หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก CyberBiz | Cyber weekend
 

เปิดใจ 'มือปราบโทรคม' (Cyber Weekend)

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 มกราคม 2556 09:31 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
 เปิดใจ 'มือปราบโทรคม' (Cyber Weekend)
น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา

ปี 2556 กำลังเป็นปีแห่งการคุ้มครองผู้บริโภคด้านโทรคมนาคมอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะหลังจาก 3 โอเปอเรเตอร์ได้ใบอนุญาต 3G ความถี่ 2.1 GHz รวมทั้งช่วงจังหวะการเปลี่ยนผ่านการถือครองความถี่ 1800 MHz จากสัญญาสัมปทานที่จะสิ้นสุดลงในเดือนก.ย. 2556
       
       ความหวังของผู้บริโภค ส่วนหนึ่งคงต้องฝากไว้กับน.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการคุ้มครองผู้บริโภค
       
       น.พ.ประวิทย์เห็นว่าต้องแยกปัญหาผู้บริโภคออกเป็น 2 ส่วน คือปัญหาที่ผู้บริโภคโดนเอารัดเอาเปรียบจริงๆ จากผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือ และปัญหาเรื่องการร้องเรียนต่างๆในการใช้บริการ ซึ่งหน้าที่หลักของกสทช.ที่ต้องเข้าไปกำกับดูแลผู้ประกอบการคือ เรื่องของราคาค่าบริการ และคุณภาพของสัญญาณ
       
       ***คุมเข้ม 3G ค่าบริการลด 15%
       
       ในปี 2556 ต้องมาดูว่าผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ที่ได้รับใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) ให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications - IMT) ย่าน 2.1 GHz (3G) จะสามารถลดอัตราค่าบริการลง 15% ตามเงื่อนไขไลเซ่นส์ที่กำหนดได้หรือไม่
       
       อีกหนึ่งโจทย์ที่เมื่อมีการเปิดให้บริการ 3G แล้วคือการโอนย้ายของลูกค้าจากระบบ 2G มาเป็นระบบ 3G ซึ่งจะทำอย่างไรให้การย้ายดังกล่าวทำได้โดยอิสระ ไม่ถูกผู้ประกอบกำหนดว่าห้ามย้ายไปเครือข่ายคู่แข่ง อาทิ ลูกค้าที่อยู่ในเครือข่ายเอไอเอส 2G จะต้องย้ายไปอยู่เอไอเอส 3G เท่านั้น เป็นต้น
       
       พร้อมทั้งต้องไปดูเรื่องของคุณภาพการให้บริการ เนื่องจากกสทช.ให้ความหวังกับประชาชน ผู้บริโภคทั่วไปว่า 3G แท้จะต้องเร็วกว่า 3G เทียมที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันแน่นอน โดยทั้งหมดอยู่ที่การลงทุนของเอกชน ว่าควรจะลงทุนเท่าไรจึงจะเพียงพอต่อผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะการลงทุนโครงข่าย และการขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมตามพื้นที่ห่างไกลไม่ใช่กระจุกตัวอยู่ในหัวเมืองใหญ่เท่านั้น เพราะไม่เช่นนั้นแล้วปัญหาที่จะตามมาคือการร้องเรียนจำนวนมาก
       
       ทั้งนี้ก่อนเปิดบริการทั้ง 3 ค่ายจะต้องส่งแผนอัตราค่าบริการหรือโปรโมชั่นมาให้ดูก่อน เพื่อคำนวนว่ามีการลดค่าบริการลงโดยเฉลี่ย 15% จริงหรือไม่ หากไม่จริงก็จะสั่งเอกชนให้กลับไปแก้ไขใหม่ อย่างไรก็ตามผู้บริโภคไม่มีทางรู้ได้ว่ามีการลดค่าบริการจริง
       
       'การกำกับค่าบริการ 3G กับ 2G เป็นการกำกับที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง โดย 2G กำกับต่อนาที ซึ่งผู้บริโภครู้แน่หากโปรฯผิดก็ผิดกฏหมาย แต่หากเป็น 3G จะกำกับโดยอัตราเฉลี่ยซึ่งผู้บริโภคไม่มีทางรู้เลย ในขณะที่กสทช.เองอาจจะรู้แต่รู้ไม่ลึกเท่าเอกชน'
       
       ดังนั้นการให้บริการ 3G ในอนาคตอันใกล้ผู้บริโภคอาจจะเจอโปรฯที่แพงขึ้น เพราะเป็นการเฉลี่ยอัตราค่าบริการ เอกชนจึงสามารถดึงราคาโปรฯที่ถูกอยู่ในตอนนี้ให้มีราคาสูงขึ้นก็เป็นได้ ซึ่งกสทช.จะต้องไปตรวจสอบให้ได้ว่าเฉลี่ยทั้งตลาดราคาค่าบริการถูกลงจริงหรือไม่
       
       'ถ้าถามผมการลดค่าบริการ 3G เฉลี่ย 15% นั้นผมมองว่าไม่พอ ยังคงเป็นอัตราที่น้อยอยู่ เนื่องจากจริงๆแล้วต้นทุนมันต่ำกว่านั้นจะลดถึง 20% ยังได้เลย'
       
       ส่วนการที่จะมารอกสทช.ออกประกาศอัตราค่าบริการขั้นสูง 3G นั้นเชื่อว่าอย่างเร็วก็คงเป็นปี อย่างช้าไม่ต่ำกว่า 2 ปีเนื่องจากการออกประกาศอัตราขั้นสูง กสทช.จะต้องนำเอาระบบบัญชีบริษัทของผู้ประกอบการมาคำนวน ซึ่งแต่ละบริษัทก็ต้องรอให้ลูกค้าอยู่ตัวในระบบก่อนกว่าจะส่งข้อมูลมาให้กับกสทช.
       
       'ต้นทุนส่วนแบ่งรายได้จากสัญญาสัมปทานหายไป 20-30% ซึ่งถูกกว่า 15% อยู่แล้ว ดังนั้นหากจะลดถึง 20% ก็ยังได้ ส่วนต้นทุนค่าเชื่อมต่อโครงข่าย(ไอซี)หากเอกชนไม่รวมหัวกันฮั้วก็จะลดลงทันที 50% ซึ่ง 2 ส่วนนี้ถือเป็นต้นทุนหลักของบริษัท โดยการกำหนด 99 สตางค์ อาจจะลดลงเหลือเพียง 40 สตางค์ก็เป็นได้ แต่ก็ยังเชื่อว่าประกาศฯดังกล่าวจะดีกว่าเงื่อนไข 15% แต่หากขี้เหร่กว่ากสทช.ก็ลำบากแน่'
       
       ***หมดสัมปทาน 'ซิมดับ' ปัญหาโลกแตก
       
       ปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือวันที่ 15 ก.ย. 2556 จะเป็นวันสิ้นสุดสัมปทานคลื่นความถี่ 1800 MHz ในการให้บริการระบบ 2G ของบริษัท กสท โทรคมนาคม ผู้ให้สัมปทานกับทรูมูฟ ซึ่งมีลูกค้า 17 ล้านราย และบริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) มีลูกค้าอีก 80,000 ราย โดยทั้ง 2 บริษัทจะไม่สามารถให้บริการได้หลังวันหมดสัญญาซึ่งถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นในวันรุ่งขึ้นหากผู้ประกอบการให้บริการต่อก็ถือว่าผิดกฏหมาย
       
       'ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นปัญหาที่หนักใจที่สุดในปีนี้แน่นอน โดยเชื่อว่าจะเป็นปัญหาใหญ่ และจะยาวนานกว่าปัญหา 3G ที่ผ่านมา เพราะว่าหากกสทช.ออกหลักเกณฑ์การประมูลขึ้นมา กสท ก็จะเดินหน้าฟ้องศาลปกครองทันที เพราะเป็นผู้เสียหายจริง โดยมีผู้บริโภคเป็นตัวประกัน'
       
       ดังนั้นหน้าที่ของผู้ประกอบการที่จะหมดสัมปทานจะต้องวางแผนว่าจะต้องทำอย่างไรกับลูกค้าที่อยู่ในระบบ โดยอาจจะต้องแจ้งล่วงหน้ากับลูกค้าว่าให้เตรียมตัว ซึ่งวิธีเตรียมตัวของลูกค้าอาจจะเป็นการไปซื้อเบอร์สำรองไว้ ส่วนลูกค้าที่ไม่อยากเปลี่ยนเบอร์ก็ต้องรีบทำการย้ายค่ายจากระบบเดิมก่อนหมดสัญญาสัมปทาน
       
       'ที่ผ่านมาเราเคยเชิญผู้ประกอบการมาหารือในเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งเรื่องที่เอกชนอยากรู้กลับไม่ใช่เรื่องของสัญญาสัมปทานหมด แต่เป็นเรื่องว่าเมื่อสัญญาหมดลงคลื่นดังกล่าวจะประมูลเร็วไหม หากประมูลเร็วจะได้ประมูลแข่งเพื่อให้บริการกับลูกค้าต่อโดยจะได้ไม่ต้องย้ายลูกค้าในระบบ'
       
       ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวยังคงเป็นปัญหาโลกแตกระหว่างกระทรวงไอซีทีกับกสทช.เพราะไอซีทีมีจุดยืนที่ว่าหากสัญญาสัมปทานหมด คลื่นดังกล่าวควรจะให้กสทนำไปใช้ต่อได้เลยเนื่องจากมีลูกค้าที่ใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมากขณะที่กสทช.ก็ยืนกรานว่าต้องนำมาให้กสทช.นำไปจัดสรรใหม่ด้วยวิธีการประมูล
       
       'ผมมองว่าวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการเปิดประมูลโดยเร็ว เนื่องจากไม่ว่าใครได้คลื่นไปใช้ก็ถือว่าผิดกฏหมาย เพราะกฏหมายระบุไว้ชัดเจนว่าคลื่นจะต้องนำไปประมูลเท่านั้น โดยผู้บริโภคจะเป็นคนเลือกว่าจะย้ายไปค่ายใหม่หรือไม่'
       
       ดังนั้นควรที่จะเข้ามาหารือทั้งกสท, ทรูมูฟ, ดีพีซี, กสทช. และไอซีที โดยจะต้องแยกเป็น 2 ประเด็นคือ 1.การดูแลผู้บริโภคหลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุด อาทิ การเร่งอำนวยความสะดวกในการย้ายลูกค้าออกจากระบบเดิมก่อนวันหมดสัญญาสัมปทาน แม้ลูกค้าจะย้ายไปอยู่ในเครือข่ายอื่นก็ตาม 2.เรื่องการจัดสรรคลื่นใหม่
       
       นอกจากผู้บริโภคจะซิมการ์ดดับในวันที่ 16ก.ย.56 แล้ว ผู้บริโภคกว่า 90% ในประเทศยังใช้ระบบเติมเงินดังนั้นเงินที่เหลืออยู่ในระบบจะไปทวงคืนกับใครซึ่งมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท เนื่องจากหมดสัญญาไปแล้วจึงไม่สามารถไปร้องเรียนกับใครได้คงต้องให้ผู้บริโภคคำนวนให้ดีกับเวลาที่เหลืออยู่ หรือย้ายค่ายแล้วรีบไปขอเงินคืน
       
       'หน้าที่ของการคุ้มครองผู้บริโภค คือเราจะต้องประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภครับทราบถึงการนับถอยหลังที่จะเกิดปัญหาดังกล่าวให้มากขึ้น โดยเฉพาะการเตรียมตัวซื้อซิมการ์ดสำรอง และเตรียมตัวย้ายค่ายใหม่หากกลัวว่าจะใช้งานโทรศัทพ์ไม่ได้ในวันดังกล่าว'
       
       *** นัมเบอร์พอร์ต เรื่องเร่งด่วน
       
       นัมเบอร์พอร์ต หรือการย้ายค่ายเบอร์เดิม ถือว่ามีประโยชน์มากในตอนนี้ เนื่องจากจะทำให้ลูกค้าสามารถเลือกย้ายเครือข่ายได้จาก 2G ไป 3G หรือย้ายจากสัมปทานที่กำลังหมดอายุไปอยู่ในระบบสัมปทานที่ยังไม่หมดอายุ ดังนั้นในปีนี้นัมเบอร์พอร์ตถือเป็นภารกิจเร่งด่วนอย่างหนึ่ง
       
       ที่ผ่านมายังคงพบปัญหาการย้ายเครือข่ายของผู้บริโภคอยู่ตลอด เนื่องจากผู้ประกอบการอ้างอัตราการโอนย้ายลูกค้าได้เพียง 4,000 เลขหมายต่อวันเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต้องความต้องการ โดยเฉพาะในช่วงเวลาใกล้หมดสัมปทาน ผู้บริโภคจะต้องการย้ายไปเครือข่ายอื่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งหน้าที่หลักของผู้ประกอบการคือการเร่งขยายความจุ (Capacity) ในการโอนย้ายลูกค้า
       
       ขณะที่กสทช.ได้เชิญเอกชนมาหารือในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยอนุญาตให้มีการโอนย้ายแบบครั้งละหลายหมายเลขได้ และเร่งขยายความจุรายวันเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งเบื้องต้นสรุปได้ว่าอยากให้มีการโอนย้ายได้มากถึง 40,000 เลขหมายต่อวัน และอาจจะขยายมากถึง 80,000 -120,000 เลขหมายต่อวัน
       
       'เรามองว่านัมเบอร์พอร์ตต้องเสร็จก่อนเปิดให้บริการ 3G ด้วย ไม่เช่นนั้นหาก 3G เปิดผู้บริโภคเกิดอยากย้ายวันละ 100,000 เลขหมายจะทำอย่างไร'
       
       *** 99 สตางค์ ต้องเอาจริง
       
       ในปี 2556 ค่าบริการโทรศัพท์มือถือ2G จะต้องไม่เกินกว่านาทีละ 99 สตางค์ตามประกาศ กสทช. เรื่องอัตราขั้นสูงของค่าบริการโทรคมนาคมสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงภายในประเทศ พ.ศ. 2555 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 เม.ย. 2555 แต่ประกาศฯ ได้ผ่อนผันว่า สำหรับค่าบริการตามสัญญาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าระยะเวลาสัญญาจะสิ้นสุด แต่ต้องไม่เกินกว่าวันที่ 31 ธ.ค. 2555 หมายความว่า พอเข้าสู่วันที่ 1 ม.ค.2556 รายการส่งเสริมการขายของบริการโทรศัพท์มือถือประเภทเสียงทั้งหมดก็จะต้องอยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 99 สตางค์ต่อนาที รวมถึงที่เป็นระบบเหมาจ่ายด้วย คือ เฉลี่ยตามช่วงเวลาเหมาจ่ายแล้วห้ามเกินนาทีละ 99 สตางค์เช่นเดียวกัน
       
       'เราอยากจะแจ้งให้ผู้บริโภคทั่วไปได้ทราบว่า ตามกฎหมายนั้น ราคาค่าโทร.จะต้องต่ำกว่านาทีละ 99 สตางค์นับตั้งแต่ปีใหม่นี้ ไม่มีข้อยกเว้นแล้ว ดังนั้นหากพบว่ามีการฝ่าฝืนก็แจ้งข้อมูลหรือร้องเรียนเข้ามาได้ทางหมายเลข 1200 หรือ 02-634-6000 ซึ่งจะช่วยให้สำนักงาน กสทช. มีประจักษ์หลักฐานสำหรับดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังอีกทางหนึ่ง'
       
       *** 'ประกาศในฝัน' ที่อยากเห็น
       
       น.พ.ประวิทย์กล่าวย้ำว่าอยากเห็นประกาศที่ควรจะต้องทำมานานแล้วแต่ไม่ทำนั่นคือ 'ประกาศเรื่อง การอาศัยเครือข่ายในการโฆษณา การค้ากำไรเกินควร หรือการก่อความเดือดร้อนรำคาญ' ซึ่งปัจจุบันปัญหาดังกล่าวยังไม่มีการออกเป็นหลักเกณฑ์ หรือข้อบังคับแต่อย่างใด แต่มีระบุไว้ในพ.ร.บ.กสทช.อยู่แล้ว ซึ่งกฏหมายให้อำนาจกสทช.ห้ามได้และถ้าฝ่าฝืนปรับได้ไม่เกินครั้งละ 5 ล้านบาทในครั้งแรก และต่อไปปรับวันละ 1 แสนบาท
       
       'หากสามารถผลักดันกฏหมายดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้ได้จริง โดยระบุเลยว่า SMS แบบใดผิดกฏหมาย เชื่อว่าจะโดนใจผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างแน่นอน แต่กลับไม่มีใครสนใจผลักดันให้มีผลบังคับใช้ได้จริง'
       
       ทั้งนี้แต่ก่อนผู้บริโภคส่วนใหญ่จะร้องเรียนเรื่องว่าข้อความรบกวน แต่ระยะหลังปัญหาดังกล่าวลดลง โดยไปร้องเรียนเรื่องการถูกหักเงินเมื่อกดรับ SMSแทนมากกว่า ส่วนเรื่องการร้องเรียนในปีที่ผ่านมาและที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้คงเป็นเรื่องคุณภาพของการให้บริการโทรศัพท์มือถือ อาทิ โทร.ไม่ติด โทร.หลุด, โทร.ล่ม และเรื่องค่าบริการ
       
       ----------------------------------

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ไทยคมจุดพลุ 'นาซา เอ ฮิวแมน แอดเวนเจอร์'(Cyber Weekend)
'ไตรเน็ต' แค่เน็ตเวิร์กในฝัน ?!?(Cyber Weekend)
มองสินค้าไอทีครึ่งปีหลัง ใครอยู่ ..ใครไป ..(Cyber Weekend)
HP ปรับตัวครั้งใหญ่รุกตลาดองค์กร(Cyber Weekend)
เปิดภารกิจ 'หัวเว่ย' ชิงแชร์ตลาดสมาร์ทโฟน(Cyber Weekend)
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 17 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 8 คน
48 %
ไม่เห็นด้วย 9 คน
52 %
ความคิดเห็นที่ 16 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เห็นเกี่ยวกับชื่อเรื่องเลย มือปราบ ไปปราบอะไรมามั่ง และเปิดใจเรื่องอะไร เห็นแต่มาเอาหน้างานคนอื่นทำ
ดล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Hahaha
BMW ป้ายแดงสองคัน
มิตซูมิชิ ป้ายแดง หนึ่งคัน
โตโยต้า วีออส ป้ายแดงให้ลูกน้องใช้
บ้านใหม่หลังใหญ่อีกหลัง
ไปทำงานตอนสิบโมงเช้า
สบายจัง
q0009
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
งานคุ้มครองผู้บริโภคควรทำพร้อมกันทั้งฝั่งกระจายเสียงและโทรคม เพราะขณะนี้เราอยู่ในยุุคคหลอมรวมเทคโนโลยี่ ปัญหาด้านการกำกับผู้ให้บริการก็มีควาชัดเจน แต่กสทช.ด้านกม.นายสุทธิพล ทำให้ข้อกม.อ่อนลงกลายเป็นการไกล่เกลี่ย .. กม.บังคับต่อผู้ประกอบการไม่ศักดิ์สิทธิ์ ยุบ สบท.เดิมซึ่งทำงานคุ้มครองผู้บริโภคได้ดีกว่าหน่วยงานในสำนักงานเลขา... นี่ถือเป็นเรื่องสาธารณะ การนำประเด็นที่ไม่สามารถหาเหตุหลักฐานใส่ร้ายกัน ก็ย่อมพิสูจน์ได้ ลองไปตรวจดูว่าการแก้เรื่องร้องเรียนสมัยไหนมีประสิทธิภาพ ไม่ยากหลอกค่ะ ... กสทช.ท่านไหนเบื้องหน้าเบื้องหลังพิงกับผู้ประกอบการไหนเขารู้กันทั้งนั้น... สำนักงานเลขาทำงานไร้ประสิทธิภาพแค่ไหนคนที่ติดตามเรื่องนี้เขาก็ดูออก... ประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภคมีแต่จะถูกบอนไซด้วยสารพัดวิชามาร ผู้บริโภคทุกท่านต้องร่วมกันร้องเรียนเมื่อมีปัญหาทั้ง โทรคม และกระจายเสียงได้ที่ 1200 เรื่องแค่นี้กสทช.ยังไม่ยอมบอกกระทั่งในปฏิทินที่พิมพ์แจก .. เห็นใจกสทช.เสียงข้างน้อยค่ะ อย่าลาออกเพราะจะเท่ากับเต๊ะหมูเข้าปากหมา..
chalanla
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สู้ๆๆครับ
เป็นกำลังใจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนนี้ที่เป็นกิ๊กกับกสทช.สุภิญญาใช่ไหม?
บ้านนอกเข้ากรุง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตัวหาเงินให้ เอ็นจีโอ เลยมือปราบเชี่ยไร งานมันไม่ทำ หน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคทำไรมั่ง เที่ยวไปใส่ร้ายชาวบ้านเพื่อซ่อนการทำงานห่วยของตัวเอง ที่เรืื่องค่าบริการในข่าวพูดถึงน่ะ มันไม่ได้ทำเจือกมาเอาหน้าอีก โชคดีที่มันไม่เป็นหมอต่อ ไร้จรรยาบรรณจริงๆ
hia
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ราคาคุย ราคาขอ
ถุย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014