“ดรุโณทัย วัชโรทัย” จิวเวลรีดีไซเนอร์หน้าใหม่ ไอเดียพุ่ง
3 เซเลบสาว...ฟินเวอร์! กับคู่ชีวิตต่างชาติ
กิตติทัช ไกรฤกษ์ หนุ่มติสต์ หน้าใส ทายาทตระกูลไกรกฤษ์
หวานนอก แกร่งใน สไตล์ “ศุภมาส ลักษณวิศิษฏ์”
เซเลบผนึกกำลังดารา...จับคู่สู่ความดังเปรี้ยง ปัง!
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Celeb Online | celebrity | interview
“ดรุโณทัย วัชโรทัย” จิวเวลรีดีไซเนอร์หน้าใหม่ ไอเดียพุ่ง
MGR Online
31 กรกฎาคม 2560 09:08 น.
“ดรุโณทัย วัชโรทัย” จิวเวลรีดีไซเนอร์หน้าใหม่ ไอเดียพุ่ง
        >>จุดเริ่มต้นของความหลงใหลในจิวเวลรีตั้งแต่วัยเด็ก ที่เกิดขึ้นในร้านจิวเวลรีแบรนด์โปรดของพี่สาวของเธอ นำไปสู่การลงมือออกแบบด้วยตัวเอง วันนี้ “มะปราง-ดรุโณทัย วัชโรทัย” กำลังเป็นสาวน้อยหน้าใหม่ที่ได้รับการการันตีเรื่องไอเดียในการออกแบบเครื่องประดับจากนิตยสารในประเทศอังกฤษ และวันนี้เธอกำลังมาโชว์ผลงานสู่วงการจิวเวอรีดีไซเนอร์ของเมืองไทย
       
       “มะปราง-ดรุโณทัย วัชโรทัย” จิวเวลรีดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่น่าจับตามอง จบการศึกษาจาก Central Saint Martins, United Kingdom คณะ BA (Hons) Jewellery Design เธอได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารชื่อดังในอังกฤษ อาทิ Canary Wharf Magazine, The City Magazine, A different View-Canary Wharf Arts & Events ให้เป็นนักออกแบบจิวเวลรีดาวรุ่งที่น่าจับตามอง รวมถึง Wallpaper Magazine: Wallpaper Next Generation Issue ที่เลือกให้มะปรางเป็นหนึ่งในนักออกแบบที่น่าจับตามองที่สุดในเกาะอังกฤษที่เพิ่งเรียนจบ
       
       มะปรางเล่าถึงเส้นทางการเป็นนักออกแบบเครื่องประดับให้ฟังว่า “ตอนอายุ 15 ปี ปรางเรียนเตรียมอุดมฯ พอเลิกเรียนต้องรอพี่สาวที่เรียนอยู่ที่จุฬาฯ แล้วไปเดินเล่นที่สยามฯ พอดีพี่สาวชอบจิวเวลรีร้านหนึ่งที่ใต้โรงหนังลิโด้ ปรางก็ไปดูกับพี่สาวจนเริ่มหันมาซื้อบ้าง สุดท้ายกลายเป็นความชอบ พอเรียนจบม.ปลายก็คุยกับคุณพ่อว่าอยากเรียนด้านการออกแบบ แต่คุณพ่ออยากให้เลือกเรียนคณะที่สามารถใช้เป็นวิชาชีพ หรือคณะอื่นที่เราชอบก่อน แล้วค่อยไปเรียนออกแบบเป็นปริญญาตรีใบที่สองก็ได้ ตอนนั้นตัวเองก็รู้สึกว่าไม่มีวิชาชีพไหนที่อยากเรียนเท่ากับการออกแบบ แต่ความชอบที่รองลงมาคือ ภาษาอังกฤษและเรียนได้ดี คุณพ่อเลยแนะนำให้เลือกเรียนคณะอักษรศาสตร์ ซึ่งปรางก็สอบติดคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ พอเข้าไปเรียนกฎระเบียบก็ไม่ได้ห้ามที่จะใส่เครื่องประดับ เราก็ใส่แบบจัดเต็มทุกวัน ยิ่งทำให้รู้เลยว่าใช่แล้วนี่คือสิ่งที่เราอยากทำ”

“ดรุโณทัย วัชโรทัย” จิวเวลรีดีไซเนอร์หน้าใหม่ ไอเดียพุ่ง
        นอกจากพรสวรรค์แล้วพรแสวงก็ช่วยสานฝันของมะปรางให้เป็นจริง แม้ว่าเธอจะออกตัวว่าไม่ชอบวาดรูป แต่การสเก็ตช์ภาพกลับเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเป็นดีไซเนอร์ เธอจึงเริ่มเรียนวาดรูปไปพร้อมๆ กับการเรียนมหาวิทยาลัย ฝึกจนคล่องและได้รับการตอบรับเข้าเรียนที่ Central Saint Martins College of Art and Design คณะ BA (Hons) Jewellery Design
       
       แต่ก่อนที่จะมาเป็นผลงานที่น่าทึ่งในวันนี้ มะปรางต้องฝ่าฟันกับความจริงที่แตกต่างไปจากภาพที่เธอฝันไว้ จนถึงขั้นเก็บไปนอนฝันร้าย “เรามีภาพฝันเอาไว้ว่าการเรียนดีไซน์ คงจะเป็นอะไรที่เก๋ๆ อยู่กับสมุดสเก็ตช์ทั้งวัน แต่ในความเป็นจริง คือเราเวิร์กชอปตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่มีโต๊ะเรียนหนังสือยกเว้นตอนเข้าเรียนเลคเชอร์วิชาอัตลักษณ์ของแฟชั่นและปรัชญาแฟชั่นเท่านั้น แรกๆ ที่เข้ามาเรียนถามตัวเองว่าคิดผิดหรือเปล่า เพราะที่นี่เขาสอนทุกอย่างเพื่อนำไปสู่การใช้เครื่องจักรหนัก อย่างปรางเป็นคนกลัวเรื่องไฟมาก แล้วหัวเชื่อมก็ขนาดใหญ่มากใช้ไฟ 800-1,600 องศา เราก็กลัว มันทำให้ต้องฝันร้ายอยู่สองเทอม ฝันว่าถูกไฟคลอกตลอดเวลา จนอยากกลับบ้านแต่เราต่อสู้กับกว่าจะได้มาเรียนก็เลยสู้ต่อค่ะ”
       
       ถึงแม้การเรียนจะค่อนข้างหนักกว่าที่คิดไว้ แต่เมื่อถึงเวลาแสดงฝีมือเธอก็ปล่อยพลังดีไซน์ออกมาแบบไม่ให้เสียความตั้งใจที่ฝ่าฟันจนได้มาเรียนสมใจ “โปรเจกต์แรกที่ปรางดีไซน์ชื่อ Repetition คือการทำซ้ำค่ะ ที่นี่เขาฝึกให้ทำจิวเวลรีโดยไม่ใช้การหล่อ คือไม่ใช้วิธีการทางอุตสาหกรรมเลย โดยโจทย์คือให้ทำสร้อยข้อมือแต่ไม่ให้ทำกำไล ชิ้นส่วนต้องเคลื่อนไหวได้ เพื่อที่จะฝึกเกี่ยวกับการทำกลไกของจิวเวลรี ชิ้นแรกที่ทำเป็นสร้อยข้อมือรูปปลั๊กไฟที่สามารถดึงออกจากกันได้ด้วยเทคนิคแม่เหล็ก อาจารย์ชอบมากและก็ถือเล่นไปด้วยขณะที่ตรวจงานคนอื่น อาจารย์บอกว่าเพราะมันน่าเล่น และตรงตามโจทย์ค่ะ”

“ดรุโณทัย วัชโรทัย” จิวเวลรีดีไซเนอร์หน้าใหม่ ไอเดียพุ่ง
        ผลงานชิ้นต่อมาแน่นอนว่ามีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวในวัยเด็ก ที่มะปรางเองก็ไม่รู้ตัวมาก่อนว่ามันได้ซึมซับเข้าไปจนกลายเป็น DNA ของตัวเธอไปแล้ว เพราะตั้งแต่เด็กสิ่งที่เธอคุ้นเคยคือ ลูกเจี๊ยบตัวน้อยและบรรดานกสีสวยหลากสายพันธุ์ ที่คุณพ่อมักจะพาเธอไปซื้อทุกวันเสาร์-อาทิตย์ รวมไปถึงกิจกรรมสุดโปรดของครอบครัว คือการไปเที่ยวสวนสัตว์ทุกครั้งที่เดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงทำให้เธอค้นพบตัวเอง “ตอนปี 3 เป็นปีที่ต้องสร้างคอลเลกชันสุดท้าย ตอนแรกปรางเลือกหัวข้อความอ่อนหวานในความร่วงโรย ซึ่งสื่อความหมายถึงความขัดแย้งกันของสรรพสิ่งโดยรวม แต่ปรับอย่างไรก็ไม่ถูกใจอาจารย์สักที จนเครียดมาก วันหนึ่งเพื่อนที่มาจากเซี่ยงไฮ้ก็ไปบอกอาจารย์ว่าจะขอเปลี่ยนคอลเลกชันทั้งหมด ทำให้เราคิดว่าถ้าทำทุกอย่างจนถึงที่สุดแล้วมันกลายเป็นความดันทุรังที่ไม่จบสักทีก็ควรเปลี่ยน จึงขอเปลี่ยนคอลเลกชัน ตอนแรกอาจารย์ก็หนักใจ แต่พอปรางบอกว่าจะเปลี่ยนเป็นสัตว์ อาจารย์ดูเหมือนโล่งใจ เพราะระหว่างที่เรียนอาจารย์ประจำชั้นได้สรุปว่า เอกลักษณ์ของมะปรางคือชอบดีไซน์รูปสัตว์ ซึ่งเธอก็ไม่รู้ตัว ตอนแรกที่คิดไว้จะแบ่งเป็นสัตว์น้ำ สัตว์บก สัตว์ปีก อาจารย์เลยลองให้ไปสเก็ตช์มาดูก่อน แล้วปรางชอบลายเส้นของปลาหมึก คืนนั้นก็กลับไปสเก็ตช์รูปทั้งคืน ซึ่งอาจาย์ก็ให้ผ่านแต่ให้ทำแค่สัตว์น้ำก่อน เพราะมีไทม์เฟรมบังคับอยู่ ตอนเรียนจบมะปรางเลยมีงานดีไซน์เป็นปลาหมึก แล้วพัฒนาเป็นคอลเลกชันแรกที่ออกมาวางขายในแบรนด์ Daronotai”
       
       เมื่อความหลงใหลมาบรรจบกับดีไซน์ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของเธอ จิวเวลรี่ 4 แบรนด์ ที่เรียงตามไทม์ไลน์ของชีวิตจึงปรากฏออกมาเป็น 4 คาแรกเตอร์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว โดย “Charming Realism” คือ ผลงานดีไซน์ในช่วงแรกที่มีแรงบันดาลใจมาจากความทรงจำในวัยเด็ก ตามมาด้วย “Darunotai” ที่เกิดขึ้นในช่วงของการค้นหาความเป็นดีไซเนอร์ของตัวเอง และเป็นช่วงที่ทำงานอยู่กับลายเส้น ซึ่งเธอหลงใหล แล้วพัฒนามาเป็น “Magical Realism” ซึ่งผสมกับความเบื่อที่ทำแต่งานจิวเวลรีมาตลอด แบรนด์นี้เลยแตกไลน์ออกมาทำกระเป๋าคลัช ที่หยิบเอาสิ่งของที่เห็นอยู่ในชีวิตประจำวันมาใส่กิมมิคให้เก๋ไก๋ขึ้นกว่าเดิม ส่วน “มายาลักษณา” คือตัวตนที่ลึกลงไปของมะปรางรวมถึงครอบครัวของเธอ แบรนด์นี้มีที่มาจากวิชาวรรณคดีไทยที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากรั้วอักษรศาสตร์ และในแง่ของครอบครัว ตระกูลวัชโรทัยเป็นตระกูลเก่าแก่ ทำให้มะปรางได้สัมผัสจิวเวลรีที่เป็นงานฝีมืออันประณีต จนอาจจะเรียกได้ว่า มายาลักษณา คือรากเหง้าและอัตลักษณ์ของตัวมะปรางเลยก็ว่าได้ Magical Realism เป็นประเภทหนึ่งของศิลปะ วรรณคดี และภาพยนตร์ เป็นความเชื่อว่าสิ่งมหัศจรรย์สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง ซึ่งในมหัศจรรย์ในชีวิตปรางคือ Craft คือแรงงาน คือฝีมือของคน ที่ไม่ว่าคอมพิวเตอร์จะพัฒนาไปได้ไกลสักแค่ไหน แต่ความละเอียด ความอ่อนหวานจะคงอยู่ในงานฝีมือแต่ละชิ้น สิ่งเหล่านี้มันคือความมหัศจรรย์ มันคือ Magical และ Tradition อยู่ในตัวเดียวกันที่เป็นความหมายของแบรนด์ แบรนด์นี้จะมีการแบ่งอารมณ์ทั้ง Masculine และ Feminine ซึ่งจะแบ่งเป็นคู่ตรงข้ามที่ล้อกันอยู่ตลอดเวลา คอลเลกชันแรกแบ่งเป็นกลางวันชื่อ Day of Realism กับกลางคืนชื่อ Magical Night

“ดรุโณทัย วัชโรทัย” จิวเวลรีดีไซเนอร์หน้าใหม่ ไอเดียพุ่ง
        คอลเลกชันแรกของ Charming Realism ชื่อว่า A Little Romance ได้แรงบันดาลใจมาจากความรักและสัตว์โลกตัวน้อยที่แสนจะน่ารัก ถ่ายทอดเรื่องราวความรักหลากหลายรสชาติ 5 เรื่อง ผ่านผลงานการออกแบบประกอบบทกวีที่จะมาเล่าเรื่องถึงเบื้องหลังความรักเล็กๆ ในช่วงฤดูร้อนที่จะได้เห็นเหล่าผู้เล่าเรื่องราวตัวน้อย อาทิ นกหลากหลายชนิด หรือเจ้าหนูตัวจิ๋วที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก สะท้อนให้เห็นในรูปแบบเครื่องประดับอันหลากหลาย อย่าง แหวน กำไล ต่างหู และสร้อยข้อมือ โดยเน้นเทคนิคการลงยาให้เกิดสีสันสวยงามน่าทะนุถนอม ซึ่งถือเป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์ของแบรนด์ก็ว่าได้
       
       “ครั้งแรกที่ได้เห็นผลงานของเราไปวางอยู่ในที่ต่างๆ กัน เรามีความภูมิใจ เพราะมันคือการเดินทางที่ยาวนานของแต่ละแบรนด์ อย่าง Darunotai มีไปโชว์ที่มหาวิทยาลัยตอนเรียนจบและในห้างสรรพสินค้าที่ลอนดอน จนมาถึงเมืองไทย เรารู้สึกว่ามันเป็นการเดินทางที่ยาวนานมากจริงๆ ยิ่งแบรนด์ Charming Realism ที่เริ่มมาตั้งแต่เราวาดรูปไม่เป็น จนผลงานที่เราออกแบบมาอยู่ในตู้โชว์ที่เอ็มโพเรียม มันใช้เวลานานมาก พอปรางเห็นว่ามีคนพอใจในผลงานของเราแล้วเลือกที่จะซื้อไปใส่ เราก็ภูมิใจค่ะ สำหรับเป้าหมายและกลุ่มตลาด Darunotai จะเจาะกลุ่มตลาดยุโรป, Charming Realism เจาะกลุ่มตลาดญี่ปุ่นและอังกฤษ, มายาลักษณา ตอนแรกมองไว้แค่ตลาดไทย แต่เคยเอาไปโชว์ในงานแฟร์ที่อังกฤษ ปรากฏว่ามีรัสเซียและดูไบให้ความสนใจ ส่วน Magical Realism ต้องทำการบ้านเยอะขึ้น เพราะตอนเอาไปโชว์ มีหลายตลาดให้ความสนใจ ทาร์เก็ตกรุ๊ปค่อนข้างกว้างกว่าแบรนด์อื่นๆ ถ้าในไทยตอนนี้มีวางจำหน่ายที่เอ็มโพเรียม เซ็นทรัลชิดลม ในอนาคตจะมีวางที่สยามด้วยค่ะ”
       
       ด้วยความสามารถในการออกแบบจิวเวลรีที่มีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง แน่นอนว่านอกจากผลงานออกแบบของมะปรางจะเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติแล้ว ตอนนี้ผลงานของมะปรางคงจะกลายเป็น Wish List ที่ครองพื้นที่ในใจของสาวๆ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ดรุโณทัย วัชโรทัย” จิวเวลรีดีไซเนอร์หน้าใหม่ ไอเดียพุ่ง
       

“ดรุโณทัย วัชโรทัย” จิวเวลรีดีไซเนอร์หน้าใหม่ ไอเดียพุ่ง
       

“ดรุโณทัย วัชโรทัย” จิวเวลรีดีไซเนอร์หน้าใหม่ ไอเดียพุ่ง
       

“ดรุโณทัย วัชโรทัย” จิวเวลรีดีไซเนอร์หน้าใหม่ ไอเดียพุ่ง
       

“ดรุโณทัย วัชโรทัย” จิวเวลรีดีไซเนอร์หน้าใหม่ ไอเดียพุ่ง
       

 
SEARCH ::
 
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด




ข่าวล่าสุดในหมวด
“ดรุโณทัย วัชโรทัย” จิวเวลรีดีไซเนอร์หน้าใหม่ ไอเดียพุ่ง 3 เซเลบสาว...ฟินเวอร์! กับคู่ชีวิตต่างชาติ กิตติทัช ไกรฤกษ์ หนุ่มติสต์ หน้าใส ทายาทตระกูลไกรกฤษ์ หวานนอก แกร่งใน สไตล์ “ศุภมาส ลักษณวิศิษฏ์”
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 

CELEB ONLINE : Event | Gossip | World Celeb | Interview | Hot Topic | Mangmouth FASHION & BEAUTY : Fashion | Shopping | Tips & How To | Beauty Trend | Hair Alert | Fashion Guru | Beauty Guru | Celeb Look LIFESTYLE & TRAVEL : Dining Out | Travel | Check-in | Book | Home | Art Eye View ADVICE : Flirt | Consultant | Horo | Privacy Policy
CELEB ONLINE ASTV MANAGER CONTACT US