หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม | ข่าว
 

คนขับรถ “เอกยุทธ” ปัดไม่เกี่ยวนายหายตัว-อ้างแค่ไปส่งเปลี่ยนรถเข้าพม่า

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม
11 มิถุนายน 2556 14:03 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
คนขับรถ “เอกยุทธ” ปัดไม่เกี่ยวนายหายตัว-อ้างแค่ไปส่งเปลี่ยนรถเข้าพม่า

คนขับรถ “เอกยุทธ” ปัดไม่เกี่ยวนายหายตัว-อ้างแค่ไปส่งเปลี่ยนรถเข้าพม่า

คนขับรถ “เอกยุทธ” ปัดไม่เกี่ยวนายหายตัว-อ้างแค่ไปส่งเปลี่ยนรถเข้าพม่า

คนขับรถ “เอกยุทธ” ปัดไม่เกี่ยวนายหายตัว-อ้างแค่ไปส่งเปลี่ยนรถเข้าพม่า

คนขับรถ “เอกยุทธ” ปัดไม่เกี่ยวนายหายตัว-อ้างแค่ไปส่งเปลี่ยนรถเข้าพม่า

คนขับรถ “เอกยุทธ” ปัดไม่เกี่ยวนายหายตัว-อ้างแค่ไปส่งเปลี่ยนรถเข้าพม่า

คนขับรถ “เอกยุทธ” ปัดไม่เกี่ยวนายหายตัว-อ้างแค่ไปส่งเปลี่ยนรถเข้าพม่า

คนขับรถ “เอกยุทธ” ปัดไม่เกี่ยวนายหายตัว-อ้างแค่ไปส่งเปลี่ยนรถเข้าพม่า

คนขับรถ “เอกยุทธ” ปัดไม่เกี่ยวนายหายตัว-อ้างแค่ไปส่งเปลี่ยนรถเข้าพม่า

คนขับรถ “เอกยุทธ” ปัดไม่เกี่ยวนายหายตัว-อ้างแค่ไปส่งเปลี่ยนรถเข้าพม่า
(แฟ้มภาพ)นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดังที่หายตัวไปลึกลับ

ผบช.น.นำตัว “สันติภาพ” คนขับรถเอกยุทธแถลงข่าว อ้างแค่นำส่งนายต่อรถไปพม่า ปัดไม่รู้เรื่องการหายตัวของนายเอกยุทธ ตร.หิ้วตัวชี้จุดเกิดเหตุที่กล่าวอ้างทันที ขอเวลา 1-2 วันสรุปคดี ด้านภาค 9 พบศพต้องสงสัยที่พัทลุง อยู่ระหว่างตรวจสอบ
       
       

       
       เวลา 11.00 น. วันนี้ (11 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมใหญ่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. พล.ต.ต. ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น.4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บช.น. ร่วมกันแถลงข่าวควบคุมตัวนายสันติภาพ หรือ บอล เพ็งด้วง อายุ 25 ปี คนขับรถผู้ต้องสงสัยกรณีนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดังหายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อหลายวันก่อน พร้อมของกลางที่ยึดได้ภายในรถตู้โฟล์ค สีดำ ทะเบียน ฮพ 9304 กทม. ประกอบด้วยเงินสด 66,300 บาท, นาฬิกาข้อมือ, รองเท้าหนังเปื้อนโคลน, บัตรประจำตัวประชาชน และของใช้ส่วนตัวอื่นๆ นอกจากนี้ ยังพบจดหมายเขียนด้วยลายมือของนายสันติภาพ ที่อ้างว่าเป็นการเขียนแจ้งให้คนในสำนักงานทราบ 1 ฉบับ
       
       ด้านนายสันติภาพกล่าวว่า วันพฤหัสที่ 6 มิ.ย.ตนได้ขับรถพานายไปที่ร้านอาหารกระแต ช่วงเวลา 19.00 น. จากนั้นประมาณ 22.00-23.00 น.ก็ขึ้นทางด่วนเพื่อจะพานายเอกยุทธกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่บ้านนายเอกยุทธหากุญแจเปิดบ้านไม่เจอเลยบอกให้ตนไปหากุญแจหลังตู้เย็นมา แล้วเจอกุญแจสำรอง จึงสามารถเข้าบ้านได้ แต่ขณะเดียวกัน นายเอกยุทธก็มีการสนทนาทางโทรศัพท์ตลอดเวลา พร้อมกับเดินไปมาตลอดแต่ไม่รู้ว่าคุยกับใคร ต่อจากนั้นนายเอกยุทธได้ใช้ให้ตนไปถอดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดออกมาให้ซึ่งตนก็ทำตาม นายเอกยุทธจึงได้นำขึ้นรถพร้อมกระเป๋าเดินทาง 1 ใบแล้วใช้ให้ขับรถออกทันที
       
       เมื่อนายเอกยุทธขึ้นรถก็ถามว่ามีที่พักที่ไหนได้บ้างตนก็เลยแนะนำบ้านพี่สาวย่านลาดกระบังซึ่งมีแอร์ทุกห้อง โดยนายเอามือถือไปด้วยจำนวน 4 เครื่อง เมื่อถึงบ้านพี่สาวนายก็เข้าห้องไปพักผ่อนนตามปกติ
       
       ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 7 มิ.ย.นายก็โทรศัพท์บอกให้ลูกน้องที่บ้านนำเช็คไปให้ พอถึงเวลา 10.00 น.ก็เลยไปจอดรอที่ช่องทางเข้าที่ 8 สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นที่นัดหมาย จากนั้นตนก็ได้ลงไปเอาสมุดเช็คขึ้นมาให้นายเซ็นโดยที่คนนำเช็คมาให้ไม่พบกับนายเอกยุทธโดยตรง เมื่อนายเอกยุทธเซ็นเสร็จจึงนำเช็คมอบให้ไปขึ้นเงิน จากนั้นตนก็ขับรถออกไป พอถึงเวลาประมาณ 15.00 น. นายเอกยุทธก็ให้ตนขับรถพามารับเงินที่ช่อง 8 เหมือนเดิมหลังจากนั้นมีพนักงานผู้หญิงชื่อ “อิง” นำเงินสดมาให้โดยใส่ซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่และใส่ถุงพลาสติกอีกชั้นโดยที่ตนไม่รู้ว่าข้างในนั้นคือเงินสด จากนั้นตนก็นำขึ้นมาวางให้นายเอกยุทธที่เบาะด้านหน้าซ้ายนายเอกยุทธ
       
       เมื่อตนขึ้นรถและขับออกจากสนามบินสุวรรณภูมิจากนั้นนายเอกยุทธก็บอกตนว่าขับลงใต้ได้ไหม ตนก็บอกว่าลงได้สบายครับบ้าน ตนอยู่พัทลุงอยู่แล้ว ก็เลยมีการแวะเติมน้ำมันก่อนจำนวน 2 พันบาทที่ย่านมอเตอร์เวย์ ซึ่งตนได้ยินนายเอกยุทธคุยโทรศัพท์กับปลายทางว่า “จะมารับหรือยังเดี๋ยวกูจะไปพม่า”
       
       หลังจากนั้นตนจึงขับมาตามทางจนถึงถนนบายพาสเส้นปราณบุรี นายเอกยุทธได้สั่งให้จอดรถ โดยมีรถเก๋ง 2 คันสีดำ จอดต่อท้ายรถตู้จนไม่เห็นแผ่นป้ายทะเบียน จากนั้นนายเอกยุทธเอกยุทธได้ลงจากรถแล้วยื่นเงินให้ตน 1 พันบาทแล้วบอกกับตนว่าให้กลับไปพักผ่อนก่อนเดี๋ยวค่อยมาทำงานตอนผมกลับมา
       
       “เห็นว่านายถือกระเป๋าไปหนึ่งใบลงไปขึ้นรถเก๋งไป จากนั้นผมก็คิดว่าเป็นวันหยุดตนเองเลยคิดว่าขับรถกลับบ้านที่จ.พัทลุงเพื่อจะโชว์ญาติ เมื่อกลับไปถึงไม่เจอใครอยู่จึงขับรถกลับมากรุงเทพฯ ซึ่งระหว่างกลับมาระหว่างทางก่อนถึงมหาชัย ยางรถเกิดแตกจึงแวะปั๊มน้ำมันที่อยู่ก่อน จ.สมุทรสงคราม 5 ก.ม.เพื่อจะปะยางเมื่อช่วงก่อนเที่ยงวานนี้ (10 มิ.ย.) แล้วก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ซึ่งผมตกใจมากก่อนถูกนำตัวมาสอบสวนโดยที่ผมไม่ทราบว่านายเอกยุทธหายไปไหนจริงๆ” นายสันติภาพระบุ
       
       นายสันติภาพกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังได้เขียนบันทึกที่จะเตรียมมาแปะไว้ที่ออฟฟิศว่า “ถึงบริษัทเน็ตอีสท์ ผมไม่ได้หนีไปไหน แต่นายสั่งให้ผมหลบไปสักพักแล้วค่อยกลับมา ผมไปส่งนายที่ที่นายสั่งว่าห้ามบอกใคร และให้ผมย้อนกลับมาเมื่อนายกลับมา ลงชื่อ BALL”
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมมีการเขียนจดหมายแจ้งไว้ นายบอลกล่าวว่า ตนตั้งใจเอามาติดไว้ที่พวงมาลัยเวลานำรถมาจอดไว้ที่บริษัท เพื่อคนอื่นจะได้ไม่ต้องถามหรือเป็นกังวล
       
       พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่่ปักเชื่อในคำให้การของนายสันติภาพ แต่จากการตรวจสอบพยานเป็นไปตามคำให้การของนายสันติภาพเบื้องต้น ตอนนี้ขอเวลาให้ตำรวจชุดสืบสวนประมาณ 1-2 วันในการติดตามพยานหลักฐานว่ามีความคืบหน้าอย่างไร เพราะอาจมีประเด็นที่เกี่ยวข้องหลายอย่างตามมา เช่น เงินสด 5 ล้านบาท ประกอบกับมีคนมารับนายเอกยุทธไปด้วย ซึ่งประเด็นเหล่านี้ต้องใช้เวลาสืบสวนก่อนจะสรุปได้
       
       พล.ต.ท.คำรณวิทย์ได้กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ตนได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น.เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนคลี่คลายคดี
       
       ทางด้านนางสุภากร แหวนหล่อ อายุ 56 ปี พี่สาวนายเอกยุทธเปิดเผยว่า โดยส่วนตัวตนเป็นคนไม่ชอบการเมืองเกลียดไม่ยุ่งแต่น้องชายชอบเรื่องการเมืองซึ่งก็เป็นเรื่องของเขา
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่าเชื่อหรือไม่ว่านายเอกยุทธถูกอุ้ม นางสุภากรกล่าวว่ายังไม่รู้เหมือนกัน 50-50 รู้แต่ว่ารู้ว่าน้องชายหายไปกับนายสันติภาพแล้วหายตัวไป แล้วจะให้คิดอย่างไร ต้องโมโหเป็นธรรมดา ที่ผ่านมาถ้าจะไปไหนมาไหนก็จะบอกถ้าจะเดินทางไปไหนไกลๆ ก็จะบอกแม้จะไม่บอกล่วงหน้าก็ตาม ที่ผ่านถ้าเดินทางไกลๆ จะไม่ไปรถยนต์แน่นอนเพราะน้องชายไม่ค่อยนั่งรถและคิดว่าเสียเวลาเขาเป็นนักธุรกิจ เวลาเป็นเงินเป็นทอง
       
       เมื่อถามว่าไปพม่าบ่อยไหม นางสุภากรกล่าวว่า เขาไปมาทั่วโลกแล้ว ด้วยวิสัยแล้วไม่มีการนั่งรถยนต์แน่นอน ที่ผ่านมาถ้าหากไม่รับโทรศัพท์ นายเอกยุทธก็จะติดต่อกลับภายใน 5 นาที ซึ่งขณะนี้แม่ที่มีอายุ 80 ปีแล้วเครียดมากเพราะลูกชายหายไปทั้งคน ส่วนตนมีหน้าที่ติดตามน้องที่หายไปซึ่งตนเป็นคนแจ้งความเอง
       
       เมื่อถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นการอุ้มตนเองหรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ เพราะตามคำให้การของนายสันติภาพเบื้องต้น ภาพวงจรปิดสถานที่ต่างๆ ตรงกับคำกล่าวอ้างของนายสันติภาพ อย่างไรก็ตาม ต้องพบเจอนายเอกยุทธเสียก่อน ขณะนี้ญาติก็ไม่ทราบ จึงอยากให้ทางญาติรีบแจ้งให้ทราบทันทีหากนายเอกยุทธติดต่อกลับมาเพื่อความจริงจะได้คลี่คลายโดยเร็ว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นตำรวจได้นำตัวนายสันติภาพไปชี้จุดเกิดสถานที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทันที
       
       ขณะเดียวกัน เวลา 13.00 น. รายงานข่าวจากตำรวจภูธรภาค 9 แจ้งว่า พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผบช.ภ.9 พร้อมกำลังตำรวจพัทลุง และเจ้าหน้าที่กองวิทยาการ และแพทย์ ไปตรวจสอบศพชายต้องสงสัยในพื้นที่ จ.พัทลุง เพราะมีลักษณะใกล้เคียงกับนายเอกยุทธ ซึ่งต้องรอผลการตรวจทางนิติเวชก่อนว่าจะใช่นายเอกยุทธหรือไม่
       


ข่าวล่าสุด ในหมวด
ออกหมายจับอีก 5 คน แอบอ้างเบื้องสูงทวงหนี้-กรรโชกทรัพย์ เอี่ยวก๊วน “พงศ์พัฒน์”
สืบ 8 รวบมิจฉาชีพหลอกจำนำทองปลอม
รวบสองแนวร่วม นปช.โปรยใบปลิวรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ตม.จับครูสอนภาษาชาวอังกฤษหนีคดีอนาจารเด็กกบดานเมืองอุดรฯ
“สมยศ” ปัดข่าวออกหมายเรียก 40 ตำรวจร่วมก๊วน “พงศ์พัฒน์”
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 27 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 4 คน
15 %
ไม่เห็นด้วย 23 คน
85 %
ความคิดเห็นที่ 39 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีใครเขาเชื่อไอ้แจ๊ดมั่ง
ไอ้ปื๊ด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 36 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนขับ ตำหนวดคู่กรณี นายใหญ่
ชงแล้วตบปิดเบ็ดเสร็จ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 34 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถัาญาติมีเงินควรจ้างนักสืบมืออาชีพหรือต่างชาติไปเลย กระชากหน้ากากโจรในเครื่องแบบ
สีกากีไร้ค่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 33 +19 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ร้อยเปอร์เซ็นต์ คนขับร่วมมือกับตำรวจ อุ้มไปฆ่าแล้วหลังจากได้เงิน ศพอยู่ระหว่างทางนั่นแหละ
ดูดิ มันเตรียมการไว้แล้ว เอาป้ายมาติดที่รถ เผื่อยังไม่คนแจ้งความ มันก็จะได้บอกว่านายหายไปเอง มันไม่เกี่ยวไง
เชื่อคนขับว่าเอกยุทธหนีก็โง่แล้ว
เชื่อก็ควาย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 32 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านจากข้อความข้างบนทั้งหมดแล้ว ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า.....ฆาตรคนนั้นคือ... 100%
ชัดเจน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 31 +23 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อก่อนเอกยุทธอาจะจะทำผิดด้วยความคะนอง บวกความโลภของเด็กวัยยี่สิบกว่า แต่ตอนนี้เขามาทำหน้าที่ตรวจสอบการโกงชาติ ไม่ว่าจะสร้างภาพหรือไม่ เขาก็ทำตัวเป็นประโยชน์กับสังคม

เอกยุทธ อายุ 20 กว่า เคยแจ้งความฟ้องนายกรัฐมนตรี เคยจ้างทหารปฎิวัติมาแล้ว ส่วนไอ้เหลิม ปี 35 โดนไล่ล่า หนีหัวซุกหัวซุน หลังจากนั้นกลับมากราบตีนบิ๊กจ๊อด บอกจะเลิกเล่นการเมือง

แค่นี้ก้รู้แล้วว่าใครใจถึงกว่ากัน
เอก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 29 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่มีกุญแจมือ ไม่มีการจับกุม น่าสงสัยมาก
***
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 28 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ศพที่เจอคงไม่ใช่
เพราะอย่างเอกยุทธ ถ้าเจอแบบทนายสมชาย ชิปปิ้งหมู ฯลฯ รับรองไม่เหลือซาก ไ่ม่มีใครรู้ตำแหน่งด้วย
อำนาจเถื่อนครองเมือง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 27 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อภาพลักษณ์ เคยโกหกบิดเบือนมาตลอด ดังนั้นครั้งนี้ประชาชนจึงเคลือบแคลงสงสัย "ตำรวจ"
่joop
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 26 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ว5สั่เก็บหรือเปล่ากลัวเรื่องแดงใช่ไหม
กุว่าแล้ว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 22 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ให้การเหมือนท่องจำมา พล๊อตก็วางตามขั้นตอน ผมว่างานนี้มีคนวางแผนให้คนขับรถตอบมารูปนี้ชัวร์ แล้วเชื่อเถอะคดีไปได้แค่นี้ปิดคดีด้วยการกล่าวหาว่าเอกยุทธหนีไปพม่า และหายสาบสูญไป มีอย่างหนึ่งที่ไม่สมเหตุสมผลคือที่มันบอกว่านายให้ถอดกล้องกับฮาทดิส ผมว่าไม่มีใครในโลกนี้ที่จะถอดอุปกรณ์เหล่านี้เฉยๆ
จบข่าว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แถลงแบบนี้ ตำรวจคิดว่าคนอ่านเป็นควายหรือไง
Exorcist
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณตำรวจได้เก็บรอยนิ้วมือแถวกล้องวงจรปิดหรือเปล่าว่ามีรอยนิ้วคนขับรถจริงหรือเปล่า มีรอยอื่นอีกมั้ย
แล้วสงสัยว่าทำไมต้องเขียนโน๊ตแปะไว้ในรถ คนทำงานด้วยกัน บริษัทเดียวกันไม่คุยกันหรือไง แค่โทรบอกกันก็ได้ ปกติทั่วไปแค่กดโทรศัพท์คุยกันนิดนึงมันก็ควรจะทำ นี่อะไร ผ่านมาตั้งกี่วัน เพิ่งจะรู้ว่านายหาย
มันมีพิรุทธมาก แค่นี้คุณตำรวจไม่สงสัยหรือ
ไม่เชื่อคนขับรถพูดจริง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เริ่มต้นมาบอกว่านายให้ไปหยิบกุญแจหลังตู้เย็นกรูก็ไม่เชื่อเมิงแล้วว่ะ
olo
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แหม....คนขับรถเล่าได้ละเอียดสมกับที่เตรียมตัวมาอย่างดี
เหอๆๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คำให้การมีพิรุจเยอะมาก
ไม่เชื่อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตำรวจปล่อยให้คนขับรถให้คำให้การแถลงข่าวแบบนี้ได้ยังงัยเนี่ย เป็นคำให้การที่น่าตลกและดูถูกความสามารถของตำรวจเป็นอย่างยิ่ง เฮ้อ...ประเทศไทย
แปลกแปลกนะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สรุป
1. เอกยุทธ โดนเก็บ
2. คนขับ ถูก บังคับให้การเท็จ
ตำรวจอีกแหง๋ๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใครเชื่อตำรวจ ยกตรีนขึ้น น น
ตรีนเยอะเรย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ออกแนวจัดฉากหนีมากๆ
masterAJ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บอกได้คำเดียว นาธาน ตัวพ่อ

เป็นตุ เป็นตะ เตรียมตัวขาย สตอเบอรี่ลูกใหญ่

คำรนวิทย์ ถ้าเชื่อก็ไปโบกรถหน้าห้างมาบุญครองได้เลย
เชื่อหรือไม่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014