หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม | ข่าว
 

ดีเดย์! กรมคุมประพฤตินำร่องใช้กำไลไฮเทคกับเด็กแว้น 1 ธ.ค.นี้

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 6 พฤศจิกายน 2556 14:24 น.

(แฟ้มภาพ)

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
(แฟ้มภาพ)

ดีเดย์! กรมคุ้มประพฤตินำร่องทดลองใช้กำไลไฮเทค200ชิ้นคุมเด็กแว้น 1 ธ.ค.นี้ ระบุใช้เวลาในการทดลอง 3 เดือน
       
       ที่กระทรวงยุติธรรม เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 6 พ.ย.นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ น.ส.สุวณา สุวรรณจูฑะ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมคุมประพฤติ นายฐานิส ศรียะพันธุ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการนำร่องในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ หรือกำไลข้อเท้าฝังไมโครชิฟมาใช้กับเด็กและเยาวชน ในระบบงานคุมประพฤติ ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ธ.ค.56 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
       
       นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า โครงการนำร่องในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ในงานคุมประพฤติ กรมคุมประพฤติจะดูแลเรื่องระบบ ส่วนกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จะดูแลเรื่องการจำแนกเด็กและเยาวชน ที่จะใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ในคดีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร จำนวน 200 ชุด โดยบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลจะมีการทดลองระบบในวันที่ 25 พ.ย.พร้อมจะส่งมอบอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ในวันที่ 30 พ.ย.จากนั้นคาดว่าในวันที่ 1 ธ.ค.จะเริ่มใช้ได้จริง โดยมีการเช่าใช้อุปกรณ์ดังกล่าว 3 เดือน ก่อนที่จะประเมินว่าผลออกมาเป็นอย่างไร
       
       น.ส.สุภาภรณ์ วิชุพงษ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย บริษัทแอสตราโก(ประเทศไทย) จำกัด ผู้วางระบบ กล่าวว่า ชุดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ หรือกำไลข้อเท้าติดไมโครชิฟ จะคาดที่ข้อเท้าของผู้ถูกคุมประพฤติ จะมีอุปกรณ์ 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.สายรัดข้อเท้าจะทำจากไฟเบอร์ที่มีความแข็งแรงต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการตัดไม่สามารถใช้กรรไกรตัดได้ หากมีการตัดสายรัดจะมีระบบแจ้งเตือนไปยังศูนย์ควบคุมที่กรมคุมประพฤติอัติโนมัติ 2.กล่องไมโครชิฟที่มีขนาดคล้ายนาฬิกา ที่จะนำสายรัดมายึดเพื่อสวมใส่ข้อเท้าผู้ถูกคุมประพฤติ โดยอุปกรณ์จะส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมในระบบ GPS ไปยังศูนย์ควบคุมกลางที่จะคอยตรวจสอบว่าผู้ถูกคุมประพฤติออกนอกบ้านในเวลาที่กำหนดหรือไม่ หรือเข้าไปในพื้นที่ต้องห้ามหรือไม่ เพื่อแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติทราบหากมีการฝ่าฝืนเพื่อออกไปติดตามตัวทันทีตลอด 24 ช.ม. ส่วนการจะทำลายผ่านต้องทุบอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้กระดูกของผู้สวมใส่แตกได้ และ 3. กล่อง Indoor Unit ที่จะใช้ในการสื่อสารผ่านคลื่นวิทยุระหว่างผู้ถูกคุมประพฤติกับศูนย์ควบคุมกลาง เพื่อแจ้งให้ทราบว่าผู้ถูกคุมประพฤติถึงบ้านแล้วหรือมีเหตุร้ายขอความช่วยเหลือ
       
       เจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย บริษัทแอสตราโก(ประเทศไทย) กล่าวอีกว่า ไม่ว่าผู้ถูกคุมประพฤติที่สวมใส่อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์จะหลบหนีไปที่ไหนในโลก ระบบGPS จะแสดงพิกัดมายังศูนย์ควบคุมกลาง ส่วนระบบแบ็ตเตอร์รี่ของอุปกรณ์อิเลคทรอกนิกส์จะใช้ได้ประมาณ 2 วัน ซึ่งจะที่ชาร์จแบ็ตเตอร์รี่สำรองหรือพาวเวอร์แบงก์ให้ผู้ถูกคุมประพฤติเสียบชาร์จได้สะดวก โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 2 ช.ม.ต่อ 1 ครั้ง หากผู้ถูกคุมความประพฤติไม่ชาร์จอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์มันจะสั่นและส่งเสียงดังรบกวนตลอดเวลาทำให้เป็นที่สนใจของคนรอบข้าง โดยอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ชั้นนี้กันน้ำได้อีกด้วย ส่วนสาเหตุที่เลือกใช้อุปกรณ์เป็นแบบสายรัดที่ข้อเท้าเพราะสะสรีระของข้อเท้าจะยากต่อการถอดสายรัดออก ไม่เหมือนกับข้อมือที่สามารถบีบให้อุ้งมือเล็กลงเพื่อถอดสายรัดได้เหมือนกับการถอดกำไลข้อมือ ทั้งนี้ บริษัทเจ้าของระบบมีสำนักงานอยู่ในประเทศอิตาลี ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพจากหน่วยงานของประเทศสหรัฐอเมริกา จึงมั่นใจในประสิทธิภาพของระบบอุปกรณ์อิเลคทรอกนิกส์ดังกล่าว ที่ผ่านมาได้เข้าไปวางระบบให้กรมคุมประพฤกติของประเทศแอลเบเนีย และอีกหลายประเทศ

ข่าวล่าสุด ในหมวด
บช.น.คาดม็อบม้วนเสื่อ รบ.ถอนร่างนิรโทษ เน้นเจรจาไม่สลาย
แฮกเกอร์อาละวาดหนัก! ดูดเงินเอทีเอ็มผู้เสียหาย 2 วันกว่า 40 ราย มูลค่ากว่า 6 แสนบาท
เมียพี่เป้า-สายัณห์ แจ้งจับมือดีโพสต์ด่ารับเงินค่าประกันมะเร็ง 11 ล้าน (ชมคลิป)
ตร.ปทุมฯ รวบสองผัวเมียเครือข่ายค้ายาบ้ามูเซอดำ
จับโจรฉกเงินแบงก์กสิกร บางบัวทอง สารภาพเลียนแบบหนังฝรั่ง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
72 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
28 %
ความคิดเห็นที่ 12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"...หากผู้ถูกคุมความประพฤติไม่ชาร์จอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์มันจะสั่นและส่งเสียงดังรบกวนตลอดเวลาทำให้เป็นที่สนใจของคนรอบข้าง..."

คนแหกคุกยังยอมคลุกขี้ คลุกเยี่ยว เพื่อหนี
แค่หนวกหู มีหรือแว๊นซ์จะทนไม่ได้

เอาผ้าหนา ๆ คลุมไว้ ก็ไม่มีเสียงแล้ว
ทนรออีกสัก 30 นาที ให้แบตหมด แค่นี้ก็เป็นอิสระ
ตามตัวไม่เจอแล้ว

แถมแว๊นซ์ยังได้กำไลเท่ ๆ จากกรม ฯ
เอาไว้ใส่ประกาศเกียรติประวัติ ความโชน
อวดสก๊อยซ์อีก

แหม แว๊นซ์คิดแล้วโดนจับครั้งเดียว คุ้มเลย
>..<
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แต่ถ้าสัญญาณ GPS หายไปจากระบบ ควรจะโดนเรียกให้เข้ารายงานตัวภายในเวลาที่กำหนดด้วยนะครับ
vv
 
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันก็ไม่ต่างไปไปจาก บันลูนของกองทัพไทย ที่ซื้อเอามากองไว้ เพื่อผลาญภาษี กินค่าคอมฯ มีมาตรการอีกเพียบที่ไม่ต้องลงทุนมาก แต่มันแกล้งโง่หรือโง่จริงๆ เอามาใช้ซิ ตรูละหน่ายใจ
ขุนสุราพินาศ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สไนเปอร์ที่ยางให้แม่นๆ ยิ่งตอนความเร็วสูงๆได้ยิ่งดี
พอพิการจะได้สำนึก อย่างน้อยก็ขายหวยได้
ดัดนิสัยแบบถาวร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตัดเอ็นข้อมือทิ้งหมดเรื่อง
KK
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กำไลโง่ๆ จะได้แดร่กโครงการกำไลอ่ะสิ ทำมัยมรึงไม่ยึดรถ ขายทอดตลาดไปเลยว่ะ เอารถมาเข้าสังคมและความมั่นคง มันแว้นอีกก็จับรถยึด มีปัญญาแว้น ก็ต้องมีปัญญาซื้อรถใหม่ได้เรื่อยๆ
คนข่าว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เชื่อสิ ของงี้มาถึงไทยรับรองมันถอดได้ เจ้าหน้าที่ตามไม่ทันหรอก
นาถ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฝังชิป ดีกว่า
สันดาu สาn ก็ต้องโดนแบบสาn
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันเเกะกำไรไปขายเเน่
ไม่รู้จักเเว้นหละ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าไม่มีปัญญาก็แก้กฎหมายซิครับ
จำคุก 10-20 ปี มันจะได้กลัว

ไม่ใช่เรียกพ่อแม่มารับกลับบ้าน
พ่อแม่ไม่สั่งสอน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาไปติด นช.แม้ว ดีกว่าม่ะ
ติดทั้งรัฐบาล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โปรดทราบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมชื่อ "ชัยเกษม" ไม่ใช่ "ชาญชัย" เป็นนักข่าวยังไงจำชื่อบุคคลสำคัญไม่ได้
บ.ก.ตรวจสอบด้วย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช้แค่กำไลมันจะไปได้ผลอะไร มันต้องเอาน้ำมันเบรคราดบนถนนให้มันลื่นล้ม หรือไม่ก็เอาลวดผู้ขวางไว้ให้ตัดคอมัน หรือไม่ต้องออกกฎหมายห้ามโรงพยาบาลให้การรักษาคนที่ขี่มอไซด์รบกวนผู้อื่นแล้วประสบอุบัติเหตุ
เดนสังคม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013