หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | บทความ
บทความ คำนูณ สิทธิสมาน, หน้ากระดานเรียงห้า

ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และ...ปฏิญญาฟินแลนด์

โดย คำนูณ สิทธิสมาน 8 พฤษภาคม 2549 14:19 น.
        สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมพาครอบครัวไปพักผ่อนที่เกาะสมุย เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาวเกือบจะท้ายๆ ก่อนที่โรงเรียนจะเปิดเทอม และพ่อแม่ลูกมีเวลาว่างพร้อมๆ กัน ทีแรกก็ไม่คิดว่าจะได้สนทนาการบ้านการเมืองกับใครเพราะขลุกอยู่แต่กับลูกที่ชายหาดและสระว่ายน้ำ
       
        แต่แล้วก็ให้บังเอิญเจอมิตรสหายคนหนึ่ง
       
        “สถานการณ์ตอนนี้เป็นไงบ้าง...“เขาถามคำถามที่ผมตอบชัดเจนไม่ได้
       
        “ก็คงจะยืดเยื้อและไม่ง่าย...” ตอบได้แค่นี้จริงๆ
       
        เมื่อปี 2544 ผมก็เลือกพรรคไทยรักไทยนะ เพราะตอนนั้นดูกันยังไงเขาก็ดีกว่าประชาธิปัตย์ แต่เมื่อครั้งที่แล้วผมไม่เลือก” มิตรสหายเปรยมา
       
        “ก็...เหมือนกับคนหลายคน” อาจรวมถึงคุณๆ ที่อ่านงานเขียนของผมชิ้นนี้ด้วย
       
        “อ่านบทความเรื่อง ‘ราคาที่ต้องจ่าย’ ของคุณเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา เห็นใจนะ เข้าใจ เป็นผมคงถอยไปนานแล้วเพราะไม่รู้ว่าจะนำตัวเองมาอยู่ ‘ระหว่างเขาควาย’ ทำไม” มิตรสหายรำพึงเป็นปรัชญา
       
        เขาเป็นคนที่ผ่านเหตุการณ์ 14 ตุลาคมและ 6 ตุลาคมเมื่อ 30 กว่าปีก่อนโน้นมา แต่ไม่เคยเรียกตัวเองว่าเป็นคนเดือนตุลา เพราะเมื่อผ่านมาแล้วก็แล้วกัน จบมหาวิทยาลัยออกมาก็ทำมาหากินตามปกติ การเมืองในความรับรู้ของเขาก็แค่ติดตามอย่างพินิจพิเคราะห์ ไม่ใช่ร่วมเคลื่อนไหว
       
        เขาบอกว่าสถานการณ์วันนี้ไม่ต่างกับเมื่อ 30 ปีก่อน
        เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของบ้านเมือง!

       
        สำคัญในระดับที่นิยามและความหมายของคำที่พูดกันจนติดปากว่า “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” กำลังจะเปลี่ยนแปลง
       
        ชาติ ณ ปี 2549 ในความเข้าใจโดยบริสุทธิ์ของนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคการเมืองใหญ่ ไม่ใช่ชาติในนิยามของหลวงวิจิตรวาทการที่สร้างเพลงปลุกใจละครปลุกใจขึ้นมาในยุคสร้างชาติของจอมพล ป. พิบูลสงคราม หากแต่เป็นชาติในความหมายของ Globalization หรือ Neo-Liberalism หรือจะเรียกสั้นๆ ง่ายๆ ว่าทุนนิยมสุดขั้วก็พอได้ เขตแดนไม่ใช่จำกัดตายตัว ความเป็นเพื่อนร่วมชาติก็ไม่ได้จำกัดตายตัว
       
        การขายหุ้นชินคอร์ปให้กองทุนเทมาเส็คของสิงคโปร์สำหรับนายกรัฐมนตรีคนนี้แล้ว จึงเป็นเรื่องสุดแสนจะธรรมดาสามัญ ไม่ขายตอนนี้แล้วจะไปขายตอนไหน
       
        หาใช่ “ขายชาติ” ตามที่ถูกประณามไม่!
        เพราะ “ทุน” ไม่มีสัญชาติ ไม่มีพรมแดน!!
       
        ชาติ ณ ปี 2516-2519 ในความเข้าใจโดยบริสุทธิ์ของฝ่ายซ้ายในยุคนั้น ก็ไม่ใช่ชาติในนิยามของหลวงวิจิตรวาทการที่สร้างเพลงปลุกใจละครปลุกใจขึ้นมาในยุคสร้างชาติของจอมพล ป. พิบูลสงคราม หากแต่เป็นชาติในความหมายของ “สากลที่ 3” หรือ “สากลที่ 4” หรือตามคำขวัญ “ชนกรรมาชีพทั้งผองเป็นพี่น้องกัน” หรือบางทีก็เรียกขานกันว่าสากลนิยมของชนกรรมาชีพ ใครที่จำเนื้อเพลงแองเตอร์นาซิยองนาลได้ก็ทำนองนั้นแหละ
       
        การผูกพันทางความคิดหรือการรับความช่วยเหลือจาก “พรรคพี่พรรคน้อง” ในจีน, เวียดนาม หรือรัสเซีย จึงเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ
       
        หาใช่ “ขายชาติ” ตามที่ถูกประณามไม่!
       
        ศาสนา ณ ปี 2549 ในทางความเป็นจริงก็คือหลักการของ Neo-Liberalism ทำนองฉันทมติวอชิงตัน (Washington Consensus) ที่ยืนอยู่บนเสาหลัก 4 เสานั่นเอง การแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นเสมือนศีล
       
        ศาสนา ณ ปี 2516-2519 แน่นอนว่าย่อมเป็นลัทธิมาร์กซ์-เลนิน และความคิดเหมาเจ๋อตง
       
        ส่วนสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ไม่ว่า ณ ปี 2549 หรือปี 2516-2519 โดยความเข้าใจบริสุทธิ์ของทั้งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และฝ่ายซ้ายยุค 30 ปีก่อน ก็คือเคารพสูงสุดในฐานะเป็นสถาบันทางวัฒนธรรม และเป็นสัญลักษณ์ แต่จะตีความอย่างแคบในประเด็นพระราชอำนาจ
       
        โดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็นว่าทิศทางการบริหารประเทศจะต้องนำโดยพรรคการเมืองใหญ่พรรคเดียว
       
        และระหว่าง “ประชาธิปไตยรวมศูนย์” หรือ “ประชาธิปไตยของชนกรรมาชีพ” เมื่อ 30 ปีก่อน กับประชาธิปไตยโดยการนำของพรรคการเมืองใหญ่พรรคเดียวที่รวมศูนย์ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ-ธุรกิจไว้ที่เดียวกันตามแบบสิงคโปร์นั้น ไม่ต่างกันมากนัก
       
        ยอมรับว่าผมทึ่งในการตีความและวิเคราะห์เหตุการณ์ภาพรวมของมิตรสหายคนนี้
       
        และอันที่จริงก็มี “จุดร่วม” ระหว่างจุดหัวเลี้ยวหัวต่อที่ห่างกัน 30 ปี
       
        นายกรัฐมนตรีคนนี้ไม่เคยต่อสู้ทางการเมืองเมื่อ 30 ปีก่อนก็จริง ไม่เคยเป็นซ้ายเก่าก็จริง แต่การก่อตั้งพรรคการเมืองใหญ่ของเขาก็มีอดีตนักเคลื่อนไหวที่เอาการเอางานในขบวนต่อสู้เมื่อ 30 ปีก่อนเข้ามาร่วมด้วยหลายต่อหลายคน
       
       แน่นอนว่าในเชิงเป้าหมายสูงสุดพวกเขาไม่ได้คิดว่า “ชนกรรมาชีพทั้งผองเป็นพี่น้องกัน” อย่างซ้ายเก่าแล้ว แต่ในเชิงยุทธวิธีเมื่อนำประสบการณ์เก่ามาเป็นมือเป็นเท้าเป็นสมองให้กับนายทุนใหญ่ที่ประสงค์จะเป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมือง
       
        ผมได้ยินมาว่าก่อนการก่อตั้งพรรคการเมืองใหญ่เมื่อปี 2542 ว่าที่หัวหน้าพรรค กับบรรดามือเท้าและสมองคนสำคัญๆ ไปคุยกันที่ต่างประเทศ
       
        “ฟินแลนด์”
       
        มีการวาดภาพประเทศไทยที่ควรจะเป็นหากพรรคการเมืองใหญ่พรรคนี้ได้ครองอำนาจเบ็ดเสร็จไว้สี่ซ้าห้าประการ เขาเรียกกันให้ดูขลังว่า....
       
        “ปฏิญญาฟินแลนด์”
       
        สี่ซ้าห้าประการนั้นรวมๆ กันแล้วจะนำพาประเทศไทยไปสู่วิถีของระบบทุนนิยมเต็มรูป แปรรูปกิจการของรัฐให้เป็นของเอกชน และนำเข้าไปแสวงหาความมั่งคั่งให้กับประเทศผ่านตลาดหลักทรัพย์ ปกครองโดยรูปแบบประชาธิปไตยตะวันตกบริสุทธิ์ทุกอย่าง แต่ในทางปฏิบัติแล้วถูกนำโดยพรรคการเมืองใหญ่พรรคเดียว ที่จะมีคนยากคนจนเป็นพันธมิตรถาวร
       
        5 ปีที่ผ่านมา กระบวนการแปรประเทศไทยให้เป็นไปตาม “ปฏิญญาฟินแลนด์” คืบหน้าไปมาก
       
        แต่ก็มา “สะดุด” เพราะปัจจัยที่นอกเหนือความคาดหมายอย่างแท้จริง
       
        “ปรากฏการณ์สนธิ”
       
        มิตรสหายของผมเห็นว่าสถานการณ์ ณ วันนี้คงยังไม่ลงตัวง่ายๆ เพราะถ้าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักว่าสถานการณ์ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อขณะนี้คืออะไร สภาวะ “สะดุด” ครั้งนี้อาจเป็นเพียงทอดระยะเวลาให้ปฏิญญาฟินแลนด์ต้องยืดเยื้อยืดยาวไปอีกช่วงหนึ่งเท่านั้น
       
        ไปสมุยครั้งนี้....ได้ข้อคิดกลับมาพอสมควร

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เลือกตั้งโมฆะ สงครามใหญ่ยังไม่เริ่มต้น
สุญญากาศ? ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรี!
The big map แผนที่ที่ศาลไม่สนใจเมื่อ 50 ปีก่อน
อย่าพูดด้านเดียว
เป้าหลอก !
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 254 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 226 คน
89 %
ไม่เห็นด้วย 28 คน
11 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014