ศาลาไทยในเอ็กซ์โป

โดย สุวัฒน์ ทองธนากุล   
24 เมษายน 2548 16:51 น.
        การจัดงาน "เอ็กซ์โป 2005 ไอจิ แจแปน ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นคราวนี้ กำลังเป็นข่าวดังสำหรับประเทศไทยในแง่เป็นการ "ขายหน้าระดับโลก"
       
       เพราะมีเสียงสะท้อนจากคนที่ไปชมงานว่า ศาลาไทยซึ่งเป็นอาคารแสดงความโดดเด่นของประเทศไทย เพื่อให้ชาวโลกที่จะไปชมงานนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีกว่า 15 ล้านคนนั้น
       
       การออกแบบอาคารแสดง และการนำเสนอของดีของไทยนั้น อยู่ในสภาพ "ดูไม่ได้" ไม่สมราคากับงบประมาณ 250 ล้านบาท เพื่อการนี้
       
       คุณยงยุทธ ติยะไพรัช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ไหวทันก็เลยรีบไปดูด้วยตัวเอง พร้อมกลุ่มนักข่าวก็เสนอตามมาด้้วยข่าวที่ช่วยชี้ชัดว่า รัฐมนตรีคนใหม่ท่านนี้ไม่ใช่ต้นเรื่อง แต่ต้องรีบเข้าแก้ปัญหา
       
       ขณะเดียวกัน บริษัท เจเอสแอล จำกัด ผู้ประมูลงานนี้ได้ย่อมตกเป็นจำเลยสังคม ฐานที่ทำงานระดับ "มวยวัด" ที่ไปโชว์ในระดับสากลได้อย่างไร
       
       การแถลงข่าวของประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเจเอสแอลในวันนี้ จะช่วยกู้หน้าได้ขนาดไหน หรือจะกลายเป็นศึกยืดเยื้อ จนถึงมีการเอาผิดผู้เกี่ยวข้องได้แค่ไหนหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนและเอาจริงของเจ้ากระทรวง
       
       แต่เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องที่พูดกันไปอย่างสนุกปากแน่ เพราะเสียงวิจารณ์ที่มีมากมายตามข่าวทำนองว่า การออกแบบก่อสร้างและการเลือกของดีของไทยไปแสดงดูไม่เป็นมืออาชีพ
       
       บางเสียงว่าดูจืดชืดราวกับเป็นแค่อาคารเก็บของ ซ้ำยังมีการเปรียบเทียบว่า สู้ความโดดเด่นดึงดูดความสนใจสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย
       
       ทั้งๆ ที่ของเรามีทรัพยากรและสิ่งที่จะอวดชาวโลกได้มากมายกว่า
       
       บริษัท เอเอสแอล ซึ่งเคยรับจ้างจัดงานระดับชาติ จนได้รับคำชมอย่างพิธีเปิด-ปิดกีฬาเอเชียนเกมส์ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ หรืองานแสดงพยุหยาตราทางชลมารคในงานประชุมเอเปก
       
       มางานเอ็กซ์โปที่นาโกยาคราวนี้ คนทั่วไปได้ยินตัวเลขงบการจ้าง 250 ล้านบาท ก็ต้องรู้สึกว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้ แม้เจเอสแอลจะบอกว่า เป็นงานที่ทำขาดทุน เพราะเงินกว่าครึ่งเป็นค่าก่อสร้างซึ่งต้องจ้างบริษัทในญี่ปุ่นดำเนินการ แต่สังคมจะเห็นใจแค่ไหนในเมื่อผลออกมาไม่น่าพอใจ
       
       ก็ล้วนเป็นประเด็นปลายเหตุที่จะมีการเช็กบิลกันไป
       
       รวมทั้งข้อสงสัยว่าคณะกรรมการคัดสรรบริษัทผู้เข้าประมูล และคณะกรรมการจัดจ้างเห็นชอบกับแนวคิด และแบบที่นำเสนอได้อย่างไร
       
       แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ หลักการในการดำเนินงานไม่ควรเป็นเช่นที่แล้วมา
       การไปจัดนิทรรศการในงานระดับนานาชาติเช่นนี้ เป็นการสื่อสารการตลาดเพื่อประเทศไทย
       
       ถ้าจะให้หน่วยงานใดรับเป็นเจ้าภาพจัดการหน่วยงานนั้น ก็จะต้องตระหนักว่ากำลังเป็นตัวแทนสร้างผลงานการตลาดให้ประเทศ ซึ่งต้องมองเชิงบูรณาการ
       
       เมื่อคิดอย่างแคบด้วยมิติแบบราชการว่า การจัดงาน "เอ็กซ์โป 2005" ที่หมุนเวียนประเทศเจ้าภาพทุก 5 ปี คราวนี้มีแนวคิดหลักอยู่ที่ "ภูมิปัญญาของธรรมชาติ" (Nature Wisdom)
       
       กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจึงถูกมอบหมายให้รับผิดชอบ
       แล้วคณะกรรมการคัดสรรบริษัทผู้เข้าประมูล และกรรมการจัดจ้างที่แต่งตั้งขึ้นยอมรับมาได้อย่างไร
       
       ทั้งๆ ที่แนวคิดการบริหารงานที่รัฐบาลเคยเสนอแนวทางที่เรียกว่า "ทีมไทยแลนด์" ที่หวังจะให้การขับเคลื่อนกิจกรรมในการบุกตลาดต่างประเทศให้ผนึกกำลังกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไป เมื่อต้องไปแข่งขันกับตลาดโลก
       
       การไปร่วมแสดง "จุดเด่นของประเทศ ครั้งนี้ในงานเอ็กซ์โปที่ญี่ปุ่น ก็เป็นการแข่งขันเพื่อชิงความโดดเด่น ความประทับใจให้ชาวโลกที่ไปชมงานเกิดความเชื่อมั่น และนิยมในผลที่มีศิลปะและวิถีไทยจากประเทศไทย
       
       จึงเป็นโอกาสดียิ่งในการ "เสริมสร้าง"ภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ใช่ไป "ประจาน" ตัวเอง เมื่อถูกเปรียบเทียบกับประเทศอื่น
       
       ดังนั้น เมื่อภาระตกอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์ในเชิงสื่อสารการตลาดมาก่อน ประกอบกับข้อจำกัดด้านงบประมาณและกำลังคน
       
       ข้อถกเถียงเรื่องการบริหารงบประมาณพอไม่พอจึงเกิดขึ้น
       
       ทั้งๆ ที่รายการนี้นอกจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่จะคัดสรรผลงานไปอวดแล้ว ยังมีหลายหน่วยงานที่ควรต้องเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการจัดงานอย่างเต็มที่
       
       การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่มีข้อมูลและประสบการณ์เกี่ยวกับการส่งเสริมจุดเด่นด้านการท่องเที่ยว
       
       กระทรวงสาธารณสุข ในแง่การเสริมความเชื่อมั่นด้านความสะอาด และรสชาติอร่อยของอาหารไทย เพื่อสนับสนุนโครงการครัวไทยสู่ครัวโลก รวมทั้งความโดดเด่นเรื่องสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการนวดแผนไทย
       
       กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านการพัฒนาด้านเทคโนโลยีชีวภาค
       
       ส่วนหน่วยงานใดมีกำลังสนับสนุนทางการเงินด้วยก็ยิ่งเป็นส่วนเสริม เพราะที่สำคัญคือจะเอา "อะไร" ไปแสดง และแสดง "อย่างไร" จึงดึงดูดความสนใจ และเข้าใจอย่างที่เราอยากให้เป็น
       
       นี่ยังไม่รู้ว่าจะปรับปรุงหรือเสริมแต่งรูปแบบของ "ศาลาไทย" ให้เข้าท่ากว่านี้ด้วยวิธีใด เพราะงานนี้
       
       เปิดให้คนจากทั่วโลกเข้าชมทุกวันตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมแล้ว
       
       แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย ก็จะเป็นการประจานประเทศไทยไปจนกว่างานจะจบเอาในวันที่ 25 กันยายน 2548
       
       ก็ขอให้ใช้บทเรียนนี้เป็นโอกาสในการปรับปรุงกระบวนการพิจารณาคัดเลือกผู้ว่าจ้าง และจัดจ้างของราชการที่ไม่ใช้การมุ่งผลเชิงปริมาณ แต่ต้องมุ่งคุณภาพที่ยอมรับได้

จำนวนคนโหวต 8 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017