หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม | ครบเครื่องคดีปกครอง
 

ไม่เลื่อนเงินเดือน เพราะ“กระด้างกระเดื่อง” ต่อผู้บังคับบัญชา !?

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม
5 พฤศจิกายน 2557 13:52 น.
        ระยะนี้...เป็นช่วงของเทศกาลประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนเงินเดือนข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีคดีพิพาทเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนไม่ชอบหรือไม่เป็นธรรม เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลปกครองอยู่ไม่น้อย...
        
       กรณีฟ้องเกี่ยวกับการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำสั่งเลื่อนเงินเดือนนั้น เหตุผลหนึ่งที่ผู้บังคับบัญชามักนำมาใช้อ้างในการไม่เลื่อนเงินเดือนนอกเหนือจากเรื่องของผลการปฏิบัติงานแล้วก็คือ ความประพฤติหรือพฤติกรรมของผู้ถูกประเมิน เช่น มีพฤติกรรมกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา ซึ่งคดีที่ครองธรรมนำมาฝากในวันนี้ เป็นตัวอย่างการพิจารณาพฤติการณ์กระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา และคดีนี้ยังได้ชี้ให้เห็นถึงประเด็นการตรวจสอบความชอบของคำสั่งไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนด้วย มาดูรายละเอียดของคดีกันครับ...
       
       เรื่องมีว่า...นายเรืองยศ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองปลัดเทศบาลตำบลบ้านเก่า ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองว่า ตนได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ปลัดเทศบาลฯ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาระดับต้นได้ประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยให้คะแนน 120 คะแนน จาก 200 คะแนน และ เสนอให้เลื่อนขั้น 0.5 ขั้น (ตามระบบเดิมที่ใช้ขั้นเงินเดือน) แต่นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเก่า ในฐานะผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปมีความเห็นแตกต่าง โดยได้ประเมินลดคะแนนในส่วนของการรักษาวินัยและการประพฤติตนเหมาะสมแก่การเป็นข้าราชการลง ทำให้นายเรืองยศได้คะแนนประเมิน 112 คะแนนจาก 200 คะแนน จึงเป็นกรณีต่ำกว่าร้อยละ 60 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่สมควรไม่เลื่อนขั้นเงินเดือน โดยให้เหตุผลว่า นายเรืองยศประพฤติตนกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีในการเคารพกฎ ระเบียบแบบแผนของทางราชการ
       
       ต่อมาคณะกรรมการกลั่นกรองผลการประเมินฯ ได้ประชุมแล้วมีมติเห็นชอบตามความเห็นของนายกเทศมนตรีฯ เนื่องจากเห็นว่าได้มีการพิจารณาโอนย้ายนายเรืองยศไปช่วยราชการที่เทศบาลตำบลบ้านใหม่ ต่อมาเมื่อครบกำหนดแล้วนายเรืองยศได้กลับมาปฏิบัติราชการที่เทศบาลตำบลบ้านเก่าดังเดิม โดยที่ไม่ได้ไปรายงานตัวต่อผู้บริหาร (นายกเทศมนตรี) อันเป็นการกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา จึงมีคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานเทศบาลแต่ไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนให้นายเรืองยศ
       
       นายเรืองยศจึงได้มีหนังสือร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการพนักงานเทศบาลฯ ซึ่งได้มีมติยกคำร้องทุกข์ นายเรืองยศจึงนำเรื่องมาฟ้องขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนดังกล่าว
       
       กรณีนี้ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของเทศบาล ได้กำหนดให้การเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานเทศบาล ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาโดยคำนึงถึงคุณภาพและปริมาณงาน ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงาน ความสามารถและความอุตสาหะ คุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนการรักษาวินัยและการปฏิบัติตนเหมาะสมกับการเป็นพนักงาน โดยต้องมีผลการประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และต้องไม่ถูกลงโทษทางวินัยในรอบที่ประเมินหนักกว่าโทษภาคทัณฑ์
       
       ข้อเท็จจริงในคดีนี้รับฟังได้ว่า การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานเทศบาล ครั้งที่ 1 ในรอบปีงบประมาณตามที่พิพาทนั้น นายกเทศมนตรีฯ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองผลการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของพนักงานเทศบาล ซึ่งในการประเมินผลการปฏิบัติงานดังกล่าว นายกเทศมนตรีฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาไม่ได้มีการให้จัดทำข้อตกลงในการปฏิบัติงานของพนักงานเทศบาลรวมทั้งผู้ฟ้องคดี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานเทศบาลที่กำหนดไว้ อีกทั้งนายกเทศมนตรีฯ มิได้นำระบบเปิดมาใช้ประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนตามหนังสือสำนักงาน ก.ท.ที่ มท 0313.3/ว 462 ลว 30 มีนาคม 2541 กล่าวคือ มิได้ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน มิได้แจ้งผลการประเมินให้ผู้ถูกประเมินทราบเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิได้เปิดโอกาสให้ผู้ฟ้องคดีได้ชี้แจง ให้ความเห็นหรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการประเมินและผลการประเมินก่อนที่จะมีคำสั่งไม่เลื่อนขั้นเงินเดือน รวมทั้งไม่เปิดโอกาสให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งไม่อยู่ในข่ายได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนเข้าพบในทันทีที่ได้รับทราบผลการพิจารณา อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว
       
       การที่นายกเทศมนตรีฯ ประเมินผู้ฟ้องคดีว่าอยู่ในข่ายที่ต้องปรับปรุง โดยอ้างว่าได้พิจารณาถึงงานและคุณภาพงานรวมทั้งผลสัมฤทธิ์ของงานแล้ว ทั้งที่มิได้มีการจัดทำข้อตกลงในการปฏิบัติงานเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา กรณีจึงยังไม่มีข้อเท็จจริงที่ชัดเจนอันจะยืนยันได้ว่าผู้ฟ้องคดีปฏิบัติงานอยู่ในระดับที่ต้องปรับปรุงจริงหรือไม่ นอกจากนี้การนำผลการปฏิบัติงานของผู้ฟ้องคดีในปีงบประมาณก่อนหน้ามาประกอบการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนในครั้งนี้ด้วย ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลฯ ซึ่งกำหนดให้ใช้ผลการปฏิบัติงานเฉพาะในรอบนั้นๆ มาพิจารณา
       
       ประกอบกับตามที่อ้างว่าผู้ฟ้องคดีประพฤติตนกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา อันมีสาเหตุมาจากเมื่อครบกำหนดที่ให้ผู้ฟ้องคดีไปช่วยราชการที่หน่วยงานอื่นแล้ว ผู้ฟ้องคดีได้กลับมาปฏิบัติราชการที่เทศบาลตำบลบ้านเก่า โดยได้ไปรายงานตัวต่อปลัดเทศบาลฯ แต่มิได้ไปรายงานตัวต่อนายกเทศมนตรีฯ ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของเทศบาล ซึ่งศาลได้พิจารณาข้อกำหนดในพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 48 สัตตรส ที่ได้กำหนดให้นายกเทศมนตรีฯ เป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานเทศบาลและลูกจ้างเทศบาลก็ตาม แต่ในมาตรา 48 เอกูนวีสติ ก็ได้บัญญัติว่า ให้มีปลัดเทศบาลคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานเทศบาลและลูกจ้างเทศบาลรองจากนายกเทศมนตรีฯ เช่นกัน และกรณีดังกล่าวไม่มีกฎหมายหรือระเบียบใด ที่กำหนดไว้ว่าผู้ฟ้องคดีจะต้องไปรายงานตัวต่อนายกเทศมนตรีฯ ด้วย และไม่มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรจากนายกเทศมนตรีฯ ว่าหากมีเจ้าหน้าที่เข้ามาปฏิบัติงานที่เทศบาลจะต้องไปรายงานตัวต่อนายกเทศมนตรีฯ เท่านั้น ทั้งนี้การรายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชาเป็นไปเพื่อที่จะให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบว่ามีเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานใหม่ เพื่อที่จะได้มอบหมายงานให้ปฏิบัติต่อไปเท่านั้น
       
       การที่ผู้ฟ้องคดีไปรายงานตัวต่อปลัดเทศบาลฯ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นต้นและผู้ฟ้องคดีก็เข้าใจว่าได้ไปรายงานตัวตามขั้นตอนของกฎหมายและแบบธรรมเนียมโดยปกติแล้ว พฤติการณ์และการกระทำของผู้ฟ้องคดีจึง ยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นการกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา โดยประพฤติผิดระเบียบแบบแผนของทางราชการ
       
       การที่นายกเทศมนตรีฯ นำพฤติกรรมดังกล่าว มาเป็นเหตุไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนแก่ผู้ฟ้องคดี จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย
       
       ส่วนข้อกล่าวอ้างที่ว่า ผู้ฟ้องคดีไม่เคยเข้าร่วมประชุมสภาเทศบาลหรือประชุมคณะเทศมนตรี หรือหัวหน้าส่วนราชการเลย เป็นการจงใจไม่เข้าร่วมประชุม ถือเป็นการกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาด้วยนั้น
       
       เมื่อข้อเท็จจริง ผู้ฟ้องคดีไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งให้เข้าประชุมและไม่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้เข้าประชุม หรือปฏิบัติราชการแทนปลัดเทศบาลฯ พฤติการณ์ไม่เข้าร่วมประชุมดังกล่าวของผู้ฟ้องคดีจึงยังไม่อาจถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา ทั้งการกล่าวหาว่าผู้ฟ้องคดีกระด้างกระเดื่องกับผู้บังคับบัญชาก็มิได้มีการดำเนินการสอบสวนทางวินัยแต่อย่างใด ซึ่งนายกเทศมนตรีฯ ได้ยอมรับว่ามีแต่เพียงการว่ากล่าวตักเตือน ผู้ฟ้องคดีด้วยวาจา เพื่อให้ผู้ฟ้องคดีมีโอกาสแก้ไขปรับปรุงตัวเองเท่านั้น จึงมิใช่กรณีถูกลงโทษทางวินัยที่หนักกว่าโทษภาคทัณฑ์ ที่จะอยู่ในเกณฑ์ไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนได้
       
       ดังนั้น การที่นายกเทศมนตรีฯ อ้างว่านายเรืองยศกระด้างกระเดื่องมาเป็นเหตุไม่เลื่อนขั้นเงินเดือน จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนในส่วนที่เกี่ยวกับนายเรืองยศ โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันออกคำสั่งนั้น ศาลปกครองสูงสูงเห็นพ้องด้วย (เทียบเคียงคดีหมายเลขแดงที่ อ.481/2555 และ อ.665/2555)
       
       จะเห็นได้ว่า... คดีนี้นอกจากศาลจะเห็นว่าเหตุผลที่ผู้ถูกฟ้องคดีใช้อ้างว่าผู้ฟ้องคดีกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาจะรับฟังไม่ได้แล้ว ผู้ถูกฟ้องคดียังดำเนินกระบวนการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน โดยไม่ถูกต้องตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย.. ประการสำคัญการจะอ้างในเรื่องของการประพฤติตนกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชานั้น จะต้องมีข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอ หรือมีการดำเนินการทางวินัยอย่างถูกต้อง มิเช่นนั้นจะกลายเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกันมิให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งอยู่ในฐานะที่เหนือว่า ใช้อำนาจกลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชาได้ตามอำเภอใจนั่นเองครับ...
        
       ครองธรรม ธรรมรัฐ

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ไม่เลื่อนเงินเดือน เพราะ“กระด้างกระเดื่อง” ต่อผู้บังคับบัญชา !?
ยุทธศาสตร์ “คืนความสุขทางปกครอง”
ลงดาบ...ตำรวจเฉย !!
การตรวจสอบการทำหน้าที่ของ “องค์กรตามรัฐธรรมนูญ” โดยศาลปกครอง
ห้ามลงโทษมากกว่าหนึ่งครั้ง...สำหรับความผิดที่ได้กระทำเพียงครั้งเดียว...
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 62 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 62 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 +42 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระบบเลื่อนขั้นเิงนเดือนแบบนี้ทำให้เกิดความแตกทั้งในระดับปฏิบัติงานด้วยกันเอง และระดับผู้บริหารกับระดับปฏิงาน มีเรื่องฟ้องร้องกันมากมาย ทำให้การทำงานในแทบทุกหน่วยงานไม่มีความรับผิดชอบและร่วมมือกันทำงาน แต่ก็ยังทนใช้กันอยู่ได้ เพราะผู้บริหารได้ขึ้นเงินเดือนมากที่สุดในหน่วยงานนั้น ส่วนบุคคลอื่นทำงานไม่ถูกใจเลยขึ้นเงินให้น้อยที่สุดแล้วเอาส่วนที่เหลือมาขึ้นให้ผู้บริหารเอง
สมควรคิดใหม่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +42 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฉันร้องเรียนผ่านหนังสือพิมพ์หลายฉบับ รวมทั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เรื่องฉันถูก รร กลั่นแกล้งตั้งข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จใส่ร้าย สร้างพยานเอกสารหลักฐานทางราชการอันเป็นเท็จ แล้วลุแก่อำนาจออกคำสั่งลงโทษฉันทุกปีอย่างเป็นวงจร ไม่มีหน่วยงาน หนังศือพิมพ์ฉบับใดเสนอข่าวของฉัน
ปี ๒๕๔๘ รร ร่วมมือกับ สพท สงขลาเขต ๒ วางแผนตั้งข้อกล่าวหาฉัน ๓ ข้อ ข้อที่๑ ใส่ร้ายผู้อื่นโดยไม่มีมูลความจริง ข้อที่ ๒ สร้างความแตกแยกในหมู่คณะ ข้อที่ ๓ กระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา แล้วลุแก่อำนาจออกคำสั่งลงโทษฉัน โดยสร้างพยานเอกสารต่างๆ ไม่มีการดำเนินการสอบสวนฉัน ไม่ให้ฉันได้ช้แจงนำสืบพยาน ปี ๒๕๕๒ ศาลปกครองสงขลาตัดสินยกฟ้องทั้ง ๓ คดี และศูนย์ดำรงธรรมสงขลามีหนังสือให้ยุติเรื่องโดยอ้างว่า สพท เขต ๒ มีพยานวหลักฐานว่าฉันร้องเรียนกล่าวหาผู้อื่นโดยปราสจากความจริง ฉันขอพยานหลักฐานตัวนั้น ศูนย์ดำรงะรรมเพิกเฉย จึงเป็นเหตุให้ รร วางแผนออกคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือน ไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนให้ฉันทุกปี และปล่อยให้ครูใน รร เดียวกันดูหมิ่น หมิ่นประมาทฉัน และข่มขู่ คุกคาม ฉันแม้ขณะกำลังสอนนักเรียน ฉันอดทน อดกลั้นต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรมตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ - ๒๕๕๕จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ ศูนย์ร้องทุกข์ ๑๑๑๑ มีหนังสือยุติเรื่องโดยอ้างว่า สพฐ รายงานว่าคำสั่งที่ฉันร้องทุกข์( คำสั่งที่ ๙๑/ ๒๕๕๒)มีคำพิพากษาจากศาลปกครองสงขลาเป็นการกลั่นแกล้งใส่ร้ายฉัน สพฐ ปกป้อง รร และ สพม๑๖ ให้พ้นผิด เพิกเฉยต่อการร้องทุกข์ที่ รร วางแผนกลั่นแกล้งออกคำสั่งลงโทษฉันทุกปี จนเกษียณอายุราชการ รร ไม่กล้าที่จะตั้งข้อกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ราชการของฉันสักครั้ง เพราะฉันสามารถรักษาประสิทธิภาพการสอนตลอดอายุราชการ ๓๒ ปี ปี ๒๕๔๕ ผลการประเมินการสอนสอนโดยนักเรียนเป็นผู้ประเมินฉันได้คะแนนเป็นที่ ๑ ของครูทั้ง รร(ครูทั้งหมด ๑๗๒ )
ฉันขอร้องผ่านการแสดงความคิดเห็นตรงนี้ว่าได้โปรดช่วยทำข่าวติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ความเป็นธรรมแก่ฉันบ้างจะได้สั่งสอนข้าราชการชั่ว ต้องเอามันออกจากราชการให้ได้ อย่าให้คนชั่วลอยนวล ตามอุดมการณ์ของ ASTV ทีร่วมรณรงณ์ต่อต้านคอรัปชั่น
อดีตข้าราชการครู รร หาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา ๙๐๑๑๐
ครูดรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าควรปรับปรุง ระบบประเมินเลื่อนขั้นกฎเกณฑ์บ้าบอ ปิดเป็นความลับ เซ็นรับทราบขั้นตัวเอง ใครเป็นเด็กใครก็โตเอาโตเอา ใครแป๊กก็ช่างมัน ทนได้ทนไป หากนายทนลูกน้องไม่ได้ก็สั่งเด้งไปที่อื่น จากกันด้วยดีหน่อยก็ให้เลือกที่ที่อยากไปนิดหน่อย จากไม่ดีก็ไปที่ๆ ไม่อยากไป หากนายทนลูกน้องได้แต่ไม่ชอบขี้หน้าก็ทู่ซี้ไป อยู่ได้ก็อยู่ไปแต่ไม่โต ไม่ให้งานทำให้มีผลงาน หางานทำเอง ระบบโบนัสก็เช่นกัน ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง จนเดี๋ยวนี้หลายๆ คนทำงานไปวันๆ ไม่มีทางเลือกก็ต้องทนไป บางคนก็รีบทำรีบกลับบ้าน ไม่ต้องหวังดีเด่น บางคนไปเอาดีด้วยการรับงานข้างนอก ส่วนยศตำแหน่งเก็บแช่แข็งไว้เพื่อถ่ายรูปใส่ชุดขาวติดบัตรหรือติดฝาบ้านหรือติดหน้างานตัวเอง หรือเพื่อเงินเบี้ยหลังเกษียณ หรือบางคนเพื่อใช้สิทธิ์สอบชิงทุนเรียนต่อเมืองนอกจะได้ง่ายขึ้น มีหลายคนพูดว่ารับราชการเป็นงานนํ้าซึมบ่อทราย สมัยนี้ต้องคิดใหม่ อาจเครียดตายก่อนได้ตักนํ้าจากปากบ่อ
บางคนไม่เคยเป็นนายมาก่อน พอยศถาบรรดาศักดิ์มาเยือนก็ทำเหมือนตัวเองเหาะอยู่บนฟ้า นายเป็นเทวดา ลูกน้องเป็นมนุษย์
อันที่จริงที่เขียนมานี้ก็ไม่ใช่คนเป็นเจ้านายหรือหัวหน้าทุกคนจะเป็นแบบนี้ บางคนก็ดี มีเมตตา มีคุณธรรม รู้จักใช้คำว่า พระเดช พระคุณ มาบริหารงาน เข้าใจจิตใจลูกน้องหรือคนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เคยเจอมาก็มีบ้าง
ผู้เขียนเข้ารับราชการครั้งแรกสมัยมีซี คือซี 3 ลาออกจากเอกชนที่เงินเดือนเหยียบเกือบสามหมื่น (สมัยปี 2540) มารับเงินเดือน 6300 เพราะแม่ขอร้อง เห็นว่าเป็นผู้หญิง กลับบ้านคํ่ามืดไม่เป็นเวลา บางวันก็ดึกมากๆ เห็นแม่นอนรอลูกจนหลับหน้าทีวี เลยลาออกสอบเข้ารับราชการ คิดว่าทำงานทุ่มเทพอควร หัวหน้างานเห็นผลงานเสนอให้สองขั้น แต่พอไปถึง ผอ. ให้หนึ่งขั้น (หรือครึ่งขั้นนี่แหละจำไม่ได้ ไม่อยากจำด้วยเพราะโมโหในใจมาก) ผอ. บอกว่า ได้กี่ขั้นก็ต้องรอสองปี ปรับเป็นซี 4 อยู่แล้ว เงินเลื่อนขั้นเอาไปเกลี่ยให้คนอื่นดีกว่า งงเลย ผอ. ไม่ได้มองว่าต่อไปข้างหน้าอัตราเงินที่ได้ตอนเริ่มเป็นซี 4 จะอยู่ในฐานเงินเดือนที่ตํ่า ก็จะช้าไปอีก ยุคนั้นจำได้ว่ามีเด็กนอกจบมาใหม่ตระกูลดี มารับราชการไม่ครบจำนวนเดือนที่จะประเมินได้ โกรธขึ้นมาทันที พูดว่าถ้าประเมินครั้งหน้าต้องสองขั้นนะ ไม่งั้นไม่ยอม ก็ได้จริงๆ คนมีเพาเวอร์นายเกรงใจกล้าโวยก็จะได้ ใครหน้าบางหรือไม่กล้าโวยชี้แจงว่าไม่เป็นธรรมกับนายก็อด จนเดี๋ยวนี้ย้ายมาหน่วยงานใหม่ ก็งั้นๆ น่าเบื่อ พบเจอเป็นครั้งคราวจนไม่อยากคิดมากให้ปวดกบาล นี่คือระบบราชการไทย ทำงานไป ยุคไหนคิดว่านายดีก็จะทุ่มเท ยุคไหนคิดว่านายไม่ดีก็เงียบไว้ซะ ทำตัว low profile
นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของว่า เช้าชามเย็นชาม กระมัง
abc
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 25 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอให้รัฐบาลชุดนี้ช่วยแก้ปัญหาด้วย ถ้าระบบราชการของเราเป็นแบบนี้ บ้านเมืองของเราก็มีแต่คนเห็นแก่ตัว
ขอบคุณ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เบื่อกับการทำงานที่ต้องคอยประจบสอพลอนาย ...ตัวถ่วงความเจริญ
ทักษิณ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 23 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะเอาอะไรกะ จนท.รัฐ ไทย ยังไงมันก็คนของใครวันยังค่ำ.....หัวของ สนง. ไม่ได้เรื่อง แต่ดันเลีย ปากเก่ง ก็เท่านั้น เข้ามากอบโกยโดยไม่คำนึงถึง สนง. เลย นี่เรื่องจริงนะ อยากจะฟ้อง คสช. แต่ก็เท่านั้น เราตัวเล็กๆ ฟ้องไปรับรองได้กระเด็นภายใน 24 ชั่วโมงแน่ๆ เรานะกระเด็น ไม่ใช่หัวหน้าเฮงซวย
อยากแจม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 22 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หัวหน้างานทำงานไม่เป็นแต่บ้าอำนาจ แบบนี้มีมากต้องโดนสะบ้าง
vasana@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 -3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการทำไม สบายยิ่งกว่าพระเสียอีก
วันหยุดก็เยอะ พูดจาก็ไม่เพราะ เงินเดือน สวัสดิการเพียบ ทุเรศ เอาภาษีมาช่วยคนตกงาน คนรายได้น้อย คนไม่มีจะกิน ไม่มีที่อยู่ คนเร่ร่อน แค่นี้ก็คิดไม่ได้ ไอ้ค...
012jb-r@hotmail.co.th
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สู้หน่วยงานผมไม่ได้หรอก ขยันมาก ลงทุนทั้งตัวเลย ผู้บังคับบัญชาก็หน้าหอยอยู่แล้ว เลยได้ 11-12% ทุกปี ได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่อง่ ส่วนผู้บังคับบัญชามันก็แดรกเหล้าเมาทุกเที่ยง ทุจริตฉ้อฉลการจัดซื้อจัดจ้าง แต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม เอา ปวช. มาเป็นนาย เอาปริญญาไปเป็นลูกน้อง เลวปัดซบขนาดนี้มาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นมีผู้บรหารระดับสูงจัดการอะไร ทั้งๆ ที่มีเรื่องร้องเรียนมากมาย ลองเป็นระดับล่างๆ โดนไล่ออกไปนานแล้ว
อยู่ใน กฟผ. นี่แระ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ้าว..... ไปว่า สำนักงาน กพ. แบบเต็มๆ เลยนะ
ยุบสำนักงาน กพ.
 
ความคิดเห็นที่ 19 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โดนมาแล้วขัดคำสั่งอันมิชอบของผู้บังคับบัญชา เวลามันเรียกประเมินผลงาน มันบอกทำงานดีทุกอย่างตามมาตราฐาน ขยัน แต่ ขัดคำสั่ง เลยงง ตามว่าถ้าขัดคำสั่งแล้วมันจะทำงานดี อย่างที่ประเมินได้ไง ก็เลยแช่งมันในใจให้กรรมตามสนอง สมพรปากจริงๆ ตอนนี้โดนสอบ
กรรมไม่ต้องรอซาติหน้า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผอ. แถวขอนแก่น รับเงินเดือนๆละ พันกว่าบาท ที่เหลือหากินกับนมเด็ก ใครอยากได้2ขั้น ให้พวกครูประมูลเอา ใครให้ราคาสูงรับไปเลย 2 ขั้น ของจริงนะเนี่ย
ขอนแก่นไปดูได้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข้าราชการเป็นข้าของในหลวง ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่ทำงานเพื่อนักการเมืองที่แสวงหาอำนาจและผลประโยชน์เพื่อตัวเองและพวกพ้อง
ตูว่าแล้ว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าควรปรับปรุง ระบบประเมินเลื่อนขั้นกฎเกณฑ์บ้าบอ ปิดเป็นความลับ เซ็นรับทราบขั้นตัวเอง ใครเป็นเด็กใครก็โตเอาโตเอา ใครแป๊กก็ช่างมัน ทนได้ทนไป หากนายทนลูกน้องไม่ได้ก็สั่งเด้งไปที่อื่น จากกันด้วยดีหน่อยก็ให้เลือกที่ที่อยากไปนิดหน่อย จากไม่ดีก็ไปที่ๆ ไม่อยากไป หากนายทนลูกน้องได้แต่ไม่ชอบขี้หน้าก็ทู่ซี้ไป อยู่ได้ก็อยู่ไปแต่ไม่โต ไม่ให้งานทำให้มีผลงาน หางานทำเอง ระบบโบนัสก็เช่นกัน ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง จนเดี๋ยวนี้หลายๆ คนทำงานไปวันๆ ไม่มีทางเลือกก็ต้องทนไป บางคนก็รีบทำรีบกลับบ้าน ไม่ต้องหวังดีเด่น บางคนไปเอาดีด้วยการรับงานข้างนอก ส่วนยศตำแหน่งเก็บแช่แข็งไว้เพื่อถ่ายรูปใส่ชุดขาวติดบัตรหรือติดฝาบ้านหรือติดหน้างานตัวเอง หรือเพื่อเงินเบี้ยหลังเกษียณ หรือบางคนเพื่อใช้สิทธิ์สอบชิงทุนเรียนต่อเมืองนอกจะได้ง่ายขึ้น มีหลายคนพูดว่ารับราชการเป็นงานนํ้าซึมบ่อทราย สมัยนี้ต้องคิดใหม่ อาจเครียดตายก่อนได้ตักนํ้าจากปากบ่อ
บางคนไม่เคยเป็นนายมาก่อน พอยศถาบรรดาศักดิ์มาเยือนก็ทำเหมือนตัวเองเหาะอยู่บนฟ้า นายเป็นเทวดา ลูกน้องเป็นมนุษย์
อันที่จริงที่เขียนมานี้ก็ไม่ใช่คนเป็นเจ้านายหรือหัวหน้าทุกคนจะเป็นแบบนี้ บางคนก็ดี มีเมตตา มีคุณธรรม รู้จักใช้คำว่า พระเดช พระคุณ มาบริหารงาน เข้าใจจิตใจลูกน้องหรือคนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เคยเจอมาก็มีบ้าง
ผู้เขียนเข้ารับราชการครั้งแรกสมัยมีซี คือซี 3 ลาออกจากเอกชนที่เงินเดือนเหยียบเกือบสามหมื่น (สมัยปี 2540) มารับเงินเดือน 6300 เพราะแม่ขอร้อง เห็นว่าเป็นผู้หญิง กลับบ้านคํ่ามืดไม่เป็นเวลา บางวันก็ดึกมากๆ เห็นแม่นอนรอลูกจนหลับหน้าทีวี เลยลาออกสอบเข้ารับราชการ คิดว่าทำงานทุ่มเทพอควร หัวหน้างานเห็นผลงานเสนอให้สองขั้น แต่พอไปถึง ผอ. ให้หนึ่งขั้น (หรือครึ่งขั้นนี่แหละจำไม่ได้ ไม่อยากจำด้วยเพราะโมโหในใจมาก) ผอ. บอกว่า ได้กี่ขั้นก็ต้องรอสองปี ปรับเป็นซี 4 อยู่แล้ว เงินเลื่อนขั้นเอาไปเกลี่ยให้คนอื่นดีกว่า งงเลย ผอ. ไม่ได้มองว่าต่อไปข้างหน้าอัตราเงินที่ได้ตอนเริ่มเป็นซี 4 จะอยู่ในฐานเงินเดือนที่ตํ่า ก็จะช้าไปอีก ยุคนั้นจำได้ว่ามีเด็กนอกจบมาใหม่ตระกูลดี มารับราชการไม่ครบจำนวนเดือนที่จะประเมินได้ โกรธขึ้นมาทันที พูดว่าถ้าประเมินครั้งหน้าต้องสองขั้นนะ ไม่งั้นไม่ยอม ก็ได้จริงๆ คนมีเพาเวอร์นายเกรงใจกล้าโวยก็จะได้ ใครหน้าบางหรือไม่กล้าโวยชี้แจงว่าไม่เป็นธรรมกับนายก็อด จนเดี๋ยวนี้ย้ายมาหน่วยงานใหม่ ก็งั้นๆ น่าเบื่อ พบเจอเป็นครั้งคราวจนไม่อยากคิดมากให้ปวดกบาล นี่คือระบบราชการไทย ทำงานไป ยุคไหนคิดว่านายดีก็จะทุ่มเท ยุคไหนคิดว่านายไม่ดีก็เงียบไว้ซะ ทำตัว low profile
นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของว่า เช้าชามเย็นชาม กระมัง
abc
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บ้านเราส่วนมากก็เป้นแบบนี้แหละ ถึงจะมีการเลื่อนเงินเดือนเป็นเปอร์เซ็นตื ใช้ระบบKPI มาจับ มันก็แค่KPI แบบเป็นเพียงกรอบนอก ส่วนข้างในมันก็อิหรอบเดิมนั้นแหละ แก้ยาก มันเป็นเรื่องจิตสำนึกของคนประเมิน...
66
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บางตัวจ้องแต่จะแอบฟันลูกน้อง
เฒ่าหัวพญานาค
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผู้บริหารรับแต่ชอบไม่รับผิดเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัววันวันไม่รู้หายหัวไปไหนมองผู้ร่วงานเหมือนกับหมูกับหมาชอบแบ่งชั้นวรรณะ
หมดสมัยนานแล้ว ควาย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กรมดิฉันเจ้านายก็ร้าย โทรมำบอกให้ขายบัตรก๊อฟ ก๊วนละ 50000 โรงงานที่ระยองในความควบคุม โดนกันหมด เอือมระอาเต็มที
รองธรรมศักดิ์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น้องหนูต้องการย้ายกลับไปทำงานในเขตภูมิลำเนาเดิม พยายามรับใช้นายทุกอย่างตั้งแต่ช่วยทำงานบ้าน ขับรถให้ ชงน้ำชากาแฟ จัดอาหารทุกมื้อที่ต้องการ ดูแลหมาแมวเมื่อนายไม่อยู่หิ้วกระเป๋าให้ จัดสับหลีกกิ๊กให้ ครั้งสุดท้ายมีเจ้านายจากกระทรวงมาตรวจงาน นายให้ต้อนรับดี คอยป้อนข้าวป้อนน้ำเหล้า แล้วบอกเรื่องขอย้ายด้วย. เชื่อไหมว่าหนูได้ย้าย ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องเป็นอย่างนี้อีกนานเท่าไร
หนูโชคดี?
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หน่วยงานไทยในญี่ปุ่นก็มีเยอะ
ออท.
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่ห้องผมก็มี ถ้าไม่ประจบมัน มันก้จะไม่พิจารณาให้คะแนะน ซึ่ง มะนไม่ถูก คุณต้องดูตัวคุรเองด้วยว่า คุณมีความชอบธรรมแค่ไหน คุณโกงกินในหน่วยงานหรือเปล่า แล้วเหตุผลที่ลุกน้องเค้าไม่รักคุณเพราะอะไร จะมาเอาเหตุผลที่ลุกน้องกระด้างกระด้างกระเดื่องต่อคุณมาตัดสินไม่ได้ ให้ดูที่ผลงาน แบบนี้ถ้าคุณไม่ถูกใจใครคุณก็ไม่เลื่อนขั้นเขาหมด เอางี้ไหมล่ะ คุณประเมินลูกน้องทั้งหมด แล้วให้ลุกน้องทั้งหมดประเมินคุณ ผมว่า สมเหตุสมผลและยุติธรรมดี
อยากให้มีแบบนี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่มีลูกน้องคนไหน ก็อยากให้เจ้านายรัก อยากได้ใจเจ้านาย แต่ต้องดูว่าดวงจะดีแค่ไหน ที่จะได้เจ้านายเป็นธรรม ... เราทำงานมาก่อนเวลา ทำงานส่งตามเป้า ผลงานก็ได้ งานก็เดิน กลับบ้านก็ดึก ปลายปี เจ้านายใหญ่ๆๆ ได้ผลงานดึงส่วนของลูกน้องไปเกือบหมด ลูกน้องที่ทำงานหนักๆๆ ได้ไม่ตามเป้า ต่างเสียใจ ที่ยิ่งแย่ มันมีโบนัสตามมาด้วย และโบนัสวัดจากเปอร์เซนต์เงินเดือนที่เราขึ้น บอกได้เลยแทบบ้า เป็นแบบนี้มา 2-3 ปี พอจะไปเลื่อนขั้น สอบเลื่อนติด แต่สัมภาษไม่ติด เพราะผลงาน(ที่วัดจากเงินที่เราได้ มันต่ำ นั่นคือผลงานห่วย ทำงานห่วย ถึงได้เงินเดือนห่วยๆๆ เป็นแบบนี้มา 5 ปี ปีสุดท้าย เจ้านายทนกดดันไม่ไหว ให้ทุกคนเขียนจดหมายน้อย ถามแล้วจะตอบ สรุปเราเขียนทุกอย่าง แรงแต่ไม่อยาบ เพราะรู้ว่าต้องลาออก ไปเรียนต่อ เจ้านายรับไม่ได้ และตอบไม่ได้ กะแค่คำถาม เพราะอะไรเราถึงได้แค่นี้ เราจะได้ปรับปรุง เพราะผลงานที่ทำมันทะลุเป้า ...สรุปตอบไม่ได้ และมันก็ไม่กล้ามองหน้าเราจนเดี๋ยวนี้
องค์กรใหญ่ๆๆ แบบนี้เลย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผัวให้สองขั้นเมียทุกปี(เมียไม่ได้ทำอะไรที่น่าจะได้)
เสียระบบการทำงาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นี่คือความจริงที่ทุกคนต้องยอมรับว่าระบบข้าราชการต้องมีการปฏิรูปใหม่ทั้งหมด ระบบสมภารกินไก่วัด, ประจบสอพลอได้นายจะรัก, ทอนเงินคืน%, เงินใส่ฃองงานเดินเร็ว, รับใช้ครอบครัวนาย, จัดสับหลีกกิ๊กให้นาย. เหล่านี้ต้องยกเลิก
นาย here มีมาก
 
ความคิดเห็นที่ 6 +42 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฉันร้องเรียนผ่านหนังสือพิมพ์หลายฉบับ รวมทั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เรื่องฉันถูก รร กลั่นแกล้งตั้งข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จใส่ร้าย สร้างพยานเอกสารหลักฐานทางราชการอันเป็นเท็จ แล้วลุแก่อำนาจออกคำสั่งลงโทษฉันทุกปีอย่างเป็นวงจร ไม่มีหน่วยงาน หนังศือพิมพ์ฉบับใดเสนอข่าวของฉัน
ปี ๒๕๔๘ รร ร่วมมือกับ สพท สงขลาเขต ๒ วางแผนตั้งข้อกล่าวหาฉัน ๓ ข้อ ข้อที่๑ ใส่ร้ายผู้อื่นโดยไม่มีมูลความจริง ข้อที่ ๒ สร้างความแตกแยกในหมู่คณะ ข้อที่ ๓ กระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา แล้วลุแก่อำนาจออกคำสั่งลงโทษฉัน โดยสร้างพยานเอกสารต่างๆ ไม่มีการดำเนินการสอบสวนฉัน ไม่ให้ฉันได้ช้แจงนำสืบพยาน ปี ๒๕๕๒ ศาลปกครองสงขลาตัดสินยกฟ้องทั้ง ๓ คดี และศูนย์ดำรงธรรมสงขลามีหนังสือให้ยุติเรื่องโดยอ้างว่า สพท เขต ๒ มีพยานวหลักฐานว่าฉันร้องเรียนกล่าวหาผู้อื่นโดยปราสจากความจริง ฉันขอพยานหลักฐานตัวนั้น ศูนย์ดำรงะรรมเพิกเฉย จึงเป็นเหตุให้ รร วางแผนออกคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือน ไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนให้ฉันทุกปี และปล่อยให้ครูใน รร เดียวกันดูหมิ่น หมิ่นประมาทฉัน และข่มขู่ คุกคาม ฉันแม้ขณะกำลังสอนนักเรียน ฉันอดทน อดกลั้นต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรมตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ - ๒๕๕๕จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ ศูนย์ร้องทุกข์ ๑๑๑๑ มีหนังสือยุติเรื่องโดยอ้างว่า สพฐ รายงานว่าคำสั่งที่ฉันร้องทุกข์( คำสั่งที่ ๙๑/ ๒๕๕๒)มีคำพิพากษาจากศาลปกครองสงขลาเป็นการกลั่นแกล้งใส่ร้ายฉัน สพฐ ปกป้อง รร และ สพม๑๖ ให้พ้นผิด เพิกเฉยต่อการร้องทุกข์ที่ รร วางแผนกลั่นแกล้งออกคำสั่งลงโทษฉันทุกปี จนเกษียณอายุราชการ รร ไม่กล้าที่จะตั้งข้อกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ราชการของฉันสักครั้ง เพราะฉันสามารถรักษาประสิทธิภาพการสอนตลอดอายุราชการ ๓๒ ปี ปี ๒๕๔๕ ผลการประเมินการสอนสอนโดยนักเรียนเป็นผู้ประเมินฉันได้คะแนนเป็นที่ ๑ ของครูทั้ง รร(ครูทั้งหมด ๑๗๒ )
ฉันขอร้องผ่านการแสดงความคิดเห็นตรงนี้ว่าได้โปรดช่วยทำข่าวติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ความเป็นธรรมแก่ฉันบ้างจะได้สั่งสอนข้าราชการชั่ว ต้องเอามันออกจากราชการให้ได้ อย่าให้คนชั่วลอยนวล ตามอุดมการณ์ของ ASTV ทีร่วมรณรงณ์ต่อต้านคอรัปชั่น
อดีตข้าราชการครู รร หาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา ๙๐๑๑๐
ครูดรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผู้บริหารอยากได้ใคร เขาก็ใช้ช่องทางนี้แหละ ประเภทลูกเมียใครไม่สน ต่อให้ทำผิดแค่ไหน หน่วยงานก็ไม่ว่าอะไรหรอกเพราะพวกเดียวกัน
เรื่องราวโสโครกที่เคยรับรู้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระบบแบบนี้ มีใช้กันอยู่ทั่วไป เช่น ผอ เขตการศึกษา ให้ลูกน้องช่วยทำผลงาน เชี่ยวชาญ/เชี่ยวชาญ พิเศษ หรือ ปริญยาเอก โดยที่ใช้อำนาจบังคับ หากลูกน้องไม่ทำให้ก็จะมีกรณีเช่นนี้ คือ ไม่ส่งเสริม สนับสนุนให้มีความก้าวหน้า ขออนุญาตอย่างไรก็ไม่ให้ ทำให้ลูกน้องเกรงกลัว ต้องทำให้
ทำอย่างไรดีกับกรณีเช่นนี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กรมแถวๆราชวัตรก็เป็นแบบนี้ ร้องไปกระทรวงเลย สุดท้ายเจ้านายกลัวบานปลาย เลยให้เหมือนเดิม
นายตรวจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระบบเลื่อนเงินเดือนแบบปกปิดเป็นความลับ ดีจริงๆ ลูกน้องไม่รู้ใครได้เท่าไร ใครอยากได้มากกว่าคนอื่น มา เอาของ เอาทอง เอาทรัพย์ เอาร่างกายมาแลก เดี๋ยวจัดให้ เลื่อนขึ้นได้มากไม่ต้องมีใครรู้ ชอบจริงๆ ระบบนี้
หัวหน้าหน่วยงานผู้มีอำนาจให้คุณ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +42 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระบบเลื่อนขั้นเิงนเดือนแบบนี้ทำให้เกิดความแตกทั้งในระดับปฏิบัติงานด้วยกันเอง และระดับผู้บริหารกับระดับปฏิงาน มีเรื่องฟ้องร้องกันมากมาย ทำให้การทำงานในแทบทุกหน่วยงานไม่มีความรับผิดชอบและร่วมมือกันทำงาน แต่ก็ยังทนใช้กันอยู่ได้ เพราะผู้บริหารได้ขึ้นเงินเดือนมากที่สุดในหน่วยงานนั้น ส่วนบุคคลอื่นทำงานไม่ถูกใจเลยขึ้นเงินให้น้อยที่สุดแล้วเอาส่วนที่เหลือมาขึ้นให้ผู้บริหารเอง
สมควรคิดใหม่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014