ตร.ขานรับแนวทางปฏิรูปโอนสังกัด ยธ.ขอเอา ปชช.เป็นตัวตั้ง

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม   
19 พฤษภาคม 2560 14:21 น. (แก้ไขล่าสุด 19 พฤษภาคม 2560 17:39 น.)
ตร.ขานรับแนวทางปฏิรูปโอนสังกัด ยธ.ขอเอา ปชช.เป็นตัวตั้ง
        MGR Online - ตร.ขานรับแนวทางปฏิรูปฯ เตรียมนำเข้าที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายพร้อมย้ายสังกัดเข้าสู่กระทรวงยุติธรรม ขอเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง มั่นใจแนวคิดนี้ไม่ใช่การล็อกสเปก ผบ.ตร.
       

       
       วันนี้ (19 พ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแผนการปฏิรูปกิจการตำรวจ ในคณะกรรมการประสานงานระหว่างสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เตรียมนำเข้าที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ขณะที่การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีหลักเกณฑ์ต้องผ่านงานสอบสวนอย่างน้อย 2 ปี และร่วมรับผิดชอบสำนวนสอบสวนไม่น้อยกว่า 70 คดี และปรับปรุงเงินเดือนตำรวจให้เพียงพอต่อดำรงชีพว่า กรณีดังกล่าวเป็นแนวคิดที่ผ่านการศึกษามาแล้วว่าตำรวจในอนาคตควรจะเป็นแบบใด ยืนยันว่าตำรวจไม่มีปัญหาหรือข้อขัดข้อง พร้อมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว
       
       “เราในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในฐานะเป็นตำรวจก็พร้อมเสมอ เมื่อคณะรัฐบาลมีความเห็นว่าจะให้เราปฏิบัติหน้าที่ในรูปแบบใด เราก็ยังคงเป็นผู้รักษากฎหมายเช่นเดิม รูปแบบไหนเราก็ยินดีน้อมรับหมด ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว อำนาจหน้าที่ตำรวจก็ยังเป็นเช่นเดิมตามที่กฎหมายกำหนด จะมีอะไรกระทบหรือ ไม่มีอะไรกระทบเลย การดำเนินการใดๆ คำนึงถึงความยุติธรรมอยู่แล้ว แม้กระทรวงยุติธรรมจะมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไออยู่ แต่อำนาจการสอบสวนแตกต่างกันคดีในอำนาจสอบสวนของตำรวจ ตำรวจก็ดำเนินการ อะไรที่เป็นคดีพิเศษ ดีเอสไอก็ดำเนินการไป ไม่มีปัญหาเลย” รองโฆษก ตร.ระบุ
       
       พล.ต.ต.ทรงพลกล่าวต่อไปว่า ที่ตนมาพูดในฐานะรองโฆษก ตร.ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว แต่ในฐานะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อผู้บริหารเห็นควรอย่างไรเราก็ต้องดำเนินการ โดยเชื่อว่าไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนประชาชนก็ได้ประโยชน์อยู่แล้ว แต่เมื่อมีการพิจารณาแล้วว่าวันนี้ ตร.ควรขึ้นกับกระทรวงยุติธรรมก็ถือเป็นนโยบายที่ต้องปฏิบัติตาม และตนไม่ขอออกความเห็นในประเด็นแนวคิดที่ให้กลับไปสังกัดกระทรวงอีกครั้ง หลังจากเคยอยู่สังกัดมหาดไทย ออกมาเป็นหน่วยขึ้นตรงสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วจะกลับไปสังกัดกระทรวงยุติธรรมอีก อย่างไรก็ตาม ตำรวจก็ทำงานไปตามปกติ และไม่ซ้ำซ้อนกับดีเอสไอแน่นอน
       
       ส่วนการไปสังกัดกระทรวงยุติธรรม มีข้อดีหรือข้อเสียมากกว่ากัน พล.ต.ต.ทรงพลกล่าวว่า เอาประชาชนเป็นตัวตั้งดีกว่า ถ้าบอกว่าประชาชนได้ประโยชน์มากกว่าแบบนี้ถูกต้องเลย ส่วนจะระบุว่าเป็นแนวคิดที่ดีหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชา เราทำอยู่แบบทุกวันนี้เราก็ว่าดี แต่ในเมื่อผู้บังคับบัญชาเห็นว่าควรปรับ เราก็รับได้หมด อันนี้เป็นนโยบายรัฐบาลก็ต้องดำเนินการไปในส่วนไหน รูปแบบจะออกมาอย่างไร ตำรวจรับได้หมด มั่นใจว่าไม่มีแรงต้าน ก็ไม่เห็นมีใครออกมาต้าน
       
       เมื่อถามว่าเป็นเรื่องศักดิ์ศรีองค์กรหรือไม่ เหตุใดตำรวจจึงเป็นหน่วยที่ถูกซัดไปซัดมา รองโฆษก ตร.กล่าวว่า เราไม่คิดอย่างนั้น เราเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง และแนวคิดนี้มาจากไหน กลุ่มอดีตข้าราชการตำรวจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ หรือเป็นรูปแบบของประเทศใดหรือไม่ ตนไม่ทราบ ต้องไปถามผู้เสนอแนวคิด แนวคิดนี้ก็มาจากแนวคิดที่คณะปฏิรูปของ ตร.เสนอไปด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าประเด็นการไปสังกัดกระทรวงยุติธรรมเป็นแนวคิดที่ชุดปฏิรูปของ ตร.เสนอไปหรือไม่ ย้ำว่าเมื่อนโยบายเป็นอย่างไรเราต้องทำอย่างนั้น ตำรวจอยู่ที่ไหนก็ยังเป็นตำรวจ และไม่ขอย้อนถึงแนวคิดในอดีต ขอให้พูดตรงนี้ว่าผู้บริหารเห็นควร เหมาะสมให้ตำรวจอยู่ตรงไหนก็ต้องรับตามนั้น และไม่สามารถตอบได้ว่าวิป 3 ฝ่ายจะเห็นด้วยหรือไม่
       
       “นโยบายเป็นอย่างไร เราดำเนินการได้หมด ไม่ต้องกังวลแทนตำรวจ เรามีหน้าที่รักษากฎหมาย จะอยู่กับใคร ใครมาเป็นผู้บังคับบัญชาเรารับได้หมด ตำรวจแต่ละคนก็มีสิทธิแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ได้ ไม่ต้องห่วงตำรวจ ตำรวจอยู่ไหนก็ได้ เรายังเป็นเสาหลักการอำนวยความยุติธรรม เป็นต้นธารความยุติธรรมอยู่ และเชื่อมั่นว่าจะประสานงานร่วมมือกับดีเอสไอได้ อย่าไปตั้งข้อสังเกตอะไรเลย อย่าไปพูดถึงข้อดีในอนาคตเลย เป็นนโยบายก็น้อมรับ เรื่องนี้ไม่มีการกดดัน” พล.ต.ต.ทรงพลกล่าว และว่าไม่ขอออกความเห็นว่าเป็นการตั้งธงไว้หรือไม่ ส่วนการกำหนดให้ ผบ.ตร.ต้องผ่านการทำสำนวนคดีมาก่อน 2 ปี 70 สำนวน ก็เป็นหลักการ ต้องถามว่าถ้ามีประสบการณ์รอบรู้มันดีหรือไม่ ถ้าดีก็ดี อย่าไปคิดว่ามาจากสมมติฐานว่า ผบ.ตร.ที่ผ่านมาไม่มีประสบการณ์การสอบสวน และเชื่อว่านี่ไม่ใช่การล็อกสเปก ผบ.ตร.ในอนาคตแต่อย่างใด

จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
50 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
50 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017