หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก CyberBiz | Lifestyle
 

เปิดชีวิตเศรษฐีใหม่ "Jan Koum" ซีอีโอ WhatsApp

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2557 17:13 น.
เปิดชีวิตเศรษฐีใหม่ Jan Koum ซีอีโอ WhatsApp
ปัจจุบัน แจน คูม ผู้ก่อตั้งและซีอีโอวอตสแอปมีอายุ 37 ปี
       หลังจากเฟซบุ๊ก (Facebook) ประกาศซื้อกิจการแอปพลิเคชันแชต "วอตสแอป (WhatsApp)" ด้วยเงิน 1.6-1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ วันนี้เรื่องราวของซีอีโอผู้ก่อตั้งวอตสแอปนามว่า "แจน คูม (Jan Koum)" ชาวยูเครนนั้นเป็นที่สนใจขึ้นมาทันที เนื่องจากชายผู้นี้คือผู้ถ่ายทอดดีเอ็นเอสัญชาติยุโรปตะวันออกให้กับวอตสแอป แม้ว่าที่ผ่านมา วอตสแอปจะถือสัญชาติแจ้งเกิดที่ซิลิกอน วัลเลย์ (Silicon Valley) ศูนย์รวมอุตสาหกรรมไอทีในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
       
       ข้อมูลระบุว่าปัจจุบัน แจน คูม ผู้ก่อตั้งและซีอีโอวอตสแอปมีอายุ 37 ปี เติบโตและใช้ชีวิตวัยรุ่นอยู่ที่ประเทศยูเครนจนกระทั่งย้ายเข้ามาอาศัยในเมาเทน วิว (Mountain View) รัฐแคลิฟอร์เนีย
       
       ความสำเร็จของคูม ทำให้หลายคนนึกถึงเศรษฐีรายอื่นในซิลิกอน วัลเลย์ที่เป็นคนต่างถิ่นที่ย้ายเข้ามาอาศัยในซิลิกอน วัลเลย์เช่นกัน ตัวอย่างคือ แม็กซ์ เลฟชิน (Max Levchin) ผู้ร่วมก่อตั้งบริการชำระเงินออนไลน์อย่างเพย์พาล (Paypal) ที่มีสัญชาติยูเครนเช่นกัน รวมถึงเซอร์เกย์ บริน (Sergey Brin) ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล (Google) ที่มีเชื้อสายรัสเซียนในตัว
       
       เช่นเดียวกับเจ้าพ่อซอฟต์แวร์อย่างบิล เกตส์ (Bill Gates) และเจ้าพ่อเครือข่ายสังคมเฟซบุ๊ก "มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg)" คูมตัดสินใจหยุดเรียนกลางคันที่มหาวิทยาลัยแห่งเมืองซานโฮเซ่ (San Jose State) ไม่ใช่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard) อย่าง 2 เจ้าพ่อไอที
       
       การย้ายถิ่นทำให้ครอบครัวของคูมตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฟู้ด แสตมป์ (food stamps) ซึ่งเป็นการสมัครเข้ารับความช่วยเหลือค่าอาหารจากรัฐบาลอเมริกัน จุดนี้ทำให้สำนักข่าวต่างประเทศบอกเล่าเรื่องราวของคูมว่าเป็นการเดินทางจากโครงการฟู้ด แสตมป์ สู่การเป็นมหาเศรษฐี
       
       จุดเปลี่ยนของคูมอยู่ที่การตัดสินใจลาออกจากบริษัทยาฮู (Yahoo) ในปี 2007 พร้อมกับวิศวกรยาฮูที่มีทัศนคติเดียวกันอย่างไบรอัน แอคตัน (Brian Acton) ทั้งคู่ร่วมกันก่อตั้งบริษัทในปี 2009 บนแนวคิดเพื่อพัฒนาระบบรับส่งข้อความใหม่ที่ใช้งานง่าย โดยที่ผู้ใช้จะไม่ต้องวุ่นวายรำคาญใจกับโฆษณาหรือแคมเปญการตลาด
       
       “ไม่มีใครตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกตื่นเต้นกับการได้เห็นโฆษณาเพิ่มขึ้น และไม่มีใครเก็บเรื่องโฆษณาที่จะได้เห็นในวันพรุ่งนี้ไปฝันถึง” คูมเคยเขียนข้อความนี้ไว้ในบล็อกของตัวเอง พร้อมกับโพสต์ภาพบันทึกบนโต๊ะทำงานที่เขียนด้วยลายมือเขาเองว่า “No Ads! No Games! No Gimmicks!” เพื่อสะท้อนว่าบริการของเขาจะต้องไม่มีโฆษณา ไม่มีเกม และไม่มีกิมมิคใดๆให้รกตา
       
       เรื่องนี้ จิม โกตซ์ (Jim Goetz) พันธมิตรของคูมจากกลุ่มทุน Sequoia Capital ซึ่งหนุนหลังวอตสแอป แสดงความเห็นว่าพื้นเพของคูมในยุโรปตะวันออกคือกุญแจหลักที่มีผลต่อการสร้างสรรค์วอตสแอป โดยสิ่งที่ทำให้วอตสแอปไม่เหมือนกันกูเกิลและเฟซบุ๊ก คือวอตสแอปไม่พยายามเก็บข้อมูลผู้ใช้ให้มากที่สุดอย่างที่ทั้ง 2 ยักษ์ใหญ่กำลังทำ
       
       ผู้สนับสนุนวอตสแอปยืนยันว่า บริษัทไม่เคยรวบรวมชื่อ เพศ หรืออายุของผู้ใช้ โดยข้อความจะถูกลบทิ้งจากเซิร์ฟเวอร์ทันทีที่การส่งเสร็จสมบูรณ์ ทั้งหมดนี้ถือเป็นวิธีการที่คูมสร้างสรรค์จากประสบการณ์วัยเด็กของตัวเอง เนื่องจากคูมเติบโตในประเทศคอมมิวนิสต์อย่างยูเครนที่ตำรวจลับมีอิทธิพลต่อสังคมมาก ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ก่อตั้งวอตสแอปมองเห็นคุณค่าของการสื่อสารที่ต้องไม่ขัดข้องหรือถูกสอดแนม
       
       จุดนี้ถือเป็นปมที่คล้ายกับวัยเด็กของบริน ผู้ก่อตั้งกูเกิลที่ใช้ประสบการณ์ในรัสเซียสร้างสรรค์เป็นคติประจำบริษัทว่า "Don't Be Evil"
       
       ก่อนหน้านี้ คูมเคยทวีตแสดงความเห็นเรื่องทางการอิหร่านและเตอร์กิซสถานปิดกั้นไม่ให้ประชาชนใช้งานวอตสแอป ว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชนจะเสียหายทันทีที่มีรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง สำหรับประเด็นโฆษณา วอตสแอปตัดสินใจใช้การเก็บค่าบริการ 99 เซนต์ต่อปีแก่ผู้ใช้รายใหม่ แสดงจุดยืนชัดเจนว่าวอตสแอปจะไม่หารายได้จากการโฆษณาที่ใช้ผู้บริโภคเป็นสินค้า
       
       ในฐานะที่เป็นประชาชนเชื้อชาติยูเครน คูมโพสต์ภาพและทวีตข้อความเรียกร้องสันติภาพให้เกิดขึ้นสู่ยูเครนโดยเร็ว โดยใช้แฮชแทคว่า #ukraine #freedom ซึ่งก่อนหน้านี้ ซีอีโอวอตสแอปแสดงจุดยืนเรื่องการสนับสนุนเสรีภาพเต็มที่ด้วยการโพสต์ข้อความในปี 2013 ที่ผ่านมาว่า "WhatsApp Messenger, Made in USA. Land of the free and the home of the brave."
       
       เพื่อบอกว่าแอปพลิเคชันวอตสแอปเป็นบริการที่สร้างในสหรัฐอเมริกา ดินแดนแห่งเสรีภาพและความกล้าหาญ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Facebook พร้อมเท 1.6 หมื่นล้านดอลล์ซื้อ WhatsApp
ข่าวล่าสุด ในหมวด
เปิดชีวิตเศรษฐีใหม่ "Jan Koum" ซีอีโอ WhatsApp
เทียบราคา "ไว-ไฟ การบินไทย" VS สายการบินอื่น
ทำไม Microsoft จึงพัฒนา”ลิฟต์อัจฉริยะ”?
4 แอปพลิเคชันช่วยทุกคนใช้ชีวิตง่ายขึ้นใน"วันปิดกรุงเทพฯ"
ฉลองปีใหม่กับ 6 แอปพลิเคชันแสนสนุก
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โปรดแก้ไข ชื่อเค้าอ่านว่า "ยอน"
idbluy_@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฟวย ไม่มีโฆษณาแล้วหาตังค์ยังไง
ของงี้ใช้ฟรีก็ต้องยอมๆดูไป ไม่ได้จะต้องไปซื้อทุกอย่างที่เขาโฆษณาซักหน่อย
นั่นดิ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พวกกาก พวกอาณานิคมอังกฤษ เท่านั้นที่ใช้ whatsapp
ฟหก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต้องขอบคุณบีบี เสรือกตายเพราะน้ำมือตัวเองจำกัดวงเล่น
พลาดไปนิสนุงเจงๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนมีสมอง การศึกษา ใช้เยอะครับ แต่สำหรับเกรียนๆเด็กๆในประเทศที่ชื่อว่าไทย ใช้ ไลน์ โปรแกรมบ้าอะไร มีแต่โคดซะนา เกมส์ ติ๊กต๊อกๆ ทั้งวัน กระจอก แบ่งเกรดผู้ใช้ได้ดีครับ
เกรียนกรุงเทพ ณ ลอนดอน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอ่อม แล้วคนญี่ปุ่นละครับ คนพวกนั้นก็ด้วยหรอครับ?
เญี่ปุ่นใช้ Line มากเป็นอันดับหนึ่งนะครับ
เฮ้อ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คิดเองเออเองนะไอ้ควายเจ้าของกระทู้
กาโม่
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นกะเหรี่ยงแถมกระจอกยืนแจกใบปลิวร้านอาหารจีนหน้าSoho ณ ลอนดอน มากกว่า
You're wanker
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014