Celeb Online
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Celeb Online | consultant | สุขภาพ
6 อันดับอาหารเช้าจานโปรด เมนูไหนเปี่ยมประโยชน์มากที่สุด
ASTVผู้จัดการออนไลน์
22 กุมภาพันธ์ 2555 07:23 น.
        By Lady Manager
       

       เป็นที่ทราบกันดีว่า มื้อเช้า ถือเป็นอาหารมื้อสำคัญที่สุด จะสดใสร่าเริง สมองแล่นทั้งวันหรือไม่ ก็อยู่ที่มื้อเช้านี่แหละ เมื่ออาหารเช้าสำคัญขนาดนี้ มาสำรวจกันหน่อยดีมั้ย ว่าอาหารจานโปรดที่คุณๆ ทานกันทุกเช้านั้น เมนูใดเปี่ยมประโยชน์ เมนูไหนสมควรเลี่ยง !

6 อันดับอาหารเช้าจานโปรด เมนูไหนเปี่ยมประโยชน์มากที่สุด
        เรารวบรวมอาหารเช้าที่คุณคุ้นเคย 6 เมนู ไปให้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ (Anti-Aging) นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ฟันธงว่าแท้จริงแล้ว เมนูอาหารเช้ายอดฮิตอย่าง น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋, โจ๊กหมู, ข้าวเหนียว หมูปิ้ง, ต้มเลือดหมู, ขนมปัง ไข่ดาว และขนมครกนั้น แท้จริงแล้วมีประโยชน์เพียงใด เหมาะจะนำมาเป็นมื้อสำคัญยามรุ่งอรุณแค่ไหน
       
       
“การทานอาหารเช้าที่ดี คือ ให้กินอย่างราชา แต่จะต้องมีหลักนิดนึงคือ ถ้าเรากินอย่างราชาแต่หนักแป้งก็ไม่ดี เพราะมันจะทำให้เราหิวเร็ว ดังนั้นกฎข้อแรกของการกินอาหารเช้าคือ พยายามทานแป้งกับน้ำตาลให้น้อยที่สุด เพราะแป้งและน้ำตาลดูดซึมได้เร็ว เมื่อไหร่ที่ดูดซึมเร็ว อินซูลิน (Insulin) จะมาควบคุมไม่ให้น้ำตาลในกระแสเลือดสูง เมื่ออินซูลินมากดนานเข้า ก็จะทำให้น้ำตาลเราต่ำ เมื่อน้ำตาลต่ำ เราก็จะหิวเร็ว ดังนั้นย้ำนะครับ ว่าอาหารเช้าไม่ควรขาดเลย แต่ควรจะงดแป้งและน้ำตาล
       
       
กฎข้อที่สองคือ อาหารเช้ามื้อนั้นๆ ไม่ควรจะรสจัดเกินไป เพราะในตอนเช้ายังไม่มีน้ำย่อยเยอะ และกระเพาะอาหารยังไม่ขยับเต็มที่ หากเราทานอาหารที่มีความมัน หรือเผ็ดเกินไป มันจะทำให้เกิดข้อเสียมากกว่า ดังนั้นในมื้อเช้าจึงไม่ควรจะทานอาหารที่มันและเผ็ดเกินไป” คุณหมอกฤษดา อธิบายถึงหลักการรับประทานอาหารมื้อเช้าที่ดีต่อสุขภาพ
       
       
หลังบอกถึงหลักการทานอาหารเช้าที่เหมาะสมแล้ว เรามาดูกันเลยค่ะว่า อาหารเช้าที่หลายท่านนิยมชมชอบ ด้วยเพราะคุ้นเคยดี แถมซื้อหาได้ง่าย (เพราะขายอยู่พรึ่บทุกปากซอย) แท้จริงแล้ว แต่ละเมนูมีประโยชน์แค่ไหน เหมาะจะเป็นมื้อเช้าที่ดีของคุณๆ หรือไม่ และคุณหมอท่านฟันธงมาว่าเมนูไหนเยี่ยมสุด

6 อันดับอาหารเช้าจานโปรด เมนูไหนเปี่ยมประโยชน์มากที่สุด
        อันดับ1 ต้มเลือดหมู
       

       เมนูอันดับหนึ่ง คุณหมอผู้ผู้เชี่ยวชาญด้าน Ani-Aging ยกนิ้วให้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพสุดๆ ทว่าจะให้ทานแล้วดีต่อร่างกายอย่างแท้จริง...ก็ต้องมีเทคนิคในการทาน
       
       
“ต้มเลือดหมูเป็นอาหารที่เรียกได้ว่าเป็น perfect combination หรือเป็นคู่ที่สมกันมากเลย เพราะในเลือดหมูมีธาตุเหล็ก และในผัก เช่น ใบตำลึง จะมีวิตามินซีเยอะ ธาตุเหล็กต้องมีวิตามินซี มันถึงจะดูดซึมได้ดี เช่นเดียวกับที่วิตามินซี ก็ต้องมีธาตุเหล็กมันถึงจะดูดซึมเข้าไปในร่างกายได้ดี ฉะนั้นมันเป็นคู่ที่เพอร์เฟคเลย
       
       
แต่สิ่งที่ควรระวังคือ หากใครเป็นเก๊าท์ ต้องระวังหน่อย เพราะน้ำซุปต้มเลือดหมูทำจากน้ำต้มกระดูก ซึ่งมีกรดยูริค (Uric Acid) เยอะ ส่วนเครื่องในก็มีกรดยูริคสูงเหมือนกัน อันนี้อาจต้องระวังสักนิด นอกจากนี้คนอีกกลุ่มที่ต้องระวัง คือ คนที่เป็นธาลัสซีเมีย (Thalassemia) เพราะคนที่เป็นธาลัสซีเมีย ไม่ควรกินธาตุเหล็กเยอะ แต่ต้มเลือดหมู มีทั้งเลือดหมู, เครื่องใน, ใบตำลึง เหล่านี้มีธาตุเหล็กทั้งนั้นเลย แต่ถ้าในคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นธาลัสซีเมีย ต้มเลือดหมูคือต้มที่ดี เป็นต้มที่เปี่ยม คอลลาเจน(Collagen) เพราะในเลือดหมูมีคอลลาเจน ในน้ำต้มกระดูกก็มีคอลลาเจน ทั้งยังมีผักเขียวที่มีวิตามินซี ก็ยิ่งทำให้คอลลาเจน ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีอีกด้วย
       

       ดังนั้นต้มเลือดหมู ถือว่าเป็นซุปสวยได้เลย เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีชนิดหนึ่ง ผมว่าดีกว่าปาท่องโก๋จิ้มนมนะ แต่มันจะกลายเป็นอาหารที่ไม่สุขภาพไปได้ เช่น หากเราใส่กระเทียมเจียวเยอะๆ ใส่หมูติดมัน หรือบางเจ้าใส่หมูสามชั้น หรือหมูกรอบเข้าไป แล้วปรุงให้รสจัดเกินไป หรือหวานไป”

6 อันดับอาหารเช้าจานโปรด เมนูไหนเปี่ยมประโยชน์มากที่สุด
        อันดับ2 ขนมปัง + ไข่ดาว
       

       สำหรับอับดับสองเป็นเมนูอาหารเช้าทำง่าย...ทานง่าย อย่าง ขนมปัง-ไข่ดาว ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ยกให้เป็นอาหารเช้าเปี่ยมประโยชน์ที่เหมาะนักสำหรับหนุ่มสาววัยทำงาน และน้องๆ วัยเรียน จะต้องเป็นขนมปังโฮลวีท (whole wheat) และไข่ดาวน้ำ หรือไข่ต้ม (ที่ไร้น้ำมัน) นะคะ
       
       
“ในช่วงเช้า สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศ (office) ที่ต้องไปทำงาน หรือเด็กในวัยเรียน การเพิ่มอาหารจำพวกโปรตีนเข้าไปก็ถือว่าเหมาะมาก เพราะโปรตีนจะกระตุ้นให้รู้สึกกระฉับกระเฉง ดังนั้นการทานอาหารที่มีโปรตีนอย่าง ไข่ ก็เป็นอาหารเช้าที่ดีมาก ราคาไม่แพง และมีโปรตีนที่ช่วยกระตุ้นสมองด้วย สำหรับไข่ทอดอาจจะมีปัญหาเรื่องของน้ำมัน ดังนั้นหากทานเป็นไข่ต้มได้ก็ยิ่งดี โดยอาจทานไข่ต้ม, ไข่ลวก, ไข่ดาวน้ำ โรยซีอิ้วขาว โรยพริกไทยก็ยิ่งดี เพราะพริกไทยช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ และลดไขมันได้ด้วย
       
       
หรือไข่ต้มอย่างเดียวอาจไม่อิ่ม การทานคู่กับขนมปังโฮลวีท ก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะขนมปังโฮลวีท เป็นแป้งที่มีคุณภาพ คือ แป้งมีกาก มีธัญพืชทั้งหลาย โดยอาจนำขนมปังขนมปังโฮลวีท มาทำเป็นแซนวิช (sandwich) ไข่ เพิ่มผักอีกสักหน่อย ก็ยิ่งทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น ทานกับนมอีกนิดเพอร์เฟค (perfect) เลย เพราะนมก็มีโปรตีน และกรดอะมิโน (Amino acid) ที่ช่วยกระตุ้นสมอง ถ้าผู้ใหญ่บางท่านแพ้นมวัว ทานแล้วท้องเสีย ก็สามารถทานโยเกิร์ต (Yoghurt) แทนได้ เพราะโยเกิร์ตคือ นมที่ย่อยแล้ว และไม่ทำให้ห้องเสีย ถือว่าเป็นอาหารชูกำลัง แทนที่เราจะกระตุ้นด้วยกาแฟ เรากระตุ้นด้วยอาหารชูกำลังอย่าง นม หรือโยเกิร์ตดีกว่า”

6 อันดับอาหารเช้าจานโปรด เมนูไหนเปี่ยมประโยชน์มากที่สุด
        อันดับ3 ขนมครก + กาแฟ
       

       “ขนมครกนั้น จะมีปัญหาตรงที่มันมีแป้ง ถ้าเจ้าไหนใส่แป้งเยอะ ก็ไม่ต่างจากปาท่องโก๋เท่าไหร่ ดีกว่านิดหน่อยตรงที่มันใช้การปิ้ง เป็นการทำให้สุกด้วยความร้อนแทนการทอด แต่ข้อดีของมันคือ มีกะทิ ซึ่งกะทิเป็นไขมันดี เป็นกลุ่มของไขมัน มีเดียม-เชน ไตรกลีเซอไรด์ (Medium-chain triglycerides) เป็นไขมันที่ร่างกายขับออกได้ดี ก็เลยไม่ค่อยถูกเก็บสะสมในร่างกาย ซึ่งเรามักเข้าใจว่ากะทิก่อให้เกิดอันตราย แต่จริงๆ แล้ว กะทิถือเป็นของดีเลย อันนี้เป็นอีกหน้าฉากหนึ่งและในมะพร้าวก็ยังมีวิตามินอี ที่ช่วยบำรุงผิวด้วย และส่วนใหญ่แล้ว หน้าของขนมครก ก็จะเป็นหน้าเพื่อสุขภาพ คือโรยด้วยเผือก, ต้นหอม, ข้าวโพด, ก็จะมีวิตามินเอ ซึ่งวิตามินเอ ต้องอาศัยไขมันจากกะทิ ในการดูดซึมดังนั้นก็เข้ากันพอดี
       
       
ยิ่งทานขนมครก กับชา หรือกาแฟ ก็ถือว่าเหมาะสม เพราะในกาแฟจะมีคาเฟอีน (Caffeine) เยอะ ซึ่งถ้าเราได้ อาหารอย่างขนมครกเข้าไปรองท้องก็จะดี เพราะร่างกายจะได้ไม่ต้องดูดซึมคาเฟอีนเข้าไปแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งมันอาจจะมากเกินไปสำหรับร่างกาย ดังนั้นขนมครกก็ไม่ถึงกับเป็นอาหารเช้าที่เลวร้ายนัก แต่ก็ต้องระวังไว้นิด เพราะบางเจ้าอาจมีการใส่น้ำตาลเยอะ รสหวานเกินไป อันนี้ก็ต้องระวังไว้หน่อย ไม่อย่างนั้นก็จะได้รับน้ำตาลมากเกินไปเหมือนกัน”

6 อันดับอาหารเช้าจานโปรด เมนูไหนเปี่ยมประโยชน์มากที่สุด
        อันดับ4 โจ๊กหมู
       

       “ตัวโจ๊กหมู จะมีปลายข้าว รำข้าว ถ้าเยอะไปก็ทำให้หิวเร็วได้เช่นกัน เพราะมันคือ แป้งที่ทำให้เราหิวเร็วได้ ส่วนสิ่งที่ควรจะทานคู่กับโจ๊กหมูคือ ขิง และต้นหอม เพราะขิงจะช่วยระบบเผาผลาญในร่างกาย และทำให้ไม่รู้สึกเลี่ยน ต้นหอม ช่วยในเรื่องลดไขมัน และควบคุมน้ำตาล
       
       
ส่วนประโยชน์นั้น หากเราเลือกโจ๊กที่ทำจากปลายข้าวแท้ๆ แล้วผสมจมูกข้าวลงไปด้วย มันจะทำให้เราได้วิตามินอี (Vitamin E) และ แกมมา ออริซานอล (Gamma-Orizanal) ซึ่งเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่มีในข้าว หรือรำข้าว และถ้ายิ่งได้โจ๊กที่ทำจากข้าวกล้องงอกจะยิ่งดีมาก เพราะมันจะมี กาบา (Gaba) ที่ทำให้สมองร่าเริง ดังนั้นถ้าเลือกได้ก็ควรเลือกซื้อโจ๊กที่ใช้ข้าวที่มีประโยชน์เหล่านี้ แต่ถ้าหาซื้อลำบาก หาได้เป็นโจ๊กข้าวขาวธรรมดา ก็ไม่ต้องซีเรียส ลองพยายามลดความเสี่ยงจากการได้แป้ง กับน้ำตาลเยอะ โดยเน้นทานผักเยอะๆ และไม่ต้องปรุงรสให้หวานขึ้น หรือเค็มขึ้น
       
       
ข้อควรระวังคือ อย่ากินโจ๊ก คู่กับปาท่องโก๋ เพราะนั่นคือการนำแป้งมาจิ้มแป้ง และหากโจ๊กนั้นใส่หมูสับแล้ว ก็ไม่ต้องใส่เครื่องในหมูเข้าไปอีก เพราะเครื่องในเป็นแหล่งของกรดยูริค ที่ทำให้เกิดเก๊าท์ และในตัวโจ๊กก็ทำจากน้ำต้มกระดูก ซึ่งมีกรดยูริคมากอยู่แล้ว หากเราใส่เครื่องในเข้าไปอีกมันก็จะได้กรดยูริคมากเกินไป แถมยังได้คอเลสเตอรอล (Cholesterol) มากเกินไปด้วย เพราะหมูสับก็มีคอเลสเตอรอลอยู่แล้ว หากใส่เครื่องในอีกก็อาจจะทำให้เราได้คอเลสเตอรอลในมื้อนั้นมากเกินไป ”

6 อันดับอาหารเช้าจานโปรด เมนูไหนเปี่ยมประโยชน์มากที่สุด
        อันดับ5 ข้าวเหนียว+ หมูปิ้ง
       

       เมนูอับดับห้านี้ คุณหมอเตือนมานิดว่า แม้จะอร่อย ทานง่าย แถมพกพาสะดวก ทว่าก็ต้องระมัดระวังเลือกร้านที่ไว้ใจได้ และเลี่ยงทานส่วนที่ “มัน”
       
       
“ในเรื่องของพลังงานที่ได้จากการเผาผลาญอาหาร เราอาจได้รับแคลอรี่ (Calorie) เยอะอยู่ แต่ถ้าเทียบกับโจ๊กแล้ว ข้าวเหนียวหมูปิ้งก็เป็นตัวที่สลับกันทานกับโจ๊กได้ เพราะอย่างน้อยในข้าวเหนียว ก็จะมีกลูเตน (Gluten) หรือไฟเบอร์เยอะกว่าข้าวขัด จะดีขึ้นมาระดับหนึ่ง และถ้ายิ่งได้ทานหมูปิ้งกับข้าวเหนียวดำ มันก็จะมี โอพีซี (OPC) สารสีม่วงซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่อยู่ในข้าวเหนียวดำด้วย
       
       
ส่วนหมูปิ้งมีเทคนิคการทานคือ ให้เลือกหมูปิ้งในส่วนที่มีมันค่อนข้างน้อย เพราะเมื่อไหร่ไขมัน ไปสัมผัสกับความร้อน มันจะเพิ่มอัตราเสี่ยงของการเกิดสารก่อมะเร็งขึ้น ดังนั้นให้เลือกมันน้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นมันที่แทรกอยู่ในเนื้อหมู หรือมันที่ติดอยู่โคนไม้เหล่านี้ก็ต้องเลี่ยง นอกจากนี้เรื่องถ่านที่ปิ้งหมู ก็ต้องระวังเรื่องของสารปนเปื้อนที่มาจากถ่านที่ไม่ได้คุณภาพด้วย เพราะพวกนี้อาจจะมียาฆ่าแมลงที่ติดมากับไม้ที่นำมาทำเป็นถ่าน หรือหากเขาใช้ไม้เฟอร์นิเจอร์ (Furniture) มาทำเป็นถ่านก็ยิ่งต้องระวัง เพราะไม้พวกนี้เขามีการพ่นปลวก พ่นสารเคมีเอาไว้ อาจจะทำให้เราได้รับสารเคมีได้”

6 อันดับอาหารเช้าจานโปรด เมนูไหนเปี่ยมประโยชน์มากที่สุด
        อันดับหก น้ำเต้าหู้ + ปาท่องโก๋
       

       สำหรับเมนูสุดท้ายอย่าง น้ำเต้าหู้ และปาท่องโก๋นี้ คุณหมอหนุ่มระบุว่า ปาท่องโก๋นั้น ถือเป็นอาหารที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้คุณอ้วนได้ง่าย เพราะทานแล้วหิวเร็ว ส่วนน้ำเต้าหู้นั้น ถือเป็น “อาหารล้างบาป” ให้กับปาท่องโก๋ที่คุณทานเข้าไป
       
       
“ปาท่องโก๋เนี้ย ตัวทำให้อ้วนเลยครับ ถ้าคนเราทานปาท่องโก๋ วันละ 1 คู่ ทุกวัน ภายในเวลา 1 ปี น้ำหนักจะขึ้นเป็นกิโลกรัมเลย เพราะปาท่องโก๋เป็นอาหารที่มีแป้ง แต่น้ำเต้าหู้ เป็นตัวล้างบาปที่ดี นี่คือภูมิปัญญาของคนไทย เพราะน้ำเต้าหู้ มันมีสารอาหารที่ช่วยเรื่องสุขภาพ ทั้งโปรตีน (Protein), แอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant), เปปไทด์ (Peptide) หรือถ้ายิ่งเป็นน้ำเต้าหู้ใส่ธัญพืช ก็จะมีไฟเบอร์ (Fiber) ที่ช่วยไล่ไขมันในปาท่องโก๋ได้
       
       
อีกสิ่งที่ต้องระวังจากตัวปาท่องโก๋คือ มันอาจจะมีสารตัวหนึ่งที่ก่อมะเร็งได้ นั่นคือกลุ่มของอะคริลาไมด์ (Acrylamide) ตัวนี้จะเกิดในพวกของทอด อาหารที่ต้องทอดด้วยน้ำมันชุ่มๆ และอาหารทอดซ้ำ ดังนั้นถ้าเราจะทานปาท่องโก๋ ก็ต้องพยายามเว้นวันบ้าง อย่าทานทุกวัน หรือถ้าจะทานปาท่องโก๋เมื่อไหร่ ควรจะทานน้ำเต้าหู้ที่มีธัญพืชเยอะๆ ร่วมด้วย เช่น น้ำเต้าหู้ใส่ถั่วแดง, เม็ดแมงลัก, ข้าวบาร์เล่ย์ (Barley) ใส่ธัญพืชเหล่านี้เข้าไปสักหน่อย มันจะได้ช่วยไม่ให้แป้งในปาท่องโก๋ ดูดซึมเร็วเกินไป จนทำให้หิวง่าย
       
       ส่วนผู้ที่นิยมทานปาท่องโก๋จิ้มนมข้น อันนั้นเรียกว่า คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) จิ้มคาร์โบไฮเดรต หรืออ้วนจิ้มอ้วนเลย เพราะนมข้นหวานทำจากหางนม แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาล, น้ำเชื่อม เพราะฉะนั้นถ้าทานปาท่องโก๋ กับนมข้น ข้อเสียคือ ทำให้เราติดหวาน หากมื้อเช้ามื้อนั้นเราทานปาท่องโก๋ จิ้มนมข้น มันอาจจะทำให้คุณรู้สึกมีความสุข เพราะได้น้ำตาล แต่มันจะทำให้หิวเร็ว” คุณหมอกฤษดา อธิบายปิดท้ายเมนูสุดท้ายแบบครบถ้วนกระบวนความ

        เรื่องราวของอาหารการกินกับสุขภาพยังไม่หมด สัปดาห์หน้ามาตามกันต่อ กับเมนูอาหารยอดฮิต ที่คุณๆ ชื่นชอบอย่าง ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว, กระเพราะไก่ไข่ดาว และหมูกระทะ จะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพแค่ไหน มีวิธีกินอย่างไรให้ได้คุณค่าสูงสุด ต้องติดตามค่ะ ^_^

       
       

       
       >>
อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่ 
 http://www.celeb-online.net

ข่าวล่าสุดในหมวด
Infographic: 6 กลเม็ดงัดตัวเอง ลุกขึ้นออกกำลังกาย 10 เคล็ดวิธีปิ้งย่างปลอดภัย ไม่ต้องกลัวมะเร็ง/นพ.กฤษดา ศิรามพุช
ลองของ! เทคโนโลยีสลายเซลลูไลท์ ผิวกระชับ เนื้อไม่เผละ! (มีคลิป) Infographic: น้ำกะทิสดกับสรรพคุณดูแลผิวหนัง
 
SEARCH ::
 
 
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
เปรี้ยวเข็ดฟัน ทามารา ถ่ายแฟชั่น เปิดเต้าให้นมลูก
สุนีย์ หวังวนิชกุล รวยเวอร์จ่ายสดซื้อมงกุฎเพชร 30 ล้านบาท
“ป๊อป-วราวุธ” เปิดตัวธุรกิจน้องใหม่มาแรง “เมดูซ่า”
เสี่ยหนึ่ง-สุริยน จัดเต็มเปิดไฟต้นคริสต์มาสส่องเพชร 500 ล้านบาท
5 สาวคนดังยืดอกโมหน้า! ก่อน-หลังศัลย์ ฉันมาไกลเหลือเกิน....
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด




จำนวนคนโหวต 93 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 90 คน
97 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
3 %
ความคิดเห็นที่ 1 +28 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีประโยชน์มาก
ขอบคุณครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บ้านโผ้ม ข้าวแกง หนมจีน พุงปลา คั่วกลิ้ง แกงเหลือง คืออาหารเช้าครับ เผ็ดๆทำให้ตาแจ้งกระปรี้กระเปร่าสดชื่นขอรับ
ไม่เผ็ดไม่ได้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่ารัก
คนใต้แหงๆ
 
ความคิดเห็นที่ 12 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อาหารโปรดของผมยามเช้า คือข้าวต้มเปล่ากินกับเนื้อปลานึ่งจิ้มกับน้ำเต้าเจี้ยว แค่นี้ก็สุขใจเหลือหลายแล้วครับ อิ่มอร่อยแบบสบาย ๆ ทำง่ายไม่เค็มเกินไป ใครสนใจลองทำดูนะครับ อีกเมนูหนึ่งที่อยากแนะนำคือต้นคะน้าปลอกเปลือกหั่นเป็นลูกเต๋าแช่น้ำซีอี๊วไว้ข้ามคืนในตู้เย็น กินกับข้าวต้มก็อร่อย เหมาะกับมื้อเย็นในวันหยุดสุดสัปดาห์ ได้กินผักสด ๆ ด้วย อาหารพวกนี้ทำง่ายไม่ต้องใช้ฝีมือมากก็อร่อยได้เพียงแต่รู้จักแค่นั้นเองก็สบายตัว
คนชอบกิน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะอ้วก
ปึ้ด
 
ความคิดเห็นที่ 9 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ความรู้หัวใจการครัว ๒๔๘๙
เรื่องที่ ๑ การประกอบอาหาร, รักษาคุณภาพของอาหารและเพิ่มลักษณะอาหารให้ดีขึ้น

ตอนที่ ๑ ประมาณสิ่งของ
ก. การชั่งตวง การชั่งโดยเครื่องชั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง จะต้องชั่งภาชนะที่ใส่เสียก่อนว่าเท่าไร เมื่อชั่งของเสร็จแล้วต้องหักน้ำหนักภาชนะนั้นออก หรือมิฉะนั้นก็ใส่ของลงในจานของตาชั่งนั้นเอง แต่ถ้าของเล็กน้อยใช้ตวงดีกว่าชั่ง ถ้วยตวงที่มีขีดบอกอัตราช้อนโต๊ะ(ช้อนคาว) และออนซ์ เหมาะสำหรับตวงของที่เกินกว่า ๒ ช้อนขึ้นไป ถ้าจะตวงของด้วยช้อนหรือถ้วย ต้องใช้มีดปาดให้เสมอปากช้อน ไม่ใช่พูน การตวงแป้งห้ามเขย่า ต้องใส่เพลาๆ และเกลี่ยให้เสมอกัน

ข. การคะเน นอกจาการชั่งตวง จะต้องใช้การคาดคะเนด้วยเชาวน์ว่าจะควรเพียงใด โดยสังเกต จับรสกลิ่นของสิ่งเหล่านั้นว่าประกอบด้วยสิ่งใดมากสิ่งใดน้อย โดยเฉพาะการกะประมาณต้องจัดเทียบดูเป็นอย่าง ๆ ไม่ปล่อยไปผสมในตัวเอง เช่น เครื่องน้ำพริกแกงก็หั่นกองเป็นอย่าง ๆ ไว้เทียบดู ไม่ใช่หั่นลงครกก็ตำเลย (ปัจจุบันเครื่องปั่น ซึ่งใช้เวลาน้อยแต่คุณภาพไม่เทียบเท่าครก) โดยไม่รู้ว่าสิ่งใดมากน้อยเท่าไร ถ้าจะทำของเป็นจำนวนมาก จะต้องกะโดยการทวีคูณ เช่น น้ำพริกแกงสำหรับเนื้อ ๑ กิโลเคยใช้พริกเท่าไร เครื่องอื่นอย่างละเท่าไรพอเหมาะดีแล้ว เมื่อจะทำเนื้อกี่กิโล ก็กะเครื่องเป็นอย่าง ๆ ให้ได้เท่านั้นส่วน ไม่ขาดไม่เหลือ ถ้าทำดังนี้แล้ว แม้จะทำของมากเพียงไรก็จะได้รสคงที่เสมอ แม้การปรุงรสถ้าตวงเครื่องปรุงต่าง ๆ ผสมให้ได้รสที่ต้องการเสียก่อน จึงปรุงลง จะทำให้สะดวกและแม่นมั่นดีกว่าใส่ทีละอย่างขาด ๆ เกิน ๆ

ตอนที่ ๒ การปรุงรส
ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการปรุงอาหาร ย่อมใฝ่ใจในเรื่องรสของอาหารและฝึกตนให้เป็นผู้สามารถตกแต่งรสอาหารให้ดีโดยไม่ต้องใช้ตำราถึงต้องชั่งตวงทุกอย่างไป การฝึกตนในชั้นแรกต้องใช้ความสังเกตเทียบรสในอาหารต่าง ๆ แล้วนำมาปรุงให้ได้รสนั้น ๆ ด้วยความละเอียดประณีต คือ หัดจับรสในเครื่องปรุงทุกอย่างเสมอ เช่น รู้ว่าสิ่งนี้มีรสเค็มต้องจับให้ได้ว่าเค็มด้วยอะไร เกลือ, น้ำปลา, ซีอิ้ว หรืออื่น ๆ หรือปนกันหลายอย่าง สิ่งนี้เปรี้ยว ๆ ด้วยอะไร น้ำส้ม, มะนาว, ส้มมะขาม ฯ หรือปนกันกี่อย่าง เป็นต้น อาหารที่ประกอบด้วยความประณีตจะต้องเป็นสิ่งที่ผสมรสหลายอย่าง ให้กลมกล่อมและถูกต้องกับประเภทของอาหาร ข้อหลังได้แก่เมื่อทำอาหารฝรั่งก็ต้องให้เป็นรสฝรั่ง อาหารจีน, ไทย ฯ ก็ต้องให้เป็นรสอาหารประเภทนั้น ๆ มิใช่ผสมกันหลาย ๆ อย่างจนเสียหลัก ผู้เชี่ยวชาญในการครัวจะต้องรู้หลักของรสอาหารเป็นอย่าง ๆ ไป และรู้จักแก้ไขรสที่เสียให้ดีได้ด้วย เช่น คราวใดมีรสปร่าจะต้องแก้ด้วยเติมน้ำตาลเสียนิดหนึ่ง ถ้าคราวใดรสจืดชืดอย่างที่เรียกว่าไม่เป็นรส ต้องแก้ไขด้วยการเติมทั้งเปรี้ยว เค็ม หวาน แต่งรสให้แหลมขึ้น เกลือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงในการปรุงอาหาร ฉะนั้นอาหารแทบทุกอย่างจะต้องใช้เกลือปรุงปนไปด้วย ตัวอย่างการปรุงสิ่งง่าย ๆ ให้ดี มีดังต่อไปนี้

- ยำบางชนิดที่อาจใช้ทั้งน้ำส้มและน้ำมะนาวก็ใช้ทั้ง ๒ อย่าง เพื่อให้มีรสแหลมขึ้น
- แกงง่าย ๆ เช่น แกงต้มส้ม ถ้าใส่ทั้งน้ำส้มมะขามเปียก, น้ำส้ม, น้ำมะนาว จะทำให้รสดีขึ้นกว่าที่จะใส่น้ำส้มมะขามเปียกอย่างเดียว
- มัสมั่น ถ้าใส่น้ำส้มซ่าหรือน้ำสับปะรด จะอร่อยกว่าใส่น้ำส้มมะขาม
- แกงจืดบางชนิดอาจใช้น้ำส้มเหยาะลงด้วยเล็กน้อย เช่น แกงเซ่งจี๊ เป็นต้น
- ปลาแนมฯ ถ้าใช้ทั้งน้ำมะนาว, น้ำส้มซ่า, น้ำกระเทียมดอง, ส้มมะขามเล็กน้อยก็จะทำให้รสชุ่มดี
- เครื่องหลนหรือแม้ของหวานบางอย่าง เช่น แกงบวดต่าง ๆ ถ้าแบ่งหัวกะทิข้น ๆ ไว้ใส่ภายหลังเมื่อใกล้จะยกลง จะทำให้มันขึ้นต่างกว่าที่ไม่ใส่ เป็นต้น
- ผัดต่าง ๆ ต้องรู้ว่าอย่างใดควรปรุงด้วยน้ำปลา น้ำตาล หรือเหยาะน้ำส้มด้วย ทั้งนี้ต้องสังเกตเทียบรสตามแต่สมควร ส่วนผัดอย่างจีนไม่ใส่น้ำปลา น้ำตาล ใช้ซีอิ้ว น้ำส้ม และน้ำต้มกระดูก หรือบางทีเหยาะผงเชื้อให้มีรสหวานในตัวก็ได้ แกงจืดก็ปรุงคล้าย ๆ กัน คือใช้น้ำซีอิ้วแทนน้ำปลาไทยของเรา
- อาหารฝรั่งโดยมากมีรสเค็ม, มัน บางชนิดมีเปรี้ยว ส่วนหวานไม่ใคร่มี แต่สำหรับอาหารจำพวกที่คนไทยชอบรับประทาน เช่น สลัด เรามักเพิ่มน้ำตาลหรือนมข้นให้หวานขึ้นอีก เล็กน้อย เพียงนี้ไม่ถึงกับผิดรส แต่ถ้าริใส่น้ำตาลในอาหารฝรั่งเสียทุกอย่างแล้วคงใช้ไม่ได้แน่
- ผู้ที่รู้จักสังเกตและเลือกปรุงรสอาหารต่าง ๆ ให้ถูกวิธี และเหมาะสมแก่ชนิดอาหาร ทั้งรู้จักเหยาะโน่นนิดนี่หน่อยทำให้อาหารมีรสอร่อยกว่าธรรมดาได้ จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้มีรสมือดี ต่างกับผู้ไม่รู้และไม่ชำนาญ ทำสิ่งใดก็เหมือนกันไปหมด ปรุงรสจืดชืดบางทีผิดรส เสียรสจนกินไม่ได้ก็มี ทั้งนี้เป็นเพราะปราศจากความสนใจที่จะสังเกตโดยใช้ความพิจารณานั่นเอง

(ยังมีต่อ ๘ ตอน สนใจโปรดแจ้งตอบ)...
"คนไทยคิดคำนึง"
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ของผม ข้าวขาหมูกับไข่ 1 ฟอง พร้อมต้มเลือดหมู ใส่ผักจิงจูเยอะๆ กะเพาะหมูเยอะๆ ปอด ตับ หัวใจไม่เอา (เครื่องในที่ดูแล้วสีคล้ำๆทั้งหมดไม่เอา)
ทั้งสองอย่างต้องพิเศษด้วย ตามด้วยน้ำเปล่า ชา กาแฟ มีก็ได้ ไม่มีก็ไม่นึกอยาก
ทำงานถึงเที่ยง ข้าวราดแกง หรือก๋วยเตี๋ยวอีก 2 ชาม หรือจะเกาเหลาก็แล้วแต่
ตกเย็นเสพได้สารพัดอย่าง ประมาณว่าข้าวจานใหญ่ 2 จานน่ะ
ของหวานเลือกไอติมก่อน ผลไม้แอบเปิ้ล 1 ลูก
กลางดึก ข้าวต้มปลา หรือเกี๊ยวน้ำ เป็นประจำ
ยัดจริงๆ แต่มีมรรยาทในการทานนะ ใช้ตะเกียบโดยไม่กระทบปาก สามารถปั้น เปิบข้าวอย่างชนิดสาวๆอายเชียวแหละ
กะร่อยกะหริบซะไม่มี
เห็นแล้วจะหิวตาม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คน
หรือหมู
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
185 น.น.74
ผอมเป็นไม้เสียบกุ้งเผาครับ
เห็นแล้วจะหิวตาม
 
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แต่ก่อนตอนอยู่บ้านกินข้าวอร่อยอุดมสมบูรณ์ แต่พอมาทำงานอยู่คนเดียว กินแบบรีบๆ ข้าวเหนียว+หมูปิ้ง งี้.. ทุกเช้าเลย กลัวร่ายกายไม่ได้รับสารอาหารมากพอ
topniwa@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ของเรา คือผักหลายหลาก ไข่ 5ฟอง ไข่แดง 1ฟอง ซีอิ้ว มะนาว พริกไทย น้ำมันงา นึ่งไฟแรง แกล้มกับข้าวสวยร้อนๆ บางวันเติมกุ้ง หมู ไก่ ตับหมูฯ
สุขภาพดี น้ำหนักคงที่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +28 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีประโยชน์มาก
ขอบคุณครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 

CELEB ONLINE : Event | Gossip | World Celeb | Interview | Hot Topic | Mangmouth FASHION & BEAUTY : Fashion | Shopping | Tips & How To | Beauty Trend | Hair Alert | Fashion Guru | Beauty Guru | Celeb Look LIFESTYLE & TRAVEL : Dining Out | Travel | Check-in | Book | Home | Art Eye View ADVICE : Flirt | Consultant | Horo | Privacy Policy
CELEB ONLINE ASTV MANAGER CONTACT US