ผจญภัยรอบโลกไม่รู้จบ ของ "Emil and Liliana"

โดย ผู้จัดการรายวัน
12 ธันวาคม 2548 11:01 น.
ผจญภัยรอบโลกไม่รู้จบ ของ Emil and Liliana
        เพียงความตั้งใจที่จะออกเดินทางไปพักผ่อนช่วงระยะเวลาสั้นๆ ภายหลังจากการตรากตรำทำงานมาโดยตลอด กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางรอบโลก นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2525 (1982) กระทั่งปัจจุบันนี้เป็นเวลา 20 กว่าปีแล้ว สำหรับ เอมิล และลิเลียน่า(Emil and Liliana Schmid) สามี-ภรรยาชาวสวิตเซอร์แลนด์วัย 60 กว่าปี ใช้ชีวิตในแต่ละวันไปกับการเดินทางข้ามพรมแดนประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งจนเกือบจะรอบโลก
       
       การเดินทางเป็นระยะเวลายาวนาน 150 ประเทศที่เดินทางไปเยือน ประกอบปริมาณไมล์การเดินทางที่มากที่สุดโดยใช้ยานพาหนะเพียงคันเดียวตลอดการเดินทางทำให้ในปี 1997 ทั้งคู่ได้รับการบันทึกลงกินเนสส์บุ๊ก (http://www.worldrecordtour.com)
       
       ณ วันนี้ ระยะทาง ระยะเวลาในการเดินทางทวีปริมาณเพิ่มขึ้น และยังคงไม่สิ้นสุด
       
       ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รถแลนด์ครูเซอร์สีฟ้าสดใสเลี้ยวเข้ามาจอดอย่างสงบนิ่งภายในงานมหกรรมยานยนต์ ความสดใสของสีรถภายนอกราวกับเปลือกที่ห่อหุ้มอยู่นั้นไม่สามารถบ่งบอกอายุและประวัติความเป็นมาอันโชกโชนของรถได้ มีเพียงหลายร้อยชื่อประเทศติดอยู่ด้านข้างรถบอกถึงการผจญภัยที่ผ่านมา
       
       นับเป็นครั้งที่ 2 สำหรับการเดินทางมาเยือนประเทศไทยอีกครั้งของอิมิลและลิเลียน่า หลังจากเคยเดินทางมาแล้วครั้งหนึ่งในปี 1994 ที่กรุงเทพฯพวกเขาใช้เวลาพักผ่อนเป็นเวลาเกือบอาทิตย์ และเมื่อวานนี้พวกเขาได้เริ่มต้นออกเดินทางครั้งใหม่ต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม แม้พวกเขาจะออกเดินทางจากประเทศไทยไปแล้ว ก่อนจากไปพวกเขาได้เล่าเรื่องราวการเดินทางอันน่าประทับใจตลอดการเดินทางที่ผ่านมา
       

       "ก่อนมาเมืองไทย เราขนรถลงเรือจากอเมริกาใต้มาสิงคโปร์ เดินทางต่อไปยังมาเลเซีย และประเทศไทย จากนั้นจะเดินทางไปยังกัมพูชา เวียดนาม ลาว พม่า และกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง และพักอยู่ที่นี่เป็นเวลาหนึ่งเดือน" ลิเลียน่ากล่าวถึงแผนการเดินทางในอนาคต จากนั้นจึงเริ่มต้นเล่าถึงการเดินทางในช่วงแรก
       
       เธอเล่าต่อไปว่าก่อนการเดินทางจะเริ่มต้นขึ้น เธอทำงานเป็นเลขานุการ ส่วนเอมิลทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายการเงินของบริษัทหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์
       
       "เริ่มต้นเดินทางตอนนั้นอายุ 42 ปี เราไม่มีลูก และคิดว่าต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ดำเนินอยู่เป็นประจำแบบเดิมๆในแต่ละวัน พร้อมกับตั้งใจจะออกเดินทางสัก 1-2 ปี แล้วก็กลับมาสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทำงานต่อ แต่ไปๆมาๆ เรากลับชอบการเดินทางมาก ประกอบกับเรายังพอจะมีเงินเก็บ จึงยังคงเดินทางต่อไปเรื่อยๆ กระทั่งถึงวันนี้เราไม่สามารถที่จะหยุดยั้งการเดินทาง เพราะมันได้กลายเป็นชีวิตของเราไปเสียแล้ว"
       
       เดินทางครั้งแรกในปี 1984 วางแผนเดินทางไปแอฟริกา ทว่าประเทศไนจีเรียปิดพรมแดนจึงเปลี่ยนความตั้งใจขนเรือจากสวิตเซอร์แลนด์ไปแคนาดา และเริ่มต้นการเดินทางจากสหรัฐอเมริกาแทน
       
       "ไปถึงแคนาดาตรงกับเดือนตุลาคม ช่วงฤดูหนาว จากนั้นเดินทางต่อไปยังสหรัฐอเมริกา รัฐฟลอริดาตรงกับช่วงอากาศอบอุ่น สามารถตั้งแคมป์ได้ จากฟลอริดาเดินทางไปอะแลสกา ซึ่งอากาศเริ่มอบอุ่น วางแผนการเดินทางจากประเทศนั้นไปประเทศนี้โดยพิจารณาจากสภาพภูมิอากาศเหมาะสมสำหรับการเดินทางและพักแรม"
       
       ตลอด 21 ปีของการเดินทาง โดยเฉลี่ยแล้วพวกเขาใช้เงินเพียงวันละ 35 ยูเอสดอลลาร์ โดยค่าใช้จ่ายในการเดินทางช่วงแรกๆนำเงินเก็บที่มีอยู่ในธนาคารมาใช้ กระทั่งปี 1991 ลิเลียน่าได้รับมรดกจากมารดา และเงินจำนวนนี้นี่เอง ทำให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตไปกับการเดินทางได้เป็นระยะเวลานาน ถึงวันนี้ยังมีรายได้เล็กๆน้อยๆจากการเขียนบทความและการถ่ายภาพ พร้อมกันนั้นยังได้เงินจากรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ให้ประชาชนทุกเดือนๆละ 1,000 ดอลลาร์
       
       "เรามีชีวิตที่เรียบง่าย ดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินจำนวนมาก เรานอนในรถ ไม่ได้นอนในโรงแรม ทำอาหารกินเอง"
       
       ภายในรถอัดแน่นไปด้วยข้าวของเครื่องใช้สำหรับการดำรงชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะมีไว้ในบ้านได้ถูกนำมาไว้ในบ้านรถคันนี้ ไม่ว่าจะเป็นชุดเครื่องนอน ชุดเครื่องครัว ฯลฯ
       
       "มีทุกอย่างเหมือนอยู่ที่บ้านแต่น้อยกว่า" ลิเลียน่ากล่าว พร้อมกับเดินพาชมห้องครัวของเธอซึ่งอยู่ท้ายรถ เปิดชั้นวางของ ภายในเต็มไปด้วยกระปุกเครื่องปรุงรสต่างๆ "เรามีครัว มีหม้อ มีตู้เย็นเชื่อมต่อแบตเตอรี่ในรถ นอกจากนี้ยังมีที่นอน หมอน ผ้าห่ม เสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยน แล้วก็มีอุปกรณ์อาบน้ำ สบู่ จริงๆแล้วเรามีข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างเหมือนอยู่บ้าน ถ้ากลับบ้านเกิดก็ไม่มีบ้าน ดังนั้นรถคันนี้เหมือนเป็นบ้านของเรา นอกจากนี้ยังมีคอมพิวเตอร์ ใช้ในการติดต่อเพื่อนฝูง"
       
       เธอชี้ไปยังอีกด้านหนึ่งของตัวรถพร้อมกับเอ่ยว่าพื้นที่ใช้สอยข้างในรถถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนสำหรับเธอและอิมิล ซึ่งพื้นที่ของอิมิลส่วนใหญ่เป็นที่เก็บเครื่องมือเกี่ยวกับรถ
       
       หลังจากพาชมรอบๆรถ ลิเลียน่าเดินมานั่งท้ายรถพร้อมกับเล่าถึงการผจญภัยที่ผ่านมาให้ฟังว่า "หลังอาหารเช้า ประมาณ 9 โมงเริ่มออกเดินทางไปเรื่อยๆ จนกระทั่งบ่ายจึงแวะพักข้างทาง ทำอาหารรับประทาน พอบ่ายแก่ๆออกเดินทางต่อ และเริ่มหาที่พักค้างคืน ส่วนใหญ่ตอนเช้าที่ออกเดินทางไม่ได้วางแผนว่าจะค้างคืนที่ไหน เพราะยังไม่รู้ว่าวันนี้จะขับรถไปได้ไกลเพียงใด และไม่รู้ว่าที่ที่ไปจะมีที่พักหรือเปล่า"
       
       "ขับรถไปเจอที่ที่ไม่มีถนน ไม่มีคน จะจอดรถเพื่อเตรียมเป็นที่นอน แต่สำหรับในกรุงเทพฯจะทำแบบนี้ได้ลำบาก ได้รับการเอื้อเฟื้อจากโตโยต้าให้การช่วยเหลือจัดหาที่พักให้ ไม่ทุกประเทศ บางแห่งให้ความช่วยเหลือดูแลสมรรถภาพของรถ ดูไบ ลักษณะภูมิประเทศเป็นทะเลทราย มีปริมาณรถแลนด์ครูเซอร์อยู่ทุกหนแห่งเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นในวันที่เราไปถึงดูไบจึงได้รับการดูแลจากโตโยต้าของดูไบให้การดูแลซ่อมบำรุงเครื่องยนต์"
       
       ประสบการณ์ตลอดการเดินทาง หลากหลายความทรงจำที่เก็บเกี่ยวระหว่างทาง "มีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความสุขใจ สิ่งเล็กๆต่างๆทำให้มีความสุขทุกวัน ประทับใจกับวีถีชีวิตที่เรียบง่ายในจอร์แดน แม้ไม่สามารถสื่อสารกันได้เต็มที่ แต่รู้สึกมีความสุขมาก ทัชมาฮาล เป็นอีกครั้งที่ทำให้มีความสุข ธรรมชาติและสัตว์ป่าในแอฟริกา ถ้าออกไปนอกทะเลทรายตอนกลางคืน แสงดาวเต็มฟ้าและเงียบสงบ มีเพียงแสงดาวรายล้อม เข้าป่าอแฟริกาตกกลางคืนได้ยินแต่เสียงของป่า ในเวลานั้นคิดว่าไม่อยากไปไหน"
       
       ลิเลียน่ายกเหตุการณ์น่าตื่นเต้นระหว่างการเดินทางให้ฟังว่ามีหลายครั้งที่เจอกลุ่มคนแปลกหน้าขับรถตามเพื่อปล้นชิง โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมาซิโดเนีย นับเป็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวกว่าทุกครั้ง
       
       "เคยมีคนแปลกหน้าขับรถตามระหว่างเดินทางในกัวเตมาลา ออสเตรเลีย แต่ไม่น่ากลัวเท่าที่เจอในมาซิโดเนีย ระหว่างที่กำลังขับรถอยู่บนถนน และหาที่พักแรมก็มีชายกลุ่มหนึ่งขับรถเข้ามาขวาง เราพยายามหลบหนีผ่านเข้าไปในทางเล็กๆ จนซีกรถด้านหนึ่งพัง พวกเขาพกมีดเดินเข้ามาเคาะกระจกรถเรียกให้เราลงเปิดประตู แต่ว่าเราไม่ยอมเปิดประตูออกมา รอจนเช้าจึงออกรถหนีเข้าไปในบัลแกเรีย"
       
       นอกจากเจอดักปล้นระหว่างทางแล้ว ยังเผชิญหน้ากับธรรมชาติเกรี้ยวกราดจนแทบเอาชีวิตไม่รอด "ตอนที่ขับรถไปถึงแคริบเบียนเจอพายุเฮอริเคน คืนนั้นตั้งแคมป์ริมแม่น้ำแล้วหลับไปในรถ ประมาณเที่ยงคืน ฝนตกหนักมีลมพายุ แต่ยังหลับต่อจนกระทั่ง 2 ชั่วโมงต่อมาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เอมิลก็พูดขึ้นมาว่าเสียงน้ำแปลกไป พร้อมกับออกไปดูและกลับเข้ามาเรียกให้ออกไปดู สิ่งที่เห็นคือกระแสน้ำเชี่ยวกรากโอบล้อมรอบรถของเราจนดูเหมือนว่าเรากำลังอยู่บนเกาะ ช้าเกินไปที่จะขับรถออกไป เราไม่มีโทรศัพท์ คืนนั้นทั้งคืนเฝ้ารอดูกระแสน้ำว่าจะขึ้นหรือลด โชคดีที่กระแสน้ำลดจึงรอดชีวิต ตอนนั้นกลัวมาก"
       
       การเดินทางเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตของทั้งคู่ "ตอนแม่เสียชีวิต รู้สึกเสียใจมาก ตอนนี้ยังมีสามีอยู่เคียงข้าง สำหรับเราทั้งคู่แล้วการเดินทางช่วยเติมเต็มชีวิตได้มาก เพราะว่าได้เผชิญกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและท้าทายอยู่ทุกวี่วันได้พบเจอกับผู้คนหน้าใหม่ เหมือนกับถ้าเรามีลูกก็ได้สวมกอดลูกตลอดเวลา"
       
       หญิงสาวในวัยร่วงโรยไปมากแต่ยังดูแข็งแรงและสดชื่นกลั่นกรองประสบการณ์ตลอด 21 ปีที่ผ่านมา เอ่ยว่าตลอดการเดินทางที่ผ่านมา 99 เปอร์เซ็นต์ของผู้คนในโลกที่พบเจอล้วนเป็นคนใจดี สำหรับเอมิลที่เพิ่งเข้ามาร่วมวงสนทนา แต่กลับมีความเห็นเหมือนกับลิเลียน่า ทำเอาเธอเผลอยิ้มออกมา "ข่าว ทีวี หนังสือพิมพ์นำเสนอข่าวน่ากลัว สิ่งที่ไม่ดีในประเทศ แต่พอเห็นด้วยตาตัวเอง ผู้คนที่พบเจอถือเป็นประสบการณ์ที่ดี" ทั้งคู่แสดงความเห็นตรงกัน
       
       "อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมงภายในพื้นที่เล็กๆของรถ ทำให้มีความคิดคล้ายกัน" ลิเลียน่าให้เหตุผลยิ้มๆ พร้อมกับแสดงความในใจต่อไปว่า "คนอื่นอาจจะต้องการรถใหม่ๆ แต่ฉันต้องการเพียงแค่อิสรภาพ ได้พบเจอเพื่อนใหม่ วัฒนธรรมใหม่ๆ ชีวิตฉันไม่มีอะไรมาก แต่เพียงแค่นี้ก็มีความสุขมากแล้ว หลายคนอยากจะเดินทางรอบโลกเหมือนที่เรากำลังทำ ซึ่งฉันคิดว่าถ้าอยากจะทำอะไรก็ตามต้องตัดสินใจทันทีก่อนที่มันจะสายเกินไป"
       
       อิมิลเสริมว่า "เรามีเป้าหมายที่จะเดินทางร่วมกัน ระหว่างการเดินทางเจอทั้งเหตุการณ์ที่ดีและไม่ดี มีปัญหาหลายๆอย่างให้ได้แก้ไขผ่านมาด้วยกัน แต่ถ้าวันหนึ่งลิเลียน่าต้องการกลับบ้าน แต่ผมยังอยากเดินทางต่อ ย่อมเกิดปัญหา แต่ว่าวันนี้เรายังใจตรงกันยังต้องการเดินทางต่อ"
       
       ราวกับว่าการเดินทางได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของทั้งคู่ไปเสียแล้ว ดังนั้นตราบเท่าที่ทั้งคู่ยังคงมีร่างกายที่แข็งแรง รวมถึงรถคู่ใจยังคงมีสมรรถนะในการเดินทาง ตราบนั้นการเดินทางยังคงเดินหน้าต่อไปโดยไม่สิ้นสุด
       
       ดังเช่นที่ทั้งคู่พร้อมใจกันตอบในทิศทางเดียวกัน "หยุดการเดินทางต่อเมื่อล้มป่วยหรือรถพัง แต่ตราบเท่าที่รถยังวิ่งได้ก็จะยังคงเดินทางต่อไปเรื่อยๆ อยากจะขับรถเดินทางให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดูเหมือนว่าการเดินทางกลายเป็นชีวิตของเราไปเสียแล้ว ฉันไม่สามารถคาดเดาได้ว่าถ้าวันพรุ่งนี้ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ฉันก็ไม่รู้จะทำอะไร เพราะทุกวันนี้ในแต่ละวันมีแต่สิ่งที่ท้าทายและอีกอย่างฉันไม่ชอบทำงานประจำ ทำกิจวัตรประจำวันแบบเดิมทุกๆวัน ซึ่งก็ได้แต่หวังว่าจะยังคงได้เดินทางเช่นนี้ไปตราบนานเท่านาน"
       
       เรื่อง – ศิริญญา มงคลวัจน์

ผจญภัยรอบโลกไม่รู้จบ ของ Emil and Liliana
เอมิล-ลิเลียน่ากับรถคู่ใจช่วยพาทั้งคู่เดินทางรอบโลก
       

ผจญภัยรอบโลกไม่รู้จบ ของ Emil and Liliana
ห้องครัวเล็กๆท้ายรถครบครันไปด้วยอุปกรณ์ทำครัว เครื่องปรุงและอาหารแห้ง
       

ผจญภัยรอบโลกไม่รู้จบ ของ Emil and Liliana
กว่า 150 ประเทศที่เดินทางผ่านมาแล้วถูกบันทึกไว้ข้างๆรถ
       

ผจญภัยรอบโลกไม่รู้จบ ของ Emil and Liliana
600,000 กิโลเมตร ระยะทางทั้งหมดนับตั้งแต่เริ่มเดินทางถึงวันที่ 7 ก.ค.2005
       

ผจญภัยรอบโลกไม่รู้จบ ของ Emil and Liliana
ที่พักแรมกลางป่า
       

ผจญภัยรอบโลกไม่รู้จบ ของ Emil and Liliana
อิมิลกำลังเปลี่ยนยางรถระหว่างการเดินทาง
       

ผจญภัยรอบโลกไม่รู้จบ ของ Emil and Liliana
เส้นทางและบรรยากาศในหลายๆประเทศที่เดินทางผ่าน
       

ผจญภัยรอบโลกไม่รู้จบ ของ Emil and Liliana
       

ผจญภัยรอบโลกไม่รู้จบ ของ Emil and Liliana
ขนรถลงเรือเพื่อเดินทางข้ามแม่น้ำTakutu ไปยัง Guyana
       

จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2016