ชีวิตไม่มีเบรก บนอานจักรยาน ‘ฟิกซ์เกียร์’

โดย ผู้จัดการรายวัน   
18 มกราคม 2552 18:43 น.
ชีวิตไม่มีเบรก บนอานจักรยาน ‘ฟิกซ์เกียร์’
สมาชิกกลุ่ม bkk fixed
        บนถนนของกรุงเทพฯ มันคือที่ที่เต็มไปด้วยรถรามากมาย จนทำให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดที่จวนจะกลายเป็นปัญหาโลกแตกเข้าไปทุกวัน เพราะคิดแก้เท่าไหร่ก็ยังหาทางออกไม่ได้สักที ไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐบาลมากี่ชุด หรือผู้ว่าฯ กทม. จะหมุนเวียนเปลี่ยนกันมาบริหารเมืองแสนศิวิไลซ์นี้กันสักกี่คน รถติดก็ยังเป็นปัญหาเรื้อรังที่อยู่คู่กับคนกรุงไม่เคยเปลี่ยน
       
       แต่ไม่ว่ารถจะติดขนาดไหน การจราจรจะคับคั่งเพียงใด หากมีสองล้อคู่ใจที่ชื่อว่าเจ้า Fixed Gear แล้วล่ะก็ คุณจะได้โลดแล่นไปอย่างอิสระ และจะไม่มีทางได้ใช้เจ้าอุปกรณ์สามัญประจำยานพาหนะที่เรียกว่า ‘เบรก’ อีกเลย
       
       ฟิกซ์เกียร์คืออะไร
       

       จริงๆ แล้ว ฟิกซ์เกียร์ (Fixed Gear) ก็คือจักรยานประเภทหนึ่งที่หากดูผ่านๆ ก็คงไม่เห็นความแตกต่างจากจักรยานชนิดอื่น จากชื่อเรียกฟิกซ์เกียร์ก็บอกอยู่แล้วว่ามันเป็นจักรยานที่มีเกียร์เดียว แต่สิ่งที่พิเศษและถือเป็นเสน่ห์ของจักรยานชนิดนี้ก็คือ มันไม่มีเบรก
       
       มีเกียร์เดียวยังพอว่า แต่เมื่อไม่มีเบรกแล้วจะเอาออกมาปั่นตามท้องถนนได้ยังไง
       

       นี่คือคำถามที่เกิดขึ้นเสมอ เมื่อคนทั่วไปได้รู้จักกับจักรยานฟิกซ์เกียร์เป็นครั้งแรก คำตอบก็คือ ถึงมันจะไม่มีเบรกที่เป็นระบบเบรกมือเหมือนจักรยานทั่วไป แต่ฟิกซ์เกียร์ก็เบรกได้โดยอาศัยแรงจากน่องและฝ่าเท้าของคนขี่ในการเกร็งเพื่อยั้งบันไดจักรยานให้หยุดลง ซึ่งการเบรกก็ต้องอาศัยความชำนาญของผู้ขับขี่พอสมควร
       ที่ระบบเบรกเป็นแบบนี้ก็เพราะจักรยานฟิกซ์เกียร์เป็นจักรยานแบบไดเร็คต์ไดรฟ์ ที่ล้อจักรยานจะหมุนเมื่อเท้าปั่น และหยุดหมุนเมื่อเราหยุดปั่น
       
       “มันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับเท้าของเราเลย เบรกก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี เราต้องควบคุมรถให้ได้ตลอด หลุดปุ๊บก็มีกลิ้ง กลิ้งกันมาเกือบทุกคนแล้วแหละ”
       
       ชัชวาล จันทโชติบุตร หรือ ชัช ช่างภาพหนุ่มที่หลงใหลในความดิบของจักรยานฟิกซ์เกียร์ เล่าถึงเสน่ห์เฉพาะตัวของจักรยานประเภทนี้ และคุณสมบัติข้อนี้เองที่ทำให้ฟิกซ์เกียร์กลายเป็นยานพาหนะคู่ใจของคนรุ่นใหม่ที่รักในความท้าท้าย
       
       นอกจากความดิบของระบบขับขี่ที่เร้าใจแล้ว ฟิกซ์เกียร์ยังเป็นอะไรได้มากกว่าจักรยานทั่วไปด้วย ทั้งสามารถพลิกแพลงนำมาเล่นท่าต่างๆ ได้ คล้ายๆ กับจักรยานเอ็กซ์ตรีม และยังเป็นพาหนะที่บ่งบอกรสนิยมของผู้ขับขี่ได้อีก
       
       หากคุณเคยผ่านไปเดินเล่นหรือทำธุระที่สยามสแควร์ เชื่อว่าจะต้องมีสักครั้งที่ได้เห็นกลุ่มวัยรุ่นขี่จักรยานรูปทรงสวยๆ สไตล์ย้อนยุคกันมาบ้าง นั่นแหละคือสไตล์การตกแต่งของฟิกซ์เกียร์ จักรยานไม่มีเบรกที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในเวลานี้
       
       จากเวโลโดมถึงถนนนิวยอร์ค
       
       ทำไมวัยรุ่นในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกจึงหันมาขี่ฟิกซ์เกียร์ กระแสความนิยมนี้เกิดขึ้นจากอะไร เราและคนอีกจำนวนไม่น้อยยังสงสัย และหากจะไขข้อข้องใจนี้ การเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มนักขี่ฟิกซ์เกียร์ตัวจริงเสียงจริงก็คงจะเป็นการดีที่สุด
       
       ค่ำวันหนึ่ง ณ ร้าน Sneaka Villa ร้านรองเท้าและเสื้อผ้าสตรีทแวร์ในย่านสยามสแควร์ ซึ่งเป็นที่รวมตัวของเหล่านักปั่น เราได้พูดคุยกับ สมโภชน์ จินดาอุฬาร หรือ บอล เจ้าของร้าน Sneaka Villa หนึ่งในนักปั่นฟิกซ์เกียร์คนแรกๆ ของเมืองไทย และผู้ร่วมก่อตั้งชุมชนชาวฟิกซ์เกียร์ในนาม bkk fixed
       
       “คือจริงๆ มันเริ่มจากการเป็นไบค์แมสเซนเจอร์ครับ ที่นิวยอร์คเขาใช้ในการส่งเอกสาร ที่เริ่มมาใช้จักรยานประเภทนี้เพราะที่โน่นจะไม่ค่อยมีที่จอดรถ ใช้จักรยานทำให้แก้ปัญหาเรื่องที่จอดรถ ทำให้ส่งเอกสารได้รวดเร็ว”
       
       บอลบอกกับเราถึงหน้าที่หลักของจักรยานฟิกซ์เกียร์ ก่อนที่มันจะกลายมาเป็นพาหนะยอดนิยมของวัยรุ่นในเมืองใหญ่
       
       “เริ่มเลยจะเป็นที่อเมริกา สมัยก่อนฟิกซ์เกียร์จะถูก มันเป็นจักรยานที่ไม่ค่อยมีคนใช้กันเพราะมันไม่มีเบรก พอมันถูกก็เลยมีคนเอามาขี่เยอะขึ้นๆ แล้วพอญี่ปุ่นมาเห็นก็เลยเอาไปขี่บ้าง เพราะที่ญี่ปุ่นเขาจะมีการพนันแข่งจักรยานฟิกซ์เกียร์บนลู่ ที่เรียกว่า ‘เคริน’ (KEIRIN) มันจะคล้ายๆกับการแทงม้า แล้วรถที่ขี่ในลู่ แข่งเสร็จเขาก็ทิ้ง ฝรั่งก็จะมาซื้อรถตรงนี้ไปใช้งาน พอญี่ปุ่นเห็นว่ามันมีวัฒนธรรมตรงนี้ เขาก็เอาจักรยานจากการแข่งขันมาดัดแปลง แล้วเอามาขี่บ้าง พอมีคนขี่มากขึ้นมันก็มีการตกแต่ง มีเรื่องของดีไซน์เข้ามา”
       
       เกรียงไกร พิริยะอนนท์ หรือ ก้อง อีกหนึ่งในสมาชิกกลุ่มจักรยานเล่าถึงกระแสความนิยมของจักรยานฟิกซ์เกียร์ที่ระบาดไปทั่วโลก
       
       แม้กระแสฟิกซ์เกียร์ในปัจจุบันจะเริ่มต้นขึ้นจากการที่มันมีราคาถูก ทำให้ใครๆ ก็สามารถซื้อหามาใช้ได้โดยไม่ระคายกระเป๋า แต่ก่อนที่มันจะถูกละเลยจากคนทั่วไป จนกลายเป็นจักรยานที่เกือบจะถูกลืม ก้องบอกกับเราว่าฟิกซ์เกียร์เคยเป็นสิงห์สองล้อที่ชูแผงคออย่างสง่าผ่าเผยในเวโลโดมมาก่อน
       
       แต่ที่สิงห์สนามเจ้าเก่าอย่างฟิกซ์เกียร์ต้องถูกปลดระวางจากสนามแข่งจักรยานประเภทลู่ ก็เพราะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้เราสามารถสร้างจักรยานที่มีสมรรถนะดีขึ้น รถจักรยานที่ใช้แข่งขันบนลู่ในปัจจุบันจะทำจากวัสดุที่เป็นฟูลคาร์บอนทั้งหมด ทำให้มีน้ำหนักเบากว่าฟิกซ์เกียร์มาก เมื่อมีของใหม่ที่ทันสมัยกว่าสิงห์โบราณจึงถูกละเลย
       
       แต่สิงห์ก็ย่อมเป็นสิงห์วันยังค่ำ โดยไม่มีใครคาดคิด สิงห์โบราณอย่างฟิกซ์เกียร์ก็กลับมาครองกระแสความนิยมอีกครั้ง และคราวนี้ยังเป็นการกลับมาครองพื้นที่บนท้องถนนที่เร้าใจกว่าพื้นสนามแข่งเป็นไหนๆ อีกด้วย
       
       เทียบท่าที่สยามสแควร์
       
       นานนับทศวรรษแล้วที่สยามสแควร์ ทำหน้าที่เป็นเหมือนเมืองท่า ที่แฟชั่นและวัฒนธรรมร่วมสมัยจากต่างแดนจะต้องมาปรากฏตัวในพื้นที่สี่เหลี่ยมแห่งนี้ก่อนจะส่งต่อกระแสความนิยมในด้านต่างๆ ออกไปทั่วประเทศ และกระแสความนิยมล่าสุดที่เพิ่งปรากฏตัวในช่วงปีที่ผ่านมา ก็คือ จักรยานฟิกซ์เกียร์ จักรยานซึ่งเป็นที่หมายปองของวัยรุ่นมากที่สุดในเวลานี้
       
       ในแง่หนึ่งกลุ่มคนขี่ฟิกซ์เกียร์ก็เหมือนกับกลุ่มวัฒนธรรมร่วมสมัยอื่นๆ ที่มีความผูกพันกับแฟชั่น การแต่งตัว และวิถีชีวิตในเมืองใหญ่ นอกจากความเป็นยานพาหนะที่มีระบบขับขี่แบบดิบๆ ซึ่งสร้างความรู้สึกเฉพาะตัวเวลาขับขี่ และรูปแบบย้อนยุคของจักรยานที่ก่อให้เกิดความโดดเด่นด้วยตัวของมันเองแล้ว แฟชั่นการแต่งตัวของกลุ่มนักปั่นฟิกซ์เกียร์ก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้กลุ่มวัยรุ่นหันมาสนใจสองล้อโบราณชนิดนี้
       

       “เดิมทีผมจะสนใจพวกแฟชั่นสตรีทแวร์อยู่ก่อน แล้วช่วงปีสองปีที่ผ่านมาก็จะเห็นจักรยานฟิกซ์เกียร์มาตั้งโชว์ในร้านเสื้อผ้าสตรีทแวร์ตามอเมริกาหรือญี่ปุ่น เราก็เริ่มสนใจ เริ่มคุยกันว่ามันคือจักรยานอะไร”
       
       ชูเกียรติ ผงทอง หรือ ต้าร์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้รู้จักกับฟิกซ์เกียร์ และเริ่มศึกษาเกี่ยวกับมันอย่างจริงจัง คำพูดของต้าร์ และสไตล์การแต่งตัวของกลุ่มนักปั่นส่วนใหญ่ ล้วนเป็นสิ่งยืนยันว่าจุดเริ่มต้นของฟิกซ์เกียร์ในเมืองไทยก็มาจากแฟชั่นนั่นแหละ ไม่ต่างจากการมาถึงของฮิปฮอป กราฟฟิตี หรือสเก็ตบอร์ดที่ถูกนำเข้ามาเมื่อราวสิบกว่าปีที่แล้วพร้อมกับกางเกงตัวโคร่ง และรองเท้ากีฬาที่ใช้ใส่เล่นสเก็ต
       
       “ส่วนใหญ่ก็จะมีการพับขากางเกง เพื่อไม่ให้ชายกางเกงเข้าไปพันกับโซ่หรือล้อของจักรยานเวลาปั่น”
       
       ก้อง เล่าถึงที่มาของแฟชั่นพับขากางเกงของเหล่านักปั่นฟิกซ์เกียร์ และยังบอกอีกว่ารองเท้าที่เหมาะในการปั่นจักรยานฟิกซ์เกียร์ก็คือรองเท้าผ้าใบที่มีรูปทรงเรียบๆ เพราะจะทำให้ง่ายต่อการยั้งและงัดบันไดจักรยาน แฟชั่นของนักปั่นฟิกซ์เกียร์จึงเป็นการย้อนกลับไปใส่รองเท้าผ้าใบพื้นยาง ที่ไม่ต้องมีระบบกันกระแทกทันสมัยเหมือนกับรองเท้ากีฬายุคใหม่
       
       นอกจากนี้ก็ยังมีแฟชั่นกระเป๋าส่งเอกสารใบใหญ่ที่ชาวฟิกซ์เกียร์จะสะพายคาดเฉียงไว้ด้านหลัง ที่มาก็คงไม่ต้องอธิบายให้ยืดยาวแล้ว ก็มาจากพนักงานส่งเอกสารในนิวยอร์คที่ขี่จักรยานฟิกซ์เกียร์เป็นกลุ่มแรกนั่นแหละ
       
       แฟชั่นกระเป๋า รองเท้า รวมถึงการพับขากางเกงไม่ได้รับความนิยมอยู่แต่ในหมู่นักปั่นฟิกซ์เกียร์เท่านั้น การแต่งตัวของวัยรุ่นบางกลุ่มที่เดินอยู่ตามซอกซอยสยามสแควร์ก็ได้รับอิทธิพลจากแฟชั่นของนักปั่นด้วย อาจเป็นเพราะจักรยานฟิกซ์เกียร์ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทำให้ตามหน้านิตยสารแนวสตรีทแวร์ทั้งของไทยและต่างประเทศ ก็จะมีแฟชั่นแบบนี้ให้เราได้เห็นกันเสมอ
       
       “ตอนนี้ฟิกซ์เกียร์มันมาบูม คนก็คิดว่ามันเท่ แต่ไม่รู้ว่าวัฒนธรรมของมันจริงๆ คืออะไร”
       

       ก้องบอกกับเราว่ามีวัยรุ่นบางคนที่ซื้อจักรยานฟิกซ์เกียร์มาขี่ เพราะอยากมีจักรยานเหมือนที่เห็นในนิตยสารแฟชั่น และท้ายที่สุดก็ต้องขายจักรยานทิ้งไปเพราะไม่ได้ชอบมันจริงๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสิ้นเปลือง เพราะเมื่อฟิกซ์เกียร์ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง มันก็ไม่ใช่ยานพาหนะราคาถูกอีกต่อไป จักรยานฟิกซ์เกียร์คันหนึ่งๆ มีราคาค่อนข้างแพง หากมีเงินอยู่ในมือไม่ถึง 40,000 บาท คงต้องบอกว่าโอกาสในการเป็นเจ้าของจักรยานฟิกซ์เกียร์ของคุณยังริบหรี่นัก
       
       แต่ถ้าเงินในกระเป๋าพร้อมแล้วล่ะก็ แค่คลิกเข้าไปที่ http://www.katsueonline.com/bkkfixed/ ในเว็บบอร์ดของกลุ่ม bkk fixed คุณจะได้พบกับแหล่งซื้อขายแลกเปลี่ยนอุปกรณ์ และเรื่องราวของเจ้าจักรยานฟิกซ์เกียร์ ที่เหล่านักปั่นจะนำข้อมูลใหม่ๆ มาเล่าสู่กันฟังอยู่ตลอด
       
       เร้าใจ...ไม่มีเบรก
       
       นอกจากแฟชั่นและความเร้าใจของฟิกซ์เกียร์ที่ทำให้มันเป็นที่สนใจแล้ว การที่มันไม่มีเบรกมือก็ยังก่อให้เกิดคำถามเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่จักรยานชนิดนี้บนท้องถนน และกฎหมายบังคับเกี่ยวกับเบรกของจักรยาน
       
       “ในประเทศไทย เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรจักรยานอยู่แล้ว ไบซิเคิลเลนก็มีท่อขวางอยู่ แล้วแนวท่อตรงกับแนวล้อจักรยาน ขี่ไปล้อก็ติด หัวทิ่มเอาง่ายๆ” เมื่อถามถึงเรื่องเบรกกับกฎหมายจักรยาน ชัช กลับเล่าถึงปัญหาที่ต้องเจอบนถนนกรุงเทพฯ แทน
       
       “เมืองไทยจะไม่ฟิกซ์เรื่องจักรยานมาก อย่างที่ญี่ปุ่นก็จะบังคับติดเบรกหน้าทุกคัน มันก็แล้วแต่ประเทศ ที่ญี่ปุ่นจะฮิตฟิกซ์เกียร์มาก เขาก็จะติดเบรกหลอกข้างหน้าแต่ว่าไม่ติดสายเบรก เพื่อให้หนีตำรวจได้ หรือไม่บางคนก็จะเอาออกมาขี่ตอนกลางคืนอย่างเดียว แต่ที่ฮ่องกงก็จะบังคับแค่ติดไฟ ใส่หมวก”
       
       “ที่อเมริกาเขาจะมีกฎหมายคุ้มครองเต็มที่ถ้าเราประสบอุบัติเหตุ เขาก็ออกกฎว่าต้องใส่หมวกกันน็อค ต้องมีใบขับขี่ ต้องติดไฟ ถ้ารถฟิกซ์เกียร์ต้องมีตะกร้อที่ใส่เท้าตรงบันไดจักรยาน ไม่งั้นโดนจับ ถ้าไม่ติดเบรกต้องใส่ตะกร้อ ถ้าไม่ใส่ตะกร้อต้องติดเบรก ไม่งั้นไม่ขาย เพราะตะกร้อมันจะช่วยในการควบคุมจักรยาน”
       
       บอลเล่าถึงความแตกต่างของกฎหมายจักรยานในแต่ละประเทศ ขณะที่ก้องก็เล่าถึงข้อบังคับเกี่ยวกับจักรยาน ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เขาเคยมีประสบการณ์ในการใช้จักรยานฟิกซ์เกียร์ที่นั่น แต่ในประเทศไทยเอง ทุกคนต่างก็รู้สึกว่า ถึงจะมีหรือไม่มีกฎหมายจักรยานก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไร เพราะไม่มีมาตรการสำหรับรองรับในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุกับจักรยานโดยเฉพาะ
       
       “เรื่องกฎหมายเราไม่เคยคิดกันอยู่แล้ว แต่ที่คนขี่ฟิกซ์เกียร์บางคนใส่หมวก เพราะเขาจะเล่นท่าแบบเอ็กซ์ตรีม ถ้าล้มก็เจ็บ ก็เลยต้องกันไว้เท่านั้นเอง เราไม่คิดว่าต้องใส่ใจกับกฎหมายที่ไม่คุ้มครองเรา”
       

       ก้องพูดด้วยน้ำเสียงสะใจ เมื่อเล่าถึงการขบถเล็กๆ ของพวกเขา ต่อกฎหมายที่ไม่เคยสนใจ และไม่เคยมีความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้ขี่จักรยาน
       
       ถึงตรงนี้แล้ว หากยังมีใครคิดจะถามว่าการขี่จักรยานฟิกซ์เกียร์ซึ่งเป็นจักรยานที่ไม่มีเบรกมือนั้นมีความปลอดภัยแค่ไหน หรือแค่ติดเบรกมันยากนักหรือไง กลุ่มคนรุ่นใหม่เหล่านี้ก็คงจะตั้งคำถามตอกกลับไปว่า
       
       ...แล้วเลนจักรยานที่ได้มาตรฐาน กับกฎหมายที่จะออกมาคุ้มครองเรื่องความปลอดภัยของคนขี่จักรยานอย่างพวกเขาล่ะ...มีไหม?
       

       ***********
       
       เรื่อง-เพชรรัตน์ แซ่อึ้ง

ชีวิตไม่มีเบรก บนอานจักรยาน ‘ฟิกซ์เกียร์’
นักปั่นบางคนก็ใช้จักรยานฟิกซเกียร์ในการเล่นท่าทางต่างๆ ตามสไตล์เอ็กซ์ตรีม
       

ชีวิตไม่มีเบรก บนอานจักรยาน ‘ฟิกซ์เกียร์’
จักรยานฟิกซ์เกียร์แบบดั้งเดิม อุปกรณ์ทุกชิ้นเป็นแบบย้อนยุค เหมือนเมื่อสมัยสามสิบปีที่แล้ว
       

ชีวิตไม่มีเบรก บนอานจักรยาน ‘ฟิกซ์เกียร์’
สมโภชน์ จินดาอุฬาร
       

ชีวิตไม่มีเบรก บนอานจักรยาน ‘ฟิกซ์เกียร์’
ชัชวาล จันทโชติบุตร
       

ชีวิตไม่มีเบรก บนอานจักรยาน ‘ฟิกซ์เกียร์’
เกรียงไกร พิริยะอนนท์
       

จำนวนคนโหวต 13 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017