หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกมุมจีน | ธารประวัติศาสตร์
 

หง ซิ่วเฉวียน: ต้นแบบนักปฏิวัติจีน ตอนที่สาม(จบ) จากหง ซิ่วเฉวียน ถึงซุน ยัตเซ็น และเหมา เจ๋อตง :

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
5 พฤศจิกายน 2554 09:03 น.

หง ซิ่วเฉวียน: ต้นแบบนักปฏิวัติจีน ตอนที่สาม(จบ) จากหง ซิ่วเฉวียน ถึงซุน ยัตเซ็น และเหมา เจ๋อตง :
ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างการนำเสนอการวิจัยหัวเรื่อง หง ซิ่วเฉวียน ต้นแบบนักปฏิวัติจีน เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2554 ณ ห้องประชุมประกอบ หุตะสิงห์ อาคารเอนกประสงค์1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
หง ซิ่วเฉวียน: ต้นแบบนักปฏิวัติจีน ตอนที่สาม(จบ) จากหง ซิ่วเฉวียน ถึงซุน ยัตเซ็น และเหมา เจ๋อตง :
กองกำลังแห่งไท่ผิงเทียนกั๋ว, ภาพซ้าย: รูปปั้นผู้นำ หง ซิ่วเฉวียน, หง ซิ่วเฉวียนได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ซุน ยัตเซ็น และเหมา เจ๋อตง ทั้งสองท่านได้เขียนแสดงความชื่นชมและนับถือหัวหน้ากบฏไท่ผิงท่านนี้ไว้มากมายหลายครั้ง

หง ซิ่วเฉวียน: ต้นแบบนักปฏิวัติจีน ตอนที่สาม(จบ) จากหง ซิ่วเฉวียน ถึงซุน ยัตเซ็น และเหมา เจ๋อตง :
ซุน จงซัน หรือซุน ยัตเซ็น(1866-1925) ผู้นำการปฏิวัติซินไฮ่ที่โค่นล้มราชวงศ์ชิงในปี 1911 ซุน ยัตเซ็นชื่นชมหง ซิ่วเฉวียน ในฐานะต้นแบบนักชาตินิยมจีนฮั่น และเปรียบการปฏิวัติจีนเป็นการสานต่ออุดมการณ์การล้มล้างราชวงศ์ชิงที่หงได้ริเริ่มเมื่อเกือบ 100 ปีที่ผ่านมา

หง ซิ่วเฉวียน: ต้นแบบนักปฏิวัติจีน ตอนที่สาม(จบ) จากหง ซิ่วเฉวียน ถึงซุน ยัตเซ็น และเหมา เจ๋อตง :
เหมา เจ๋อตง แห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้สร้างความตื่นตะลึงแก่ชาวโลกโดยยืนยันใช้แรงงานภาคเกษตรปฏิวัติสังคมนิยมจีน

หง ซิ่วเฉวียน: ต้นแบบนักปฏิวัติจีน ตอนที่สาม(จบ) จากหง ซิ่วเฉวียน ถึงซุน ยัตเซ็น และเหมา เจ๋อตง :
ภาพแกะสลักการต่อสู้ของขบวนการไท่ผิง

คลิกอ่าน_ หง ซิ่วเฉวียน: ต้นแบบนักปฏิวัติจีน ตอนที่หนึ่ง...ขบวนการไท่ผิง ‘กบฏ’ หรือ ‘ปฏิวัติ’ ?
       
       คลิกอ่าน_ หง ซิ่วเฉวียน: ต้นแบบนักปฏิวัติจีน ตอนที่สอง ...หง ซิ่วเฉวียน เคลื่อนไหวขบวนการไท่ผิง ในนาม‘น้องชายพระเยซู’
       

       
       ความสามารถอันน่าทึ่งของหง ซิ่วเฉวียน ในการนำเอาแนวคิดที่ดูแปลกแยกแตกต่างไปจากวิถีจีนอย่างที่สุดมาปรับใช้ให้เข้ากับจริตของสังคมจีนแบบดั้งเดิมได้อย่างน่าอัศจรรย์นี้ ได้กลายมาเป็นคุณสมบัติสำคัญอันจะขาดไม่ได้เลยในผู้นำการปฏิวัติในประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ ความสามารถที่ว่านี้ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เห็นคล้อยตามไปด้วยว่าสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปนั้น นอกจากจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมธรรม ยังเป็นสิ่งที่มีอยู่ในวิถีวัฒนธรรมจีนด้วย เป็นสิ่งที่เป็นแก่นแท้เป็นรากเหง้าอันดีงามแห่งประชาชาติจีนที่ถูกผู้ปกครองหยาบช้าสามานย์ละเลยและหลงลืมไป

       
       ที่สำคัญที่สุดคือความสามารถในการนำเอาแนวคิดจากต่างชาติต่างวัฒนธรรมมาปรับเปลี่ยนดัดแปลงให้กลายเป็นอุดมการณ์สำคัญผลักดันขบวนการชาตินิยม/ชาติพันธุ์นิยมในชนบทจีน หงจัดเป็นนักชาตินิยมต้นแบบ และยังเป็นนักสังคมนิยมพื้นถิ่นที่จินตนาการวิธีการทำสังคมให้เท่าเทียมกันได้โดยขจัดกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล
       
       ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตัวอย่างความสำเร็จสั้นๆของหง ซิ่วเฉวียนได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ซุน ยัตเซ็น และเหมา เจ๋อตง ทั้งสองท่านได้เขียนแสดงความชื่นชมและนับถือหัวหน้ากบฏไท่ผิงท่านนี้ไว้มากมายหลายครั้ง
       
       ซุน ยัตเซ็นชื่นชมหง ซิ่วเฉวียน ในฐานะต้นแบบนักชาตินิยมจีนฮั่น และเปรียบการปฏิวัติจีนเป็นการสานต่ออุดมการณ์การล้มล้างราชวงศ์ชิงที่หงได้ริเริ่มเมื่อเกือบ 100 ปีที่ผ่านมา เหมา เจ๋อตงเองก็มองขบวนการไท่ผิงในฐานะรากเหง้าแห่งขบวนการสังคมนิยมของจีน และหนทางทางปฏิรูปที่ดินในสังคมเกษตรของหงนั้นมีอิทธิพลต่อแนวทางการสถาปนาแนวคิดสังคมนิยมเกษตรแบบเหมาอย่างมีนัยสำคัญ แม้ท้ายที่สุดองค์กรการเมืองที่ซุน ยัตเซ็น และเหมา เจ๋อตงก่อตั้งขึ้นจะเติบโตในแนวทางที่ตรงข้ามกันอย่างแทบจะสิ้นเชิง และเป็นต้นตอการแบ่งแยกประชาชาติจีนที่สองฝากฝั่งช่องแคบไต้หวัน ณ ปัจจุบัน
       
       อาจารย์วาสนาได้หยิบยกเปรียบเทียบลักษณะสำคัญหลายประการของนักปฏิวัติสองท่านนี้ กับหง ซิ่วเฉวียน และพบว่าหนทางสู่การเป็นนักปฏิวัติของซุน และเหมานั้น ต่างก็มีรากฐานมาจากแรงบันดาลใจเดียวกันนั่นเอง
       
       หง ซิ่วเฉวียนกับการเป็นนักศึกษา นักวิชาการ และการรับราชการ
       หง ซิ่วเฉวียน ซุน ยัตเซ็น และเหมา เจ๋อตง ต่างมีจุดร่วมในรากฐานการศึกษา มีความเป็นนักวิชาการ และมีความมุ่งหวังในการเข้ารับราชการ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของอารยธรรมจีนและวัฒนธรรมขงจื่อ ความมุ่งหวังในการเข้ารับราชการมีส่วนสำคัญในการก่อร่างแนวคิดของนักปฏิวัตินามอุโฆษทั้งสามท่านนี้ หงมีความพยายามในการสอบเข้ารับราชการถึง 4 ครั้ง ส่วนซุน ยัตเซ็น ก่อนที่จะเข้าสู่เส้นทางปฏิวัติได้เดินทางไปพบขุนนางแมนจูนักพัฒนาคนสำคัญคือ หลี่ หงจาง ด้วยความมุ่งหวังจะเข้ารับราชการช่วยผลักดันการพัฒนาจีนให้ทันสมัยตามแนวทางของหลี่ สำหรับเหมา เจ๋อตงก็เริ่มปรากฏตัวท่ามกลางนักคิดหัวก้าวหน้าของจีนในต้นศตวรรษที่ 20 เข้าทำงานในห้องสมุดมหาวิทยาลัยปักกิ่ง
       
       การศึกษาทำให้คนอย่างหง ซุน และเหมามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบสังคมและวัฒนธรรมจีน แต่ที่สำคัญนักปฏวัติทั้งสามท่านมีการศึกษาที่ไม่ดีพอที่จะเข้าสู่ระบบราชการได้ การที่พวกเขาไม่ได้เข้าสู่ระบบราชการ ทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ ณ ชายขอบ ได้สัมผัสกับความยากลำบากของชีวิต ซึ่งทำให้ทั้งสามท่านตระหนักลึกซึ้งถึงความอยุติธรรม และความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่มีรากฐานมาจากระบบการศึกษาและระบบราชการแบบประเพณีซึ่งปิดกั้นความก้าวหน้าของพวกเขา และความคับข้องใจนี้ย่อมเป็นรากฐานสำคัญของความตั้งใจล้มล้างระบบอันไม่เป็นธรรมนี้
       
       ผลพวงสำคัญของการได้รับการศึกษาไม่ดีพอที่จะเอาดีในระบบราชการ ทำให้พวกเขาไม่ถูกครอบงำทางความคิดโดยระบบการศึกษาแบบเก่า ทำให้นักปฏิวัติทั้งสามท่านมีพื้นที่ในการปรับเปลี่ยนผสมผสานจับแพะชนแกะแนวคิดต่างๆเพื่อสร้างแนวทางใหม่ที่เห้นว่าเหมาะสมกับสังคมจีน ลักษณะการจับแพะชนแกะทางความคิดนี้ เห็นได้ชัดในปรัชญาการเมืองของซุน ยัตเซ็น และเหมา เจ๋อตง ซึ่งเป็นปรัชญาการเมืองแบบที่นักปรัชญาตะวันตกที่ทั้งสองท่านอ้างถึง มองว่าเป็น “ลัทธิแก้”
       
       นักปฏิวัติจีนที่ประสบความสำเร็จต้องสามารถนำแนวคิดตะวันตกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความก้าวหน้าทันสมัย และแสนยานุภาพของโลก มาผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิมที่เป็นที่คุ้นเคยของสังคมจีนได้อย่างลงตัว จึงอาจชนะใจมหาชนชาวจีนได้
       
       ความสามารถในการจับแพะชนแกะทางความคิดได้ถูกถ่ายทอดในหมู่นักปฏิวัตจีนรุ่นหลัง จนปัจจุบันเราก็ได้เห็นประดิษฐ์กรรมทางอุดมการณ์ปฏิวัติจีน ไม่ว่าจะเป็น สังคมนิยมแบบจีน หนึ่งประเทศสองระบบ หลักทฤษฎีสามตัวแทน
       
       การปฏิรูปที่ดินและการขับเคลื่อนแรงงานภาคเกษตร: ขุมพลังอันยั่งยืนของนักปฏวัติจีน
       
       “ไม่มีนักปฏิวัติคนใดปลุกระดมมหาชนชาวจีนซึ่งเป็นส่วนใหญ่เป็นชาวนาโดยปราศจากนโยบายปฏิรูปที่ดินแบบใดแบบหนึ่ง ดังนั้น กบฏชาวนาจึงมักถูกนำมาตกแต่งยำรวมเข้ากับแนวคิดการเมืองตะวันตกสองสามอย่างและจัดโครงสร้างให้มีระเบียบแลดูมีประสิทธิภาพ นี่คือ เหตุผลสำคัญที่ลัทธิไตรราษฎร์ของซุน ยัตเซ็น ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงไม่จบจนถึงทุกวันนี้ว่าเป็นคอมมิวนิสต์ หรือประชาธิปไตย หรือทั้งสองอย่าง
       
       “และขณะที่มาร์กซ์และเลนินยึดถือการขับเคลื่อนการปฏิวัติโดยชนชั้นกรรมาชีพในภาคอุตสาหกรรม เหมา เจ๋อตงได้สร้างความตื่นตะลึงแก่ชาวโลกโดยยืนยันใช้แรงงานภาคเกษตรปฏิวัติสังคมนิยมจีน ถ้าเราหวนกลับไปศึกษาแนวนโยบายของกบฏไท่ผิง ก็จะพบว่านวัตกรรมสังคมนิยมเกษตรของเหมาไม่ใช่ความคิดใหม่ การปฏิรูปที่ดินคือการเอาใจชาวนายากจนที่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งเป็นตัวตัดสินชัยชนะของการปฏิวัติ ซึ่งข้อนี้ ผู้นำการเมืองจีนรู้กันมานานตั้งแต่มาร์กซ์ เลนิน ยังไม่เกิดด้วยซ้ำ”
       
       แนวคิดทางการเมืองของทั้งซุน และเหมานั้น ยิ่งวิเคราะห์ ยิ่งเปรียบเทียบ ก็ยิ่งเห็นความย้อนแยงไม่ลงรอยกับแนวทางที่พากันอ้างว่าเป็นต้นแบบตะวันตก ทั้งประชาธิปไตย สังคมนิยม หรือแม้แต่ชาตินิยม และมักโดนนักปรัชญาการเมืองสายต้นตำรับของตะวันตกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น “ลัทธิแก้”
       
       ด้านนักวิชาการจีนศึกษาจำนวนมากทั้งในประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ยังคงเพียรสืบค้นรากฐานความคิดปฏิวัติของซุน ยัตเซ็น และเหมา เจ๋อตง จากความคิดฝรั่งที่เขารับมาเมื่อเติบโตขึ้นแล้ว โดยละเลยที่จะพิจารณาต้นเหตุภายในประวัติศาสตร์จีนเองซึ่งส่งอิทธิพลกับพวกเขามากกว่า ถ้าลองได้หันมาศึกษาหง ซิ่วเฉวียน และกบฏไท่ผิงอย่างจริงจัง อาจพบว่าสาวกของท่านประธานเหมาที่เพียรพากศึกษา ‘สรรนิพนธ์เหมา’ อยู่ทุกวันนี้ อันที่จริงแล้วไม่ได้สืบเชื้อสายทางความคิดจากมาร์กซ์หรือเลนิน แต่เป็นสาวกที่ไม่รู้ตัวของน้องชายพระเยซูต่างหาก!

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ภาพวันวานของหญิงผู้ยิ่งใหญ่ “ซ่ง ชิ่งหลิง” ยังอยู่ในความทรงจำชาวจีนมา 120 ปี
เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
หง ซิ่วเฉวียน: ต้นแบบนักปฏิวัติจีน ตอนที่สาม(จบ) จากหง ซิ่วเฉวียน ถึงซุน ยัตเซ็น และเหมา เจ๋อตง :
หง ซิ่วเฉวียน: ต้นแบบนักปฏิวัติจีน ตอนที่สอง ...หง ซิ่วเฉวียน เคลื่อนไหวขบวนการไท่ผิง ในนาม‘น้องชายพระเยซู’
หง ซิ่วเฉวียน: ต้นแบบนักปฏิวัติจีน ตอนที่หนึ่ง...ขบวนการไท่ผิง ‘กบฏ’ หรือ ‘ปฏิวัติ’ ?
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 10 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 9 คน
90 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
10 %
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นับว่าเป็นนักวิชาการที่มีความคิดตื้นขิน มองอะไรอย่างผิวเผินและมักง่าย ไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกันจีนอย่างแท้จริง ไม่รู้วิธีคิดและวิธีการต่อสู้แบบจีน คิดว่าจะต้องเลียนแบบผู้อื่นอยู่ร่ำไป
จีนนั้นมีหลักปรัชญาคล้ายคลึงกับพุทธ ตั้งแต่ เหลาจื้อ มาการคิดนั้นเน้นหลักมัชชิมา จึงเกิด ทฤษฏี 1ประเทศหลายระบบ (ไม่ใช่แค่2ระบบตามที่เข้าใจกัน) และอีกมากมายนัก ด้วยเหตุนี้ เติ้งจึงบอกว่าคนที่จะรบกับจีนควรไปศึกษาประวัติศาสตร์ 5,000 ปีของจีนเสียก่อนไงเล่า
เข้าใจ๋ !
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014