต่างกันมาก หมอตำแยทุกคนรู้ว่าหากให้คุณแม่เบ่งมันจะทำให้ปากช่องคลอดบวม จึงต้องทำให้คุณแม่เริ่มต้นด้วยการคลี่คลายในหลายๆจุด เพื่อให้ทั้งแม่และลูกไม่มีบาดแผลใด ในขณะที่การทำคลอดแผนปัจจุบันจะเน้นให้เบ่ง”
       
       เฟี่ยวแยกแยะให้ฟังว่า สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจระหว่างการคลอดกับหมอตำแยและหมอแผนปัจจุบัน คือ ในศาสตร์ของหมอตำแย มองการเจ็บท้องเป็นช่วงเวลาที่ฝึกลูกให้เรียนรู้เรื่องการฝึกลมหายใจ คือเวลาที่เจ็บท้อง ท้องจะเกร็งดังนั้นคนเป็นแม่ต้องคลาย การคลายนี่คือสิ่งที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตเขา
       
       “ลมหายใจแรก” ของทารกที่ออกมาสู่โลกภายนอกหากผ่านการเกร็งมันคือบาดแผลที่จะเกิดขึ้นกับเด็กทั้งทางกายและใจ หากคุณแม่คลายทุกอย่างจะโล่ง ตัวเด็กออกมาก็ไม่ต้องผ่านการบีบรัด ไม่เจ็บปวด ไม่มีบาดแผลเป็นความรู้สึกที่สบายทั้งแม่และลูก
       
       หลังครูสว่างเสียชีวิต เฟี่ยวจึงหันหลังให้กับวงการนางแบบแล้วกลับสู่อังกฤษเพื่อนำวิชาความรู้ที่ได้มาไปปฏิบัติกับบรรดาคุณแม่ที่อังกฤษ แต่เธอรู้ดีว่าอาชีพ “หมอตำแย” ที่อังกฤษจะทำไม่ได้หากไม่ประกาศนียบัตร เธอจึงต้องมาเรียนเสริมวิชานวดที่วัดโพธิ์เพิ่มเติมเพื่อใบประกาศนียบัตร

จาก “นางแบบ” สู่ “หมอตำแย”  ฟิโอน่า เกรแฮม
“เฟี่ยว” อยู่ไฟตามแบบฉบับชาวบ้าน
        ที่อังกฤษเฟี่ยวได้มาเริ่มต้นปฏิบัติกับคุณแม่ที่ต้องการคลอดแบบธรรมชาติ โดยการใช้วิธีการให้เพื่อนบอกต่อปากต่อปาก “มันน่าประหลาด ที่อังกฤษมีคุณแม่หลายคนหันมาสนใจการคลอดแบบธรรมชาติมากขึ้น เพราะเขาเบื่อการคลอดแบบข่มขืนเต็มทน เฟี่ยวมีโอกาสตรงนี้ได้ปฏิบัติกับคุณแม่หลายระดับ ตั้งแต่ระดับล่างจนถึงเชื้อพระวงศ์”
       
       ขั้นตอนการปฏิบัติคุณแม่ที่ต้องการคลอดกับหมอตำแย คือเมื่อแม่ตั้งท้องได้ประมาณ 3 เดือน ก็จะต้องมาคุยสร้างความคุ้นเคยกัน เหมือนฝากครรภ์กับโรงพยาบาล “เมื่อตกลงกันแล้ว ก็จะพูดคุยสร้างความคุ้นเคยให้เค้าสบายใจ ต้องปฏิบัติกับตัวเองอย่างไร หลักการของมันง่ายมาก เฟี่ยวจะอยู่กับคุณแม่อย่างใกล้ชิด ยิ่ง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด จะต้องไปแต่งท้องให้คุณแม่ คือ ค่อยๆไปลูบคลำท้อง จัดร่างกายเด็กให้รู้ว่าเด็กอยู่ในท่าไหน”
       
       การปฏิบัติที่ดูเรียบง่าย แต่ความเป็นจริงหมอตำแยที่อังกฤษ ไม่ได้ราบรื่น รัฐบาลยังมองว่าการทำคลอดกับหมอตำแยยังเป็นสิ่งอันตราย มีกฎหมายฉบับหนึ่งกำหนดห้ามบริษัทประกันทุกแห่งให้ความคุ้มครอง ซึ่งหมอตำแยที่นั่นก็ตั้งกลุ่มพยายามต่อสู้ แต่ชัยชนะก็ดูเลือนโชคดีที่คุณแม่รุ่นใหม่หลายคนเบื่อระบบข่มขืน หันกลับมาใช้การคลอดหมอตำแยมากขึ้น

จาก “นางแบบ” สู่ “หมอตำแย”  ฟิโอน่า เกรแฮม
        13 ปีกับการเป็นหมอตำแยของเฟี่ยว เธอบอกว่าทำคลอดเด็กมาแล้วกว่า 30 คน ทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกับพ่อแม่ของเด็กอยู่ บางคนโตแล้วแม่เขาก็จะส่งรูปถ่ายมาให้ดู บางคนก็ได้พูดคุยกันแบบอบอุ่น
       
       ด้านราคาในการปฏิบัติกับคุณแม่แต่ละราย เฟี่ยวบอกว่า “ไม่รู้จะบอกยังไงคือคุณแม่มีทุกระดับ ในบางรายที่เขาเงินน้อยก็ได้น้อย เอาเป็นว่าได้ตั้งแต่ 70 ปอนด์ สูงสุดที่เคยได้คือ 7,000 ปอนด์”
       
       เดินทางกลับมาไทยครั้งนี้ เฟี่ยวคิดว่าเวลาของคนเรากับธรรมชาติมันลดน้อยลงไปทุกที เธออยากทำโครงการฟรีเบิร์ด(Free Birth) ให้คุณแม่คนไทยสนใจกลับมาให้ความสำคัญกับการคลอดลูกแบบธรรมชาติอีกครั้ง
       
       “กลับมาครั้งนี้ก็สานต่อโครงการฟรีเบิร์ดหรือการคลอดแบบธรรมชาติ ที่ทำตั้งแต่ก่อนไปอังกฤษ แต่ปีนี้เฟี่ยวจะทำให้มันสนุก คือให้มันง่ายขึ้น ตอนนี้เราอยู่ภายใต้ภาวะที่ตึงเครียดมากพอแล้ว โครงการนี้เฟี่ยวให้ชื่อ “สวนสนุกแห่งจินตนาการ” ก็จะค่อยๆทำไป โดยช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้จะจัดนิทรรศการถ่ายทอดความรู้ให้คุณแม่ สอนให้เขารู้ว่าการคลอดธรรมชาติเป็นอย่างไร? มันไม่น่ากลัวอย่างที่คุณคิดนะ อันนี้เชื่อว่าต้องใช้เวลา แต่หากคุณแม่เหล่านี้ได้รู้แล้วเฟี่ยวเชื่อว่าเขาจะหันกลับมาสนใจ” เฟี่ยวกล่าวทิ้งท้ายกับเราด้วยแววตาแห่งความมุ่งมั่น
       
       “สวนสนุกแห่งจินตนาการ” นับเป็นหนึ่งของโครงการ กิจกรรมนี้ใช้ชื่อว่า “งานบุญอยุธยา” เริ่มตั้งแต่วันที่ 2-4 มีนาคม 2555 ในงานจะมีนิทรรศการโชว์การคลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติ
       
       เฟี่ยวเป็นเพียงฟันเฟืองชิ้นเล็ก ที่พยายามดึงมนุษย์ให้กลับมาอยู่กับธรรมชาติ จะสำเร็จหรือไม่เธอไม่รู้ แต่แววตาที่มุ่งมั่น เราจึงเชื่อว่าสวนสนุกแห่งจินตนาการ จะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป เพราะคุณแม่หลายคนพร้อมเปิดประตูบ้านรับหมอตำแยมาทำคลอดให้เด็กไทยมากขึ้น

       


ข่าวล่าสุดในหมวด
ประสบการณ์สร้างความแกร่ง “ดลิน (โสภณพนิช) ยังพิชิต” ดร.ศิริภัทรา (ณ ระนอง) คูสุวรรณ ความสุขคือ”การให้”
นันทิสา ตันยงค์เวช ดีไซเนอร์น้องใหม่แห่งแบรนด์ Latia จุ้มจิ้ม-วรนันท์ จันทรัศมี ทายาทรุ่น 2 ''พิธานพาณิชย์''
 
SEARCH ::
 
 
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
คำทำนายดวงชะตาระหว่างวันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2557 โดย อ.ณัฐกฤตา นาควัชระ
เห็นครอบครัวเปลี่ยนนามสกุล "แพม-อรอาภา" เลยขอเป็น "สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล พูนทรัพย์มณี"
มลภาวะทางแสง! ภัยเงียบที่คุณต้องไม่ประมาท/นพ.กฤษดา ศิรามพุช
HELLO! เผยภาพชุดพิธีวิวาห์ของจอร์จ คลูนีย์ และอามัล อลามุดดิน
หมู-พลพัฒน์ ปลื้ม แฟนๆ แห่ชมคอลเลกชันใหม่ ASV
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด




จำนวนคนโหวต 31 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 31 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 10 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช้ชีวิตแบบใจพาไป ถ้าเป็นสุขกับสิ่งที่ทำก็เรียกได้ว่าสำเร็จ แต่ถ้าไม่ จะเรียกว่าอะไรดีล่ะ
ชีวิตมีหลายด้าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบการใช้ชีวิตของเธอมากมาย ใช้ชีวิตคุ้มและก็หาจุดยืนของเองได้ในที่สุด
โลดโผน เด็ดเดี่ยว และก็กล้าที่เดินบนเส้นทางที่ไม่มีใครนึกถึง A road less travel!

Awesome life!

สำหรับผู้จัดการและผู้เขียนทั้งหลาย เลิกได้แล้วกับการใช้คำที่จะเรียกประเทศอังกฤษว่า ถิ่นผู้ดี แดนผู้ดี เมืองผู้ดี
หรือว่า แดนมักโรนี แดนลอดช่อง เมืองปลาดิบ ฯลฯ คุณคิดว่ามันเป็นการเขียนที่สูงส่งนักหรือ ถ้ารักจะเป็นนักเขียนหรือผู้เขียนข่าวที่ดี เปลี่ยนใหม่เถอะครับ เลิกใช้สรรพนามในการกล่าวถึงซะที
Lexter
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบคุณเฟี่ยวนะ เริ่ดดี คุณพ่อของคุณเฟี่ยวเป็นคนอังกฤษ
ที่เกิดที่สิงคโปร์และคุณพ่อของคุณเฟี่ยวเสียชีวิตจากเหตุการณ์
เครื่องการบินไทยตกที่ภาคใต้เมื่อหลายปีที่แล้ว
ไฟล์ทเดียวกับที่เจมส์-เรืองศักดิ์ รอดชีวิตมา

คุณแม่ของคุณเฟี่ยว เคยเปิดร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนี่ยนที่ซอยต้นสน
พอปิดร้านที่ซอยต้นสนก็มาเปิดที่ชั้นจี ในซุปเปอร์ฯ
ของสยามพารากอน แต่ปิดไปปีกว่าแล้ว
ปัจจุบันได้ข่าวว่าไปเปิดที่หัวหิน

คุณแม่ของคุณเฟี่ยวทำอาหารอร่อยมากๆ
เป็นอาหารสไตล์กรีก สไตล์อิตาเลี่ยน สแปนิช
อาหารแถบๆ เมดิเตอเรเนี่ยน
....
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่า รัก
น่า นับถือ
มากๆนะครับ
momoseen
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช้ภาพ ใช้ข้อความของนิตยสารอีกฉบับ ก็ควรให้เครดิตเขานะ สงสารลุงสนธิเดี๋ยวต้องขึ้นศาลในเรื่องไม่เป็นเรื่อง
Hello
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช่คนที่พาคุณยุ้ย รจนา เข้าวงการนางแบบรีป่าวนะ
คนไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รู้สึกได้ว่า ไม่ธรรมดาเลยคนนี้
ดีจ้า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ติสต์สุดๆ
เม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 

CELEB ONLINE : Event | Gossip | World Celeb | Interview | Hot Topic | Mangmouth FASHION & BEAUTY : Fashion | Shopping | Tips & How To | Beauty Trend | Hair Alert | Fashion Guru | Beauty Guru | Celeb Look LIFESTYLE & TRAVEL : Dining Out | Travel | Check-in | Book | Home | Art Eye View ADVICE : Flirt | Consultant | Horo | Privacy Policy
CELEB ONLINE ASTV MANAGER CONTACT US