หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกมุมจีน | ธารประวัติศาสตร์
 

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
10 ธันวาคม 2555 16:31 น.
        ปีนี้เป็นปีครบรอบปีที่ 15 ของการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของผู้นำสูงสุดเติ้ง เสี่ยวผิง ชีวิตของเติ้ง เสี่ยวผิง (1904-1997) เสมือนคลื่นใหญ่ซัดสาดแผ่วงกระเพื่อมกว้างไกล มหัศจรรย์ เต็มไปด้วยสีสัน ผู้นำเติ้งเผชิญอุปสรรคที่เข้ามาปะทะ ผลักให้ตกลงไปในหุบเหวแห่งชีวิต และได้หวนกลับขึ้นมาสู่เกียรติภูมิอันรุ่งโรจน์ถึงสามครั้งสามคราบนเส้นทางการเมือง สิ่งที่ท่านตัดสินและลงมือทำได้สร้างความตื่นตะลึงแก่โลก การปราศรัยระหว่างตรวจการเขตเศรษฐกิจภาคใต้ นโยบายปฏิรูปเปิดประเทศ ที่ทำให้ประเทศจีนพลิกโฉมอย่างมหัศจรรย์ ความกล้าหาญ สติปัญญา ชีวิตที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เหลือล้นเหล่านี้ ยังคงติดตรึงประทับอยู่ในจิตใจผู้คนอย่างไม่รู้ลืม
       
       สื่อจีนได้นำเสนอภาพห้วงเวลาแห่งชีวิต 18 ภาพ 18 เรื่อง เพื่อสะท้อนถึงชีวิตที่น่าอัศจรรย์ของเติ้ง เสี่ยวผิง ชายร่างเล็ก ผู้มีฉายา “เสือเตี้ย”หรือ “แมวเก้าชีวิต” โดยลำดับตามความน่าสนใจ ที่มา: เหรินหมินรื่อเป้า

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        "หนึ่งนิ้วของเติ้ง ที่ทำโลกตะลึง": วันที่ 4 มิ.ย. 1985 (2528) ในการประชุมใหญ่คณะกรรมการธิการทหารกลาง ณ มหาศาลาประชาคม กรุงปักกิ่ง ขณะนั้นเติ้ง เสี่ยวผิงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการธิการทหารกลาง ค่อยๆชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว กล่าวว่า“กองทัพปลดแอกประชาชนจีนตัดลดกำลังทหาร 1,000,000 คน” พลัน...ผู้สื่อข่าวแห่งสำนักข่าวซินหวาก็ได้เก็บภาพประวัติศาสตร์ในชั่วขณะที่ลั่นวาจานี้ไว้ ต่อมา กลุ่มสื่อเทศจึงได้ขนานนามเติ้ง เสี่ยวผิง “นิ้วเดียว ที่ลดกำลังทหารหนึ่งล้าน” สร้างความตื่นตะลึงแก่ชาวโลก

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        ฝ่าขวากหนามบนเวทีการเมืองครั้งแรก: เดือนมกราคม ค.ศ.1933 (2476) คณะกรรมการกลางเฉพาะกาลแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ย้ายจากนครเซี่ยงไฮ้ มายังฐานที่มั่นการปฏิวัติกลาง (Central Revolutionary Base Area)ในมณลเจียงซี คณะกรรมการกลางเฉพาะกาลฯนำโดยหวัง หมิง กำลังถลำสู่เส้นทางลัทธิสุ่มเสี่ยงเอียงซ้าย กลุ่มที่ต่อต้านได้พยายามใช้แนวคิดของเหมา เจ๋อตงเข้าคัดค้าน การเผชิญหน้าทางความคิดนี้ เป็นเหตุให้เติ้ง เสี่ยวผิงซึ่งสนับสนุนแนวคิดเหมา ต้องกระเด็นจากเวทีอำนาจการเมือง โดยในปลายเดือนมีนาคม คณะกรรมการกลางเฉพาะกาลฯได้ประณามเติ้ง เสี่ยวผิง พร้อมกับริบตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการศูนย์กลางในอำเภอฮุ่ยชัง นับเป็นการเผชิญอุปสรรคการเมืองครั้งแรก

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        "คาวบอยเติ้ง เสี่ยวผิง": ภาพที่สร้างความประทับใจแก่ชาวอเมริกันระหว่างที่เติ้ง เสี่ยวผิงเยือนสหรัฐฯปี 1979 (2522) ก็คือ การที่ผู้นำเติ้งสวมหมวกคาวบอยเข้าชมการแสดงขี่ม้าที่หมู่บ้านซิมอนตันใกล้กับฮุสตัน สหรัฐอเมริกา นับเป็นท่าทีปฏิสัมพันธ์แบบ “เข้าเมืองตาลิ่วก็ลิ่วตาตาม” สะท้อนว่าผู้นำจีนเคารพนับถือวัฒนธรรมอเมริกัน และเป็นการแสดงถึงความรู้สึกเป็นมิตรกับอเมริกันชน

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        เติ้ง เสี่ยวผิง ตรวจการภาคใต้ การปฏิรูปเปิดประเทศก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว: ระหว่างวันที่ 18-21 มกราคม 1992 (2535) เติ้ง เสี่ยวผิง เดินทางไปยังอู่ชัง เซินเจิ้น จูไห่ เซี่ยงไฮ้ และเขตอื่นๆ เพื่อตรวจการการพัฒนาในพื้นที่ และได้กล่าวปราศรัยครั้งสำคัญ เพื่อให้ผู้คนเข้าใจกระจ่างในการปฏิรูป

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        "พายุหมุนเติ้ง เสี่ยวผิง" ที่เกาะญี่ปุ่น: บ่ายวันที่ 25 ตุลาคม 1978 (2521) เติ้ง เสี่ยวผิงแถลงในที่ประชุมข่าวที่กรุงโตเกียว เมื่อผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นถามปัญหาการคืนเกาะ ‘เซนกากุ’ ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที ทุกคนต่างเงี่ยหูฟังคำตอบของเติ้ง เสี่ยวผิงอย่างใจระทึก แต่เติ้ง เสี่ยวผิงกลับตอบด้วยสีหน้าปกติ ‘เกาะเซนกากุ’ พวกเราเรียกว่า ‘เกาะเตี้ยวอี๋ว์’ ชื่อเกาะแห่งนี้เราเรียกไม่เหมือนกัน ทั้งสองฝ่ายมีวิธีคิดไม่เหมือนกัน ในการบรรลุการปรับความสัมพันธ์ปกติระหว่างจีนกับญี่ปุ่น(1972-2515) เราสัญญากันแล้วว่าจะไม่หยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาถกเถียง

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        เติ้ง เสี่ยวผิง เสนอ “หนึ่งประเทศสองระบบ” ครั้งแรก: หลังการประชุมผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์ทั่วประเทศสมัยที่ 11 เติ้ง เสี่ยวผิงได้เสนอแนวความคิด “หนึ่งประเทศ สองระบบ”สำหรับแก้ไขปัญหาฮ่องกงและไต้หวัน วันที่ 24 ตุลาคม 1982 (2525) เติ้ง เสี่ยวผิง ได้ประชุมกับนายกรัฐมนตรีแห่งอังกฤษ มาร์กาแรต แทตเชอร์ ในการประชุมฯดังกล่าวได้วางพื้นฐานการแก้ไขปัญหาคืนดินแดนฮ่องกง วันที่ 19 ธันวาคม 1984 จีนและอังกฤษได้ลงนามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยปัญหาฮ่องกง แทตเชอร์กล่าวว่า “หนึ่งประเทศสองระบบ” เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมที่สุด เป็นแนวคิดที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ เป็นเสาหลักในการแก้ไขปัญหาฮ่องกง เติ้ง เสี่ยวผิงกล่าวหลายครั้งว่า ความฝันสูงสุดของฉันคือมีชีวิตอยู่ถึงปี 1997 ปีที่ฮ่องกงกลับสู่มาตุภูมิ ฉันจะไปเยือนที่นั่น แต่เติ้ง เสี่ยวผิง ก็จากไปก่อนวันส่งมอบเกาะฮ่องกงแก่จีนเพียงไม่กี่เดือน

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        “5 ปีแล้ว การพัฒนาก้าวหน้าไปถึงไหน ผมจะต้องไปดูด้วยตาตัวเอง” : ปลายเดือนมกราคม 1984 (2527) เติ้ง เสี่ยวผิง เริ่มเดินทางไปตรวจการเขตเศรษฐกิจพิเศษครั้งแรก จากเขตเศรษฐกิจเซินเจิ้น จูไห่ เติ้งเขียนข้อความแนะแนวทางทำให้ชาวเซินเจิ้นนั่งกันไม่ติด เวลานั้น จังหรงผู้รับผิดชอบการต้อนรับอาคันตุกะจากเซินเจิ้นได้รุดมายังก่วงตง รอคำแนะแนวทางจากเติ้ง เสี่ยวผิง ซึ่งได้ระบุว่า“ประสบการณ์และการพัฒนาในเซินเจิ้น ได้พิสูจน์ว่า นโยบายการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของเราถูกต้อง”

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        หลังจากปลดเกษียณ ใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างอบอุ่น: วันที่ 9 พฤศจิกายน 1989 การประชุมผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนทั่วประเทศสมัยที่ 13 ยอมรับคำร้องขอลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการทหารกลางของเติ้ง เสี่ยวผิง เมื่อเติ้ง เสี่ยวผิงได้ปลดเกษียณ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอบอุ่นอยู่กับลูกๆหลานๆ ชีวิตประจำวันของท่านดำเนินไปอย่างมีระเบียบวินัย เติ้ง เสี่ยวผิง ติดตามการแข่งขันกีฬาอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย และชื่นชอบการชมฟุตบอลเป็นพิเศษ เติ้ง เสี่ยวผิงชอบการออกกำลังกายเป็นที่สุด แต่ละวันก่อนเดินเล่น ก็จะทำท่ากายบริหาร ทั้งการยืดแขน-ขา หมุนเอว ซึ่งเป็นการบริหารร่างกายอย่างง่ายที่สุด แต่เขาก็ปฏิบัติบัติอย่างเคร่งครัดมาก เติ้ง เสี่ยวผิงชอบเด็กมาก มีบุตรธิดา 5 คน หลาน 4 คน หลังจากที่ปลดเกษียณแล้ว เขาใช้เวลาอยู่กับหลานมากขึ้น และก็ทำให้เขาดูอ่อนเยาว์ขึ้นด้วย

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        เติ้ง เสี่ยวผิง วิพากษ์วิจารณ์ “สองประการที่ต้องยึดถือปฏิบัติไม่ว่าอย่างไรก็ตาม*”-- วันที่ 10 เมษายน 1977(2520) เติ้ง เสี่ยวผิงเขียนจดหมายไปยังคณะกรรมการกลางพรรคฯ เกี่ยวกับ “สองประการที่ต้องยึดถือปฏิบัติไม่ว่าอย่างไรก็ตาม” อรรถาธิบายถึงทัศนะท่าทีต่อหลักทฤษฎีเหมา เจ๋อตง ที่ถูกต้องสอดคล้องกับความเป็นจริง“พวกเราจะต้องสืบทอดหลักทฤษฎีเหมา เจ๋อตง อย่างบริบูรณ์ถูกต้อง ชี้นำพรรคฯ กองทัพ และประเทศทั้งหมดทั้งมวล ผลักดันภารกิจสังคมนิยมและพรรคฯ การเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์สากล ให้ก้าวไปข้างหน้าสู่ชัยชนะ
       (ภาพ--เดือนมีนาคม 1978 เติ้ง เสี่ยวผิงพบปะกับผู้แทนการประชุมใหญ่บัณทิตยสถาน)
       
       * สองประการที่ต้องยึดถือปฏิบัติไม่ว่าอย่างไรก็ตาม” (两个凡是/Two Whatevers) ได้แก่ “(1)ทุกอย่างที่เหมา เจ๋อตงได้ตัดสิน เราจะต้องปกป้องอย่างเหนียวแน่น (2)ทุกอย่างที่เหมา เจ๋อตง ได้ชี้นำ เราจะต้องยึดถือตลอดไป” เป็นคำกล่าวของฮว่า กั๋วเฟิง ทายาทการเมืองของเหมา เจ๋อตง กล่าวในตอนสิ้นสุดยุคปฏิวัติวัฒนธรรม

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        “คุณทำได้ดีมาก!”โจว เอินไหล กล่าวกับเติ้ง เสี่ยวผิง: บ่ายวันที่ 20 กันยายน 1975 แพทย์เตรียมการผ่าตัดใหญ่แก่โจว เอินไหล โจว เอินไหลนอนอยู่บนรถเข็นที่กำลังถูกเข็นไปยังห้องผ่าตัด ท่านได้ถามคนรอบข้างว่า "เสี่ยวผิงมาหรือยัง?” เมื่อได้ยินเสียงเรียกถามถึง เติ้ง เสี่ยวผิงก็รีบเดินมาข้างหน้า มาอยู่ข้างๆโจว เอินไหล โจว เอินไหลรวบรวมแรงยื่นมือออกไปจับมือของเติ้ง เสี่ยวผิงไว้แน่น และรวบรวมพลังเปล่งเสียงดังออกมา “หนึ่งปีมานี้ คุณทำได้ดีมาก ดีมากกว่าผมเสียอีก!” (ภาพ เติ้ง เสี่ยวผิงในห้องรับแขกของเหมา เจ๋อตง ปี 1975)

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        เติ้ง เสี่ยวผิง เผชิญชะตาชีวิต “สามขึ้น สามลง” : เติ้ง เสี่ยวผิงเผชิญมรสุมชีวิตการเมืองครั้งแรก ที่เขตฐานการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในต้นทศวรรษที่ 1930 ที่ขณะนั้นเป็น "เขตโซเวียตกลางในมณฑลเจียงซี หรือ โซเวียต เจียงซี" เวลานั้นปั๋ว กู่ สมาชิกในคณะรัฐบาลเฉพาะกาลฯ ได้เป็นตัวแทนนำขบวนผลักดันลัทธิสุ่มเสี่ยงเอียงซ้าย ขณะที่ เติ้ง เสี่ยวผิง เหมา เจ๋อถัน ซย่า เวยจวิ้น และสมาชิกอื่นๆ สนับสนุนแนวทางที่ถูกต้องของเหมา เจ๋อตง และต่อต้านยุทธวิธี “เมืองเป็นศูนย์กลาง” นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เติ้ง เสี่ยวผิงถูกโจมตีอย่างหนัก และถูกคุมขังในคุก อีกทั้งยังถูกเพิกถอนตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการศูนย์กลางฮุ่ยชังและผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาการมณฑลเจียงซี ตลอดจนถูกตักเตือนอย่างร้ายแรง ในปีนั้นเติ้ง เสี่ยวผิง อยู่ในวัย 29 ปี กระทั่ง ‘การประชุมจวินอี้’ (遵义会议)ปี 1935 ที่ประชุมฯรับรองแนวทางของเหมา เจ๋อตง เป็นแนวทางใหม่ของการปฏิวัติ ชะตาชีวิตที่ได้ตกลงไปและทะยานขึ้นมาอีกครั้ง ของเติ้ง เสี่ยวผิง ก็ดำเนินมาครบวงจร แห่งการ “ลง-ขึ้น”

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        ชะตาชีวิต “ลง-ขึ้น” ครั้งที่สอง: เติ้ง เสี่ยวผิง ประสบความทุกข์แสนสาหัสที่สุดระหว่างยุคปฏิวัติวัฒนธรรม ที่เริ่มเปิดฉากในปี 1966 (2509) ครอบครัวเติ้งถูกส่งไปใช้แรงงานในโรงงานในมณฑลเจียงซี หลังเหตุการณ์ผู้นำกลุ่มต่อต้านการปฏิวัติที่คิดโค่นล้มเหมา เจ๋อตง คือหลิน เปียว ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกเสียชีวิตเมื่อปี 19 มีนาคม ปี 1971(2514) เติ้ง เสี่ยวผิง ก็ได้เขียนจดหมายถึงเหมา เจ๋อตงสองครั้ง เรียกร้องขอกลับมาทำงาน และเหมา เจ๋อตงได้ตอบรับ ในปี 1973 เติ้ง เสี่ยวผิง ได้หวนคืนสู่เวทีการเมืองอีกครั้ง ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีแห่งคณะมุขมนตรี และในต้นปี 1975 เติ้ง เสี่ยวผิงได้ดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ รองนายกรัฐมนตรีลำดับที่หนึ่งแห่งคณะมุขมนตรี รองประธานคณะกรรมการทหารกลางควบตำแหน่งเสนาธิการทหารร่วม เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการปฏิบัติงานประจำวันของทั้งพรรคฯ การปกครองบริหาร และการทหาร (ภาพ เติ้ง เสี่ยวผิง ตรวจการเขตชนบท)

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        ชะตาชีวิต “ลง-ขึ้น” ครั้งที่สาม: อุบัติขึ้นระหว่างปี 1976-1977 (2519-2520)การเคลื่อนไหว “กระแสวิพากษ์เติ้ง ฟื้นกรณีกวาดล้างกลุ่มเอียงขวา” ได้ผลักเติ้ง เสี่ยวผิงลงจากอำนาจการเมืองอีกครั้ง กระทั่งการประชุมผู้แทนพรรคฯ เติ้ง เสี่ยวผิงจึงได้หวนคืนสู่อำนาจการเมือง เติ้ง เสี่ยวผิงเผชิญมรสุมชีวิตที่ปะทะชีวิตล้มลงไปและได้หวนคืนสู่อำนาจถึง 3 ครั้งนี้ ทำให้ต่างชาติขนานนามเติ้งว่า “คนร่างเล็ก ที่มิอาจโค่นล้มไปตลอดกาล” หรือ “แมวเก้าชีวิต”

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        เติ้ง เสี่ยวผิงเยือนแดนอภิมหาอำนาจแห่งสหภาพโซเวียต: นายกรัฐมนตรีแห่งสหภาพโซเวียต นิกิตา ครุชเชฟ (1958-1964) กล่าวว่า “คนๆนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ ผมเคยติดต่อกับเขา ในปี 1956 (2499) เขาก็มา อย่าดูเบาว่าเขาเป็นคนตัวเล็ก สติปัญญาและความคิดของเขา สูงล้ำมาก”

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        เติ้ง เสี่ยวผิง ผูกพันธ์กับทะเล : เติ้ง เสี่ยวผิงชื่นชอบการว่ายน้ำมาก โดยเฉพาะการว่ายน้ำในท้องทะเล เติ้งกล่าวว่า “สุขภาพร่างกายของผมยังดีอยู่ สมองยังปลอดโปร่ง ความจำก็ยังดี ผมว่ายน้ำในแม่น้ำเป่ยไต้ทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมง ไม่ชอบว่ายน้ำในสระว่ายน้ำ การว่ายน้ำท่ามกลางธรรมชาติ ที่ทำให้รู้สึกถึงอิสระเสรี และมีพลังมาก”

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        แนวคิดยุติปัญหาจีนสองฝากฝั่ง : เติ้งเสนอของ “แนวคิดหกประการ” (Six Conceptions) เพื่อยุติปัญหาแบ่งแยกดินแดนสองฝากฝั่ง (ภาพเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1984) เติ้ง เสี่ยวผิง พบปะกับคณะผู้แทนจากศูนย์การศึกษากิจการระหว่างประเทศและยุทธศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ สหรัฐอเมริกา (Center for Strategic and International Studies) กล่าวว่า ข้อเสนอรูปแบบรวมชาติระหว่างแผ่นดินใหญ่และไต้หวัน ตาม “แนวคิดหกประการ” นี้ เหมาะสมที่สุด

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        เปิดกว้างปฏรูปชนบท “พวกคุณทำเช่นนี้ต่อไป”: ฤดูใบไม้ผลิ ปี 1978 (2531) ชาวนา 18 ครัวเรือนในหมู่บ้านเสี่ยวกัง อำเภอเฟิ่งหยัง มณฑลอันฮุย ได้แอบทำสัญญาจัดสรรที่ดิน เมื่อเติ้ง เสี่ยวผิงได้ยินเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดินในเขตชนบทแห่งนี้ ก็สนับสนุน “พวกคุณทำเช่นนี้ต่อไป แสวงหาจากประสบการณ์จริงกันต่อไป มิต้องจำกัดรูปแบบ การทดลองรูปแบบวิธีการต่างๆ จะทำให้เกษตรกรมั่งคั่งกันขึ้นมาได้” วันที่ 31 พฤษภาคม 1980 เติ้ง กล่าวสนับสนุนประสบการณ์การปฏิรูปชนบทในอันฮุย และที่อื่นๆ

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
        เติ้ง เสี่ยวผิงได้หวนคืนสู่เวทีการเมือง: สร้างความฮือฮาใหญ่ วันที่ 12 เมษายน 1973 โจว เอินไหลได้จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำต้อนรับเจ้านโรดมสีหนุแห่งกัมพูชาที่มหาศาลาประชาชน โจว เอินไหลได้พารองนายกรัฐมนตรีเติ้ง เสี่ยวผิง เดินคู่กันมาต้อนรับเจ้าสีหนุ นับเป็นครั้งแรกที่เติ้ง เสี่ยวผิงได้ปรากฏตัวในที่สาธารณะนับจากวันที่กระเด็นออกจากเวทีการเมืองปี 1967 (2510) แม้ในการประชุมนี้เขาจะไม่ได้กล่าวคำปราศรัยใดๆ แต่การปรากฏตัว ณ ที่นี้ ของเติ้ง ก็ได้ประกาศชัดว่าเติ้งได้กลับสู่อำนาจการเมืองแล้ว สร้างความฮือฮาแก่วงการมาก ผู้สื่อข่าวต่าวชาติได้เสนอข่าวใหญ่ “เติ้ง เสี่ยวผิง กลับมาแล้ว!”
       ภาพ: เมษายน 1973 โจว เอินไหล จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำต้อนรับเจ้าสีหนุ โดยมีเติ้ง เสี่ยวผิง ปรากฏกายคู่กับโจว เอินไหล

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ภาพวันวานของหญิงผู้ยิ่งใหญ่ “ซ่ง ชิ่งหลิง” ยังอยู่ในความทรงจำชาวจีนมา 120 ปี
เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก
หง ซิ่วเฉวียน: ต้นแบบนักปฏิวัติจีน ตอนที่สาม(จบ) จากหง ซิ่วเฉวียน ถึงซุน ยัตเซ็น และเหมา เจ๋อตง :
หง ซิ่วเฉวียน: ต้นแบบนักปฏิวัติจีน ตอนที่สอง ...หง ซิ่วเฉวียน เคลื่อนไหวขบวนการไท่ผิง ในนาม‘น้องชายพระเยซู’
หง ซิ่วเฉวียน: ต้นแบบนักปฏิวัติจีน ตอนที่หนึ่ง...ขบวนการไท่ผิง ‘กบฏ’ หรือ ‘ปฏิวัติ’ ?
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 92 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 85 คน
93 %
ไม่เห็นด้วย 7 คน
7 %
ความคิดเห็นที่ 24 +144 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เติ้ง (จีน) แมวเก้าชีวิต - ชีวิตมีขึ้นมีลง
เตี้ย (ไทย) เหิ้ยทั้งชีวิต - ชีวิตมีแต่ลงนรก ไม่มีขึ้นสวรรค์
ตะกวดสั้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +80 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เติ้ง : แมวไม่ว่าจะสีขาวหรือสีดำ ให้จับหนูได้ก็พอ

แม้ว : ทุนสามานย์ไม่ว่าจะขายสัมปทานรัฐหรือขายแผ่นดิน ให้โกงชาติได้ก็พอ
ผิดกัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 44 +71 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าเอาแซ่ "เติ้ง" ไปเปรียบกับคนอย่าง บรรหาร เลยครับ มันไม่มีค่าเพียงพอ น่าจะเปลี่ยนคำเรียกเป็น "เตี้ยเสี่ยวหาร" ได้แล้ว

"เติ้งเสี่ยวผิง" รักชาติ รักประชาชน สุดจิตใจ สมถะ พอเพียง จริงใจ ไม่โลภเอาประโยชน์ส่วนตัว ส่วน "เตี้ยเสี่ยวหาร" ละโมบ โลภมาก ไม่รู้จักหยุด ไม่รู้จักคำว่าพอ กลับกลอก ปลิ้นปล้อน กะล่อน ตอแล๋
คนเดือนตุลาฯ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +34 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เปิดดู ณ เวลา 18.00 น. ภาพไม่ขึ้นนะคะ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 31 +14 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมไม่ได้มองเห็นว่าเขาเป็นคอมมิวนิสต์
แต่เห็นพลังของนักการเมืองจีนที่อยากทำเพื่อชาติจริงๆ
นักการเมืองไทยที่มีภาพโดดเด่นอย่างนี้ หายากยิ่งกว่างมเข็มในทะเล
5
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 60 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เติ้งเสี่ยวผิงชูสองนิ้ง แต่ เตี้ยเสี่ยวหาร ของเราเก่งกว่า กระดิกหาง ได้ด้วย
คนธรรมดา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 58 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จีนมี รัฐบุรุษ เติ้งเสี่ยวผิง
ไทยมี จังไรบุรษ เหรี้ยเสี่ยวหาร
คนกทม.
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 57 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมทุกคนรุมประนาม บรรหาร ศิลปอาชา ว่าเป็นคนเลว คนชั่ว เห็นแกตัว โลภมาก ผมเห็นด้วยนะ เลว เลว เลว ประเทศไทยไม่เจริญเพราะมีคนนี้ บรรหาร ศิลปอาชา เพราะมันจะเลือกแต่ผลประโยชน์เท่านั้่น งก งก และขอร้องอย่าเรียกเขาว่า " เติ้ง " อีกเสียสกุลเขา เรียกมันว่า เตี้ยเจี้ยหาร น. สุพรรณ
ขนมเข่ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 56 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เหมือนนายเตี้ยบ้านเรา ที่ละโมบไม่หยุดหย่อน
ชาวกรุง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 55 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้ผู้นำประเทศ เก่ง และจริงใจกับประเทศเหมือนท่านเติ้ง สัก 10 ปี ประเทศไทยรุดหน้าเหนือสิงคโปร์แน่นอน
าา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 54 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปลาไหล ยังไงก็เป็นปลาไหล
จะยกย่องเป็นมังกรเป็นไปไม่ได้
อย่าเอามาเปรียบ ขอร้อง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 53 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สื่อไทยชอบซี้ซั้วขนานนามบรรหาร ศิลปอาชา โดยไปเปรียบเทียบกับเติ้งเสี่ยวผิง แท้จริงบรรหารไม่ได้ขี้เล็บเลย สื่อไทยไปยกก้นชูหางจนมันเคยตัว เหลิงว่าเป็นคนสำคัญ แท้จริงเป็นนักการเมืองที่ตกประวัติศาสตร์ไปนาน และไม่สมควรยกย่อง สมควรตราหน้าต่างหาก น่าสมเพชแท้.
จุ๋ม ไดเซล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 52 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยได้ยินคนจีนพูดว่า คนจีนทุกคนโยนหินคนละก้อน ก็สามารถถมแม่น้ำเหลืองได้ อันนี้เหงจะจริง เพราะเค้าเดินไปทิศทางเดียวกัน
ลองมองย้อนมาดูไทย โยนหินคนละก้อนจะถมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ไหม ยาก บางคนจะโยน บางคนไม่โยน บางคนก็อยู่เฉยๆ
คิดดูแล้วกันเค้าหมายถึงอะไร
คนอ่านข่าว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โดนบังคับไง
TK
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนไทยส่วนมากไม่มีกรอบครับ แต่โดนครอบได้หากรู้วิธี และไม่มีความเป็นหนึ่งเดียว แต่ประเทศจีนเขาปลูกฝังมาแต่เด็กมั้งครับเขาถึงทำได้ตามนั้น
wa
 
ความคิดเห็นที่ 51 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เติ้งเสี่ยวหาร ? ไม่ได้แซ่เติ้ง แต่แซ่เบ้, เรียกมันว่าเสี่ยวหาร อย่ามายุ่งกับแซ่เติ้งเลยท่าน
ไทยเติ้ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 49 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เติ้ง เสี่ยว หาร ผมว่าเป็นนักการเมืองที่เลว ยิ่งกว่า แม้วอีกนะ

พฤษภาทมิฬ เกิด ก็เพราะมันตะบัดสัตย์

มันเป็นตัวแทนของระบอบ ฉ้อฉล
เวรกรรม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 47 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เติ้งเสี่ยวหาร ชี้นิ้ว ทดน้ำถล่มเมือง
นากุเก็บไว้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 44 +71 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าเอาแซ่ "เติ้ง" ไปเปรียบกับคนอย่าง บรรหาร เลยครับ มันไม่มีค่าเพียงพอ น่าจะเปลี่ยนคำเรียกเป็น "เตี้ยเสี่ยวหาร" ได้แล้ว

"เติ้งเสี่ยวผิง" รักชาติ รักประชาชน สุดจิตใจ สมถะ พอเพียง จริงใจ ไม่โลภเอาประโยชน์ส่วนตัว ส่วน "เตี้ยเสี่ยวหาร" ละโมบ โลภมาก ไม่รู้จักหยุด ไม่รู้จักคำว่าพอ กลับกลอก ปลิ้นปล้อน กะล่อน ตอแล๋
คนเดือนตุลาฯ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 43 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฟ้าช่างอยุติธรรมเตี้ยหนึ่งอยู่ที่เมืองจีนเกิดมาเพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศและประชาชนแต่อีกเตี้ยหนึ่งอยู่ที่เมืองไทยนอกจากโกงกินบ้านเมืองตั้งแต่หนุ่มยันแก่จนป่านนี้ก็ยังไม่มีสำนึกที่จะตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน เตี้ยหนึ่งตายไปผู้คนและชาวโลกต่างพากันยกย่องสรรเสริญฝากชื่อจารึกให้กับชาวโลกแต่อีกเตี้ยหนึ่งในเมืองไทยชื่อของมันจะถูกจารึกไว้บนหนังหมาขี้เรื้อนประชาชนจะสาปแช่งมันไปทั้งวงศ์ตระกูล
ไม่ยุติธรรม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 40 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คำพูดสั้นๆว่า "1 ก.ค. 1997 ถ้าอังกฤษไม่คืนเกาะฮ่องกง เกิดสงคราม" ยังจำไว้ในจิตรใจของชาวจีนทั่วโลก และท่่านยัีงปูแนวทางให้จีนก้าวสู่ประัเทศแข็งแกร่งดั่งทุกวันนี้
888
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 40 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าเติ้งชูนิ้วกลางสิ ตะลึงยิ่งกว่า
55+
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 39 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หลายคนยังไม่รู้เพราะหมวกแดงปิดเอาไว้ สะพานต่าง ๆ ตั้งแต่ อ.ตาพระยา จนถึงกรุงเทพฯ เตรียมถูกวางระเบิดหากเติ้งเสี่ยวผิงไม่ช่วยหลังจากคำร้องขอของพลเอกชวลิต เพราะกองทัพรถถังเวียดนามเตรียมลุยเข้ายึดกรุงเทพฯ เติ้งเสี่ยวผิงน้ำใจงามยอมสละชีวิตทหารจีนทำสงครามสั่่งสอนสิบหกวันไป 26,000 นาย แลกกับชีวิตทหารเวียดนาม 37,000 นาย เมื่อปี 2522
ไทยจึงเป็นหนี้บุญคุณ เติ้งเสี่ยวผิง จนถึงทุกวันนี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 38 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
1นิ้วกลางแด่เติ้งเสี่ยวหาร
.|.
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 37 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนละเรื่องกันแบบสุดขั้ว
หากใครเอาเติ้งจีน กับ ไทย
มาเทียบเพื่อหลอกด่า เติ้งไทย แก้คันปาก
เติ้งไทย ทำดี แค่เรื่องเดียวคือ ทำถนนอย่างดี
ในเมืองสุพรรณ แต่ เติ้งจีน ทำเพื่อคนหลายพันล้านคน
หล่อ สปอร์ต ใจดี ทุ่งกุลา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 36 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เติ้ง เสี่ยวผิงได้หวนคืนสู่เวทีการเมือง: 12 เมษายน 1973 ปฐมบทของความเจริญของจีนยุคใหม่
คงใกล้เคียงกัน เสี่ยวหาร ก้าวจากการเมืองระดับสจ.มาเล่นสนามใหญ่ ปฐมบท นักแ-กชาติสุ่การเมือง ใช้วิธีการซื้อขรก.จากกิจการขายคอลรีนมาซื้อคนในสำนักงบตราบจนปัจจุบัน แหกขนบ แทคโนเครตต้องนั่งคลัง ปฐมบทให้อีปุโง่เอามาใช้ในปัจจุบัน ไม่รุ้ไม่เข้าใจกรูมั่วเอาได้ ก้าวแรกของการนั่งคลังก็ปั้นคนแบงค์ชาติรับใช้การเมืองจนศก.พังพินาศปี 40 .......... ปฐมบทของความชิป หายยยยยของประเทศไทย
ปัจจุบันแม้จะแก่แล้ว พิษก็ยังอยู่ โดยเฉพาะที่ไอแม้วนำไปพัฒนาต่อยอดทั้งการซื้อคนเลี้ยงคนและเปลี่ยนจากการแ-กงบประมาณ เป็นทุจริตเชิงนโยบาย และเคล็ดวิชาสุดยอดแ-กสร้างนโยบายเพื่อทุจริต
ถ้าจะเกลียดนักโกงเมือง แช่แข็งมันไว้ ตัวนี้ก่อนเลย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 35 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เติ้ง: เตือนสติลูกหลานอย่าได้ฉวยโอกาสหาผลประโยชน์จากการมีอำนาจในมือ
แม้ว/เตี้ยสุพรรณ: น้ำขึ้นให้รีบตัก ใครจะว่าเป็นงูเห่างูจงอางอย่าไปสน วันและเวลาไม่รอใคร โอกาสเป็นของเราแล้ว อย่าคิดมาก
จีนมีนักการเมือง ไทยมีนักโกงเมือง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 34 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วาทะแดกแหลกของ บรร ลัย หาร ณ สุพรรณ คือ "เป็นฝ่ายค้านอดอยากปากแห้ง" นี่คือปรัชญาการเมืองของ นักการเมืองชั่วๆในเมืองไทย

ดังนั้นทุกพรรคในเมืองไทยตั้งหน้าตั้งตาที่จะเป็นฝ่ายรัฐบาลโดยไม่สนใจประโยชน์ของประเทศชาติ แต่สนใจที่จะสร้างโครงการเพื่อแดกงบประมาณแผ่นดินอย่างเดียว

อัตราที่นักการ(โกง)เมืองประเทศไทยถูกจับ ยึดทรัพย์นั้นมีน้อยมากเมื่อเทียบกับอัตราที่พวกนักการเมืองจำนวนมากพากันโกงกินอย่างมูมมาม

ทักษิณโกงชาติ โกงแผ่นดิน โดยใข้ผลประโยชน์ทับซ้อน จ่ายใต้โต๊ะให้ข้าราชการ และ นักการเมือง เพื่อให้ได้มาซึ่งสัมปทานในการผูกขาด และใช้เงินโกงส่วนนี้มาซื้อนักการเมืองชั่วช้า และโกงซ้ำโกงซากอีกทุกเรื่อง ชักหัวคิวทุกโครงการ

พจมาร(มาน) เมียทักษิณ ก็เป็นลุกสาวตำรวจ เติบโตมาท่ามกลางการรับเงินใต้โต๊ะและรับสินบนเป็นนิจ ก็ใช้ประสบการณ์ดังกล่าวมากินรวบประเทศไทยทุกอย่าง กินค่ากินเปล่าเครื่องมือถือ เครื่องละ สองหมื่นบาท โดยไม่ได้เสียภาษีให้รัฐ

นี่คือโคตรมหาโกงชาติของ ชินวัตร ดามาพงษ์ วงศ์สวัสดิ์ ดังนั้นยึดทรัพย์ทักษิณ 4.6 หมื่นล้านยังไม่ถึง 10% ที่ตระกูลเหล่านี้โกงชาติโก งแผ่นดินไปมากมายมหาศาล ต้องตามยึดจาก ดามาพงษ์ และ วงศ์สวัสดิ์ กลับมาเป็นของแผ่นดินด้วยจึงจะถูกต้อง
สงสารประเทศไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 33 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอรณรงค์ต่อต้าน รัดทะบานกับนกม.ชั่ว
ด้วยการ ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้
บุคคลธรรมดา ประจำปี 55 ที่ต้องยื่นในเดือนมีค.56
ถึงแม้มนุษย์เงินเดือนจะถูกหักภาษีไว้ ในแต่ละเดือนแล้วแต่การทำเช่นนี้ เป็นการรวมพลังแสดงออกว่า
ผู้จ่ายเงินภาษี จะไม่ยอมให้เอาเงินไปใช้ปู้ยีปู้ยำ
โกงกิน หาประโยชน์ กันแค่ไม่กี่ตระกูล
โดยเฉพาะพวกโครงการปัญญาอ่อน ที่มีไว้
เลี้ยงพวกฟายแดงให้เชื่อง
ที่สำคัญจะทำให้พวกฟายแดง ที่ในชีวิตพวกมัน
ไม่เคยจ่ายภาษีแม้แต่บาทเดียวได้รู้ซึ้งบ้าง
ถ้าคนเป็นล้านช่วยกัน รัดทะบานสะเทือนหนักแน่
เริ่มจากภาษีบุคคลธรรมดา แล้วขยายวงไปภาษีอื่นๆ
เช่น ไม่จ่ายค่าภาษีรถยนต์
ถ้าเห็นด้วย รบกวนช่วยกันรณรงค์ตามเวป ต่าง ๆครับ
หรือใน Social Media ให้ด้วยครับ
ถ้าปล่อยให้นกม. ทำแบบนี้หรือประเทศชาติ
อยู่แบบนี้ต่อไป คงอีกไม่นานหายนะแน่ครับ
คนที่รับกรรมหนักสุด ก็คือคนจ่ายภาษีครับ
ขอบคุณมากครับ
ช่วยกันครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 31 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมไม่ได้มองเห็นว่าเขาเป็นคอมมิวนิสต์
แต่เห็นพลังของนักการเมืองจีนที่อยากทำเพื่อชาติจริงๆ
นักการเมืองไทยที่มีภาพโดดเด่นอย่างนี้ หายากยิ่งกว่างมเข็มในทะเล
5
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นกม.รุ่นเก่าของจีน ก็คงต่างอย่างมากกับ พวกรุ่นใหม่
โกงแหลกเหมือนกัน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แสดงว่าคุณก็ยังไม่เข้าใจ คอมมิวนิสต์เป็นชื่อเรียกการปกครองระบบหนึ่ง ถูกคนไทยขายชาติรับเงินอเมริกาสมัยจอมพล สฤษดิ์ ถนอม ประภาส ล้างสมองคนไทย เขียนภาพคอมมิวนิสต์เป็นยักษ์มาร ทั้งที่ไม่เข้าใจระบบคอมมิวนิสต์เป็นยังไงแบบคุณ คนในประเทศคอมมิวนิสต์ก็มองประเทศจักรวรรดิ์นิยมแบบอเมริกา อังกฤษ รวมทั้งไทยเป็นสิ่งชั่วร้าย เป็นสังคมเอารัดเอาเปรียบมือยาวสาวได้สาวเอา เก็บเงินซื้อตั๋วบินไปเซิ่นเจิ้นเมืองชายแดนจีนที่อยู่ติดฮ่องกงดูความเจริญของบ้านเมืองเขา แค่ชายแดนยังเจริญกว่ากรุงเทพหลายเท่า หรือไม่ก็ขอเพื่อบบ้านที่มี ยูบีซี ดูช่อง ซีซีทีวี หรือช่ิอง โฟนิกซ์ ดูความก้าวหน้า ดูการพัฒนาประเทศของจีนเปิดหูเปิดตาบ้าง จะได้ไม่หลงผิดจมอยู่กับความคิดคร่ำครึ หลงตัวเอง อาจได้พบกับแสงสว่างในชีวิตบ้าง
ผ่านมา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยครับ
บ้านเราขาดผู้นำที่ทำเพื่อประชาชนส่วนใหญ่จริงๆ
แต่เราก็ยังโชคดีที่มีในหลวงที่ทรงดำเนินพระราชกรณียกิจต่างๆเพื่อประชาชนโดยเฉพาะประชาชนผู้ยากไร้ นี่คือสาเหตุที่ผมรักในหลวง
เด็กน้อย
 
ความคิดเห็นที่ 30 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"วันที่ 9 พฤศจิกายน 1989 การประชุมผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนทั่วประเทศสมัยที่ 13 ยอมรับคำร้องขอลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการทหารกลางของเติ้ง เสี่ยวผิง เมื่อเติ้ง เสี่ยวผิงได้ปลดเกษียณ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอบอุ่นอยู่กับลูกๆหลานๆ"
เติ้งเสี่ยวผิง ยอมวางมือทางการเมืองด้วยตัวเอง ทั้งที่ยังมีอำนาจล้นฟ้าในขณะนั้น
ไอ้เตี้ยสุพรรณ เมื่อไหร่จะยอมวางมือไปเลี้ยงหลาน หรือจะอยู่จนวันที่ไม่มีลมหายใจ ให้ผู้คนสาปแช่งทั้งแผ่นดิน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
..…………....WANTED...............
..............DEAD ONLY........
................l '''''''''''" l...............
................l_ ' - ' _l...............
................../_v_\..................
.....THAKSIN SHINAWATRA.....
.......10,000,000.00 USD..........
.............................................
.....WANTED.....DEAD ONLY ....
 
ความคิดเห็นที่ 28 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หลายคนเลือกเป็นขี้ข้าทักษิณไง เขาเลือกผิดหรือถูก อย่างน้อยมีกินมีใช้ตอนมีชีวิต หลังจากตายใครสาปแช่งช่างแมร่งมัน ควายแดงคิดเช่นนั้น
ทักษิณโกงทั้งตระกูล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 26 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มนุษย์ร่างเตี้ยเมืองไทย ไม่เคยทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ มีแต่โกงทั้งชีวิต เทียบไม่ได้กับรัฐบุรุษนาม เติ้งเสี่ยวผิง ที่ทำคุณูปการให้ประเทศจีนและโลก
อย่าไปเรียกมันว่า เติ้ง
ควรเรียกมันว่า เตี้ย เสี่ยว คูณ
คนไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +142 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เติ้ง (จีน) แมวเก้าชีวิต - ชีวิตมีขึ้นมีลง
เตี้ย (ไทย) เหิ้ยทั้งชีวิต - ชีวิตมีแต่ลงนรก ไม่มีขึ้นสวรรค์
ตะกวดสั้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
....ส่วนที่สุพรรณฯ
....เติ้งเตี้ยติดตรีน ทำพลุระเบิด
สร้างควายแดงตกตะลึง....
เตี้ยและเฮี่ย จิง จิง....
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บทความประวัตศาสตร์ที่น่าสนใจมาก

อย่าเอาเติ้งเสี่ยวผิงไปเปรียบเทียบกับบรรหาร
เพราะว่าเติ้งเสี่ยวผิงทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติ
แต่บรรหารทำทุกอย่างเพื่อตัวเองและครอบครัว
ฮากกา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อไหร่ไอ้เติ้งในเมืองไทยจะตายซักที
รอฟังข่าวดี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
epic เกินกว่าที่สายตาคนธรรมดาจะเห็นได้
qweq
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +80 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เติ้ง : แมวไม่ว่าจะสีขาวหรือสีดำ ให้จับหนูได้ก็พอ

แม้ว : ทุนสามานย์ไม่ว่าจะขายสัมปทานรัฐหรือขายแผ่นดิน ให้โกงชาติได้ก็พอ
ผิดกัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าจะหมายถึงนโยบายเปิดประเทศนะครับ เพราะจีนเป็นคอมฯปิดประเทศซะนาน แต่พอเติ้งได้ไปเยือนประเทศต่างๆรวมทั้งเมกา จึงอยากให้จีนเจริญก้าวหน้าในด้านเศรษฐกิจแต่ก็มีปัญหาที่ระบอบการปกครองที่การค้าการขายอยู่ที่รัฐบาลกลาง เติ้งก็เลยพูดเปรียบทำนองว่าไม่ว่าจะปกครองแบบไหนก็ให้ประชาชนทำมาค้าขายได้ ว่างั้น
ไม่อยากพิมพ์ยาว เมื่อย
 
ความคิดเห็นที่ 8 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เติ้งเสี่ยวหาร เฮี้ย ๙ ชนิด
ไอ้เลว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันแปลกอะไร จะแปลก ก็ ตอน อินัง ปู ใช้นิ้ว เดียว ตกเบ็ด เวลาหงี่
มันแปลก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +34 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เปิดดู ณ เวลา 18.00 น. ภาพไม่ขึ้นนะคะ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
19.37 ก็ยังไม่ขึ้น
จีนมีหลายก๊ก ระวัง
 
ความคิดเห็นที่ 4 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

จะสูง ต่ำ ดำ ขาว มั่งมี หรือยากจน คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้
คนโตตัวเล็ก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข่าวหลอกนี่ ไม่เห็นมีภาพเลย
ต้องอ้างอิงได้อย่าโคมลอย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014