หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคอลัมนิสต์ | ในนามพลเมือง
 

ตำนานตระกูลชิน ฉบับตีความ (1)

โดย บัณรส บัวคลี่ 10 มีนาคม 2557 13:44 น.
ตอน: คูชุ่นเส็งวัยหนุ่ม ประวัติที่ (จงใจ) หายไป
       
       ต้นตระกูลชินวัตรเคยอยู่เมืองจันทบุรี แซ่คู ตามประวัติบอกว่าชื่อ คูชุ่นเส็ง (จีนแคะ-ฮากกา) ขึ้นบกมาแต่สมัยปลาย ร.4 ต้น ร.5 โน่นเลย แต่เป็นพ.ศ.ไหนไม่ชัด
       
       พวกแคะ หรือฮากกานี่อยู่ทางตะวันออกของกวางตุ้งตะวันตกของฟูเจี้ยน ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ดินแดนกวางตุ้งละแวกนั้นวุ่นวายพอดูเพราะเป็นช่วงสุดท้ายของราชวงศ์ชิง (ผมเปียยาวๆ แบบในหนังนั่นล่ะ) มีสงครามฝิ่นกับอังกฤษ ต่อด้วยความไม่สงบภายใน กบฏซินไห่ กบฏไท่ผิง ซุนยัดเซ็นก็กำลังเคลื่อนไหวปฏิวัติโค่นล้มเดินสายหาทุนกับชาวจีนโพ้นทะเลแถวเยาวราช ปีนัง สิงคโปร์ บรรยากาศเมืองจีนเป็นสงครามกลางเมือง นี่คงเป็นมีส่วนเป็นแรงผลักให้ตระกูลคูอพยพมา
       
       แซ่คูนี่เป็นแซ่เฉพาะของพวกฮากกา จีนกลุ่มอื่นไม่มีแซ่นี้ คำถามคือ แซ่คู เมื่อเปลี่ยนเป็นไทยไม่เปลี่ยนเป็นนามสกุลให้มีคำว่า คู เช่น คูนะวัตร สาคูสกุล หรืออะไร คูๆ ซะล่ะ อันนี้มีคำอธิบายตามหลักภาษา
       
       "แซ่คู" เป็นการเรียกตามสำเนียงแต้จิ๋วหากเป็นสำเนียงจีนกลางใช้ "แซ่ชิว"
       
       "ชิว" เป็นคำจีนกลาง คนตั้งนามสกุลคงจะใช้รากศัพท์คำนี้มาแปลงเป็นแขกเพื่อให้ไฮโซมโหระทึกขึ้น....
       
       แปลงไปแปลงมาได้เป็น ชินวัตร !
       
       อันนี้ต้องยกนิ้วให้เพราะตั้งได้ดี กล่าวคือมีพยางค์ “ชิ” บวกกับ “วะ” อันเป็นของเดิมซ่อนอยู่ในเครื่องทรงใหม่แบบแขกบาลี ฟังดูแหมผู้ดีมีตระกูลไม่เหลือเค้าเดิม
       
       ซึ่งต้องยกความดีให้กับลุงของทักษิณคือ พ.อ.พิเศษ ศักดิ์ ชินวัตร ซึ่งรับราชการเป็นทหารและมีลูกชายเป็นทหารสืบต่อ (อุทัย ชัยสิทธิ์) แล้วก็เป็นคนตัวตั้งตัวตีเปลี่ยนนามสกุลแซ่คูให้คนในตระกูลเปลี่ยนมาใช้ตามทั้งหมด
       
       คูชุ่นเส็ง อพยพครอบครัวจากเมืองจันทน์ไปถึงเชียงใหม่เมื่อพ.ศ. 2451 ปลายสมัยรัชกาลที่ 5 อันนี้ชัดเจนเพราะเป็นบันทึกจากปากคำของนายเชียง ลูกชายนายเส็งเป็นหลักฐานที่เชื่อได้ แต่เรื่องมาอยู่เมืองไทยเมื่อไหร่ เกิดที่ไทย หรือเกิดกวางตุ้งอันนี้ไม่ชัดเจน
       
       ตอนที่ทักษิณเรืองอำนาจเขามีความกระหายใคร่รู้ว่าต้นตระกูลของตนเป็นมายังไง บ้านเดิมอยู่ไหน หลุมศพของบรรพบุรุษที่เมืองจีนอยู่ตรงไหน ขนาดขอประสานกับรัฐบาลจีนเพื่อช่วยสืบหา “ร่องรอยบรรพบุรุษ” ให้
       
       แรงขับอย่างหนึ่งของเขาก็เพราะในทศวรรษก่อนหน้าบรรดาผู้นำของโลกหลายคนมีเชื้อสายฮากกา-จีนแคะกันโดยไม่ได้นัดหมาย เติ้งเสี่ยวผิง ลีกวนยิว เฉียนสุ่ยเปียน คนพวกนี้สามารถสืบหารอยบรรพบุรุษได้
       
       รัฐบาลจีนใช้กลไกที่มีอยู่พลิกแผ่นดินกวางตุ้ง - ฟูเจี้ยน เพื่อหาร่องรอยของ คูชุ่นเส็ง ปรากฏหาไม่พบ
       
       พบเพียงแต่บรรพบุรุษสายนางยินดี ชินวัตร อยู่ที่ หมู่บ้านเหมย เมืองเหมยโจว มณฑลกวางตุ้ง เป็นจีนแคะ-ฮากกาเหมือนกับสายพ่อ ซึ่งก็ยังดี ดีกว่าไม่เจอเลยทั้งสายพ่อสายแม่ เฉพาะเรื่องราวของสายแม่ก็น่าสนใจทีเดียวเพราะบิดาของฝ่ายแม่ (ตาของทักษิณ) ชื่อ เจริญ ทุ่งซิ้ว ชื่อจีนว่า หวงฉวนเฉิง เคยถูกส่งตัวกลับไปเมืองจีน เรียกภาษาราชการคือ “เนรเทศ” ในยุคสงครามโลกที่จอมพลป.เข้มงวดกับคนที่มีพฤติกรรมฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ แล้วตาเจริญคนนี้ก็นำครอบครัวรวมถึงแม่ยินดีไปอยู่ที่โน่นด้วย ต่อมาค่อยวิ่งเต้นกลับมาในยุคจอมพลถนอม กิตติขจร
       
       กลับมาที่ตระกูลคูกันต่อ...ประวัติของตระกูล คู-ชิว-ชินวัตร ตัดขาดสะดุดแค่ คูชุ่นเส็ง ขึ้นบกที่เมืองจันทน์สืบหาไกลขึ้นไปไม่ได้ และก็น่าสังเกตว่าไม่ได้บ่งบอกรายละเอียดของการประกอบอาชีพที่เมืองจันทบุรี
       
       แปลกมากที่คนๆ หนึ่งปักหลักทำมาหากินยาวนานจนมีครอบครัวมีลูกหลายคนทุกคนก็ตามมาอยู่เชียงใหม่แต่ไม่มีใครถ่ายทอดต่อลูกหลานว่าการทำมาหากินที่จันทบุรีเป็นเช่นไรและเหตุใดจึงอพยพโยกย้ายจากมา
       
       เป็นไปได้หรือไม่ว่าบรรพบุรุษเองก็ไม่อยากจะเปิดเผยให้กับลูกหลานได้ทราบ?
       
       ยิ่งลักษณ์เคยไปพูดที่สมาคมหอการค้าไทย-จีนบอกว่า “คุณปู่ทวดของดิฉันเป็นคนจีนแคะ แซ่คู “คูชุนเส็ง” อาศัยอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง และได้เดินทางมาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ. 2403” (ซึ่งการตีความวิเคราะห์จากนี้ไปจะยึดพ.ศ.นี้ไว้ก่อนเป็นหลัก)
       
       คูชุ่นเส็ง ออกจากเมืองจันทน์ราวปี 2451-2453 แสดงว่าเขาใช้ชีวิตที่บางกระจะ เมืองจันทน์ ราว 50 ปี !!! ไม่ปรากฏว่ามีประวัติชีวิตวัยหนุ่มของชุ่นเส็ง...โผล่มาอีกทีก็เป็นประวัติวัยแก่ไปเลย
       
       ถ้านายเส็งแก่แดดตามผู้ใหญ่มาเมืองไทยตอนอายุ 10 ขวบ (เกิด2394) แสดงว่าตอนที่ตัดสินใจอพยพครอบครัวไปเชียงใหม่เมื่อปี 2454 ก็อายุ 60 ปีแล้ว และหากเดินทางมาไทยเมื่ออายุ 20 ปี แสดงว่าตอนไปเชียงใหม่ก็อายุปาเข้าไป 70 แล้ว !?
       
       ถือว่าเป็นวัยที่แก่มากแล้วทีเดียวสำหรับการจะไปปักหลักสร้างเนื้อตัวใหม่ แล้วเชียงใหม่ในพ.ศ.นั้นไม่ได้ไปง่ายๆ ทางรถไฟยังไม่ได้สร้าง การเดินทางสะดวกที่สุดคือนั่งรถไฟไปปากน้ำโพ หรืออุตรดิตถ์ ลงเรือหางแมงป่องทวนน้ำขึ้นมา ทุลักทุเลไม่ใช่เล่น
       
       อะไรล่ะที่เป็นแรงจูงใจ หรือไม่ก็แรงผลักดันให้ คูชุ่นเส็ง หอบลูกชายวัยรุ่นชื่อว่า เชียง และพี่น้องอีกสามคนมาเชียงใหม่
       
       แรงจูงใจอันเป็นปัจจัยบวก เช่นช่องทางอาชีพร่ำรวยกว่า หรืออาจจะตั้งหลักในดินแดนของดอกไม้หอม ป่าสวย โรแมนติก
       
       หรือแรงผลักดันอันเป็นปัจจัยด้านลบ ก็เช่น อยู่เมืองจันทน์ หรือต่อให้อยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่ได้แล้ว ! ต้องหนีไปไกลๆ ไปอยู่เมืองลาวเชียงใหม่ซะเลย
       
       อะไรกันแน่ ? ที่ทำให้นายเส็งอายุปูนนั้นนำพาตระกูลคูเดินทางไกลมาเชียงใหม่
       
       ยุคสมัยนั้นเชียงใหม่ถือเป็นดินแดนห่างไกลคนละวัฒนธรรมกับไทยภาคกลาง คนกรุงเทพจำนวนหนึ่งยังเรียกรวมว่าเมืองลาวอยู่เลย ตอนที่ตั้งมณฑลเทศาภิบาลยุคแรกๆ เรียกว่ามณฑลลาวเฉียง แล้วค่อยเปลี่ยนเป็น มณฑลพายัพ เจ้าดารารัศมีไปอยู่กรุงเทพฯ ถูกเรียกว่าเจ้าลาว
       
       เชียงใหม่ในพ.ศ. 2554 กำลังเป็นเมืองเปิดที่คึกคักทีเดียว เพราะศูนย์อำนาจกรุงเทพฯ ส่งข้าราชการอำมาตย์ต่างพระกรรณ กองทหารไปอยู่นานพอสมควรที่จะกลมกลืนพอไปด้วยกันได้กับอำนาจเดิมซึ่งอยู่ที่เจ้าหลวงผู้ครองนคร คนต่างถิ่นจะอยู่ริมแม่น้ำปิงฝั่งตะวันออกแถววัดเกตุ คนฝรั่งต่างชาติทำไม้ก็อยู่ฝั่งเดียวกันนั้นบริเวณที่เป็นเชิงสะพานนวรัฐมีโบสถ์คริสต์ ก่อนนั้นเป็นที่ตั้งของบริษัททำไม้บอมเบย์เบอร์ม่ากับอีสต์เอเชียติก มีช่องทางขยับขยายร่ำรวยต่อได้
       
       หากมองในแง่ดีอันแรกนี้เป็นแรงจูงใจให้โยกย้าย
       
       ส่วนในอีกทฤษฎีคือปัจจัยแรงผลัก...ไม่ได้อยากย้ายแต่จำเป็นต้องย้าย
       
       คูชุ่นเส็งวัยกว่าหกสิบ-เจ็ดสิบ อพยพหนีภัยความขัดแย้ง (หรือไม่ก็ภัยจากคดีความก็ไม่รู้แน่) แรกเริ่มอพยพออกจากจันทบุรีไปอยู่กรุงเทพแถวตลาดน้อยราวปีสองปี นายเชียงได้ประโยชน์จากการมาอยู่กรุงเทพเพราะได้เข้าเรียนที่อัสสัมชัญอยู่ช่วงหนึ่ง แต่เรียนยังไม่จบผู้เป็นพ่อคือ คูชุ่นเส็ง ก็ให้ออกแล้วก็หอบครอบครัวมุ่งเหนือไปเผชิญโชคเอาดาบหน้า
       
       ความที่เผยแพร่มาก่อนหน้านี้ก็คือมีการชี้ไปว่า คูชุ่นเส็ง เป็นอั้งยี่เมืองจันทน์?
       
       ต่อมาเกิดมีเรื่องราวกับผู้พิพากษาของสยามถึงขนาดชกต่อยทำร้ายร่างกาย จึงเป็นสาเหตุของการตัดสินใจย้ายครัวเดินทางไปไกล และปกปิดชีวิตประวัติในช่วงก่อนหน้าเมื่อมาปักหลักที่เชียงใหม่แล้ว
       
       ผู้เขียนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกับข้อสันนิษฐานนี้และเคยเขียนบทความต่อเนื่องชื่อว่า แกะรอย: ต้นตระกูลชินวัตรเป็นอั้งยี่จริงหรือ ? ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 ให้รายละเอียดไว้พอสมควร
       
       จะเป็นหัวหน้าอั้งยี่หรือไม่ได้เป็นนั่นค่อยว่ากันต่อแต่ที่แน่ๆ ก็คือ การปักหลักรากฐานชีวิตประกอบอาชีพทำมาค้าขายในระยะแรกที่เมืองจันทบุรีถือว่า “ล้มเหลว” ก็ว่าได้ เพราะหากมีปึกแผ่นมั่นคงแล้วก็คงไม่คิดอพยพหรอก
       
       มันจึงยังมีข้อมูลแง่มุมและเรื่องราวประกอบที่ชวน “ตีความ” เพิ่มเติมหลายเรื่องหลายประเด็น
       
       ในตอนต่อจากนี้จะวิสัชชากันเรื่องตระกูลคู กับ กระแสข่าวพัวพันแก๊งอั้งยี่รวมถึงประวัติของตระกูลคู-ชินวัตร ในแง่มุมที่ไม่ค่อยมีคนกล่าวถึงกันจึงขอใช้ชื่อซีรีส์บทความชุดนี้ว่า ตำนานตระกูลชิน ฉบับตีความ ที่ค่อนข้างยาวพอสมควร-โปรดติดตามตอนต่อไป.

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ตำนานตระกูลชิน ฉบับตีความ (1)
วาทกรรมมายาคติ
โลกแห่งความเป็นจริง
จิตวิทยาการม็อบ
เลิกเหอะประโยค “สู้ให้ชนะก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 29 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 24 คน
83 %
ไม่เห็นด้วย 5 คน
17 %
ความคิดเห็นที่ 1 +20 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าจะทำเป็นหนังใหญ่ ประวัติตกูลขี้โกง ตระกูลชินวัตร ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยกำลังจะล้มจม (เพระระบบราชการของไทยอ่อนแอนเห็นแก่เงินไม่คำนึงถึงประเทศชาติ)
เชียงใหม่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตำนานพญาเหิ้ย เรื่องจริงที่คนไทยควรรู้
ฉบับคนขายชาติ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แกว่างจัดจนขนาดนี้เลยเหรอ
ประวัติโจรเอามาโฆษณาทำพ่อง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรียนผู้เขียนบทความ

อยากทราบว่าบิดา มารดา นางยก ชื่อจริงว่าไร???
ert
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สันนิฐานว่าที่โคตรมันหนีจากเมืองจันทบุรี น่าจะมาจากการโกงชาวบ้านจนเค้าขับไล่ ให้ออกจากพื้นที่หรือหนีคดีความผิด เพราะพวกนี้มันโคตรโกงและโกงทั้งโคตร และตอนนี้ลูกหลานมันในอนาคตไม่ต้องสืบหาบรรพบุรุษอีกต่อไปเพราะตระกูลมันจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์โลกว่า เป็นตระกูลที่มีเชื้อสายชั่วที่สุดในโลก ทั้งโกงทั้งบ้าอำนาจ ทั้งฆ่าคนอย่างอำมหิต เลือดเย็น ไม่เว้นแม้กระทั่งไม่เดียงสา รวมทั้งฆ่าพวกเดียวกันเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง เนรคุณต่อแผ่นดินเกิด ถึงขั้นขายชาติ คบคิดต่างชาติเพื่อทำให้ประเทศเสียดินแดน หลอกลวงมอมเมาประชาชนสร้างความแตกแยกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน บ่อนทำลายวงการข้าวไทย และอีกนับไม่ถ้วนสมควรประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร อย่าให้มีสายเลืือดนี้อยู่บนโลกนี้อีกต่อไป
เรื่องจริง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เผยแพร่เมื่อ 22 ก.ค. 2013
สนธิแฉทุนมะกันหนุนหลังแก๊งล้มเจ้า-หวังยึ­ดไทยสานฝันครองเอเชียแปซิฟิก
http://www.youtube.com/watch?v=NAPVDkGAz0U

"สนธิ"เปิดแผนทุนอเมริกันหวังยึดครองประเท­ศไทย สูบความมั่งคั่งจากเอเชียแปซิฟีก หลังตะวันออกกลาง-ยุโรปหมดความน่าสนใจ แต่มีในหลวงที่ทรงสอนเศรษฐกิจพอเพียง เป็นอุปสรรค จึงเดินแผนใต้ดินหนุนขบวนการล้มเจ้า เผยบางคนในกลุ่มนิติราษฎร์ --เว็บประชาไท ได้เงินสนับสนุนจาก CFR และ NED ที่กลุ่มทุนขนาดยักษ์อยู่เบื้องหลัง ซัด "เพื่อไทย"มีเอี่ยว เพิ่งมาค้านทีหลัง ย้ำทางรอดประเทศไทย ต้องปกป้องสถาบันกษัตริย์ ยึดมั่นชาตินิยม พร้อมยอมตายเพื่อในหลวงเมื่อถึงเวลา

http://www.manager.co.th/Politics/Vie...

"นายสนธิกล่าวต่อว่า ทำไมคนพวกนี้จึงต้องการทำลายในหลวง ทั้งที่ในหลวงทำงานให้ประชาชนจนกระทั่งชรา­ภาพ ซึ่งคนรุ่นหลังไม่รู้ เขาบอกว่าเป็นอุปสรรคก็เชื่อ และคนในคณะนิติราษฎร์บางคนรับเงินฝรั่งมา ที่สำคัญการที่สหประชาชาติยอมรับว่าแนวพระ­ราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงเป็นทฤษีที่ถูกต้อง ทำให้คนพวกนี้ยิ่งกลัวว่า ถ้าประเทศไทยอยู่รอดด้วยเศรษฐกิจพอเพียงแล­้ว จะทำให้ประเทศเพื่อนบ้านหันมาเรียนรู้ แล้วกลุ่มทุนพวกนี้ก็จะเข้ามาหาประโยชน์ไม­่ได้ CFR จึงกล่าวหาว่าในหลวงเป็นอุปสรรคการปฏิรูปก­ารเมือง ซึ่งที่จริงคืออุปสรรคของทุนอเมริกันต่างห­าก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนักการเมืองทุกพรรค ทุกรัฐบาล คือตัวละครที่เขาใช้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีการเลิกเอ็มโอยู 43 เพราะเขาจะทำหน้าที่เอาของใส่สายพานให้ฝรั­่ง คือมอบแหล่งพลังงานให้บริษัทต่างชาติ

ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ทักษิณ ชินวัตร คือตัวละครตัวหนึ่ง หมดจากทักษิณไปก็มีคนอื่น เพราะสันดานนักการเมืองทุกพรรคเหมือนกันหม­ด คือทำเพื่อตัวเอง ไม่ได้ทำเพื่อชาติ พวกฝรั่งจึงอยากให้นักการเมืองได้ปกครองปร­ะเทศ เพื่อให้เปิดเสรี ให้ประเทศไทยเป็นทาสทุนตะวันตก
copy
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กปปส ต้องยอมหันกลับไปดู คปท น้องอุทัยและพี่ทนายนกเขา ที่เคลื่อนขบวนไปกดดัน สถานฑูตสหรัฐ แล้งนังขี้เท้อไม่ออกมารับหนังสือ จนอุทัยฉีกหนังสือทิ้งหน้าสถานฑูต ถือว่าต้องเป็นภาพประวัติศาสตร์ ทั้งๆที่อยู่ถนนวิทยุ หลังสวนลุมใกล้บ้านกปปส คุณแค่500เมตรแต่กปปสไมาไปร่วม ขอกปปสให้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้กดyankeeทุกวันตั้งเตนท์ถาวรให้สื่อโลกเข้ามาถามแล้วชี้แจงตอบตรงไปตรงมา ยิงคำถามง่ายๆว่ามันจงรักษ์ภักดีในหลวงเราขนาดไหน แล้วปฏิบัติกับท่านอย่างไร การไม่ให้เกียรคิท่านย่อมเท่ากับไม่ให้เกียรติคนไทยทั้งประเทศ รับไม่ได้ Yankee goes home
แผ่นดินของเรา
 
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กำนันสุเทพระวังจะสะดุดขาตัวเองจากก้าวแรกเริ่มเอาเท้าขวานำเพื่อให้นกเอี้ยงออกจากอำนาจโดยสาธยายความชั่วความไม่ถูกค้องต่างๆแต่ก็ยังมิอาจต้านความด้านของหล่อนและทีมงานสวะได้ ดังนั้น การก้าวเท้าซ้ายออกมาช่วยในเรื่องหัวเรื่องการปฏิรูปเพื่อทึ่จะเรียกร้องความชอบธรรมให้มวลมหาประชาชนร่วมผลักดันแล้วให้มวลชนเห็นด้วยจนอยากผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง กปปส ต้องลงทุนลงแรงมากๆกว่านี้ และการปฎิรูปรอบนี้ ถ้าต้องการมีชัยสู่มหาชนทั่วปประเทศ มาตราการต้องเอื้อให้คนทั้งประเทศมากกว่าการมองที่ในเมืองเป็นหลัก เสนอให้ชี้ชัดเจนดังนี้
1/ สร้างความแตกต่างให้ชัดเจนระหว่างนโยบายรัฐสวัสดิการและโครงการประชานิยม และหาขอบเขตร่วมที่ประชาชนรับได้รับไม่ได้

2/ สร้างหน่วยงานของรัฐและราชการ ที่จะบล็อคและตรวจสอบการใช้งบประมาณที่อยู่นอกแผนพัฒนาตามรูปแบบสามัญ ต้องเป็นหน่วยงานที่เข้มข้นเรื่องการควบคุมการใช้งบประมาณ การตรวจสอบบัญชี รวมถึงดึงทีม สตง และสำนักงบประมาณ มาร่างแผนหน่วยงานเฉพาะนี้ขี้น
การออกนโยบายใดของฝ่ายบริหารที่นอกเหนือรูปแบบปกติต้องมีการทำประชาพิจารณ์จากประชาชน

3/ หัวข้อการปฏิรูปของกปปส เข้าใจว่ามี 6ถึง7 หัวข้อ ขอให้นำเข้าไปร่วมกับแนวทางสามหัวข้อใหญ่ของหลวงปู่ เพื่อสร้างมวลชนร่วมสนับสนุนให้ได้จำนวนมากพอผลักดันได้เป็นผล

4/ แนวทางปฏิรูปทั้งหมดจากข้อสามจะไม่สัมฤทธิ์ผลเลยหากไม่มีการปฏิรูปรูปแบบการปกครองให้มีการสื่อสารสองทางจากประชาชนในจังหวัดต่างๆสู่ส่วนกลางได้อย่างแท้จริง กลไกรัฐเดิมอาจไม่สนับสนุนหรือมีประสิทธิภาพพอหากไม่มีสภาประชาชนระดับจังหวัดต่างๆมารองรับแนวปฏิรูปนี้ เพราะกระแสต้านด้านสีและเหล่ายังคงมีอยู่ ภาพก็จะไม่ต่างจากรูปแบบหลังปฎิวัคิปี53 ที่ฐานอำนาจและขั้วไม่เปลี่ยนแปลง โจทย์คือการปฏิรูปควรตรงเข้าสลายขั้วต่างๆได้จากรูปธรรมแห่งอานิสงค์แห่งการปฏิรูปนั้นๆ
ลุงกำนันสู้ๆนะครับ

นมัสการหลวงปู่ ผู้ปลดแอกวืญญาณให้ประชาชนไทย
กระผมชื่นชมในคำสอนที่ท่านพยายามชี้นำและทำให้เห็นจริงเพื่อสร้างสำนึกดี รู้ผิดชอบให้ประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกับชาวนาที่ถูกกระทำในทางที่ไม่ยั่งยืนและยากลำบากมาโดยตลอด เพราะพวกเขาด้วยโอกาสกว่าในสังคมจึงถูกเอาเปรียบโดยโมหะ
เพียงแต่อยากจะส่งข่าวและกราบเรียนท่านและ กปปส ทุกเหล่าให้เพียรอดทนยืนหยัดสู้ไปอีกอย่างมากไม่เกินสามเดือนสิ้นสุดที่พฤษภาคม
เหคุผลมีเพียงว่า ไม่ว่านกเอี้ยงจะแถไถไม่ยอมรับการหมดอำนาจด้วยเหตุใดๆที่น่าเกลียดจนไม่อาจฟังได้ แต่ สุดท้ายประชาชนนอกพื้นที่ชุมนุมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอิสานจะเป็นคนส่งสัญญาณให้นกเอี้ยงร่วงลงมาจนได้
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น มีเหคุผลใหญ่ข้อเดียวก็คือ นกเอี้ยงได้ยอมปล่อยให้แดงฮาร์ดคอร์บังอาจเล่นสกปรกเรื่อง สปปลานนา เพื่ออ้างแบ่งแยกดินแดน เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพังในระบบทักษิณเองเลย ฝังตัวเองเบ็ดเสร็จ เพราะว่า
1. แบ่งแยกดินแดน คือแบ่งแยกชาติ ความรุนแรงในความรู้สึกปวงชนเทียบเท่า หรืออาจจะยิ่งกว่าการดูหมิ่นสถาบันฯ
2. ปากท้องของประชาชนในด้านเศรษฐกิจภูมิภาค เริ่มส่งสัญญาณแย่ลงต่ำมากชัดเจน ณ ต้นเดือนมีนาคม โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจจุลภาคระดับชาวบ้าน หลังหมดช่วงท่องเที่ยวเดือนกุมภาพันธ์ ยอดขายสินค้าในครัวเรือนหรือขนมนมเนยที่ชาวบ้านซื้อขายกินกันราคาถูกๆ กลับ ลดลงกว่าครึ่งหนึ่งของรายรับรายวัน พ่อค้าแม่ค้าระดับรากหญ้ากำลังลำบากถึงลำบากที่สุด และผลพวงนี้จะสามารถกระทบเห็นชัดจากแหล่งร้านอาหารในตัวเมือง ภายในสามเดือนกำลังจะปิดตัวเองมโหราฬ ดั่งคำอู้ที่ว่าเจียงใหม่เมืองปราบเซียน ตัวเลขการตกงานกำลังเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งอย่างรวดเร็วสำหรับผู้ทำงานปกขาวในเมืองกับบริษัทท้องถิ่นที่ไม่ได้ยึดโยงเป็นสาขากับกรุงเทพฯ และจะส่งผลในธุรกิจขายสินค้าและบริการ อุปโภคบริโภคตกต่ำอย่างแรงอย่างชัดเจนก่อนสงกรานต์นี้ รวมทั้งสินค้าเกษตรอย่างข้าวนาปรังเองก็จะไม่ได้ราคาขายข้าวเปลือกที่ดีอีกต่อไปเนื่องจากข้าวที่ล้นตลาดอยู่และแก้ไขยังไม่ได้
3. สำคัญที่สุด การเปิดตัวของเหล่าโจรกบฎแดงในพื้นที่อู่ข้าวอู่น้ำของตนเองทั้งเหนือและอิสาน กำลังเกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวโดยตรงชัดเจน ขอให้กปปสจำเป็นต้องตั้งแคมเปนนำในการบอยคอตการไปท่องเที่ยวเหนือและอิสานในช่วงสงกรานต์ปีนี้ แน่นอน ย่อมจะส่งผลกระทบแก่ชาวบ้านแต่ทว่าจะเปรียบเหมือนการเตือนสติและให้โทษทางอ้อม เมื่อชาวบ้านเข้าใจมากขึ้นว่าการอาศัยอยู่ในประเทศย่อมต้องพึ่งพากันเป็นธรรมดา สัจธรรมย่อมเกิดขี้นพร้อมสำนึกที่ถูกที่ควรแน่นอน การแสดงกำลังของมวลชนที่ไม่พอใจในพื้นที่แดงจะหนาแน่นและมีเหตุผลจนยากแก่การเถไถของนกแก้วแอนด์เดอะแกงค์อีกต่อไป
4. กระแสความไม่พอใจรัฐ จะลามจากในเมืองใหญ่ออกสู่อำเภอรอบนอกด้วยเหตุด้วยผลข้างต้นต่อไป
ขอให้ยืนหยัดในสัมมาทิฏฐิและอยู่คู่ความถูกต้องตลอดไปนะครับ และปฎิรูปให้ชาวบ้านส่วนใหญ่อย่างเท่าเทียมแท้จริงโดยเฉพาะกลุ่มภาคเกษตรผู้ด้อยโอกาสและชนชั้นกรรมาชีพในเมืองใหญ่และเมืองหลวงด้วย สื่อของรัฐทั้งช่อง9และ11 เสี้ยมให้คนในชาติแตกแยกอย่างมาก ขอกองทัพจัดการจักมีน้ำหนักยิ่งเพราะเป็นภัยความมั่นคงภายในมาก
ขอบคุณครับ
สามเดือนสามเดือนสามเดือนสามเดือนสามเดือน

ความคิดเห็นที่1: คุณโดเรมอน
คุณสามสิบล้านเสียงฯครับ ผมไม่อยากจะทำให้คุณเสียกำลังใจเลย แต่ในเมื่อเป็นความจริงเราก็ต้องยอมรับ ๓๐ล้านเสียงที่เป็นขี้ข้าแผ่นดิน ปกป้องแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลานก็ยังมีคนที่ยอมรับการโกงการฉ้อราษฎร์บังหลวงจำนวนมาก(อ้างอิงผลสำรวจของสำนักโพล) นอกจากนั้น๑๕ล้านเสียงก็ยังเหนียวแน่นกับระบอบทรราชทักษิณหรือระบอบความชั่วอื่นๆ ไม่ต้องอะไรเอาแค่ผลการเลือกตั้ง ๒ ก.พ ที่ผ่านมา ชาวนาส่วนใหญ่ที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าวต่างก็พากันไปเลือกตั้ง แล้วก็เลือกเผาไทย และเมื่อใดที่ชาวนาได้เงินครบและมีสิทธิเลือกตั้ง และมีพรรคที่เสนอโครงการรับจำนำข้าวในราคาสูงกว่าท้องตลาดแบบที่เผาไทยเสนอ ผมรับรองว่าชาวนาก็พากันเลือกพรรคนี้อีกเหมือนเดิม การปฏิรูปเปลี่ยนแปลงคนนั้นไม่สามารถกระทำได้ในวันเดียวครับ คนป่วยโรคจิตยังต้องใช้เวลารักษาเป็นสองเท่าของเวลาที่ป่วยเลย แล้วนี่คนไทยมีนิสัยเห็นแก่ตัวมาตลอดชีวิต ดังนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน มีแต่ต้องบังคับให้อยู่ในกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมๆกับสร้างวินัย สร้างนิสัยดีๆให้แก่เด็กในวันนี้ด้วยการศึกษาเท่านั้น ผมไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายนะครับ แต่มองโลกที่เป็นจริงได้แสร้งเห็นว่าโลกสวยงาม
8 มีนาคม 57 9:57
---------------------------------------------------------
9/3/57 57'
ถึง คห.ที่1 คุณโดเรมอน
ขอบคุณมากครับสำหรับความเห็นและคำเตือนรวมทั้งข้อคิดที่เป็นประโยชน์ดั่งที่เขาบอกกันทั่วไปว่าอย่ามองโลกสวย เกินไป
จริงครับเรื่อง ชาวนา ที่เขาอาจกลับไปเลือกหรือแม้แต่ถูกขู่เข็ญหรือต่อรองให้เลือกพรรคที่ล้มเหลวจากการจำนำข้าวให้เขาจากพวกหัวคะแนนจัดตั้งในท้องถิ่น เพื่อให้เขายังได้รับประโยชน์ทางสวัสดิการสังคมบางอย่างที่พวกนั้นอ้างจะให้หรือจัดทำให้ เสียงโดยภาพรวมของเกษตรกรชาวนาชาวไร่กว่า3ล้านครัวเรือนรวมประมาณ12ถึง13ล้านคนนั้นเคยหนุนพรรคเพื่อไทย ส่วนหนึ่งก็มีสมาชิกในครอบครัวที่ยังทำเกษตรและอีกบางส่วนก็หันไปทำกรรมาชีพในภาคแรงงานตามหัวเมืองย่อยเมืองใหญ่ และพวกเขาครั้งหนึ่งก็เคยหนุนพรรคกิจสังคม หรือความหวังใหม่ในอดีต นั่นเป็นตรรกะเรื่องของสิบเบี้ยใกล้มือสำหรับชาวบ้านที่ในข้อเท็จจริงที่ว่าเขายังเป็นผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ณ ท้องที่ห่างไกลเมือง แต่ก็ยังมีสิ่งมีค่าคือเสียง1สิทธิ์ที่พรรคการเมืองต่างๆอยากได้
30ล้านเสียงในความหมายของเราจึงมีส่วนที่อาจเป็นสัดส่วนเกินกึ่งหนึ่งของชนเกษตรและชนกรรมาชีพ13ล้านเสียงเดิมๆของเพื่อไทยที่อยากเข้าร่วมปฎิรูปให้รัฐเลือกแนวทางที่ยั่งยืนและมั่นคงกว่าเดิม ให้เป็นหลักประกันให้ตนเองและครอบครัวพวกพ้องในทางปฎิบัติที่เป็นธรรมมากขึ้น ในจำนวน 8หรือ9ล้านเสียงที่เข้าร่วมปฎิรูปร่วมกับพี่น้องอีกประมาณ 3 ล้านเสียงในภาครัฐ อนประกอบด้วย ข้าราชการประจำ ทหาร ตำรวจ มหาดไทย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบจ อบต เทศบาล ข้าราชการการเมือง ข้าราชการรัฐวิสาหกิจ และอีก 13 ถึง15 ล้านเสียงของ พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยรายรายกลาง ผู้ประกอบการรับจ้างทั้งธุรกิจมืออาชีพหรือช่างบริการผู้สนับสนุนธุรกรรมด้านต่างๆ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทั้งงานศิลป์งานวิทย์ และกลุ่มผู็ประสานงานกับต่างประเทศทั้งงานข่าวงานการค้าและภาคศิลปะบันเทิง
การได้รวมฐานของกลุ่มฐานล่างและฐานกลางให้มีช่องว่างทางแนวความคิดและการแนวทางเดินภาคปฎิบัติที่กระชับและครงทิศทางแก่รัฐมากขึ้น
เสืยงที่ร่วมปฎิรูปกว่า30ล้านเสียงย่อมมีนำ้หนักเทียบเท่าเกือบกึ่งหนึ่งของประชากรประเทศไทย และที่สำคัญมีมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงกว่า42ล้านเสียงทั่วประเทศ
ถ้าการปฎิรูปในเนื้อหานี้สำฤทธิ์ผลในทางปฏิบัติก็ย่อมส่งผลกลับแก่ส่วนรวมและตั้งเข็มแนวทางเอื้อผลประโยชน์ร่วมไห้คนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้สร้างประสิทธิภาพประสิทธิผลให้แก่แผ่นดินไทยนั่นเอง
จริงอยู่ ศัตรูสำคัญของทุกคนคือ เรื่องคอรัปชั่นจากปัญหารากเง่าของความยากจน จากความโลภของคนเลว จากผู้ไร้ศีลธรรมไร้หิริโอตัปปะที่ยังปรากฎอยู่ เรมเชื่อมั่นว่ากระแสต้านจากแนวจริยะธรรมปฏิรูปร่วม จะสร้างความภาคภูมิใจและเสริมกำลังให้ขับเคลื่อนค่อสู้ในทางที่ถูกที่ควรเป็นพลวัตร และนั่นย่อมกลับสร้างความมั่นคงในแนวทางประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ที่ไร้ผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มอย่างแน่นอน
ในทางรูปธรรมกลุ่มก้อนต่อรองนี้ ไม่ควรจะได้มาจากการจัดตั้งพรรคการเมืองใดขึ้นมา แต่ควรมาจากฐานการปฎิรูปภาคการเมืองในชนบทที่มีรากฐานมาจากการปกครองระดับท้องถิ่นก่อน ที่เริ่มณจุดประสานงานของนายอำเภอตัวแทนภาครัฐและตัวแทนผู้รับมอบอำนาจภาคประชาชนในท้องถิ่น ที่สรรหาเลือกตั้งกันมาในแนวทางปราชญ์เฉพาะถิ่นตามความเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่นั้นๆ และสามารถทำงานเป็นสากลได้ ตัวแทนนี้ย่อมสามารถปลดได้โดยการระบบโหวตของประชาชนในท้องถิ่นนั่นเอง และกระบวนการเลือกเข้ามาต่อเนื่องจนได้ประชาชนได้คัดกรองในรูปสภาจังหวัดอันเป็นตัวแทนท้องถิ่นที่แท้จริงสู่ภาคประชาบริหารสภาการเมืองไทยต่อไป
ประชาบริหารสภาการเมืองไทย ในแบบที่ไม่เอาทุนสามานต์สุดโต่งมหาศาล แต่ ก็ไม่ปฎิเสธความเจริญของโลกใหม่ภายใต้ระบบภาษีที่เป็นธรรมและ ต้องร่วมน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงในแนวพระราชดำริมาใช้โดยเต็มรูปแบบครบถ้วนในทุกภูมิอาชีพ อันจะเป็นภูมิคุ้มกันที่มั่นคงและยั่งยืนแก่ลูกๆหลานๆพวกเราต่อไปตราบเท่านาน

-----------------------------------------------------------
ฝันหวานแล้วทั่น จะให้เริ่มจากท้องถิ่นก่อน คุณมาจากไหนครับโทษทีคนไทยรึเปล่าครับ เคยทำงานกะอบตใหนบ้างไหมครับ?
บ้านเราขณะนี้มันต้องเริ่มจากบนลงล่างครับ ในระดับนึงยังต้องใช้ความกลัวกับกฏเหล็กอยู่ โลกมันไม่ได้สีชมพู คนดีคนชั่วอยู่ร่วมกัน คนดีไม่ทำผิดแหกกฏอยู่แล้วเว้นแต่ไม่ยุติธรรม

อยากให้เป็นเหมือนเมืองนอกต้องเริ่มที่การศึกษาครับ แต่กินวันนี้ไม่ทัน ต้องรอให้ออกดอกออกผลวันข้างหน้า
แล้วเมแนเจอร์ก็ไม่ลงให้อีกอยู่ดี
คุณนะควายแท้ๆเขียนอะไรเยอะแยะความหมายไม่มีเลย
------------------------------------------------------------
ความเห็นแย้งของคุณรับฟังและเข้าใจได้ ที่คุณแจ้งมาในบทความนั่นแหละคือปัญหา การคานอำนาจหรือถืออำนาจในมือแต่ข้างเดียวโดยไม่มีกระบวนการเชื่อมต่อความคิดเห็นทั้งสองด้านนั้นเป็นต้นเหตุแห่งปัญหาเหลื่อมล้ำทั้งมวล
อะไรทำให้คุณเข้าใจไปว่าชาวบ้านเขาจะเลือกคนไม่ดีไม่เก่งเข้ามาเป็นตัวแทนของเขาครับ ถ้าเขามีประสบการณ์ที่ไม่ดีผ่านมาขนาดนี้แล้ว
ตอนนี้ จำเป็นที่ต้องให้ส่วนล่างเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ข้อเท็จจริงควรยอมรับว่าเขามีปริมาณมาก จริงอยู่ คุณภาพอาจไม่คับแก้วเท่าส่วนบนแบบที่คุณว่ามีการศึกษามากกว่า แต่พวกเขาก็จะสัมผัสได้กับการมีนโยบายที่ให้คำตอบกับการใช้ชีวิตประจำวันจริงมากกว่าเดิม หรืออย่างน้อยชาวบ้านก็ได้คัดกรองตัวแทนเข้ามาเป็นปราชญ์พื้นที่ที่มีคุณภาพในชั้นหนึ่งเพื่อชาวบ้านอย่างแท้จริง และสนองตอบความต้องการให้ชาวบ้านได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องตอบคำถามนั้นๆผ่านระบบการเมืองที่อิงผลประโยชน์ตอบแทนให้พรรคเป็นหลัก เราอาจมีวิถีที่มองจากนอกเมืองสู่ในเมือง จากครึ่งชีวิตได้ใช้ร่วมกับวิถีชนบท ในขณะที่ชีวิตที่เกิดและทำงานก็ได้สัมผัสกับคนเมืองเป็นอย่างดี เพราะเกิดที่จุฬาฯ มีบ้านในย่านสามย่าน สีลม สุขุมวิทและทองหล่อ ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าไม่เข้าใจหรอก ปัญหาอยู่ที่ว่าคุณมองเห็นปัญหาประเทศในภาพรวมได้มากแค่ไหน หรือมองอยู่บนยอดหอคอยงาช้างกันแน่ เพราะหอคอยก็ย่อมต้องตั้งอยู่บนพื้นรากอยู่ดี และถ้ามันไม่แน่นคลอนแคลน หอคอยแพงๆก็ไม่มีความหมายในที่สุด มาเปิดใจป้นประโยชน์ร่วมกันน่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน อาจเรียกว่าระบบกึ่งสังคมนืยมประชาธิปไตยก็ไม่น่าจะผิดหรอก อะไรที่เขาทำไว้ดีๆแต่คิดปัญหาคอรัปชั่นก็ให้ปรับแก้คุมเข้มให้ได้ ชาวบ้านก็ย่อมพอใจและย่อมเป็นประโยชน์ร่วมกันได้ในที่สุดในระดับหนึ่งที่พอรับได้ทั้งสองฝ่าย

30 ล้านเสียงนำไทยปฏิรูป
30 ล้านเสียงนำไทยปฏิรูป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะเก็บข้อมูลไว้เปรียบเทียบกับหนังสืองานศพไอ้หน้าเหลี่ยม
เร็วๆนี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เจ็กนำระบบความชั่วร้ายจากจีนแผ่นดินใหญ่มาทำลายแผ่นดินไทยด้วยระบบการติดสินบนและคอรัปชั่นมานานแล้วตั้งแต่การอพยพใหญ่ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์แก่ข้าราชการเจ้าขุนมูลนาย ทำให้ระบบคอรัปชั่นถึงแพร่ระบาดอยู่ทุกวันนี้ ตัวอย่างเห็นได้ชัดพวกตระกูลคู ของก๋งไอ้ทรราชทักษิณ ความชั่วร้ายจากก๋งของมันถ่ายทอด ดีเอ็นเอ ความเป็นอั้งยี่มาสู่ตัวของไอ้ทักษิณเต็มที่ มันจึงไม่ภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดินไทย แต่กลับจะยกแผ่นดินภาคเหนือไปให้จีนแดง คนภาคเหนือที่เป็นคนไทยยังหลงงมงายต่อเจ็กขบถคนนี้อย่างหัวปักหัวปำ น่าสงสารประเทศไทยที่พระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ทรงสร้างบ้านแปลงเมืองมาตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นระบะเวลา 800 ปี
seamilar@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บทความนี้สงสัย astv รับเงินไอ้เหลี่ยมมาเตะตัดขาแน่เลย
ว่าไงวะ..แมงสาป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตำนานพญาเหิ้ย เรื่องจริงที่คนไทยควรรู้
ฉบับคนขายชาติ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตระกูลนี้ สืบสันดาน ความชั่ว
คนจีนรักชาติไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +20 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าจะทำเป็นหนังใหญ่ ประวัติตกูลขี้โกง ตระกูลชินวัตร ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยกำลังจะล้มจม (เพระระบบราชการของไทยอ่อนแอนเห็นแก่เงินไม่คำนึงถึงประเทศชาติ)
เชียงใหม่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014