หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคอลัมนิสต์ | คิด-เห็นส่วนตัว
 

“ฮาเล็ม เชก” แบบ ไทยๆ

โดย ดรงค์ ฤทธิปัญญา
25 กุมภาพันธ์ 2556 00:12 น.
        "คนไทยถ้าลองตั้งใจทำอะไร รับรองไม่แพ้ชาติใดในโลกครับ" ...... ประโยคที่เพื่อนผมโปรยหัวระหว่างที่เขาส่งคลิปคลิปหนึ่ง มาให้ผมดูทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ... ผมซึ่งอยู่ระหว่างการผจญภัยในต่างแดนเห็นตัวละครในแวบแรกของคลิปแล้วถึงกับต้องรีบเปิดดูในทันใด เพราะเชื่อว่าเขาเหล่านั้นต้องทำอะไรที่มันพิสดารแน่นอน ...... ซึ่งคลิปที่ผมว่าก็คือ อันนี้เนี่ยล่ะ
       
       

       
       พลันที่ได้ชมเสร็จ ผมถึงกับหัวเราะอย่างไร้สติกับสิ่งที่พวกเขาทำลงไป ก่อนที่จะมานั่งนึกว่า เฮ้ย! มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยวะ
       
       จริงๆ แล้ว เพลงฮาเล็ม เชก (HARLEM SHAKE) นี้มีมานานแล้วล่ะครับ ศิลปินชาวอเมริกัน ที่ใช้นามว่า DJ Baauer แต่ชื่อจริงของเขาคือ แฮร์รี โรดริเกวซ (Harry Rodrigues) ได้มิกซ์เพลงนี้และปล่อยซิงเกิลออกมาตั้งแต่เมื่อ วันที่ 22 พ.ค.2555 เป็นเพลงที่มีแต่ทำนองแนวเพลงอิเล็กโทรนิกส์บวกกับการผสานเสียงที่ร้องว่า โกน โลส เตอร์โรริสตัส "con los terroristas" จากนั้นก็มีพวกชาวแรปเปอร์นำทำนองไปใส่เนื้อร้องแต่งโพสต์ผ่านยูทิวบ์กันสนุกสนาน
       
       

       
       ว่าแต่เพลงมันมีมาตั้งนานแล้ว แล้วทำไมถึงเพิ่งมาฮิตเอาตอนนี้ล่ะ?!?
       
       จุดเริ่มต้นน่าจะมาจากสมาชิกเว็บไซต์ยูทิวบ์รายหนึ่งที่ชื่อ ฟิลธีย์ แฟรงค์ (Filthy Frank) ได้อัปโหลดคลิปท่าเต้นประกอบเพลงดังกล่าวขึ้นลงบนเว็บไซต์ โดยภายในคลิปตัวแฟรงค์เอง ใส่ชุดรัดรูปสีชมพู กับเพื่อนๆ ที่เป็นยอดมนุษย์ขบวนการห้าสี และคนใส่หน้ากากมายืนเต้น “ท่ากินตับ” (ผมว่ามันเหมือนมากนะ) เป็นจุดเริ่มต้น ก่อนที่จะเต้นโยกไหล่ไปมาและเต้นในท่าประหลาดๆ ในท่อนที่ร้องว่า ดู เดอะ ฮาเล็ม เชก (DO THE HARLEM SHAKE)
       
       

       
       แน่นอนว่า หลังจากนั้นก็เริ่มมีชาวตะวันตกอัปโหลดคลิปท่าเต้นของตัวเองกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งเป็นการดัดแปลงจากเดิมโดยให้สมาชิกในกลุ่มมายืนเต้นนำคนเดียว โดยคนอื่นๆ ที่อยู่ในคลิปต่างทำภารกิจของตัวเองโดยไม่สนใจ ก่อนที่จะมีสมาชิกทั้งหมดจะออกมาเต้นในท่อนฮุก รวมถึงแต่งตัวพิเรนทร์ๆ และท่าเต้นก็ไม่ได้จำกัดท่าทางอะไรมากมายนัก เน้นตลกและประหลาดเอาเข้าว่า กระแสดังกล่าวไปไกล ไกลหลายๆ คลิปเลยทีเดียว โดยมีตั้งแต่ นักศึกษา นักว่ายน้ำชาวสหรัฐ ไปจนถึงระหว่างการรายงานข่าวของสำนักข่าวเคเอสแอลเอ 12 ของมลรัฐลอสแองเจลิส วงการมวยปล้ำ ลามไปถึงนักเตะในสโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย ,แม้กระทั่งนักกระโดดร่มที่ไปเต้นขณะดิ่งพสุธากันบนท้องฟ้า แต่ที่มีคนชมมากเป็นอันดับต้นๆ น่าจะเป็นคลิปของทหารสังกัดหนึ่งในกองทัพบกประเทศนอร์เวย์ ที่ออกมาเต้นกันนอกกรอบ แบบที่คงไม่ได้เห็นในกองทัพบกสยามอย่างแน่นอน
       
       

       
       นี่ยังไม่รวมเวอร์ชั่นล้างผลาญ อย่างคลิปนี้ที่ทุ่มทุนสร้างถึงกับพังเครื่องซักผ้ากันเลยทีเดียว
       
       

       
       กลับมาที่บ้านเรา แน่นอนว่าเมื่อเกิดกระแสฮิตดังกล่าว วัยรุ่นไทยก็ไม่พลาดในการเกาะกระแสหยิบเอามาทำคลิปกันอย่างเมามัน อย่างที่ผมจั่วหัวไว้ว่า คนไทยทำอะไรไม่แพ้ชาติใดในโลก ในคลิปดังกล่าวล่าสุดจึงถูกสมาชิกเว็บไซต์ยูทิวบ์ชาวต่างชาติที่รวบรวมคลิปของการเต้นฮาเร็ม เชก นำคลิปของเฟดเฟ่ ไปติด 1 ใน 10 ของคลิปที่น่าสนใจด้วย
       
       สำหรับจุดเริ่มต้นในเมืองไทยน่าจะมาจากการทำคลิปเลียนแบบของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาหลายๆ สถาบัน ซึ่งก็มีตั้งแต่เด็กมัธยมต้น ม.ปลาย ยัน รั้วมหาลัย ที่ออกมาโชว์ลีลาการเต้นกัน อย่างเช่นคลิปของน้องๆ ม.2/3 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านปริมณฑลกลุ่มนี้
       
       

       
       หรือกลุ่มนักเรียน ม.ปลาย โรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคกลาง
       
       

       
       และแน่นอนว่า มันก็ย่อมถูกบุคคลที่มีชื่อเสียงนำไปทำเป็นเวอร์ชั่นของตัวเองในเวลาต่อมา
       
       มุมมองของผม ถ้าจะมองว่ามันไม่สร้างสรรค์ ก็สามารถมองได้ กับหลายๆ คลิปที่มีแต่ท่าสังวาส ฉากเดิมๆ จนดูแล้วเอียนตา ไม่มีอะไรที่รู้สึก ไม่มีอะไรใหม่เลย บางคลิปยาวถึง 2 นาที แต่กลับไม่ได้ดึงดูดให้น่าสนใจว่า มันจะทำอะไรต่อวะ จนดูจบแล้วถึงกับตั้งคำถามเลยว่า “นี่กูเสียเวลาดูไปทำไมวะเนี่ย” บางคลิปก็หนักหน่อย ทำเป็นฮาเร็ม ชัก (แสดงท่าทางมีเพศสัมพันธ์ด้วยตัวเองของผู้ชาย) ด้วย
       
       แต่ในทางกลับกัน บางคลิปเราอาจได้เห็นมุมต่างและปฏิกิริยาของสังคมนั้นๆ อย่างเช่นคลิปของกลุ่มวัยรุ่นที่ไปยืนเต้นหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น จนคนทั่วไปสงสัยว่าพวกมันมาทำอะไรกัน หรือเราอาจจะได้เห็นการสร้างสรรค์ผลงานของผู้ทำคลิป เช่น คลิปของบี้ เดอะสกา ที่ลงทุนไปถ่ายกันในรถไฟฟ้า รวมทั้งสร้างมาสคอตตัวเฟอร์บี้มาเต้นแกล้งตัวเอกของเรื่องขณะแปรงฟัน ตรงนี้กลับสร้างสีสันและความตลกให้กับคนดูได้มากกว่า
       
       

       
       หรือจะเป็นอีกคลิปที่ทำขึ้นโดย โดม ปกรณ์ ลัม นักร้องชื่อดัง ด้วยการไปดึงตัวอดีตนักเลงที่เคยครึกโครมจากถ่ายคลิปการตีฝีปากกันผ่านเว็บโซเชียลแคม อย่าง "เน วัดดาว" มาร่วมถ่ายทำ อันนี้ก็ตามมาด้วยซึ่งเรื่องราวแห่งการดราม่า ในเชิงที่ว่า ทำไมสังคมถึงยอมให้คนที่เป็นกุ๊ย เป็นนักเลง มาเชิดชู ทำตัวอย่างกับเป็นฮีโร่ แล้วเยาวชนก็จะเอาแบบอย่างกันตามมา
       
       ผมกลับมองว่า การนำคนที่ซึ่งอ้างว่าได้กลับตัวกลับใจแล้วมาแสดงออก เปิดพื้นที่ให้เขา มันย่อมดีกว่าการที่เอาเท้าไปเหยียบเขาซ้ำเสียอีก ตรงนี้ไม่ใช่ยังสามารถดึงคนที่เคยทำผิดให้รู้สึกว่า เออ! สังคมมันยังเปิดโอกาสเว้ย เราไม่ต้องเลวก็ดังได้ มันน่าจะเป็นการดีเสียอีก แต่ก็อย่างว่าบ้านเรามันมือถือสากปากถือศีล ผิดกับนักการเมืองบางคนโกงกินติดคดียังลอยหน้าลอยตากันซ้ำยังมีคนเชิดชูพวกเขาเหล่านั้นด้วย
       
       

       
       แต่ถึงอย่างไรเสีย ของพวกนี้มันก็แค่จังหวะและช่วงเวลาหนึ่งของสังคม เมื่อกาลเวลาผ่านไป มันก็ลบเลือนและหาย อย่างเช่น “กังนัมสไตล์” ที่ค่อยๆ จากตัวไปอย่างช้าๆ อย่าไปคิดมากครับ ดูเอาขำๆ ไม่ชอบก็ไม่ต้องดู ถ้าสนุกก็แชร์กันต่อ
       
       ว่าแต่ ...... บ้านเรานี่เขาก็ฮาเล็ม เชกกันมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ ... เวลาสงกรานต์ไง จะมีสาวน้อยนุ่งน้อยห่มน้อย ไม่ห่มเลยก็มี ขึ้นไปเต้นโชว์เดี่ยว ก่อนที่จะมีสมาชิกและขาหื่น เอ๊ย! ผู้ชมร่วมเต้นตามอย่างสนุกสนานกลางถนน เหมือนแบบที่เคยเป็นข่าวที่สีลม เมื่อ 2 ปีที่แล้วไง
       
       ...... สงสัยปีนี้จะได้ดูอีกเยอะ


ข่าวล่าสุด ในหมวด
Alone in Tokyo ๑.๐: สู่ดินแดนอาทิตย์อุทัย
คุณเคยกลับไปโรงเรียนเก่าบ้างมั้ย?
"เหนียวไก่หาย" ตลกร้ายไปป่ะ?
พี่จะขึ้นค่าแท็กซี่ผมไม่ว่า แต่...
ท่องมาเลย์ จบภาค ๑ (แล้วจ้า) : เวียนเทียนวัดไชยฯ แล้วไปโยนส้มวาเลนไทน์
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014