ใครฉายแววทำ startup สำเร็จ?

    
11 มกราคม 2560 14:41 น. (แก้ไขล่าสุด 11 มกราคม 2560 15:11 น.)
ใครฉายแววทำ startup สำเร็จ?
        โดย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.)
       
       เช้านี้ผู้เขียนนั่งดื่มกาแฟพร้อมกับอ่าน Harvard Business Review บน Smartphone และมองไปรอบๆ ซึ่งก็พบว่าทุกคนไม่มีใครอ่านหนังสือกระดาษเลย มีแต่ก้มหน้าก้มตาใช้ Smartphone, tablet และ notebook และส่วนใหญ่มีแต่คนรุ่นใหม่ Digital native ที่เป็นความหวังของประเทศไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
       
       ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านบทความเรื่อง “4 Factors That Predict Start up Success, and One That Doesn't” โดย Tucker Marion จึงขอสรุปพอได้ใจความให้ผู้อ่านสำหรับบทความวันนี้
       
       ธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) เป็นธุรกิจที่ถือว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ที่สำคัญที่เป็นความหวังของทุกประเทศในความพยายามจะเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ธุรกิจบน digital platform ตามกระแสโลก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในจำนวนที่มากพอที่จะทำให้เกิดผลกระทบในเชิงบวกต่อการพัฒนาประเทศ
       
       ได้มีความพยายามหาคำตอบว่า “ผู้ก่อตั้ง (Founder) ของ venture capital ที่ประสบความสำเร็จควรมีคุณสมบัติอย่างไร?” โดย venture capital ที่มีชื่อว่า First Round Capital ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการเก็บข้อมูลจาก 300 บริษัท และผู้ก่อตั้ง 600 คน ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีตัวแปรเช่น อายุ, เพศ, ระดับการศึกษา, ตำแหน่งงานในอดีต และประสบการณ์ด้าน startup โดยการศึกษามุ่งไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร และความสำเร็จในการบริหาร venture capital ของพวกเขา
       
       ในการวิเคราะห์เบื้องต้นของการเก็บข้อมูลในครั้งนี้พบว่า มีจำนวนผู้ก่อตั้ง venture capital ที่เป็นสุภาพสตรีมากขึ้นเรื่อยๆ และพบด้วยว่าในบริษัทที่มีผลประกอบการในระดับดีมากมักจะมีสุภาพสตรีอย่างน้อย 1 คน เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง
       
       จากข้อมูลพบด้วยว่า ผู้ก่อตั้งอายุน้อยกว่า และมี background ด้านการศึกษาในสถาบันที่มีชื่อเสียง รวมทั้งเคยมีประสบการณ์ทำงานในบริษัทด้านเทคโนโลยีขนาดใหญ่ มักจะมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากกว่า และสภาพภูมิศาสตร์ไม่ได้เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จ เช่น ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาจาก Silicon Valley เป็นต้น
       
       อย่างไรก็ตาม Tucker Marion ผู้เขียนบทความนี้ใน Harvard Bisiness Review ได้กล่าวว่า ผลวิเคราะห์คร่าวๆ ดังกล่าวไม่ใช่ข้อสรุปที่เป็นหลักการ เพียงแต่อาจจะช่วยประกอบในการตัดสินใจของนักลงทุนได้บ้างเท่านั้น
       
       ข้อมูลที่ควรทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับเพศ คือ จำนวนผู้ประกอบการหน้าใหม่จะเป็นชายมากกว่าหญิงถึง 2 เท่า แต่อย่างไรก็ตาม เพศหญิงมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก และในการเก็บข้อมูลครั้งนี้พบว่า ผู้ก่อตั้งเพศหญิงที่ทำผลประกอบการได้ดีเยี่ยมที่เหนือกว่าเพศชายในลักษณะโดดเด่นก็มีให้เห็น และปรากฏชัดในการเก็บข้อมูลครั้งนี้
       
       ตัวเลขที่โดดเด่นอีกตัวคือ ผู้ก่อตั้งอายุน้อยที่มีอายุเฉลี่ย 25 ปี ทำความสำเร็จในผลการประกอบการที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 30% จึงบ่งบอกถึงผู้ก่อตั้งอายุน้อยที่มีคุณลักษณะด้านขีดความสามารถทางเทคโนโลยีสูงจะมีแนวโน้มในความสำเร็จสูงกว่าอย่างชัดเจน (ค่าเฉลี่ยอายุของผู้ก่อตั้งทั้งหมดในการเก็บข้อมูลครั้งนี้คือ 34.5 ปี) ส่วนค่าเฉลี่ยของอายุผู้ก่อตั้งที่ประสบความสำเร็จในระดับ top ten คือ 31.9 ปี ดังนั้น แนวโน้มคร่าวๆ คือ ความสำเร็จมักจะตกอยู่ในกลุ่มคนอายุน้อยกว่า
       
       มีแนวโน้มที่ได้จากการเก็บข้อมูลว่า ผู้ก่อตั้งที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันระดับ Top จะทำผลงานได้ดีกว่า แต่ก็มีผู้โต้แย้งว่า Bill Gates และ Mark Zuckerberk เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทใหม่ที่เลิกการเรียน (dropped out) จากมหาวิทยาลัยมาดำเนินธุรกิจด้วยความสำเร็จอย่างสูงสุดได้เช่นกัน ซึ่งไม่ได้จบการศึกษาจาก Elite school เช่น Ivy League อย่าง Stanford หรือ MIT แต่อย่างไรก็ตาม First Round ที่เป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูลได้ระบุว่า ในบริษัทที่มีผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 1 คน ที่จบการศึกษาจาก Elite School หรือ Top school มักจะมีแนวโน้มประสบความสำเร็จสูงกว่าซึ่งเป็น 38% ของบริษัทที่ประสบความสำเร็จ
       
       ข้อมูลที่น่าสนใจอีกมุมคือ มีแนวโน้มว่า หากผู้ก่อตั้งเป็นผู้ที่ผ่านประสบการณ์จากบริษัทด้านเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงมาก่อน บริษัท venture capital นั้นมักจะมีความสำเร็จกว่าบริษัทอื่นๆ เช่น การผ่านประสบการณ์การทำงานจากบริษัท Amazon, Apple, Facebook, Google, Microsoft หรือ Twitter ซึ่งตัวเลขบ่งบอกถึงความสำเร็จในการประกอบการที่เหนือกว่าบริษัททั่วไปถึง 160%
       
       โดยนักลงทุน (Investors) ก่อนการลงทุนพวกเขามักจะ “Pre-screened” ว่าผู้ก่อตั้ง venture capital ได้ผ่านงานจากบริษัท Top ด้านเทคโนโลยีมาหรือไม่ เพราะเนื่องจากบริษัท Top เหล่านี้จะฝึกอบรมให้แก่พนักงานมาเป็นอย่างดี ทั้ง Hard skill เช่น ในด้าน Project management และ Soft skill ในด้านการเมือง และสร้างเครือข่าย (Politics and networking) ซึ่งนักลงทุนมองว่า skill เหล่านี้จะช่วยนำทางผู้ประกอบการใหม่ให้ไปสู่ความสำเร็จได้
       
       ประเทศที่มีระบบการศึกษาที่เข้มแข็ง มีวัฒนธรรมที่สร้างให้คนคิด และกล้าทำในสิ่งสร้างสรรค์ตั้งแต่เป็นเยาวชน รัฐมีกฎหมายด้านภาษีที่ส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการใหม่ทั้งระบบนิเวศในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งมี incentive ให้นักลงทุนใน venture capital รวมทั้งภาคเอกชนและภาคการศึกษาร่วมกันสร้างนวัตกรรมภายใต้กลไกการสนับสนุนส่งเสริมจากรัฐที่ลดอุปสรรคด้านกฎหมายให้หมดไปได้ ก็จะเป็นประเทศที่สามารถผลิต startup สู่โลกได้ และจะส่งผลให้เป็นประเทศที่รุ่งเรืองในยุคศตวรรษที่ 21 โดยรัฐไม่ต้องลงทุนเองอย่างมหาศาล
       
       Reference
       
       https://hbr.org/2016/05/4-factors-that-predict-startup-success-and-one-that-doesnt

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017