Celeb Online
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Celeb Online | consultant | ความงาม
ผลพลอยได้หรือผลข้างเคียง! ฉีดโบท็อกซ์ช่วยผ่อนคลายโรคซึมเศร้าหรือยิ่งหนักกว่าเดิม?
ASTVผู้จัดการออนไลน์
17 มิถุนายน 2556 09:15 น.
       By Lady Manager

ผลพลอยได้หรือผลข้างเคียง! ฉีดโบท็อกซ์ช่วยผ่อนคลายโรคซึมเศร้าหรือยิ่งหนักกว่าเดิม?
       หลายต่อหลายคนอาจเสพข้อมูลจากสื่อในคุณประโยชน์ของ โบท็อกซ์ (Botox-Botulinum toxin A) กันไปแล้วว่า ริ้วรอยที่ตื้นลง จะช่วยลดความเครียด มีสภาวะทางอารมณ์ที่ดี ช่วยบำบัดโรคซึมเศร้าได้
        แต่ในทางกลับกันจากบทความของหนังสือพิมพ์เดอะซัน มีบทความวิจัยโต้แย้งว่า
       
       
"นักวิจัยแคนนาดา พบว่าการต่อสู้กับความเหี่ยวบนใบหน้าด้วยการฉีดโบท็อกซ์ จะปิดกั้นการแสดงความรู้สึกที่ใบหน้า ทำให้จิตใจซึมเศร้าได้ เพราะมันได้ไปสะกดกล้ามเนื้อบางส่วนให้เย็นชาไว้ ทว่าการทำเช่นนั้นทำให้ไม่อาจแสดงความรู้สึกออกมาทางดวงตาได้ ปล่อยให้ความรู้สึกนั้นคงตกค้างฝังอยู่ในอก
       
       
การวิจัยย้ำว่า เพราะกล้ามเนื้อที่ช่วยในการแสดงความรู้สึกเหล่านั้นโดนถูกทำให้เป็นอัมพาต จึงทำให้ความรู้สึกนั้นตกค้างอยู่ในใจ ทำให้รู้สึกว่าโลกซึมเศร้า และมันจะรู้สึกฝังใจอยู่นานกว่า"


ผลพลอยได้หรือผลข้างเคียง! ฉีดโบท็อกซ์ช่วยผ่อนคลายโรคซึมเศร้าหรือยิ่งหนักกว่าเดิม?
       ต่อประเด็นนี้เราจึงต้องขอความคิดเห็นจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญทางจิตเวชเป็นการด่วน ว่าตกลงแล้ว เจ้าโบท็อกซ์จะเป็นตัวนางเอกหรือกลับตาลปัตรสวมบทนางร้ายแห่งโรคซึมเศร้ากันแน่!
       
       
"โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่รักษาได้ แต่โรคซึมเศร้ามีรายละเอียดหลายรูปแบบมาก กระบวนการทางการแพทย์มีความพยายามที่จะพัฒนาต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะหาวิธีการรักษาให้ตรง หรือเฉพาะเจาะจงกับรูปแบบย่อยๆ ของโรค”
       
       
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น และผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต อธิบายถึงโรคซึมเศร้า
       
       
“โรคซึมเศร้าเป็นโรคหนึ่งที่วงการแพทย์และยา พยายามจะค้นคว้ากันมาโดยตลอด ขณะนี้เราก็มียารักษาโรคซึมเศร้าอยู่หลายกลุ่มด้วยกัน สมัยโบราณก็จะมียาที่อาจจะมีผลข้างเคียงเยอะ เช่น ทำให้ง่วงนอน ปากแห้ง คอแห้ง ตาพร่ามัว หรืออาจจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลียหน้ามืด หรือในอดีตอาจจะมียาที่หนักกว่านี้อีก คือ ใช้แล้วซึมเศร้าน้อยลง แต่เสพติด ต้องกินเป็นประจำ เป็นโทษต่อร่างกายด้วย แต่ก็ช่วยลดความเศร้าได้บ้าง เข้าข่ายยาเสพติด
       
       
จากความรู้เดิมๆ ก็จะถูกสะสมจนพัฒนาต่อเนื่องมาเรื่อยๆ หลังจากนี้จะมียาซึมเศร้าที่ดีขึ้น จนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ถือว่าเป็นยาที่ดีมากแล้ว ปัญหาความง่วงซึม ความเพลีย ปากแห้ง คอแห้ง รวมถึงเรื่องของการเสพติดก็ไม่เกิดแล้ว แต่ยังมีความช้าของการออกฤทธิ์
       
       และในผู้ป่วยบางรายก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถจะรักษาได้ดีเท่าที่ควรก็เลยค้นคว้าต่อเนื่องไป สมุนไพรบางตัว เช่น เซนต์ จอห์น เวิร์ท (St John's Wort) ซึ่งก็เป็นสมุนไพรที่มีการวิจัยแล้วพบว่าช่วยเรื่องอาการซึมเศร้าได้เล็กน้อย และอีกอันคือ โบท็อกซ์"
       
       
ค่ะ มาถึงประเด็นจากบทความที่ทำเอาสับสนกันว่า ตกลงเจ้าโบท็อกซ์นั้นทำให้เกิดโรคซึมเศร้า หรือช่วยรักษาอาการซึมเศร้ากันแน่!
       
        สัญญาณดี! แสงใหม่ของคนไข้ที่ไม่ตอบสนองจากยาแก้ซึมเศร้า
       
       
"มีงานวิจัยว่าโบท็อกซ์จะเกี่ยวกับกลไกอะไรของร่างกายได้บ้าง ทว่าพื้นฐานของโบท็อกซ์จะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว โปรดสังเกต จึงมักจะนำไปใช้ในวงการเสริมสวย คนที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่น จะเอาโบท็อกซ์ไปฉีดเพื่อให้การเกร็งของกล้ามเนื้อ หรือริ้วรอยคลายออก เรื่องของไมเกรน (Migraine) ก็มีคำอธิบายที่เกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อต่างๆ ด้วยเหมือนกัน รวมถึงกลไกอื่นๆ ในระบบที่ลึกซึ้งกว่านั้น
       
       เช่นเดียวกันการค้นพบก็จะนำไปสู่เรื่องของการรักษาโรคซึมเศร้า ซึ่งตอนนี้ก็จะมีข้อมูลออกมาในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ชัดเจนหรือหนักแน่นเพียงพอว่าจะเอาไปใช้ในการซึมเศร้าแบบไหน


ผลพลอยได้หรือผลข้างเคียง! ฉีดโบท็อกซ์ช่วยผ่อนคลายโรคซึมเศร้าหรือยิ่งหนักกว่าเดิม?
       กลไกรายละเอียดของการเกิดโรคซึมเศร้าเป็นปัญหาโรคที่เกิดจากระดับของสื่อนำประสาทอยู่ในส่วนที่ลึกเข้าไป ดังนั้นกลไกการใช้มันจะไม่ใช่การออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อในจุดที่ฉีดเหมือนที่นำไปฉีดริ้วรอย เป็นอะไรที่ลึกซึ้ง ทั้งนี้ต้องอาศัยการวิจัยต่อเนื่องเพิ่มเติม เป็นแค่ความคืบหน้าที่เราเห็นสัญญาณดีๆ ว่า โรคซึมเศร้าจะมีทางเลือกที่มากกว่านี้ ดังนั้นหมอยังคิดว่าเรื่องโบท็อกซ์ต้องรอการสรุปผลการวิจัยเพิ่มพอสมควร
       
       
ยังไม่ฟันธงและข้อสรุปว่าจะต้องแบบนั้น แบบนี้นำมาวางขายในท้องตลาดยังไม่ได้ เป็นเพียงแค่สัญญาณดีๆ ว่า คนที่ไม่ตอบสนองกับยาบางตัวเลยยังมีทางเลือกใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ก็ประคองอาการกันไปก่อน”
       
       
ทว่าในความคิดเห็นของคุณหมอเห็นว่า
       
       
“หมอคิดว่าการแปลความจากเนื้อหาการวิจัยแบบนี้ยังขาดความลึกซึ้ง ทว่าการแสดงสีหน้าสัมพันธ์กับอารมณ์ความสัมพันธ์นั่นคือส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าการไปแก้ที่การแสดงออกภายนอกจะสามารถรักษาความเศร้าได้ทั้งหมด กลไกความเชื่อมโยงโปรดรอติดตาม
       
       
แต่หมอคิดว่ามีส่วนช่วยได้มากกว่าเป็นโรค"
       
       
“ประเด็นหนึ่งที่ต้องสังเกตด้วยว่า สารบางอย่าง ยาบางตัว ถ้าใช้ในปริมาณที่มากหรือน้อยเกินไปบางครั้งไม่ได้ช่วยแต่กลับทำให้แย่ลง เหมือนกับภาษาทางการแพทย์ที่เรียกว่า Optimum Dose ขณะที่พอเหมาะสม เป๊ะ ใช่เลย
       
       แม้แต่ยาปฏิชีวนะ ถ้าเราใช้น้อยเกินไป เชื้อยังไม่ทันตายหมดก็ดื้อยาขึ้นมาอีก ถ้าใช้มากไปร่างกายก็เยินหมด คนเราก็เยินไปเลย หรือแม้แต่ยานอนหลับ เรากินไปเยอะๆ ก็อาจทำให้สับสน เบลอ ทุกอย่างต้องมีความพอดี
       
       
ดังนั้นในบางช่วงหรือบางบุคคลถ้าได้รับสารนี้ไปอาจจะรักษาโรค แต่บางคนอาจจะได้รับสารนี้เข้าไปเป็นอีกแบบ เกิดภาวะอย่างนี้ได้"
       
       
พื้นฐานหมกมุ่นรูปโฉมตัวเองส่อเป็นโรคซึมเศร้า!

ผลพลอยได้หรือผลข้างเคียง! ฉีดโบท็อกซ์ช่วยผ่อนคลายโรคซึมเศร้าหรือยิ่งหนักกว่าเดิม?
       จากหนังสือพิมพ์เดอะซัน กับประเด็นเสพติดการฉีดโบท็อกซ์จนแพร่เชื้อไปถึงลูกสาว เป็นคุณแม่ยอดแย่ที่โดนชาวโลกสวดยับ กับคุณแม่ชาวอังกฤษวัย 34 ปีที่อาศัยอยู่ในอเมริกา ได้ซื้อโบท็อกซ์มาจากอินเตอร์เน็ตและฉีดโบท็อกซ์ให้ลูกสาววัย 8 ขวบ!! เพราะเธอใฝ่ฝันและตั้งใจอยากให้ลูกสาวประกวดนางงาม!
       
       
การฉีดโบท็อกซ์อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจะส่งผลทางจิตอย่างไร คุณหมอแจงว่า
       
       
“คนที่ประเภทใส่ใจถึงขั้นหมกมุ่นกับรูปโฉมตัวเองหลายคนมีฐานของความรู้สึกไม่พึงพอใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง เหมือนกับคนที่ self-esteem ไม่ดี ซึ่งตรงนี้จะสัมพันธ์กับโรคซึมเศร้า
       
       
เขาอาจจะเหมือนกับมีอาการจะเป็นอยู่แล้ว เหมือนอย่างเราเป็นคนรักสวยรักงามก่อนที่จะมีโบท็อกซ์ทาลิปสติกอยู่นั่นแหล่ะ แต่ว่าโรคซึมเศร้าก็เดินไปเรื่อยๆ ลิปสติกไม่ได้เกี่ยวด้วยเลย แต่เรามาสรุปตอนท้ายว่าทาลิปสติกแล้วซึมเศร้า ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะความที่เราฐานไม่เต็ม เขาก็ดิ้นรนแบบนั้น ฉะนั้นพื้นฐานทำให้เป็นโรค ไม่ใช่การดิ้นรนทำให้เป็นโรค
       
       
คือ พื้นฐานจะเศร้าอยู่แล้ว ไม่มีความมั่นใจอยู่แล้วเลยต้องฉีดประจำ อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับโบท็อกซ์เลยก็ได้
       
       แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่โบท็อกซ์ไม่ใช่ลิปสติก ไม่ใช่แป้งแปะหน้า มันสามารถจะซึมซาบเข้าไปในระบบร่างกายของเรา และยิ่งประเภทใช้นานๆ แทงเข้าไปๆ ก็ต้องตั้งเผื่อเหมือนกันว่าจะเป็นจากโบท็อกซ์ก็ได้ การสรุปแบบนั้นก็จะต้องเอามาทดลองโดยพื้นฐานของคนที่ไม่ได้เป็นแบบคนนั้น ว่าคนที่สวยอยู่แล้วมาฉีดโบท็อกซ์ขณะนี้จะทำให้เศร้าไหม แต่การทดลองแบบนี้จะผิดจริยธรรม ดังนั้นจึงต้องนำไปทดลองในสัตว์ทดลอง”

       
       


        
       >> อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่  http://www.celeb-online.net
        

ข่าวล่าสุดในหมวด
ไม่ต้องเจ็บจิ้มโบท็อกซ์! 7 ท่านวดกระชับหน้าวี ลดอาการบวมน้ำ ทุบหน้าเก่าทิ้ง! ศัลยกรรมเลียนแบบไอดอล
Beauty Update: เลเซอร์บำรุงเกศาหนังศีรษะสุดล้ำ ล้างพิษหัว เส้นผมแข็งแรง แซ่บทั้งร่าง! เทรนด์แซมบ้านำโด่ง เสื้อผ้าหน้าผมแห่จัดหนักรับบอลโลก
 
SEARCH ::
 
 
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
"มนต์ริสสา ลีนุตพงษ์" ขอพักเหนื่อยพาคุณพ่อคุณแม่ตะลุยแดนปลาดิบ !
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด




จำนวนคนโหวต 8 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 8 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %

CELEB ONLINE : Event | Gossip | World Celeb | Interview | Hot Topic | Mangmouth FASHION & BEAUTY : Fashion | Shopping | Tips & How To | Beauty Trend | Hair Alert | Fashion Guru | Beauty Guru | Celeb Look LIFESTYLE & TRAVEL : Dining Out | Travel | Check-in | Book | Home | Art Eye View ADVICE : Flirt | Consultant | Horo | Privacy Policy
CELEB ONLINE ASTV MANAGER CONTACT US