หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก CyberBiz | ข่าวในประเทศ
ข่าวในประเทศ ไอที

Android 5.0 VS. iOS 8 ปรับเพื่ออนาคตที่ดีกว่า?

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
28 พฤศจิกายน 2557 06:35 น.
Android 5.0 VS. iOS 8 ปรับเพื่ออนาคตที่ดีกว่า?
        ถือเป็นสองระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟนที่ปัจจุบันมีผู้ใช้มากที่สุดในโลกและเป็น สองระบบปฏิบัติการที่ออกอัปเดตเพิ่มความสามารถทุกปีด้วยแนวความคิดที่คล้ายกันคือ “ต้องการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ สมาร์ทโฟนของผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา”
       
       แต่ในปีนี้กลับมีสิ่งที่แตกต่างไปจากทุกครั้ง เพราะทั้งแอนดรอยด์ 5.0 Lollipop และ ไอโอเอส 8 ต่างมีการปรับเปลี่ยนหัวใจหลักอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกด้วยการฉีกกรอบเดิมๆ ทิ้งและคิดใหม่ทำใหม่ด้วยมุมมองใหม่ทั้งหมด
       
       โดยการเปลี่ยนแปลงแรกที่เห็นชัดเจนมากที่สุดจะมาจากฝั่งไอโอเอสกับการยอมละทิ้ง อุดมการณ์เดิมในเรื่องของระบบปิด (Close Platform) เป็นครั้งแรก จากเดิมผู้พัฒนาต้องยอมรับเงื่อนไขและการตรวจสอบทุกส่วนจากแอปเปิล แต่ในไอโอเอส 8 แอปเปิลปรับนโยบายยอมให้โค้ดระบบบางส่วนถูกเผยแพร่ให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์นำไป ใช้พัฒนาแอปพลิเคชันของตนได้ เช่น คีย์บอร์ดที่สามารถปรับเลือกใช้คีย์บอร์ดเจ้าอื่นที่ผู้ใช้ชื่นชอบได้ผ่านการดาวน์โหลดจาก AppStore หรือแม้แต่ระบบแชร์แอปพลิเคชันของแอปเปิลให้ผู้พัฒนาอื่นสามารถเข้าถึงและเรียกใช้แอปพลิเคชันจากผู้พัฒนาแทนแอปพลิเคชันของตนก็ถือเป็นอีกหนึ่งเสียง ที่ช่วยยืนยันว่าแอปเปิลพยายามทำให้ไอโอเอส 8 เปิดกว้างมากกว่าเดิม
       
       ในขณะที่ระบบเปิด (Open Platform) อย่างแอนดรอยด์กับ Lollipop ต่างไม่ได้สนใจในจุดที่แอปเปิลกำลังปรับเปลี่ยนเพราะกูเกิลมองว่าตนทำมาก่อน หน้านั้นและประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องความเป็นอิสระในการปรับแต่งและใช้งาน แต่กูเกิลกลับเน้นหนักในเรื่องการผลักดันให้แอนดรอยด์สามารถเข้าสู่ยุค 64 บิต ได้อย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรก รวมถึงภารกิจสำคัญที่กูเกิลคิดต่างไปจากทุกครั้งก็คือ “ต้องจบปัญหาความอืดอาดเชื่องช้าและระบบแอนดรอยด์ที่บริโภคทรัพยากรเครื่องมากเกินความจำเป็นเสียที”
       
       หลังจากปัญหาดังกล่าวกลายเป็นช่องว่างที่ถูกคู่แข่งโจมตีอยู่ตลอดเวลา
       
       ทำให้การปรับเปลี่ยนของกูเกิลกับแอนดรอยด์ 5.0 Lollipop จึงตกไปอยู่กับการจัดสรรระบบภายในให้ดีขึ้น จากความพยายามทดสอบรันไทม์ตัวใหม่ในแอนดรอยด์ 4.4 KitKat ในชื่อ ART (Android Runtime) เพื่อให้มาใช้งานแทนรันไทม์เดิม Dalvik ที่เชื่องช้าและบริโภคหน่วยความจำมากในรุ่นก่อน กูเกิลใช้เวลาถึง 1 ปีในการเก็บผลการทดสอบจากแอนดรอยด์ 4.4 KitKat และปรับปรุงจนในที่สุด ART ก็เข้ามาอยู่กับแอนดรอยด์ 5.0 Lollipop อย่างเต็มรูปแบบ
       
       ด้วยชุดรันไทม์ ART ที่กูเกิลตั้งใจเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ใช้แอนดรอยด์ กูเกิลก็ได้ปรับหน้าตาแอนดรอยด์ 5.0 Lollipop จาก Holo UI เป็น Material Design ที่เน้นการออกแบบที่เรียบง่ายแบบกระดาษตัดแปะซ้อนทับกันประกบด้วยเอฟเฟกต์ ในส่วนอินเทอร์เฟสที่ลื่นไหลและมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาโดยที่ตัวระบบจะไม่บริโภคทรัพยากรเครื่องเกินความจำเป็นอีกต่อไป และกูเกิลเชื่อว่าผู้ใช้แอนดรอยด์จะได้รับประสบการณ์การใช้งานและความรู้สึก ที่ลื่นไหลแบบเดียวกับไอโอเอสด้วยฮาร์ดแวร์ที่เหนือกว่าด้านสเปก

Android 5.0 VS. iOS 8 ปรับเพื่ออนาคตที่ดีกว่า?
        อีกประเด็นที่น่าสนใจและเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่าทั้งแอนดรอยด์และไอโอเอสมีการปรับตัวที่แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ก็คือการยอมรับเทรนด์ของอุปกรณ์ตรวจวัดการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อสุขภาพเป็นครั้งแรก ซึ่งทั้งแอนดรอยด์และไอโอเอสต่างออกแอปพลิเคชันเพื่อสุขภาพมาเป็นมาตรฐานใหม่ของระบบปฏิบัติการ โดยในฝั่งไอโอเอสจะใช้ชื่อ Apple Health ส่วนฝั่งกูเกิลใช้ชื่อ Google Fit พร้อมปล่อยโค้ดให้นักพัฒนานำไปปรับใช้กับซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์วัดสุขภาพของตนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อสร้างมาตรฐานการเชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการได้ ดียิ่งขึ้น
       
       นอกจากนั้น ทั้งแอปเปิลและกูเกิลก็ยอมต่อยอดระบบปฏิบัติการของตนจากการปรับชุดคำสั่งทั้งหมดให้สามารถรันบนดีไวซ์ที่มีขนาดหน้าจอที่หลากหลายได้ ทำให้ระบบปฏิบัติการทั้งสองสามารถทำงานบนสมาร์ทวอทซ์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างลื่นไหลและไร้รอยต่อมากขึ้น
       
       ทั้งหมดคือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับทั้งไอโอเอส 8 และแอนดรอยด์ 5.0 Lollipop แม้ทิศทางการปรับปรุงและพัฒนาจะต่างกัน แต่ด้านแนวคิดและผลลัพท์ที่ได้ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองระบบปฏิบัติการไม่มีความแตกต่างกันเลย ทั้งแอปเปิลและกูเกิลเริ่มปรับระบบปฏิบัติการโดยเน้นให้โอเอสสามารถเข้ามา เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรามากขึ้น
       
       ส่วนด้านเทคนิคฝั่งแอปเปิลต้องการให้ฐานระบบปิดของตนมีความเป็นอิสระมากขึ้น มีการสนับสนุนนักพัฒนาให้เข้ามาร่วมกับโครงการพัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ทวอทซ์ รวมถึงฟีเจอร์ปลีกย่อยในไอโอเอส 8 พร้อมขยายความเป็นอิสระให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปจัดการได้ตามต้องการ เช่น กล้องถ่ายภาพในไอโอเอส 8 สามารถแชร์ความสามารถของแอปพลิเคชันตกแต่งรูปอื่นเข้ามาได้ตามความต้องการของผู้ใช้หลายคน ในขณะที่แอนดรอยด์ 5.0 Lollipop ก็พยายามอุดช่องว่างที่เกิดขึ้นจากแอนดรอยด์รุ่นก่อนหน้าให้หมดลง และถือเป็นครั้งแรกที่แอนดรอยด์จะสามารถทำงานแบบ 64 บิตตามแอปเปิลได้อย่างสมบูรณ์
       
       แน่นอนการปรับตัวครั้งนี้ของทั้งสองระบบปฏิบัติการถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อ สิ่งที่ดีกว่าในอนาคต อย่างน้อยสิ่งที่จะได้เห็นในปีหน้าอย่างแน่นอนก็คือ
       
       “สมาร์ทโฟน 64 บิตจะเริ่มทำตลาดอย่างเต็มตัว สมาร์ทวอทซ์และอุปกรณ์เก็บสถิติสุขภาพจะกลายเป็นคู่หูสมาร์ทโฟนของปีหน้าแน่นอน”
       
       เนื่องจากทั้งสองระบบปฏิบัติการพร้อมน้อมรับเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ และอีกประเด็นที่น่าจับตามองต่อจากนี้ก็คือในอนาคตไอโอเอส 8 มีสิทธิ์จะเปิดโค้ดอีกหลายส่วนให้นักพัฒนาเข้ามาร่วมวงกับแอปเปิลได้ง่าย ขึ้นพร้อมความอิสระแก่ผู้ใช้จะมากขึ้นตาม ซึ่งนั่นหมายถึงความสามารถหลายส่วนของไอโอเอสจะคล้ายกับแอนดรอยด์หรือเหนือกว่า
       
       ส่วนแอนดรอยด์เองก็จะลื่นไหลขึ้นด้วยซีพียู 64 บิตที่เข้ามาและกูเกิลจะสามารถจบปัญหาแอนดรอยด์ที่บริโภคทรัพยากรเกินความจำเป็นได้หมดสิ้นจนสุดท้ายแอนดรอยด์และไอโอเอสจะมีความรวดเร็วที่ใกล้เคียงกัน สิ่งที่จะตัดสินความน่าใช้ของทั้งสองระบบปฏิบัติการในอนาคตจะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องการตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์มากกว่าเรื่องสเปกเครื่องที่ปัจจุบันไฮเอนด์ สมาร์ทโฟนฝั่งแอนดรอยด์ก็เริ่มมีความลื่นไหล ความรวดเร็วและการตอบสนองการใช้งานได้ไม่ต่างจากไอโอเอสแล้ว
       
       Instagram
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
โหลดฟรี “สุขพอที่พ่อสอน” แอปฯ พระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทฉบับดิจิตอล
“วีเอ็มแวร์” เผยความสำเร็จนำเวอร์ชวลโซลูชันลดค่าใช้จ่ายใน “อีซี่บาย”
อินฟอร์มั่นใจยอดขายโดยรวมยังเติบโต 25%
ไทยคมทุ่ม 20 ล้านบาท ดึงนาซ่ามาจัดนิทรรศการอวกาศ
เปิด Lumia 535 ประเดิม “ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์”
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 10 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 6 คน
60 %
ไม่เห็นด้วย 4 คน
40 %
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่หลอก ตอนนี้แอรนดรอย ได้พัตนาระบบ ได้สูสีกับIOS ไปแล้วการกระตุกเหรอ มันไม่มีแล้วนะ การกินทรัพยากรเครื่องก็หายไปจนหมดสิ้น แล้วไหนจะแบตเตอรี่ที่มีความทนทานมากก่า กล้งก้พิสูจกันออกมาแล้ว การถ่ายได้ความละเอียดท้งแสงมากและแสงน้อยได้ชัดก่าจริงๆ มันแทบจะทุกอย่างที่เหนือก่า6พลัส เหอๆ
กก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปีหน้า windows 10 รันทุกอุปกรณ์
ดีกว่าเยอะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ช้าไป เจ้

เขาไป ดาว เนปจูนแล้ว
ช้าๆๆ
 
ความคิดเห็นที่ 6 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การเป็นระบบเปิดหรือปิด ก็มีข้อดี ข้อเสีย คนละแบบ
ไม่ใช่ว่าระบบเปิดจะดีเสมอไป เช่น android แต่ละยี่ห้อ ทำหน้าตาไม่เหมือนกัน คนใช้งานก็สับสนได้ เช่น samsung สได์ซ้าย-ขวา แต่ HTC สไลด์ บน-ล่าง น่าจะให้เป็นมาตราฐานเหมือนกันทุกยี่ห้อ

ระบบเปิดควบคุม ความปลอดภัยได้ยากกว่า เจาะได้ง่ายกว่า จะเห็นว่า ภัยคุกคาม ของ android มีมากกว่า
ระบบปิด ควบคุมจากผู้ผลิต ให้เป็นมาตราฐานเดียวกัน ควบคุมหรือแก้ปัญหาได้ง่ายและเร็วกว่า

ข้อดีระบบเปิด คือยืดหยุ่นได้มากกว่า

แต่ User ไม่ได้สนใจว่าจะเป็นระบบไหน ขอแค่ออกแบบระบบ ให้รองรับความต้องการและการใช้งาน ได้ง่ายและคลอบคลุมก็พอ

ในความเป็นจริง ระบบเปิดไม่ได้ประสบความสำเร็จ เช่น Linux จนถึงวันนี้ ก็เข้ามาแทนที่ Windows ไม่ได้ ทั้งๆ ที่ ฟรี แม้แต่ linux ของไทยเอง ก็ไปไม่รอด เพราะฟรีและเปิด ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ยังมีปัจจัยอื่นอีกมาก

และที่บอกว่า ฮาร์ดแวร์ของ android สูงกว่า iOS และจะทำงานได้ดีกว่า เร็วกว่า คงไม่ใช่ เพราะ การออกแบบ OS ที่ต่าง
กัน จะวัดกันที่ spec เลยไม่ได้ การทดสอบหลายครั้งพบว่า แม้ Android จะมี spec สูงกว่า แต่ไม่ได้เร็วกว่า ต้องแยกประเด็นด้วย

- คหสต.
ผมใช้ทั้ง 2 ระบบ พบว่า มันก็ทำได้เหมือนกันหมด แต่ในเรื่องเดียวกัน iOS เข้าถึงและใช้ได้ง่ายกว่า เคยเอาเครื่องไปให้ผู้ใหญ่อายุ 60 ใช้ เปรียบเทียบกัน เรียนรู้ใหม่ พร้อมกัน ผลคือ iOS ใช้ง่ายกว่า แต่ยังไงสำหรับคนที่ต้องการความคุ้มค่า Android ก็ยังน่าใช้ เพียงแต่ถ้าซื้อรุ่นแพง ก็ไปเน้น Hardware เช่น CPU, กล้อง, หน้าจอสวย เป็นต้น เพราะเครื่อง 4พัน หรือ 2หมื่น ก็ OS เดียวกัน
popo
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Linux เข้าถึงทุกคนแล้วครับ ก็ Android แกนใน OS ก็เป็น Linux ส่วน iOS แกนในก็เป็น Linux เดี๋ยวนี้ Linux แฝงอยู่ในแทบจะทุกอุปกรณ์
คนไทย
 
ความคิดเห็นที่ 5 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บทความกากๆ nexus 5 เหนือกว่า iphone 6
ไม่เชื่อไปดูในยูทูบ
Nexus 5 มันเพียวแอนดรอย ของแท้ไม่มีปรับแต่ง มือถือออกมาปีกว่าแล้ว แต่ยังเร็วกว่าอีก

iphone ipad สองรุ่นก่อนอัพ ios 8 ได้ก็จริง แต่ไม่ควรอัพ เพราะยิ่งอัพยิ่งทำให้เครื่องอืด

iphone ipad จริงๆแล้วตายตั้งแต่ ios 7 แล้ว
apple กาก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอบกลับ ตามนั้น นี่ขนาดตายแล้วนะ อ่านข่าวนี้ก่อน
www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9570000123774
ผมก็ใช้ ซัมซุง แต่หัดยอมรับความจริงหน่อย คนเกาหลีมันยังบ้า ไอโฟนเลย
ความจริง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กลืนน้ำลาย
ios
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 -2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
android auto นี่ชาติไหน iPhone มันฟังผ่านUSBได้หมดรวมถึงฟังกับแอปวิทยุออนไลน์ เสียบ android กับ รถหรอ ต้องเปิดเป็นโหมดโอนถ่ายข้อมูลไรไม่รู้ยุ่งยาก แถมบางรุ่นไม่มีsd card ก็ฟังผ่านusb ไม่ได้อย่างxperia s โอนย้ายข้อมูลตั้งกะเป็นไอติมแซนวิชก็ยาก โปรแกรมเครื่องใครก็เครื่องมัน อยากโอนง่ายก็ต้องทำดีบักกิ้ง แล้ววิธีทำดีบักกิ้งก็ไม่เหมือนกันแล้ว ราคาก็ลงไวกว่าน้ำมันทองคำ ตอนซื้อราคาเท่าทองบาทนึง ผ่านไปหนึ่งปีเหลือทองห้าสิบตางค์ แล้วรู้มั้ยว่า iPhone4S ยังอัพ iOS8 ได้นะ galaxy s2 มันกิน KITKAT ได้มั้ย Nexus S มันไปอยู่ไหนแล้ว แค่นี้แหละ
^^y
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ติ่งหุ่นป๋อง กดลบเป็นอย่างเดียวหรือครับ คุยกันด้วยความจริงไม่ใช่เอาคำโฆษณามาคุย แหม่ เพียวแอนดรอย กินโลลิปอบเข้าไปก็เอ๋อเหมือนกันครับ iPad iPhone รุ่นเก่าอัพแล้วช้า แอปเปิ้ลแก้ให้ใน2อาทิตย์ 5.0.1 หรือ5.1 เมื่อไหร่จะมา android ที่ใช้งานง่ายมันหายไปตั้งกะหมด ginger bread แล้วครับ
ูู^^y
 
ความคิดเห็นที่ 1 [Ipad] คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมคนในเวปนี้เขียนข่าวเสียดสีแอปเปิ้ลตลอดแฮะ อ่านทีไรไม่รู้สึกว่าเขียนจากมุมมองกลางๆสักที
กานา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้ว ios มันมีอะไรที่ android ทำไม่ได้บ้าง??? แต่ส่วนที่ android ทำได้ แต่... ios กลับทำไม่ได้!!! ยอมรับซะเถอะว่าตระกูล i ทั้งหลายมันตายไปพร้อมกับจ๊อปแล้ว
ตามนั้น
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วมันหนักหัวพ่อแม่คุณหรอ
เกลียดอีสาน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันเป็นเรื่องของรสนิยมและสปอนเซอร์.. ถ้าอ่านมานานแล้วจะเข้าใจ
โอเคนะ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใครอยากซื้ออะไรใช้ก็ซื้อกันไป บางคนมองความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายไป บางคนใช้เงินซื้อความเท่ห์ ก็แค่นั้น เหมือนหลายคนใช้กระเป๋าใบละไม่กี่ร้อย แต่บางคนใช้กระเป๋าใบละ 4 แสน ของมันใช้งานได้เหมือนกัน
yes
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เสียดสีตรงไหน ผมว่าบทความนี้มันกลางๆนะ ก็เล่าทั้งสองฝั่งว่าทำอะไรบ้าง Apple ก็จะเปิดมากขึ้น Android ก็จะลื่นไหลขึ้น
คนไทย
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014