กทค.ให้ค่ายมือถือออกโปรคิดค่าโทร.วินาทีกับแบบเดิมอย่างละครึ่ง ทดลอง 6 เดือน

โดย MGR Online   
11 มกราคม 2560 16:48 น. (แก้ไขล่าสุด 12 มกราคม 2560 10:13 น.)
กทค.ให้ค่ายมือถือออกโปรคิดค่าโทร.วินาทีกับแบบเดิมอย่างละครึ่ง ทดลอง 6 เดือน
        กทค.ปรับมติคิดค่าโทร.ตามจริง ให้โอเปอเรเตอร์ออกแพกเกจคิดค่าบริการแบบเดิม และแบบวินาทีอย่างละครึ่งเพื่อให้ผู้บริโภคทดลองใช้ 6 เดือน หวังฟังความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ด้าน “สารี อ่องสมหวัง” ขู่ งานนี้มีฟ้องแน่
       
       นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2560 มีมติทบทวนวิธีคิดอัตราการคิดค่าบริการโทรศัพท์ จากที่เคยมีมติคณะกรรมการ กทค.เมื่อครั้งที่ 10/2559 โดยให้เพิ่มเติมการคิดค่าบริการโทรศัพท์มือถือเพิ่มเติมเป็นนาทีเข้าไปในมติเดิม จากเดิมที่มีมติไปในครั้งนั้นว่าให้มีการคิดอัตราค่าบริการทุกโปรโมชันเป็นวินาทีเท่านั้น โดยหลังจากออกเป็นมติบอร์ดแล้วจะมีคำสั่งทางปกครองไปถึงผู้ให้บริการทุกรายต่อไป
       
       ทั้งนี้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจะต้องกำหนดแพกเกจโปรโมชันที่คิดค่าโทร.ตามจริงเป็นวินาทีไม่น้อยกว่า 50% และมีโปรโมชันคิดค่าโทร.ตามจริงเป็นนาที 50% ของโปรโมชันทั้งหมดที่มีอยู่ในตลาดในสัดส่วนเท่านั้น เพราะหลังจากที่สำนักงาน กสทช.ได้ลงพื้นที่พบว่า ผู้ประกอบการมีการออกโปรโมชันแบบวินาทีเพียงแค่ 5% ของโปรโมชันที่มีอยู่ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชน
       
       การกำหนดแพกเกจตามมติให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์จะต้องดำเนินการทันทีเมื่อมีคำสั่งทางปกครอง นอกจากนี้ จะให้มีการกำหนดเวลาในการประเมินผลการใช้แนวทางดังกล่าวประมาณ 6เดือน โดยจะพิจารณาว่าหลังจากมีการปรับแพกเกจตามมติที่เพิ่มเติมแล้วประชาชนมีการใช้งานอย่างไรเพื่อนำความเห็นของประชาชนมาปรับปรุงการคิดอัตราค่าบริการในอนาคต
       
       “กทค.ขอให้ทบทวนมติที่เคยออกไปก่อนหน้านี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชน โดยหลังจากนี้จะยกร่างคำสั่ง และบังคับใช้ออกไป แต่ทั้งนี้การคิดอัตราค่าโทร.นั้น กสทช.มีการกำหนดอัตราขั้นสูงไว้ว่าต้องไม่เกินกว่า 0.68 บาทต่อนาที ซึ่งจากที่สำรวจพบว่า โปรโมชันปัจจุบันเฉลี่ยที่ 0.40 บาท อย่างไรก็ดี สำนักงาน กสทช.จะปล่อยให้กลไกตลาดเป็นตัวเองของมันเอง และพิจารณาดูความเหมาะสมว่าสุดท้ายแล้วประชาชนชื่นชอบแบบใด”
       
       นอกจากนี้ ที่ประชุมมีแผนการเปิดประมูลเลขหมายสวยอีก 200 เลขหมาย กำหนดวันประมูลที่ 18-19 มีนาคมนี้ ที่สำนักงาน กสทช.โดยเริ่ม 7 ตัวเหมือนมี 50 เลขหมายเริ่มต้น 3 ล้านบาท 6 ตัวเหมือนมี 150 เลขหมาย เริ่มต้น 5 แสนบาท ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาเก็บเงินบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) ที่อยู่ในมาตรการเยียวยาการใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz นั้น ยอมรับว่าการคำนวณเงินของคณะกรรมการพิจารณา และ กทค.มีตัวเลขที่ต่างกันในแง่เงินรายได้ และการแบ่งเงินให้แก่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ดังนั้น มติที่ประชุมให้ส่งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ และ กทค.ไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และกระทรวงการคลังเพื่อขอความเห็น เมื่อได้ความเห็นอย่างไรมาก็นำกลับมาให้คณะกรรมการพิจารณา ภายใน 30 วัน แต่ถ้ายังไม่ได้ข้อสรุป กทค.จะเป็นคนฟันธงคิดอัตราค่ารายได้เอง
       
       ที่ประชุม กทค. ยังได้มีมติให้เรียกเก็บเงินจาก บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ในเรื่องการนำเงินส่งเป็นรายได้แผ่นดินในการใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ในช่วงมาตรการเยียวยา โดยลงมติให้เรียกเก็บเงินจากเอไอเอส จำนวน 7,221 ล้านบาท ซึ่งรวมค่าเช่าโครงข่ายของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และจะพิจารณาแบ่งให้แก่ทีโอที โดยการเก็บเงินพิจารณาระยะเวลาตั้งแต่ ต.ค.2558 ถึงวัน 30 มิ.ย.2559 ทั้งนี้จะส่งคำสั่งทางปกครองแจ้งไปยังเอไอเอสอย่างเป็นทางการภายใน 1-2 วันนี้ ซึ่งหากเอไอเอสไม่เห็นด้วยก็สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 30 วัน หรือมีสิทธิยื่นฟ้องร้องคำสั่งต่อศาลปกครองได้ต่อไป
       
       ***ตัวแทนผู้บริโภคจ่อฟ้อง
       
       ทันทีที่มติที่ประชุม กทค.ออกมาเกี่ยวกับเรื่องการคิดค่าโทร.ทำให้ น.ส.สารี อ่องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ส่งอีเมลถึงสื่อมวลชนทันทีโดยมีเนื้อหาว่า ผู้บริโภคมีมติฟ้องเอาเงินคืนด้วยการฟ้องคดีแบบกลุ่มโดยเร็วที่สุด ประกาศไม่ยอมรับการแก้มติ กสทช. เนื่องจาก กสทช. ถอยกรูดให้บริษัททำโปรวินาทีเพียง 50% ทั้งที่เดิมมีมติเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 กำหนดไว้ ให้คิดอัตราค่าบริการตามการใช้งานจริงเป็นวินาทีทุกรายการส่งเสริมการขาย และจะขยายจาก AIS และ TRUE เป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่การคิดค่าบริการตามการใช้งานจริงในย่านความถี่อื่นต่อไป ซึ่งมติ กทค. เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภคจากสองบริษัทมากกว่า 18,032.70 ล้านบาท ในระยะเวลา 7 เดือน

จำนวนคนโหวต 18 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 15 คน
84 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
16 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017