หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม | เรื่องพิเศษอาชญากรรม
 

ชีวิตที่ไม่ธรรมดา:เอกยุทธ อัญชัญบุตร

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม
12 มิถุนายน 2556 20:06 น.

ชีวิตที่ไม่ธรรมดา:เอกยุทธ  อัญชัญบุตร
เอกยุทธ อัญชัญบุตรสมัยเป็นหนุ่ม

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ชีวิตที่ไม่ธรรมดา:เอกยุทธ  อัญชัญบุตร

ชีวิตที่ไม่ธรรมดา:เอกยุทธ  อัญชัญบุตร

ชีวิตที่ไม่ธรรมดา:เอกยุทธ  อัญชัญบุตร

ชีวิตที่ไม่ธรรมดา:เอกยุทธ  อัญชัญบุตร
ประกาศจับนายเอกยุทธ ของกองปราบปราม คดีแชร์ชาร์เตอร์ เมื่อ พ.ศ. 2527 

ASTVผู้จัดการออนไลน์--เปิดเส้นทางชีวิตของเอกยุทธ อัญชัญบุตร จากนักธุรกิจการเงิน-อสังหาฯ หนีคดีโกงแชร์ชาร์เตอร์ที่อื้อฉาว ก้าวเข้าสู่วงการการเมือง กระทั่งกลับมาในฐานะ “จอมแฉ” ตั้งตนเป็นปฎิปักษ์ “ทักษิณ-ปู” ก่อนถูกปลิดชีพเหลือไว้เพียงตำนาน “ชีวิตที่ไม่ธรรมดา”
       
       ภายหลังการพบศพนายเอกยุทธ อัญชัญบุตร พร้อมกับคำยืนยันจากญาติที่ติดตามลงไปค้นหาศพว่าเป็นร่างที่ไร้วิญญานของเขา เท่ากับว่า จากนี้ไปนายเอกยุทธจะเหลือเพียงชื่อให้เล่าขานและการติดตามเปิดโปงคนบงการไขปริศนาการตายของเขามากกว่าการ “ฆ่าชิงทรัพย์” หรือไม่
       
       ย้อนดูชีวิตของนายเอกยุทธ ตามข้อมูลของวิกิพิเดีย สารานุกรมเสรี ระบุว่า นายเอกยุทธ อัญชันบุตร หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า จอร์จ ตัน (George Tan) นักธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ เป็นเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ ซึ่งต่อต้านรัฐบาลพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร เคยต้องคดีแชร์ชาร์เตอร์ และกบฏ 9 กันยา เมื่อ พ.ศ. 2528 และหลบหนีคดีออกนอกประเทศ เพิ่งเดินทางกลับประเทศไทยหลังคดีหมดอายุความแล้ว
       
       เอกยุทธ อัญชันบุตร เกิดเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2502 เป็นบุตรคนที่ 3 จากจำนวน 5 คน ของ ร้อยโทแปลก อัญชันบุตร นายทหารคนสนิทจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และนันทา ฉัตรกุล ณ อยุธยา จบการศึกษาที่โรงเรียนแม้นศรีวิทยา, โรงเรียนเทพประสาทวิทยา และเรียนมัธยมศึกษาที่โอมาฮา รัฐเนแบรสกา สหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับมาทำธุรกิจรับเหมาก่อก่อสร้างร่วมกับพี่ชาย และไปเรียนต่อด้านเศรษฐศาสตร์การเงิน การคลังที่มหาวิทยาลัยแปซิฟิก ฮาวาย
       
       เมื่อเรียนจบ นายเอกยุทธเริ่มทำธุรกิจซื้อขายโภคภัณฑ์ และซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า จากนั้นจึงเปิดบริษัทนายหน้าซื้อขายโภคภัณฑ์ และเงินตราต่างประเทศ ชื่อ "ชาร์เตอร์อินเวสต์เมนต์" เมื่อ พ.ศ. 2525
       
       เมื่อ พ.ศ. 2526 เป็นช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในประเทศสูง ถึงร้อยละ 12 เอกยุทธในวัยเพียง 24 ปี ได้คิดหากำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ย โดยกู้เงินจากต่างประเทศด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำ ประมาณร้อยละ 3 มาฝากในสถาบันการเงินในประเทศเพื่อทำกำไร และนำกำไรที่ได้ไปลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม
       
       บริษัทนายหน้าของนายเอกยุทธ ในระยะแรกมีเงินลงทุนจากนายทหาร และนักการเมืองเป็นจำนวนมาก เมื่อเริ่มมีชื่อเสียงจึงมีประชาชนทั่วไปนำเงินเข้ามาลงทุน และรุ่งเรืองที่สุดเมื่อ พ.ศ. 2527 เมื่อประชาชนสมัยนั้นนิยมการลงทุนในเงินนอกระบบเช่น แชร์แม่ชม้อย, แชร์แม่นกแก้ว และหันมาลงทุนกับแชร์ชาร์เตอร์เป็นทอด ๆ
       
       เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2527 รัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ โดยสมหมาย ฮุนตระกูล ประกาศลดค่าเงินบาท และออก พระราชบัญญัติการกู้ยืมเงิน อันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มีการดำเนินการทางกฎหมายกับชม้อย ทิพยโส หรือ "แม่ชม้อย" หัวหน้าวงแชร์แม่ชม้อย และพันจ่าอากาศเอกหญิง นกแก้ว ใจยืน หัวหน้าวงแชร์แม่นกแก้ว
       
       เอกยุทธเดินทางออกนอกประเทศหลังจากมีข่าวว่าทางการจะออกหมายจับเมื่อกลางปี พ.ศ. 2528 และเกิดความตื่นตระหนกขึ้นเมื่อมีนายทหารฟ้องคดีเช็คของเอกยุทธ ที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน และทำให้มีผู้เข้าร้องเรียนกับกองปราบเป็นจำนวนหลายพันคน ทางการประกาศอายัดทรัพย์สินของเอกยุทธ อัญชันบุตร, บริษัท ชาร์เตอร์ และผู้ถือหุ้น เพื่อนำออกขายทอดตลาด
       
       ในระหว่างที่เอกยุทธ หลบคดีแชร์ชาร์เตอร์ อยู่ในประเทศเยอรมนีตะวันตก ก็ได้พบกับพันเอกมนูญ รูปขจร โดยการประสานงานกับกลุ่มผู้นำสหภาพแรงงาน และร่วมกันก่อการกบฏ 9 กันยา เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2528 เพื่อล้มล้างรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ แต่ไม่สำเร็จ ในเหตุการณ์ครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต 2 คน เป็นผู้สื่อข่าวต่างประเทศชาวอเมริกันและชาวออสเตรเลีย
       
       เอกยุทธหลบหนีออกจากประเทศไทย ไปที่ประเทศมาเลเซีย และเดินทางต่อไปยังประเทศเยอรมนีตะวันตก เปลี่ยนชื่อเป็น "จอร์จ ตัน" และขอลี้ภัยการเมืองที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นจึงย้ายไปนครนิวยอร์ก และเริ่มทำธุรกิจในตลาดค้าหุ้นวอลล์สตรีท และทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงนี้เขามีธุรกิจหลักอยู่ในกรุงลอนดอน และกรุงกัวลาลัมเปอร์
       เอกยุทธ อัญชันบุตร กลับมาเป็นข่าวคราวอีกครั้งในกลางปี พ.ศ. 2547 เมื่อได้เข้าไปที่พรรคประชาธิปัตย์พร้อมกับอัมรินทร์ คอมันตร์ และประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เพื่อเจรจาทางการเมืองซึ่งกล่าวกันว่า เอกยุทธพยายามจะให้เงินสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จำนวน 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้โค่นรัฐบาล แต่ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้แถลงข่าวปฏิเสธและไม่ได้รับเงินไว้
       จากนั้น เอกยุทธได้ร่วมกับกลุ่มประชาชนเพื่อชาติและราชบัลลังก์จัดปราศรัยขับไล่พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นที่ท้องสนามหลวงในเดือนกันยายน แต่มีผู้ร่วมชุมนุมไม่มากนัก จากนั้น เอกยุทธจึงได้ออกข่าวเป็นระยะ ๆ วิพากษ์และโจมตีทักษิณเรื่อยมา และได้เปิดเว็บไซต์ส่วนตัว อีกทั้งในบางครั้งบางช่วงก็ได้วิพากษ์และโจมตี สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำคนหนึ่งของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ด้วย
       วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ญาติของเอกยุทธเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ว่าเอกยุทธได้หายตัวไปตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันที่ 6 มิถุนายน หลังจากนั้นทราบว่าในวันต่อมา เอกยุทธโทรศัพท์ติดต่อพี่สาว ให้นำเช็คเงินสดจำนวน 5 ล้านบาทไปให้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเอกยุทธไม่ได้มาเอง แต่เป็นคนขับรถมารับแทน ก่อนหายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้
       ทางญาติเดินทางไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดของบริษัท ย่านทาวอินทาวน์ อันเป็นบริษัทและที่พักของเอกยุทธ เพื่อตรวจสอบภาพของเอกยุทธครั้งล่าสุด แต่ระบบเซิฟเวอร์ของกล้องวงจรปิดกลับถูกถอดออกไป ญาติจึงเกรงว่าเอกยุทธอาจถูกลักพาตัว จึงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง ก่อนที่จะเดินทางมาร้องเรียนดังกล่าว เพื่อให้ช่วยติดตามตัวเอกยุทธเพิ่มอีกทางหนึ่ง
       สำหรับสาเหตุของการหายตัวไปนั้น ญาติเชื่อว่า มาจากประเด็นความแย้งส่วนตัวที่มีอยู่จำนวนมาก ทั้งกรณีที่เอกยุทธ ฟ้องหมิ่นประมาท พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กับพวกรวม 5 คน กรณีที่มีความขัดแย้งกันก่อนหน้านั้น ถึงเรื่องกรณีทำร้ายร่างกายกันที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังมีเรื่องที่เอกยุทธเป็นผู้เปิดเผยว่าได้พบเห็นยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ว่าไปพบปะกับนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายคน ทั้งที่อยู่ในเวลาราชการ อันเป็นข่าวครึกโครมอื้อฉาว และในครั้งนั้นเอกยุทธก็ได้ถูกทำร้ายร่างกายด้วย
       อีก 2 วันต่อมา สันติภาพ เพ็งด้วง ซึ่งเป็นผู้ต้องสังสัย เพราะเป็นคนขับรถของเอกยุทธที่อยู่ด้วยก่อนจะหายตัวไป และเป็นผู้ที่ไปรับเช็ค 5 ล้านบาทที่สนามบินสุวรรณภูมิแทนเอกยุทธ ที่ถูกตำรวจควบคุมตัวไว้หลังจากไปกบดานที่บ้านเกิดที่จังหวัดพัทลุง ได้กลับคำให้การจากตอนแรกที่บอกว่า เอกยุทธได้เดินทางไปประเทศพม่า โดยแยกทางกันที่จังหวัด
       ประจวบคีรีขันธ์ และยอมรับสารภาพในเวลาเย็นว่า ได้เป็นผู้สังหารเอกยุทธเพื่อชิงทรัพย์ และโกรธแค้นเอกยุทธที่ไล่แฟนสาวออกจากที่ทำงานก่อนหน้านั้นโดยทิ้งศพไวั้ที่เขาจิงโจ้ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
       
       วันที่ 12มิ.ย.ตำรวจนำผู้ต้องหาไปชี้จุดฝังศพนายเอกยุทธและทำการขุดหากระทั่งเจอศพที่ญาติระบุว่าใช่นายเอกยุทธชัดเจน
       
       นั่นหมายความว่า รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะขาดขาประจำคนสำคัญคอยวิพากษ์วิจารณ์หมดเสี้ยนหนามทิ่มแทงใจทั้งผ่านทางเว็บไซต์ไทยแลนด์อินไซต์เดอร์ เว็บไซต์ชื่อเอกยุทธ เฟซบุ๊ค และ ทวิตเตอร์ในชื่อของเขาไปโดยปริยาย
       
       ไม่มีแล้ว เอกยุทธ อัญชัญบุตร กับ สโลแกน “คมความคิด ชีวิตที่ไม่ธธรรมดา”

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ผงะ “พัฒน์พงศ์” แดนโลกีย์วันนี้ เป็นดงของเถื่อนโรเล็กซ์เก๊ยันจู๋ปลอม คาดส่วยสะพัดกว่า100 ล้านต่อเดือน
“ศรีวราห์” ทวีคูณนั่ง รอง ผบ.ตร. ระเบิดลูกใหญ่ ‘กรมปทุมวัน’
กลิ่นไม่ดี!คำสั่งล้างบางสีกากีนครปฐม “ชี้ข้อมูลผิด – ตัดสินใจพลาด” สะเทือนมือปราบน้ำดีเปื้อนมลทิน
แฉอบายมุข "บ่อน –ตู้พนัน"โผล่ฝั่งธนฯ นายทุนทุ่มเงิน 7 หลักล่อตำรวจก่อนเกษียณ
แฉแก๊งโจรลักเงิน สจล. เหลี่ยมจัด "กิตติศักดิ์" ชิงเข้ามอบตัวปิดคดี หวังตัดตอน "บิ๊กบอส" คนบงการ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 79 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 70 คน
89 %
ไม่เห็นด้วย 9 คน
11 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2015