เล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร เปิดใจ นับจากนี้ “ปาร์คนายเลิศ” จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในทุกมิติของชีวิต
“ฐิติกุล อยู่วิทยา” ท่องเมืองสุดโรแมนติกไม่ไกลกรุงเทพฯ
ไบค์เกอร์สาวหัวใจแกร่ง ท้าความเร็ว ขับขี่ด้วยใจ ปลอดภัยต้องมาก่อน !
หลายบทบาท “อนัฆ นวราช” เอ็มดีหนุ่มสุดติสต์แห่งสามพราน ริเวอร์ไซด์
เพื่อนร่วมทางสปอร์ตแมนสุดเท่ “นนท์ อัมระนันทน์”
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Celeb Online | celebrity | interview
เล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร เปิดใจ นับจากนี้ “ปาร์คนายเลิศ” จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในทุกมิติของชีวิต
MGR Online
15 พฤษภาคม 2560 01:22 น.
เล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร เปิดใจ นับจากนี้ “ปาร์คนายเลิศ” จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในทุกมิติของชีวิต
        >>ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในสาวสังคมสุดฮอตอันดับต้นๆ ของเมืองไทย สำหรับ “เล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร” ทายาทสาวสวยแห่งปาร์คนายเลิศ ถึงแม้จะไม่ใช่ซุปตาร์เมืองไทยแต่ดูเหมือนสปอตไลต์ของสังคมยังคงตามส่องชีวิตเธออยู่ไม่ขาด และคงไม่มีข่าวไหนจะทำให้ชื่อของเธอกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ และช็อกวงการได้แรงเวอร์เท่ากับเมื่อครั้งที่เธอแสดงความจริงใจ ด้วยการเขียนจดหมายเปิดผนึกด้วยลายมือของตัวเองถึงพนักงานโรงแรมปาร์คนายเลิศ เพื่อบอกลาและประกาศปิดกิจการที่เปิดมานานกว่า 36 ปีอย่างน่าเสียดายเมื่อปีที่แล้ว
       
       ชื่อของ “ปาร์คนายเลิศ” ไม่มีวันตาย
       
       “ถึงวันนี้ก็ยังใจหายเพราะเล็กก็เติบโตมากับโรงแรมนี้ แต่ครอบครัวก็พูดคุยกันมาหลายปีแล้วว่า ควรพัฒนาที่ดินผืนนี้ให้งอกเงย แทนที่จะปล่อยให้เป็นโรงแรมต่อไป พอดีว่าเรามีโอกาสพูดคุยกับทางหมอเสริฐ (นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ) แล้วเห็นตรงกันว่า อยากจะรักษาที่ดินผืนนี้ให้เป็นปอดของกรุงเทพฯ ต่อไป โดยคุณหมอตั้งใจจะพัฒนาให้เป็นศูนย์สุขภาพครบวงจร โดยไม่ตัดตันไม้สักต้นและไม่ทุบตึกด้วย ซึ่งเล็กเองก็ดีใจที่จะได้เห็นที่ดินผืนนี้ได้รับการพัฒนา ทุกวันนี้เราเลยเหมือนได้เพื่อนบ้านที่ดี และที่สำคัญยังเป็นคนไทยด้วยกัน”
       
       เธอกล่าวต่อไปว่า “ถึงโรงแรมจะไม่อยู่ แบรนด์ “ปาร์คนายเลิศ” ก็ไม่ได้หายไปไหน กำลังต่อยอดไปสู่ไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่อยู่ในทุกมิติการใช้ชีวิตของคนเรา ซึ่งหนีไม่พ้นการกินอยู่หลับนอน นี่จึงเป็นที่มาของการต่อยอดโปรเจกต์ต่างๆ”

เล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร เปิดใจ นับจากนี้ “ปาร์คนายเลิศ” จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในทุกมิติของชีวิต
        สำหรับโปรเจกต์ที่เปิดตัวไปแล้วคือ "พิพิธภัณฑ์บ้านปาร์คนายเลิศ” ที่ตั้งใจปรับปรุงให้เป็นศูนย์รวมของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมสะท้อนวิถีชีวิตของคนไทยในอดีต พร้อมทั้งถ่ายทอดเรื่องราวของตระกูลนายเลิศ ขณะเดียวกัน ยังจัดสรรพื้นที่สำหรับผู้ที่ต้องการจัดเลี้ยงในบรรยายกาศแบบบ้านสวนและเรือนไทยอีกด้วย ยังไม่นับรวมการเปิดตัวร้านอาหารสุดคลาสสิกตามสไตล์ปาร์คนายเลิศ อย่าง Ma Maisonเคียงคู่กับร้านLadyL ร้านอาหารสไตล์ตะวันตกที่ตั้งใจออกแบบและสะท้อนรสนิยมการกิน และการใช้ชีวิตในแบบท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ ไว้ทุกอณู ด้วยสารพัดเมนูจานโปรดของท่านผู้หญิง แต่นำมาปรุงในแบบที่รสชาติและหน้าตาอาหารทั้งถูกปากและถูกใจคนไทยแน่นอน
       
       “อีกโปรเจกต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นใน 2 ปีข้างหน้าคือ การสร้างโรงแรมภายใต้แบรนด์ปาร์คนายเลิศ ที่กรุงเทพฯ และหัวหิน ตอนนี้อยุ่ระหว่างการพูดคุยกับสถาปนิกและอินทีเรียในการออกแบบ ซึ่งตั้งใจสร้างเป็นโรงแรมเล็กๆ ไม่ต้องใหญ่ขนาดร้อยห้อง เพราะคงดูแลไม่ไหวและไม่ทั่วถึง แม้หลายคนมองว่าครอบครัวเราเข็ดกับธุรกิจโรงแรม แต่ด้วยความรักในธุรกิจนี้จริงๆ เราเลยตัดสินใจสร้างโรงแรมขึ้นมาเพื่อบริหารอยู่ดี”

เล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร เปิดใจ นับจากนี้ “ปาร์คนายเลิศ” จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในทุกมิติของชีวิต
        สาวสังคมจอมหยิ่ง ยิ้มยาก!?
       
       ภายใต้บุคลิกที่ดูเข้าถึงยาก บวกกับใบหน้าที่ไม่ค่อยยิ้ม ทำให้โดนมองว่าเป็นผู้หญิงหน้าดุ ไม่เป็นมิตร แต่หลังจากได้พูดคุย เธอกลับทำให้เราประทับใจกับบุคลิกที่แตกต่างราวกับคนละคน
       
       “เล็กคงไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจหรือชอบทุกอย่างที่เราเป็นได้ หลายครั้งที่ตัดสินใจหรือทำอะไรไปแล้วมีฟีดแบคทั้งดีและไม่ดีกลับมา เล็กรับฟังเสมอแต่เลือกที่จะไม่ตอบโต้ เพราะรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่จึงเดินหน้าทำให้ดีที่สุด เล็กไม่เคยเสียใจนะคะเวลาที่คนอื่นพูดถึงเราในทางที่ไม่ดี เพราะเชื่อว่าตราบที่ยังมีคนพูดถึงเราแสดงว่าเรายังน่าสนใจ
       
       เล็กโชคดีที่ไม่คิดมากเพราะไม่อย่างนั้นคงอยู่ประเทศนี้ไม่ได้ (หัวเราะ) บางคนอาจมองว่าเล็กดูแรง หน้าดุ ไม่ยิ้ม หยิ่ง ก็ยอมรับนะคะ เพราะกับคนไม่รู้จักหรือไม่สนิทจะให้โปรยยิ้มให้หรือแกล้งพูดว่า คิดถึงจังเลยไม่เจอกันตั้งนาน เล็กคงทำไม่ได้ เพราะไม่อยากหลอกตัวเอง เล็กรู้สึกว่ายิ่งโตขึ้นก็ไม่อยากเสียเวลาอยู่กับอะไรที่ไม่จริง ทุกวันนี้ถ้าพูดถึงคนรู้จักเล็กมีอยู่ทั่วประเทศ แต่ถ้าพูดถึงคนที่เป็นเพื่อนจริงๆ มีน้อยค่ะ” สาวสังคมคนดังกล่าวพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ

เล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร เปิดใจ นับจากนี้ “ปาร์คนายเลิศ” จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในทุกมิติของชีวิต
        จากสาวปาร์ตี้ตัวแม่สู่เวิร์กกิงวูแมนสุดสตรอง
       
       กับอายุที่เพิ่มขึ้นจนเข้าสู่วัย 36 เธอยอมรับว่าชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก จากคุณหนูเล็กขาปาร์ตี้มาวันนี้กลายเป็นผู้บริหารสาวที่มีวินัยกับตัวเองมากขึ้น
       
       “เล็กเป็นพวกใครบอกให้หยุดหรือบงการให้ทำอะไรไม่ทำอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น การที่จะเลือกเที่ยวหรือทำงานไม่มีใครบอกเล็กเลือกเอง เช่นเดียวกับวันที่เปลี่ยนจากเด็กเที่ยวมาทำงาน ก็เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน อยู่ดีๆ ตื่นมาก็รู้สึกเบื่อกับการต้องออกไปเจอคนกลุ่มเดิมๆ เบื่อออกไปเที่ยว เพราะเที่ยวมาจนพอแล้วมั้ง พอเช้านั้นตื่นมาเล็กรู้สึกอยากทำงานจริงจังซักที หลังจากที่ผ่านมาเราได้ตำแหน่งสูงๆ ในโรงแรมมานาน แต่ไม่ได้มาทำจริงจัง พูดไปก็อายนะคะ (ยิ้ม)”
       
       ตอนนั้นคนรอบข้างอาจจะไม่ได้สังเกตการเปลี่ยนแปลง แต่เธอรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ เธอเริ่มกลับมาทำงาน แต่ไม่ใช่นั่งโต๊ะเซ็นเอกสาร กลับเป็นการศึกษาลูกค้าของโรงแรมจากการพูดคุยกับพนักงาน
       
       “แรกๆ พนักงานก็ต่อต้านคิดว่าจะมาจับผิด แต่พอเราคุยกับเขาไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเปิดใจ ที่น่าภูมิใจคือวิธีของเล็กช่วยลดช่องว่างกับพนักงานลงได้มาก จากแต่ก่อนถ้าคุณยายหรือคุณแม่เข้ามาโรงแรม ลูกน้องจะหลบ แต่กับเล็กเขากล้าที่จะเข้าหามากขึ้น แต่ยังคงรักษาความเกรงใจไว้อยู่”
       
       สำหรับสไตล์การบริหารของคุณหนูเล็กสุดห้าวที่พนักงานรู้กันคือ แมนๆ ลุยๆ ไม่ชอบก็พูดว่าแล้วจบ ถ้าทำดีก็ชม “เล็กว่าหมดยุคที่เจ้านายเป็นใหญ่ คำสั่งทุกอย่างมาจากเจ้าของ เพราะเล็กว่าคนเป็นนายหรือเจ้าของก็ไม่ได้รู้ไปทุกเรื่อง ฉะนั้น สไตล์เล็กคือถ้าเรื่องไหนไม่รู้ ลูกน้องมาถามเล็กก็จะบอกว่าไม่รู้ แถมถามกลับด้วยซ้ำว่า ในฐานะคนทำงานที่อาจชำนาญกว่า เขาว่าอะไรดีที่สุด”

เล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร เปิดใจ นับจากนี้ “ปาร์คนายเลิศ” จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในทุกมิติของชีวิต
        ในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 ท่ามกลางความคาดหวังและจับตามองของสังคม อาจดูเป็นงานหินที่แสนท้าทาย แต่สำหรับเล็กกลับคิดต่างและตอบอย่างไม่ลังเลว่า ไม่ใช่เรื่องยากหรือท้าทายแม้แต่น้อย ไม่ใช่เพราะเธอมั่นใจในความสามารถของตัวเอง แต่เพราะมีชื่อของปาร์คนายเลิศเป็นเหมือนสปริงบอร์ดสำคัญ
       
       “เรามีของดีอยู่แล้วแค่เอามาเผยแพร่และหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้อยู่ได้นาน ไม่ใช่แค่เทรนด์สั้นๆ แล้วหายไปตามกาลเวลา แต่สิ่งที่เราต้องการคือความคลาสสิก ส่วนตัวเล็กจะมองว่าสิ่งที่ทำอยู่ยากก็ต่อเมื่อเล็กกำลังทำในสิ่งที่ไม่ชอบและฝืนใจ เมื่อนั้นความกดดันจะตามมา แต่โชคดีที่ทุกวันนี้เล็กมีความสุขกับงานที่ทำ งานคือส่วนหนึ่งของชีวิตเล็กไปแล้ว ถ้าวันไหนตื่นมาแล้วไม่ได้ทำหรือคิดเรื่องงาน จะรู้สึกแปลกๆ ด้วยซ้ำ”
       
       สาวสวยที่มีเลือดนักสู้อยู่ในตัว ยังขอบคุณความโชคดีที่ทำให้เธอได้เติบโตมาในครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่ให้อิสระในการคิดและตัดสินใจ ถึงวันนี้ดูเหมือนเธอเป็นหลักในการทำงานที่ปาร์คนายเลิศ แต่พี่น้องทุกคนซึ่งอาจจะมีความชอบด้านอื่นๆ มากกว่า ก็ยังคอยสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างดี
       
       “อย่างน้องชายเขาชอบด้านอินทีเรีย เขาก็มาช่วยดูแลการออกแบบร้าน Lady L เล็กพูดเสมอว่าเล็กไม่ใช่คนเก่ง เทียบไม่ได้กับคุณทวด คุณยาย และคุณป้าเลยด้วยซ้ำ ทุกวันนี้สิ่งที่เล็กทำก็เพียงนำสิ่งที่พวกท่านสร้างไว้มาต่อยอด เพราะถ้าให้นับหนึ่งใหม่ก็คงไม่ได้แบบวันนี้”
       
       ถึงจะออกตัวว่าไม่ยาก แต่ก็ต้องใช้พลังกายและพลังใจไม่น้อย แต่เธอก็ยังรักษาวินัยในการออกกำลังกายไว้ได้อย่างไม่ตกหล่น
       
       “ทุกวันนี้นอกจากเทเวลาให้งาน แบ่งเวลาให้เพื่อนฝูง เล็กต้องไปเล่นโยคะทุกวันๆ ละ 1 ชั่วโมง เพราะถ้าเหงื่อไม่ออกสมองจะไม่โปร่ง หลายคนมักอ้างว่าไม่มีเวลาจนละเลยการออกกำลังกาย ทั้งที่จริงแล้วไม่ว่าจะออกกำลังกายอะไรก็ช่วยให้คุณภาพการทำงานและสมองดีขึ้นด้วย ส่วนตัวเล็กชอบโยคะเพราะเป็นกีฬาที่เสริมพลัง ไม่ได้ทำให้เสียพลังเหมือนกีฬาบางประเภทที่เล่นเสร็จอยากพัก แต่โยคะเล่นแล้วสดชื่นมีพลังทำอย่างอื่นต่อ จากความชอบนี้เอง เล็กใช้เป็นแรงขับเคลื่อนต่อยอดธุรกิจที่ทำมาพักใหญ่นั่นคือ เป็นหุ้นส่วนKryoga”

เล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร เปิดใจ นับจากนี้ “ปาร์คนายเลิศ” จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในทุกมิติของชีวิต
        แง้มหัวใจสาวฮอตสุดสตรอง
       
       เป้าหมายในการทำงานเด็ดเดี่ยว ทัศนคติในการใช้ชีวิตก็ปราดเปรียว เลยขออัปเดตสเตตัสหัวใจว่ายังว่างหรือมีใครจับจองไปแล้ว งานนี้สาวมั่นเปิดใจด้วยใบหน้าอินเลิฟว่า มีหนุ่มฝรั่งที่คุยอยู่มาร่วม 2 ปี ส่วนจะคิดไปไกลถึงขั้นแต่งงานไหมเธอปล่อยให้โชคชะตานำทาง แต่ยืนยันว่าไม่เข็ดกับความรัก เพราะความรักเป็นพลังที่สวยงามของชีวิต
       
       “เล็กไม่มีสเปกผู้ชายในฝันนะคะ ขอแค่อยู่ด้วยแล้วสบายใจคุยกันรู้เรื่อง จะคนไทยหรือต่างชาติไม่สำคัญ แต่ที่ผ่านมาไม่มีคนไทยเข้ามาจีบเลย (หัวเราะ) กับคนปัจจุบันรู้จักผ่านก๊วนเพื่อน แต่ไม่ใช่การจับคู่นะ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นดินเนอร์จัดฉากมื้อนั้นคงไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะเล็กคงไม่ไป (หัวเราะ)”
       
       สำหรับไฮโซสาวตระกูลดังถามว่าหน้าตาสำคัญหรือไม่ เธอตอบอย่างฉะฉานว่า “สำคัญ แต่ไม่ใช่ที่สุด เล็กคงไม่สร้างภาพว่าหน้าตาไม่สำคัญ เพราะเล็กว่าอย่างน้อยผู้ชายที่เราชอบก็ต้องดูดี แต่ไม่ใช่สิ่งที่เล็กให้คะแนนเป็นอันดับหนึ่ง เพราะนอกจากหน้าตาเล็กชอบคนฉลาด ไม่ขี้เหนียวและที่สำคัญต้องไม่ดูถูกคนอื่น ถามว่าจะแต่งงานอีกมั้ย เล็กไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้กลัวนะ เพราะเคยแต่งงานมาแล้ว ผ่านโมเมนต์พวกนั้นมาหมดแล้ว“ ผู้บริหารสาวกล่าวทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดี

 
SEARCH ::
 
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด




ข่าวล่าสุดในหมวด
เล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร เปิดใจ นับจากนี้ “ปาร์คนายเลิศ” จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในทุกมิติของชีวิต “ฐิติกุล อยู่วิทยา” ท่องเมืองสุดโรแมนติกไม่ไกลกรุงเทพฯ ไบค์เกอร์สาวหัวใจแกร่ง ท้าความเร็ว ขับขี่ด้วยใจ ปลอดภัยต้องมาก่อน ! หลายบทบาท “อนัฆ นวราช” เอ็มดีหนุ่มสุดติสต์แห่งสามพราน ริเวอร์ไซด์
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 

CELEB ONLINE : Event | Gossip | World Celeb | Interview | Hot Topic | Mangmouth FASHION & BEAUTY : Fashion | Shopping | Tips & How To | Beauty Trend | Hair Alert | Fashion Guru | Beauty Guru | Celeb Look LIFESTYLE & TRAVEL : Dining Out | Travel | Check-in | Book | Home | Art Eye View ADVICE : Flirt | Consultant | Horo | Privacy Policy
CELEB ONLINE ASTV MANAGER CONTACT US