โรคข้อเข่าเสื่อม เกิดได้ทุกวัยไม่ใช่เฉพาะผู้สูงอายุ
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่ แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว เคลื่อนไหวสะดวก
รวดเร็ว ฉับไว พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชม.
หมั่นสังเกตตัวเองเพราะอาการต่อไปนี้อาจบ่งชี้ว่าคุณ “ข้อเข่าเสื่อม”
แนวทางการรักษา และการฟื้นฟูโรคข้อเข้าเสื่อม
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Celeb Online | consultant | Lady Healthy
เภสัชกรแนะ “พาราเซตามอล” กินพร่ำเพรื่อ เสี่ยงตับพัง
MGR Online
10 มีนาคม 2560 15:29 น.
เภสัชกรแนะ “พาราเซตามอล” กินพร่ำเพรื่อ เสี่ยงตับพัง
        >>ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ยาพาราเซตามอล หรือยาแก้ปวด ลดไข้ เป็นยาที่คนไทยซื้อรับประทานเองมากที่สุด แต่พฤติกรรมการซื้อและรับประทานยาเองอย่างพร่ำเพรื่อ อาจส่งผลไปสู่การรับประทานยาเกินขนาด ปัญหาการดื้อยา และปัญหาสุขภาพจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ สอดคล้องกับรายงานของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า มูลค่าการบริโภคยาของคนไทยในปี 2553 คนไทยบริโภคทั้งยาแผนปัจจุบัน และยาแผนโบราณที่ผลิตเองและนำเข้าประมาณ 47,000 ล้านเม็ดต่อปี หรือเฉลี่ย 128 ล้านเม็ดต่อวัน โดยมีผู้ป่วยซื้อยารับประทานเองร้อยละ 15 ของผู้ป่วยทั้งหมด โดยอาการป่วยที่เป็นสาเหตุให้ประชาชนหาซื้อยาเองเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ได้แก่ อาการปวดหัว ตัวร้อนและอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ซึ่งตรงกับชนิดของยาที่คนทั่วไปเลือกซื้อหามาใช้เป็นอันดับแรกคือ กลุ่มยาแก้ปวดลดไข้อะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) หรือ พาราเซตามอลนั่นเอง

เภสัชกรแนะ “พาราเซตามอล” กินพร่ำเพรื่อ เสี่ยงตับพัง
        เภสัชกร ณรงค์ศักดิ์ ใบเนียม เภสัชกรประจำร้านขายยาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “ยาพารา เซตามอล เป็นยาแก้ปวด และลดไข้ที่คนไทยนิยมใช้กันมากที่สุด บางคนกินแก้หวัด ป้องกันหวัด หรือแก้ปวดเมื่อย ข้อดีคือไม่ระคายเคืองกระเพาะ แต่แท้จริงแล้วมีผลข้างเคียงที่อันตรายที่สุดคือการเกิดพิษต่อตับ หากใช้เกินขนาดหรือใช้ติดต่อกันนานเกินไป ถึงแม้ว่าจะเป็นยาที่มีความปลอดภัยในการใช้ก็ตาม จากการสำรวจวิจัยทั้งในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ พบว่า มีการใช้ยาพาราเซตามอลเกินขนาดมากขึ้นทุกปี เช่นเดียวกับจำนวนของผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากพิษของพาราเซตามอลที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับนั้นจะยิ่งเพิ่มโอกาสอาการเกิดภาวะตับเป็นพิษ (hepatotoxicity) และอาการตับวายเฉียบพลันได้ (acute liver failure) แม้ว่าไม่ได้รับประทานเกินขนาดก็ตาม กลุ่มคนเหล่านี้ได้แก่ ผู้ที่ติดสุราเรื้อรังหรือดื่มเป็นประจำ, ผู้สูงอายุ, มีประวัติครอบครัวเป็นโรคตับ, ผู้ที่มีประวัติหรือมีโอกาสเป็นไวรัสตับอักเสบ, ผู้ที่รับประทานยาชนิดอื่นเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว โดยกลุ่มคนเหล่านี้มักจะมีภาวะเนื้อเยื่อตับถูกทำลายและผิดปกติ โอกาสที่การทำงานของตับจะกลับคืนสู่สภาพปกติจะยากกว่าคนทั่วไป จึงทำให้มีโอกาสเกิดภาวะความเป็นพิษของยาต่อตับนั้นรุนแรงกว่าคนปกติ แม้ว่าไม่ได้ใช้เกินขนาดก็ตาม

เภสัชกรแนะ “พาราเซตามอล” กินพร่ำเพรื่อ เสี่ยงตับพัง
        สำหรับการรับประทานยาพาราเซตามอลในผู้ใหญ่ให้รับประทานครั้งละ 2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง ตามที่ฉลากยาระบุไว้ ห้ามรับประทานเกินกว่า 4,000 มิลลิกรัม หรือ 8 เม็ดต่อวัน ซึ่งยาพาราเซตามอลชนิดเม็ดส่วนใหญ่จะมีขนาด 500 มิลลิกรัม โดยแต่ละครั้งห้ามรับประทานเกิน 1,000 มิลลิกรัม หรือ 2 เม็ด และห้ามรับประทานบ่อยภายในช่วงเวลาที่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งการคำนวณยาในการรับประทานควรใช้น้ำหนักตัวเป็นเกณฑ์ โดยขนาดยาที่เหมาะสม คือ 10 - 15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ดังนั้น หากน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ก็สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลได้ที่ 500 - 750 มิลลิกรัมต่อครั้ง แต่หากน้ำหนักตัวมากจนคำนวนแล้วเกินกว่า 1,000 มิลลิกรัม ก็ควรรับประทานแค่ 1,000 มิลลิกรัมเท่านั้น และรับประทานได้ไม่เกิน 4 ครั้ง เพื่อไม่ให้เกิน 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน และไม่ควรรับประทานติดต่อกันนาน 7 วัน เพราะจะส่งผลอันตรายต่อตับ”

เภสัชกรแนะ “พาราเซตามอล” กินพร่ำเพรื่อ เสี่ยงตับพัง
        ตับของคนเราเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอันมาก มีหน้าที่เป็นโรงงานผลิตพลังงานให้ร่างกาย สร้างและควบคุมการใช้น้ำตาลกลูโคส, โปรตีน, น้ำดี, เป็นหน่วยเก็บรักษาวิตามิน แร่ธาตุ รวมถึงมีหน้าที่กำจัดของเสียหรือสารที่เป็นพิษ ของเสียที่ร่างกายที่ได้มาจากอาหารหรือสารที่เรารับเข้าไป เช่น แอลกอฮอลล์ กาแฟ หรือ ยา ซึ่งการที่ได้รับสิ่งเหล่านี้มากเกินก็อาจจะทำให้ตับเสียหายได้ โดยภาวะตับเป็นพิษจากพาราเซตามอล เกิดจากตัวยาจะผ่านกระบวนการเมตาบอลึซึมและถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของสาร NAPQI (N-acetyl-p-benzoquinone imine) ซึ่งถ้ามีปริมาณมากเกินไปจะทำให้เกิดภาวะ oxidative stress ซึ่งทำให้เซลล์ตับเสียหายได้ ถ้าตับนั้นไม่มีความสามารถที่จะกำจัดออกได้อย่างทันท่วงที ภาวะนี้เกิดได้จากการรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันและได้รับยาเกินขนาด หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง แม้ว่าจะไม่มีอาการใดที่ชี้ชัดว่าเกิดภาวะเป็นพิษขึ้น แต่อาการที่เกิดขึ้นอาจจะมีส่วนคล้ายอาการไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยรับประทานยาต่อด้วยความเข้าใจผิด ทำให้อาการรุนแรงขึ้น และในบางคนอาจจะไม่มีอาการใดเลยจนกระทั่ง 48-72 ชั่วโมงภายหลังรับประทานยา

เภสัชกรแนะ “พาราเซตามอล” กินพร่ำเพรื่อ เสี่ยงตับพัง
        เภสัชกรณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ล่าสุดมีงานวิจัยระดับนานาชาติหลายเรื่องที่ตีพิมพ์ถึงคุณสมบัติของทอรีน นอกจากจะช่วยบำรุงสายตาแล้ว ยังช่วยป้องกันความเป็นพิษของยาที่มีต่อตับ ซึ่งทอรีนเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของร่างกายควบคุมของเหลวในเซลล์, ควบคุมระดับการเข้าออกของแคลเซียมระหว่างเซลล์ และสามารถป้องกันความเป็นพิษและความผิดปกติที่เกิดกับอวัยวะต่างๆ เช่น สมอง หัวใจ และไต โดยทอรีนจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระต่างๆ โดยมีคุณสมบัติป้องกัน oxidative stress ของร่างกายที่เกิดจากสารพิษ โดยการลดระดับสารอนุมูลอิสระ, ลดระดับ lipid peroxidation และลดความเสียหายที่เกิดต่อเซลล์ และ DNA, ลดการเสียหายของไมโทคอนเดรียและการตายของเซลล์ โดยทอรีนนั้นสามารถลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระที่เพิ่มมากขึ้นในตับอันเป็นผลมาจากปริมาณ NAPQI ที่สูงขึ้น

เภสัชกรแนะ “พาราเซตามอล” กินพร่ำเพรื่อ เสี่ยงตับพัง
        ดังนั้นยาพาราเซตามอลที่มีส่วนประกอบของทอรีนจึงสามารถนำมาใช้ในการป้องกัน และรักษาความเป็นพิษของตับที่เกิดจากการรับประทานยาได้ แต่เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัย ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง

 
SEARCH ::
 
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด




ข่าวล่าสุดในหมวด
โรคข้อเข่าเสื่อม เกิดได้ทุกวัยไม่ใช่เฉพาะผู้สูงอายุ ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่ แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว เคลื่อนไหวสะดวก รวดเร็ว ฉับไว พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชม. หมั่นสังเกตตัวเองเพราะอาการต่อไปนี้อาจบ่งชี้ว่าคุณ “ข้อเข่าเสื่อม”
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 

CELEB ONLINE : Event | Gossip | World Celeb | Interview | Hot Topic | Mangmouth FASHION & BEAUTY : Fashion | Shopping | Tips & How To | Beauty Trend | Hair Alert | Fashion Guru | Beauty Guru | Celeb Look LIFESTYLE & TRAVEL : Dining Out | Travel | Check-in | Book | Home | Art Eye View ADVICE : Flirt | Consultant | Horo | Privacy Policy
CELEB ONLINE ASTV MANAGER CONTACT US