หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | บทความ
บทความ เวทีทัศนะ
ปราสาทพระวิหาร
โดย ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง สุจริตกุล 1 กันยายน 2552 11:49 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น


ข้อขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชากรณีปราสาทพระวิหารเป็นปัญหาเก่าแก่ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อกว่ากึ่งศตวรรษ บัดนี้ได้มีการหยิบยกปัญหาดังกล่าวมาถกเถียงกันอีกและมีการเขียนบทความต่างๆ มากมายรวมทั้งข้อเขียนของข้าพเจ้าเรื่องคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ซึ่งตัดสินให้ปราสาทพระวิหารอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชารวมทั้งคำคัดค้านของไทยและข้อสงวนซึ่งไทยตั้งไว้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ แต่กระนั้น ข้อเขียนของข้าพเจ้ายังถูกตีความคลาดเคลื่อนเนื่องจากผู้อ่านมิได้อ่านอย่างละเอียด ละเลย หรือหลงลืมบางข้อที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ข้าพเจ้าจึงขอสรุปอีกครั้งเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้
       
       คดีปราสาทพระวิหาร
       ไทย – กัมพูชา พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๕
       วันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ กัมพูชาเป็นโจทก์ยื่นคำร้องฝ่ายเดียวเพื่อฟ้องไทยเป็นจำเลย ขอให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า พื้นที่ที่ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่นั้นอยู่ในอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา
       
       คำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
       วันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๕ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้พิจารณาพิพากษาดังนี้
       (๑) ด้วยคะแนนเสียง ๙ ต่อ ๓ ศาลฯ วินิจฉัยว่า ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่บนดินแดนภายใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชา
       (๒) สืบเนื่องมาจาก (๑) วินิจฉัยด้วยคะแนนเสียง ๙ ต่อ ๓ ว่าไทยมีพันธกรณีจะต้องถอนทหารและตำรวจหรือยามผู้รักษาการณ์ออกจากปราสาทพระวิหารหรือบริเวณใกล้เคียงที่อยู่บนดินแดนกัมพูชา
       (๓) ด้วยคะแนนเสียง ๗ ต่อ ๕ วินิจฉัยว่าไทยมีพันธะจะต้องคืนให้กัมพูชาบรรดาวัตถุที่กัมพูชาอ้างถึงในคำแถลงสรุปข้อ ๕ ซึ่งอันตรธานไปจากปราสาทหลังจากวันที่ไทยเข้าครอบครองเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗
       
       ปัญหาเรื่องเขตแดน
       ในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาในคดีปราสาทพระวิหารเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๕ แม้เสียงข้างมากจะตัดสินให้ปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชา แต่ยังมีผู้พิพากษาอีกหลายท่านที่เขียนคำพิพากษาแย้งไว้ว่าประสาทพระวิหารยังคงอยู่ในเขตอำนาจอธิปไตยของไทยตามหลักสันปันน้ำที่กำหนดไว้ในสนธิสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔
       
       พื้นที่ทับซ้อนในปัจจุบันของไทยกับกัมพูชานั้นได้แก่ตัวปราสาทพระวิหารเท่านั้น แม้ในแผนที่อีกหลายฉบับลากเส้นเขตแดนไทยไม่ตรงกัน กัมพูชาถือว่าอยู่ในเขตของกัมพูชาโดยอ้างคำพิากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ไทยก็ถือว่าปราสาทพระวิหารเป็นเขตในอำนาจอธิปไตยของไทยโดยยึดสันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งเขตตามสนธิสัญญาทวิภาคีกับฝรั่งเศสลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ร.ศ. ๑๒๒ มีใจความดังต่อไปนี้
       
       ข้อ ๑ กำหนดเขตแดนบริเวณที่ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ให้เป็นไปตามยอดภูเขาปันน้ำระหว่างดินแดนน้ำตกน้ำแสนแลดินแดนน้ำตกแม่โขงฝ่ายหนึ่ง กับดินแดนน้ำตกน้ำมูลอีกฝ่ายหนึ่งจนบรรจบถึงภูเขาผาด่าง แล้วต่อเนื่องไปข้างทิศตะวันออกตามแนวยอดภูเขานี้จนบรรจบถึงแม่โขง ตั้งแต่ที่บรรจบนี้ขึ้นไป แม่โขงเป็นเขตแดนของกรุงสยาม ตามความข้อ ๑ ในหนังสือสัญญาใหญ่ ณ วันที่ ๓ ตุลาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๒
       
       จึงสรุปได้ว่า ในบริเวณเขาพระวิหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขาบันทัดหรือเขาดงรัก เส้นเขตแดนไทย-กัมพูชาอยู่ที่สันปันน้ำซึ่งเป็นพรมแดนธรรมขาติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และสนธิสัญญาข้างต้นโดยกัมพูชาเป็นผู้สืบสิทธิ์จากฝรั่งเศส
       
       การปักปันเขตแดน
       การปักปันดินแดนระหว่างสองประเทศแบ่งออกเป็น ๓ ขั้นตอน ขั้นแรกได้แก่บทนิยาม (definition) ขั้นที่สองคือการลากเส้นบนแผนที่ตามบทนิยาม (delimitation) และขั้นสุดท้าย (demarcation) ในกรณีที่เป็นเขตแดนตามธรรมชาติ อาทิ แม่น้ำ ให้ถือร่องน้ำลึกหรือฝั่งแม่น้ำเป็นเส้นแบ่งเขต หากเป็นภูเขาก็ต้องเป็นไปตามยอดเขาหรือเส้นสันปันน้ำ ในกรณีที่ไม่มีพรมแดนทางธรรมชาติ คณะกรรมการผสมของทั้งสองประเทศจะเป็นผู้ปักหลักเขตแดนร่วมกันด้วยความเห็นชอบของทั้งสองฝ่าย
       
       แผนที่
       เป็นที่น่าสังเกตว่าปัจจุบันมีการอ้างถึงแผนที่มากมายหลายฉบับในวาระต่างๆ ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่าแผนที่ฉบับเดียวที่อยู่ในประเด็นปัญหาได้แก่แผนที่ผนวก ๑ ต่อท้ายคำฟ้องกัมพูชา แผนที่ดังกล่าวคือแผนที่ที่ทำขึ้นโดยคณะกรรมการปักปันเขตแดนฝรั่งเศสฝ่ายเดียวเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๐๗ โดยไทยไม่มีโอกาสทดสอบความถูกต้องเนื่องจากไทยยังไม่ได้ก่อตั้งกรมแผนที่ทหารบก ไทยค้นพบภายหลังว่าแผนที่ดังกล่าวผิดพลาดเพราะการลากเส้นเขตแดนมิได้เป็นไปตามสันปันน้ำแต่คลาดเคลื่อนไปหลายกิโลเมตร ทำให้ปราสาทพระวิหารซึ่งอยู่ในเขตไทยไปปรากฏในเขตแดนฝรั่งเศส ฉะนั้น การที่ผู้หนึ่งผู้ใดอ้างว่าแผนที่ผนวกคำฟ้องของกัมพูชาเป็นแผนที่แสดงเขตแดนจึงผิดพลาดจากความเป็นจริง
       
       สถานภาพของแผนที่ผนวก ๑ ต่อท้ายคำฟ้องของกัมพูชา
       ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจะวินิจฉัยเฉพาะประเด็นคำฟ้องแรกเท่านั้น จึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยคำขอเพิ่มเติมของกัมพูชาในเรื่อง
       (๑) สถานภาพของแผนที่ผนวก ๑ ต่อท้ายคำฟ้องของกัมพูชา หรือ
       (๒) เส้นเขตแดนในบริเวณที่พิพาท
       ดังนั้น ศาลฯ จึงงดเว้นการวินิจฉัยความถูกต้องของเส้นเขตแดนตามที่ปรากฏในแผนที่ผนวก ๑ ต่อท้ายคำฟ้องของกัมพูชารวมทั้งสถานภาพของแผนที่ผนวก ๑ ทั้งฉบับ หรืออีกนัยหนึ่ง ศาลฯ ไม่ทำหน้าที่กรรมการปักปันเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา
       
       อำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
       โดยที่คำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศไม่มีมาตรการบังคับคดี จึงสุดแต่ความสมัครใจของคู่คดีที่จะพิจารณาดำเนินการ หากคู่กรณีไม่เห็นด้วยและไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลฯ ก็ไม่มีอำนาจดำเนินการบังคับคดีแต่ประการใด
       
       ฉะนั้น ถึงแม้คำพิพากษาของศาลฯจะถึงที่สุด แต่ก็มิได้หมายความว่าจะมีผลในการระงับกรณีพิพาท หากคู่กรณีโต้แย้ง คัดค้านและไม่ยอมรับคำพิพากษาเพราะเห็นว่าไม่เป็นธรรม กรณีพิพาทนั้นๆก็ยังคงมีอยู่ต่อไปจนกว่าจะได้รับการพิจารณาใหม่หรือจนกว่าจะระงับไปโดยสันติวิธีอื่นๆ อาทิ โดยการเจรจา การประชุมปรึกษาหารือ หรือตั้งคณะกรรมการสอบสวน ไกล่เกลี่ย กรรมการประนอม หรืออนุญาโตตุลาการ ฯลฯ ตามข้อ ๓๓ แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ
       
       คำพิพากษาของศาลฯ และทางปฏิบัติของรัฐคู่กรณี
       
       ผลผูกพันของคำพิพากษา ข้อ ๕๙ ของธรรมนูญศาลฯ กำหนดว่า
       
       “คำพิพากษาของศาลฯไม่มีผลผูกพันผู้ใดนอกจากคู่กรณีและในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีนั้น”
       
       ฉะนั้น คำพิพากษาของศาลฯ จึงผูกพันเฉพาะไทยและกัมพูชา ใช้อ้างยันกับผู้อื่นมิได้ และไม่ผูกพันประเทศที่ ๓ หรือองค์การระหว่างประเทศ อาทิ ยูเนสโกหรือคณะกรรมการมรดกโลก และไม่มีผลเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่อย่างใดเนื่องจากการขึ้นทะเบียนมิใช่ข้อพิพาทในคดีที่ศาลฯ ตัดสิน
       
       อนึ่ง ข้อ ๖๐ ของธรรมนูญศาลฯ กำหนดว่า
       
       “คำพิพากษาของศาลนั้นถึงที่สุดและไม่มีการอุทธรณ์ ในกรณีที่มีการโต้แย้งเกี่ยวกับความหมายหรือขอบเขตของคำพิพากษา ศาลฯจะเป็นผู้ตีความเมื่อคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอ”
       
       จุดยืนและท่าทีของประเทศไทย
       ประเทศไทยพิจารณาเห็นว่า ศาลฯ มิได้วินิจฉัยคดีปราสาทพระวิหารตามกระบวนการที่ชอบ และได้ตัดสินคดีโดยขัดต่อหลักความยุติธรรมและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยเหตุนี้คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ให้ประกาศจุดยืนของประเทศไทยให้ทราบทั่วกันว่าไทยไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลฯ แต่ในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ จึงได้ปฏิบัติตามพันธะข้อ ๙๔ แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ ทั้งนี้โดยยื่นคำประท้วงคัดค้านไปยังสหประชาชาติและตั้งข้อสงวนอย่างชัดเจนว่าไทยสงวนสิทธิที่มีอยู่หรือพึงมีในอนาคตที่จะดำเนินการเรียกคืนซึ่งการครอบครองปราสาทพระวิหารโดยสันติวิธี
       ดังนั้น รัฐบาลไทยได้ออกแถลงการณ์ยืนยันจุดยืนดังกล่าวเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ และในวันรุ่งขึ้น จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวปราศรัยทางวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์แจ้งให้ประชาชนทราบทั่วกัน
       
       คำปราศรัยของ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์
       ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวคำปราศรัยทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์เกี่ยวกับคดีปราสาทพระวิหารเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ตามข้อความดังนี้
       
       พี่น้องร่วมชาติ และมิตรร่วมชีวิตของข้าพเจ้าทั้งหลาย
       
       ตามที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “ศาลโลก” ได้วินิจฉัยชี้ขาดเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๕ ให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา และทางรัฐบาลได้ออกแถลงการณ์ให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบมาตามลำดับแล้วนั้น โดยที่รัฐบาลของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและโดยเฉพาะตัวข้าพเจ้าถือว่าเรื่องนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเกี่ยวกับผลได้ผลเสียอย่างสำคัญของชาติ เป็นเรื่องของแผ่นดินไทยซึ่งเป็นมรดกที่บรรพบุรุษของเราสู้อุตส่าห์ฝ่าคมอาวุธรักษาไว้ และตกทอดมาถึงคนรุ่นเรา จึงสมควรที่เราทุกคนจะได้เอาใจใส่ และสนใจร่วมรู้ร่วมเห็นก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ ลงไปเกี่ยวกับผืนแผ่นดินนี้ ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงถือว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลและของตัวข้าพเจ้าเองที่ต้องชี้แจงให้พี่น้องร่วมชาติทั้งหลายได้ทราบถึงการที่รัฐบาลนี้ต้องตัดสินใจในกรณีปราสาทพระวิหารต่อไป
       
       แต่เนื่องในการกล่าวคำปราศรับนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนใจพี่น้องทั้งหลายอยู่มาก ข้าพเจ้าจึงจำต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า ข้าพเจ้าทราบดีว่า ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจแล้ว คนไทยผู้รักชาติทุกคนมีความเศร้าสลดและขมขื่นใจเพียงใด การแสดงออกของประชาชนในการเดินขบวนทั่วประเทศเพื่อคัดค้านคำพิพากษาของศาลโลกในสัปดาห์ที่แล้วมาเป็นสิ่งที่เห็นกันอย่างแน่ชัดอยู่แล้ว แต่ก็จะทำอย่างไรได้ เราต้องถือเป็นคราวเคราะห์ร้ายของเราที่ต้องมาประสบกับชตากรรมเช่นนี้ เราจะไม่โทษใครเป็นอันขาด เพราะการที่ไปโทษคนที่พ้นหน้าที่ไปนั้นย่อมเป็นการไม่สมควร แต่ทั้งนี้ก็มิใช่เราจะพากันนิ่งเฉยท้อแท้ใจ ชาติไทยจะยอมท้อแท้ทอดอาลัยไม่ได้ เราเคยสูญเสียดินแดนแก่ประเทศมหาอำนาจที่ล่าอาณานิคมมาแล้วหลายครั้ง ถ้าบรรพบุรุษของเราของเรายอมท้อแท้ เราจะเอาแผ่นดินที่ไหนมาอยู่กันจนถึงทุกวันนี้ เราจะต้องหาวิธีต่อสู้ต่อไป ส่วนเราจะต่อสู้อย่างไรนั้น นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะในการต่อสู้กรณีเช่นนี้ เราอาจทำได้หลายวิธี และแต่ละวิธีก็มีผลดีผลเสียแตกต่างกัน เราจะต้องได้พิจารณาให้สุขุมรอบคอบ ต้องใช้เหตุผลเหนืออารมณ์ และด้วยสายตามองการณ์ไกล แล้วเลือกใช้วิธีที่ดีที่สุด ละเมียดละไมและให้คุณประโยชน์มากที่สุดทั้งในเวลานี้และในอนาคต ชาติเราจึงจะสามารถธำรงเอกราชและอธิปไตยอยู่ได้ และอยู่ในฐานะที่กล่าวได้ว่า “เต็มไปด้วยศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิ” ขอให้พี่น้องผู้รักชาติทั้งหลายโปรดอย่าได้ใช้อารมณ์หุนหันพลันแล่นหรือคิดมุทลุจะหักหาญด้วยกำลังแต่เพียงอย่างเดียว สำหรับตัวข้าพเจ้าเอง ในฐานะที่มีชีวิตเป็นทหารมาแต่เล็กแต่น้อย และได้เคยผ่านสงครามทำการสู้รบมาแล้วหลายครั้ง ข้าพเจ้าจึงมิได้มีความเกรงกลัวการสู้รบแต่ประการใด แต่ตามพันธกรณีที่มีอยู่ตามกฎบัตรสหประชาชาติ ยังไม่เป็นเรื่องที่ควรรบกัน
       
       สำหรับกรณีปราสาทพระวิหารซึ่งศาลโลกได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วนั้น ข้าพเจ้าขอทบทวนความเข้าใจกับเพื่อนร่วมชาติทั้งหลายว่า รัฐบาลและประชาชนชาวไทยไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลโลกทั้งในข้อเท็จ จริงในทางกฎหมายระหว่างประเทศและในหลักความยุติธรรม ตามเหตุผลที่รัฐบาลได้แถลงไปแล้ว แต่เราก็ตระหนักดีว่าคำพิพากษาของศาลเป็นอันเสร็จเด็ดขาด ไม่มีทางจะอุทธรณ์ได้ ยิ่งกว่านั้น มาตรา ๔๔ บ่งไว้ว่า “ข้อ ๑ สมาชิกแต่ละประเทศของสหประชาชาติรับที่จะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีใดๆ ที่ตนตกเป็นผู้แพ้ ข้อ ๒ ถ้าผู้แพ้ในคดีใดไม่ปฏิบัติ ข้อผูกพันซึ่งตกอยู่แก่ตนตามคำวินิจฉัยของศาล อีกฝ่ายหนึ่งอาจร้องเรียนไปยังคณะมนตรีความมั่นคง ซึ่งถ้าเป็นเป็นความจำเป็น ก็อาจทำตามคำแนะนำหรือวินิจฉัยมาตรการที่จะดำเนินเพื่อยังผลให้เกิดแก่คำพิพากษานั้นได้”
       
       เมื่อเป็นดังนี้ แม้ว่ารัฐบาลและประชาชนชาวไทยจะได้มีความรู้สึกสลดใจและขมขื่นเพียงใด ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ ก็จะต้องปฏิบัติตามพันธกรณีในกฏบัตรสหประชาชาติ กล่าวคือ จำต้องยอมให้กัมพูชามีอำนาจอธิปไตยเหนือพระวิหารนั้นตามพันธกรณีแห่งสหประชาชาติ แต่รัฐบาลขอตั้งข้อประท้วงและขอสงวนสิทธิ์อันชอบธรรมของประเทศไทยในเรื่องนี้ไว้ เพื่อสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนิน การทางกฎหมายที่จำเป็นซึ่งอาจมีขึ้นในภายหน้าให้ได้สิทธิ์นี้กลับคืนมาในโอกาสอันควร
       
       พี่น้องชาวไทยที่รัก ข้าพเจ้าก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่มีความรู้สึกนึกคิดเช่นเดียว กับพี่น้องทั้งหลาย และถ้าพูดถึงความรักชาติบ้านเมือง ข้าพเจ้าก็เชื่อเหลือเกินว่าข้าพเจ้ามีความรักชาติไม่น้อยกว่าพี่น้องคนไทยทั้งหลาย แต่ที่รัฐบาลจำต้องโอนอ่อนปฏิบัติตามพันธกรณีในกฏบัตรสหประชาชาติก็โดยคำนึงถึงเกียรติภูมิของประเทศไทยที่เราสร้างสมไว้เป็นเวลานับเป็นร้อยๆ ปี ยิ่งกว่าปราสาทพระวิหาร ทั้งนี้ มิใช่เกิดเพราะความกลัวหรือความขี้ขลาดแต่ประการใดเลย แต่พี่น้องชาวไทยทั้งหลายต้องมองการณ์ไกล เวลานี้เราอยู่ในสังคมของโลก สมัยนี้ไม่มีชาติใดที่จะอยู่โดยโดดเดี่ยวได้ ประเทศไทยของเราได้รับความนิยมนับถือจากสังคมนานาชาติเพียงใด พี่น้องทั้งหลายคงจะทราบดีอยู่แล้ว ถ้าชาติของเราต้องเสียศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิไปเนื่องจากปราสาทพระวิหารคราวนี้แล้ว อีกกี่สิบกี่ร้อยปีเราจึงจะสามารถสร้างเกียรติภูมิที่สูญเสียไปคราวนี้กลับคืนมาได้ ข้าพเจ้าทราบดีว่าการสูญเสียปราสาทพระวิหารคราวนี้เป็นการสูญเสียที่สะเทือนใจคนไทยทั้งชาติ ฉะนั้น แม้ว่ากัมพูชาจะได้ปราสาทพระวิหารนี้ไป ก็คงได้แต่ซากสลักหักพังและแผ่นดินที่รองรับพระวิหารนี้เท่านั้น แต่วิญญาณของปราสาทพระวิหารยังอยู่กับไทยตลอดไป ประชาชนชาวไทยจะรำลึกอยู่เสมอว่า ปราสาทพระวิหารของไทยถูกปล้นเอาไปด้วยอุปเท่ห์เล่ห์กลของคนที่ไม่รักเกียรติและไม่รักความชอบธรรม เมื่อประเทศไทยประพฤติปฏิบัติตนดีในสังคมโลก เป็นประเทศที่มีศีลมีสัตย์ ในวันหนึ่งข้างหน้าไม่ช้าก็เร็ว ปราสาทพระวิหารจะต้องกลับคืนมาอยู่ในดินแดนไทยอีกครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าการปฏิบัติของประเทศไทยตามพันธกรณีในกฏบัตรสหประชาชาติครั้งนี้คงจะทำให้ประเทศต่างๆทั่วโลกเห็นอกเห็นใจเรายิ่งขึ้น เหตุการณ์เกี่ยวกับปราสาทพระวิหารครั้งนี้จะสลักแน่นอยู่ในความทรงจำของคนไทยสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน และจะเป็นรอยจารึกอยู่ในประว้ติศาสตร์ของชาติไทยตลอดไปเสมือนหนึ่งเป็นแผลในหัวใจของคนไทยทั้งชาติ แต่ข้าพเจ้าก็ยังหวังอยู่เสมอว่า ในที่สุดธรรมะย่อมชนะอธรรม การหัวเราะทีหลังย่อมหัวเราะดังและนานกว่า
       
       อนึ่ง ในเรื่องนี้รัฐบาลรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระประมุขที่เคารพยิ่งของปวงชนชาวไทยที่ได้พระราชทานคติและพระบรมราโชวาทแก่รัฐบาลด้วยความที่ทรงห่วงใยในสวัสดิภาพของชาติบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง
       
       ขอให้พี่น้องร่วมชาติจงได้วางใจเถิดว่า รัฐบาลที่ข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นี้จะสามารถนำชาติและพี่น้องชาวไทยที่รักก้าวไปสู่อนาคตอันสุกใสได้ ในที่สุด ข้าพเจ้าขอรับรองต่อท่านทั้งหลายว่า เมื่อคราวที่ชาติเข้าที่คับขันแล้ว ข้าพเจ้าจะกอดคอร่วมเป็นร่วมตายกับพี่น้องชาวไทย เอาเลือดทาแผ่นดินโดยไม่เสียดายชีวิตเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ราจะทำอย่างไรได้ ข้าพเจ้าเองก็มีความเจ็บช้ำน้ำใจมิได้น้อยกว่าเพื่อร่วมชาติทั้งหลาย การที่ข้าพเจ้าต้องมากล่าวถึงเรื่องนี้ในวันนี้ ข้าพเจ้าอยากจะกล่าวว่า ข้าพเจ้ามาพูดกับท่านด้วยน้ำตา แต่น้ำตาของข้าพเจ้าเป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย ของเลือด ของความคั่งแค้นและการผูกใจเจ็บไปชั่วชีวิตทั้งชาตินี้และชาติหน้า ต่อดวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้กล้าหาญของชาวไทย ข้าพเจ้าขอกล่าวคำปฏิญาณด้วยสัจวาจานี้ไว้ พี่น้องที่รัก น้ำตามิได้ช่วยให้คนฉลาดขึ้นและได้อะไรคืนมา นอกจากความพยายาม ความสามัคคี ความสุขุมรอบคอบ ความอดกลั้นที่จะกล้าเผชิญกับความสูญเสีย พร้อมทั้งรวมกำลังกาย กำลังใจ กำลังความคิด เพื่อให้ชาติที่รักของเราแข็งแกร่งมั่นคงถาวรยิ่งขึ้น ในขั้นสุดท้ายชาติไทยต้องประสบกับชัยชนะเสมอ เราต้องกล้าสู้ ต้องยิ้มรับต่อภัยที่มาถึงตัวเรา ชาติไทยเป็นชาติที่เชื่อมั่นในบวรพุทธศาสนา ตั้งตนอยู่ในความเป็นธรรมเสมอมา ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเสมอว่าชาติเราจะไม่อับจนเป็นอันขาด เรื่องนี้เป็นแต่เพียงเรื่องหนึ่งในเรื่องใหญ่ทั้งหลายซึ่งมีความสำคัญกว่านี้มากนัก ชาติที่รักของเรากำลังพัฒนาตามวิถีทางที่ดีอยู่แล้วทุกทาง เหตุนี้มิใช่เหตุแห่งความอับจน เราจงระวังและทำในเรื่องของชาติที่สำคัญกว่านี้ ข้าพเจ้ามั่นใจเหลือเกินว่าชาติไทยของเราจะมีอนาคตอันแจ่มใสและรุ่งโรจน์ประเทศหนึ่งอย่างแม่นมั่นในอนาคตอันใกล้นี้ เราจงมาช่วยกันสร้างชาติที่รักยิ่งของเรา
       
       พี่น้องชาวไทยที่รัก ในวันหนึ่งข้างหน้าเราจะต้องเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมาเป็นของชาติไทยให้จงได้... สวัสดี...

       
       การแถลงจุดยืนของไทย
       ฯพณฯ ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือลงวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ถึง ฯพณฯ อู ถั่น รักษาการเลขาธิการสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ค อ้างถึงคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ประกาศจุดยืนและท่าทีของไทยว่าไม่เห็นด้วยและขอคัดค้านคำพิพากษาซึ่งขัดต่อสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส ค.ศ. ๑๙๐๔ และ ๑๙๐๗ นอกจากนั้นยังขัดต่อหลักความยุติธรรมและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ แต่จะปฏิบัติตามพันธกรณีในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิกสหประชาชาติ นอกจากนั้น ไทยยังได้ตั้งข้อสงวนเกี่ยวกับสิทธิที่มีอยู่และจะพึงมีในการครอบครองปราสาทพระวิหารในอนาคตตามกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมาย อนึ่ง ข้อสงวนดังกล่าวมีผลตลอดไปโดยไม่จำกัดเวลา
       
       ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญที่ ๑๗ พ.ศ. ๒๕๐๕ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยยังได้มอบหมายให้ นายสมปอง สุจริตกุล ผู้แทนไทยในคณะกรรมการที่ ๖ (กฎหมาย) เป็นผู้แถลงย้ำให้ผู้แทนประเทศสมาชิกสหประชาชาติในคณะกรรมการกฎหมายได้ทราบถึงจุดยืนของประเทศไทยตลอดจนเหตุผลทางกฎหมายในการคัดค้านคำพิพากษาโดยละเอียด ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่าผู้แทนประเทศอื่นรวมทั้งกัมพูชาได้แสดงความคิดเห็นหรือโต้แย้งแต่ประการใด
       
       คำแปลหนังสือจาก ฯพณฯ ถนัด คอมันตร์ ถึงเลขาธิการสหประชาชาติ*
       
       (*แปลโดย ศ. ดร.สมปอง สุจริตกุล)
       
       เลขที่ (๐๖๐๑) ๒๒๒๓๙/๒๕๐๕
                                                                  กระทรวงการต่างประเทศ
                                     กรุงเทพฯ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ (ค.ศ.๑๙๖๒)
       
       เรียน ฯพณฯ อู ถั่น
               รักษาการเลขาธิการสหประชาชาติ
               นิวยอร์ค
       
       ข้าพเจ้าขออ้างถึงคดีปราสาทพระวิหารซึ่งกัมพูชาแต่ฝ่ายเดียวได้ยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๕๙ [พ.ศ. ๒๕๐๒] และศาลฯ ได้พิพากษาเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๖๒ [พ.ศ. ๒๕๐๕] ยอมรับอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาเหนือปราสาทพระวิหาร
       
       ในคำแถลงเป็นทางการเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๖๒ [พ.ศ. ๒๕๐๕] รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่าไทยไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาลฯ โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลไทยพิจารณาแล้วเห็นว่าคำพิพากษาดังกล่าวขัดอย่างชัดแจ้งต่อบทบัญญัติแห่งสนธิสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ และ ค.ศ. ๑๙๐๗ ในข้อที่เกี่ยวข้องโดยตรง ตลอดจนขัดต่อหลักกฏหมายและหลักความยุติธรรม ถึงกระนั้นก็ตาม ในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิกสหประชาชาติ รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะปฏิบัติตามพันธกรณีแห่งคำพิพากษาตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ภายใต้ข้อ ๙๔ ของกฏบัตรสหประชาชาติ
       
       ข้าพเจ้าขอแจ้งให้ท่านทราบด้วยว่าการตัดสินใจปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีปราสาทพระวิหารนั้น รัฐบาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรารถนาจะตั้งข้อสงวนอย่างชัดเจนเพื่อสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่ประเทศไทยมีหรือพึงมีในอนาคตในการเรียกคืนปราสาทพระวิหาร โดยใช้วิถีทางที่ชอบด้วยกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือในอนาคต และขอยืนยันการคัดค้านคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศซึ่งวินิจฉัยให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา
       
       ข้าพเจ้าจึงขอเรียนมาเพื่อทราบพร้อมทั้งขอให้ท่านส่งเวียนหนังสือฉบับนี้ไปยังประเทศที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติทุกประเทศ
       
                                                 ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
                                                    (ลงนาม) ถนัด คอมันตร์
       
                                                         (ถนัด คอมันตร์)
                                   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศไทย
       
       ปฏิบัติการของไทย
       แม้ศาลยุติธรมระหว่างประเทศจะไม่มีอำนาจบังคับคดี แต่เพื่อแสดงความเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การสหประชาชาติ ไทยได้ดำเนินการถอนบุคลากรจากปราสาทพระวิหารและได้ล้อมรั้วรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ารอบตัวปราสาทตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย และได้ย้ายเสาธงไทยออกจากบริเวณปราสาทโดยไม่มีการลดธง ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้กัมพูชาส่งบุคลากรเข้าไปในบริเวณปราสาทโดยไทยมิได้สละอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่ซึ่งปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ หรือยอมรับนับถืออธิปไตยของกัมพูชาแต่อย่างใด บริเวณที่ตั้งของตัวปราสาทจึงเป็นพื้นที่เดียวซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น “พื้นที่ทับซ้อน”
       
       ปฏิกิริยาของกัมพูชา
       หลังจากไทยได้ถอนบุคลากรจากประสาทพระวิหารตามคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กัมพูชาก็ยอมรับสภาพโดยดี และมิได้โต้แย้งในการที่ไทยได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาและตั้งข้อสงวนไว้อย่างชัดเจน กัมพูชานิ่งเฉยตลอดระยะเวลา ๕ ทศวรรษโดยมิได้เรียกร้องอะไรอื่นอีก
       
       กัมพูชาเริ่มมีปฏิกิริยาเมื่อประมาณ ๕-๖ ปีมานี้ โดยแสดงเจตน์จำนงที่จะขยายอาณาเขตรุกล้ำเข้ามาในพระราชอาณาเขตของประเทศไทย เริ่มจากรื้อรั้วที่ไทยสร้างไว้รอบปราสาท นอกจากนั้น คนชาติกัมพูชายังลอบเข้ามาตั้งถิ่นฐานในวนอุทยานเขาพระวิหารในเขตแดนไทยรวมทั้งตั้งร้านค้าและแผงลอยซึ่งเพิ่มมากขึ้นตามลำดับเพื่อขายสินค้าให้นักทัศนาจร
       
       พื้นที่ทับซ้อน
       การกล่าวถึง “พื้นที่ทับซ้อน” ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนนั้น กัมพูชาได้พยายามขยายขอบเขตคำพิพากษาของศาลฯ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕ โดยแอบอ้างว่าศาลให้ความเห็นชอบแผนที่ผนวก ๑ ซึ่งปราศจากมูลความจริง ทั้งนี้ เนื่องจากในคำพิพากษานั้นเอง ศาลฯ ได้พิจารณาและวินิจฉัยว่าแผนที่ผนวก ๑ ท้ายคำฟ้องของกัมพูชามีข้อผิดพลาดตามที่ปรากฏในรายงานคณะผู้เชี่ยวชาญฝ่ายไทย ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายกัมพูชาไม่อาจหักล้างข้อเท็จจริงที่ว่า “เส้นสันปันน้ำ” บนขอบหน้าผาคือเส้นเขตแดนที่แท้จริงระหว่างไทยกับกัมพูชา เส้นเขตแดนดังกล่าวแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตแดนไทย
       
       อายุความฟ้องร้อง
       ปัญหาเรื่องอายุความฟ้องร้องไม่เป็นประเด็นในกฎหมายระหว่างประเทศนอกจากในกรณีที่เกี่ยวกับการฟ้องร้องคดีต่อศาลหนึ่งศาลใดที่มีอำนาจพิจารณาข้อขัดแย้งระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง หากจะกล่าวถึงศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปัจจุบัน อายุความ ๑๐ ปีมีอยู่กรณีเดียว กล่าวคือการร้องขอให้ทบทวนคำพิพากษาตามข้อ ๖๑ วรรค ๕ แห่งธรรมนูญศาลยุติธรรม
       
       ในกรณีปราสาทพระวิหาร การกล่าวถึงอายุความ ๑๐ ปีนั้นใช้เฉพาะสิทธิของคู่คดีซึ่งได้แก่ไทยหรือกัมพูชาที่จะร้องเรียนให้ศาลทบทวนคำพิพากษาเดิมเท่านั้น ฉะนั้น หากไทยหรือกัมพูชาดำริให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศทบทวนคำพิพากษาปี พ.ศ.๒๕๐๕ ก็จะเป็นการสายเกินไป ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ปรากฏว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดดำริที่จะกระทำเช่นนั้น
       
       ส่วนกรณีอื่นๆ เช่นการเพิกถอนหรือตีความคำพิพากษา การฟ้องร้องเป็นคดีใหม่ หรือระงับกรณีพิพาทโดยอาศัยกลไกอื่น อาทิ ศาลอนุญาโตตุลาการ ฯลฯ ซึ่งไทยหรือกัมพูชามิได้กระทำการแต่อย่างไร ปัญหาเรื่องอายุความจึงยังไม่เป็นประเด็น
       
       อายุความข้อสงวน
       ข้อสงวนของรัฐบาลไทยต่อคำพิพากษาของศาลในคดีปราสาทพระวิหารซึ่งไทยได้แจ้งไปยังเลขาธิการสหประชาชาติในหนังสือลงวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ พร้อมทั้งส่งเวียนให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติรับทราบทั่วกันโดยไม่ปรากฏว่ามีประเทศหนึ่งประเทศใดโต้แย้ง ทักท้วง หรือค้ดค้านแต่ประการใดนั้น เป็นข้อสงวนที่ปลอดอายุความ มีผลตลอดกาลตราบใดที่ยังอยู่ใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศ การที่ข้อสงวนดังกล่าวมิใช่เป็นการทบทวนคดีเก่าซึ่งต้องกระทำภายในกำหนดเวลาที่จำกัดไว้ จึงยังมีผลบังคับจนทุกวันนี้ยกเว้นจะถูกเพิกถอนหรือยกเลิกอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลไทย
       
                                                           ศาสตราจารย์ ดร. สมปอง สุจริตกุล*
                                                                      ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๒

       
       ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง สุจริตกุล
       * B.A., B.C.L., M.A., D.Phil., and D.C.L. (Oxon)
       Diplômé d’Etudes Supérieures de Droit International Public, Docteur en Droit (Paris)
       LL.M. (Harvard)
       of the Middle Temple, Barrister-at-law (United Kingdom)
       Diplômé de l’Académie de Droit International de La Haye (Nederland)
       
       - คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
       - ศาสตราจารย์กิตติคุณกฏหมายระหว่างประเทศและกฏหมายเปรียบเทียบ
       มหาวิทยาลัยกฎหมายโกลเดนเกท ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา
       - สมาชิกสถาบันอนุญาโตตุลาการแห่งประเทศไทย
       - สมาชิกสถาบันอนุญาโตตุลาการองค์การกฏหมายเอเซีย-แอฟริกา ณ กรุงไคโร และกัวลาลัมเปอร์
       - อนุญาโตตุลาการอิสระ
       - อดีตเลขาธิการอาเซียน (ประเทศไทย)
       - อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ลักเซมเบอร์ก ญี่ปุ่น
       ฝรั่งเศส โปรตุเกส อิตาลี กรีก อิสราเอล และองค์การตลาดร่วมยุโรป
       - อดีตหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำ UNESCO และ FAO
       - อดีตสมาชิกศูนย์ระงับข้อพิพาทการลงทุนศาลอนุญาโตตุลาการธนาคารโลก ICSID World Bank
       - อดีตกรรมาธิการสหปราชาชาติเพื่อพิจารณาค่าชดเชยความเสียหายในประเทศคูเวต (UNCC)
       - และทนายผู้ประสานงานคณะทนายฝ่ายไทยในคดีปราสาทพระวิหาร
       ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๕
       
       


ข่าวล่าสุด ในหมวด
ตำรวจมีอำนาจออกหมายเรียกตามอำเภอใจได้หรือไม่ ?
พรรคประชาธิปัตย์กับปัญหาของชาติ
มองประเทศไทยในแง่ดี การเลือกตั้งซ่อมเขต 6 กทม. เลือกใครดี?
รัฐบาลจะให้ประชาชนผู้เสียภาษีต้องรับผิดชอบ ในความเสียหายจากการจลาจลหรือ?
ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศไทย : ต้องไม่เป็นเรื่องยิ่งปฏิรูป ยิ่งเหมือนเดิม
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนอ่าน 5896 คน จำนวนคนโหวต 51 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
 
ความคิดเห็นที่ 1 +55 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณอภิสิทธิ์และคุณกษิต กรุณาอ่านให้ละเอียดและกรุณาดำเนินการอย่างรวดเร็วด้วย
ขอขอบคุณมาล่วงหน้า
ความคิดเห็นที่ 19 +8 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประเด็นตามที่ ศ.ดร.สมปอง กล่าว สิ่งที่ต้องดำเนินการ คือ
๑.ตามข้อสงวน ไทยสามารถยื่นเป็นคดีใหม่ในศาลโลกได้ว่าประสาทพระวิหารทั้งประสาทอยู่ในดินแดนไทย
๒.รัฐบาลต้องมีการดำเนินการเรื่องปักปันเขตแดนใหม่ กับกัมพูชาโดยสร้างแผนที่ที่ถูกต้องตามหลักการปักปันเขตแดนที่ยึดแนวสันปันน้ำ
๓.นำแผนที่ดังกล่าวไปต่อสู้คดีในศาลโลก

ปัญหาคือ ใจถึงหรือเปล่า
ศตตอ
ความคิดเห็นที่ 17 +7 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คลิปเสียงเป็นภัยต่อความมั่นคง แสดงว่า กรณีเขาพระวิหารไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงหรือไร?
หรือเสียงคลิปเป็นภัยต่อความมั่นคงมากกว่า ย่อมแสดงว่า เรื่องส่วนตัวสำคัญกว่าเรื่องส่วนรวม
เกิดกับชาติ ต้องช่วยชาติ
 
ความคิดเห็นที่ 49 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าจะรบกันก็ต้องรบ เพราะยามถึงรบไทยก็ไม่ขลาด เพราะเป็นการรบเพื่อปกป้องดินแดนของเราเอง
มิใช่เป็นการรุกรานดินแดนของประเทศอื่น ถึงแม้ถ้าหากฝ่ายขะแมจะนำเรื่องนี้ไปฟ้องศาลโลกอีก
เราก็สู้ได้ไปตามข้อเท็จจริง และอ้างได้ว่าขะแมใช้สิทธิเกินคำพิพากษาศาลโลก
เพราะมีการล้ำแดนไทย ทั้งแอบเข้ามาลอบวางระเบิดล้ำเข้ามาในเขตไทย
และไทยควรยึดเอาเหตุนี้มาอ้างเป็นหลักฐานใหม่ที่จะขอเอาปราสาทเขาพระหารคืน
ตามที่เคยยื่นข้อสงวนสิทธิ์ไว้
กับศาลโลกได้
ผไท
ความคิดเห็นที่ 48 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด ผู้นำของเราหายหัวไปไหนหมด ปล่อยให้อ้ายตาเหล่ แห่งเขมรมาปล้นชาติ ดูหมิ่นศักดิ์ศรีสยามเหลือเกิน เห้นแล้วคิดถึงกรมหลวงชุมพรจัง รวต. กลาโหม ผบทบ หายไปไหน เห็นแก่เงินเกินไปแล้ว
ไรมอน
ความคิดเห็นที่ 47 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่าเอาเรื่องธรรมดาง่ายๆก่อนนะ คือตอนนี้ให้ไปตรวจดูว่าหลักชายแดน 73 หลักทางชายแดนติดกับเขมรนั่น ยังอยู่เหลือกี่หลัก อยู่ครบหรือไม่ เมื่อก่อนตอนที่มีไร่อยู่ชายแดนเขมรทางบ้านผักกกาด จันทบุรี ยังเคยเห็นหลักอยู่ เหมือนกับหลักที่ 73 ที่หาดเล็ก จังหวัดตราด ตอนหลังมานี่ ได้ข่าวว่าเขมรเอารถแทรกเตอร์ขุดไถทิ้งไปนานแล้ว ความจริงตอนนี้มี GPS แล้ว แค่หาพิกัดของแต่ละเสา แล้วบันทึกไว้ก็เป็นหลักฐานได้แล้ว กลัวอย่างเดียวว่าตอนนี้เสาหายหมดแล้วนั่นแหละ
ต้องเช็คเสาหลักเขตแดนดูโดยด่วน
ความคิดเห็นที่ 46 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่า ในกระทรวงต่างประเทศ ต้องมีไส้ศึกอยู่แน่ๆ ต้องหามันให้เจอ แผงตัวมาหลายปีแล้ว
ต้องมีแน่ๆ
ความคิดเห็นที่ 45 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากรู้เหมือนกัน
ว่า ทหารเขมร 1 คน
จะสู้ทหารไทยได้ 4-5 คนจริงหรือเปล่า
ถ้ามันมีสัก 100 คน
ก็เตรียมทหารไทยไปสัก 4-5 คนเลยละกัน
ต่อไห้ 1 ต่อ 4 ใช่ใหม?
ความคิดเห็นที่ 44 +3 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บางครั้งเหนื่อยเหลือเกินที่จะสู้ เหมือนพวกเราพันธมิตรบ้ารักชาติ แต่เมื่อใดที่เห็นในหลวงความท้อแท้และอ่อนล้าก็หายไป ไม่ว่าอย่างไรเราจะสู้เพื่อแผ่นดินของเรา เพื่อพระองค์ เพื่อลูกหลานไทย

ทำไมเมืองไทยมีแต่นักการเมืองเลว ทหารเลว ตำรวจเลว ขอให้พวกมันตกนรกหมกไหม้ พวกขานชาติ ขายแผ่นดิน
คนไทย
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในเรื่องชั่ว "หัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก"
ในเรื่องสมควรกระทำ "หัวไม่นำ หางก็ไม่ตาม"
ตีมันให้ตายที่หัวเลยนั่นล่ะ
 
ความคิดเห็นที่ 43 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฝรั่งเศษ เราก็เคยรบกับมันมาแล้ว ทำไม่ต้องกลัวเขมรด้วย เมื่อเป็นดินแดนของเราไม่ว่าใครมายึด เราก็ต้องรบเอาคืน ทำไม่เราต้องยอมให้เขมรรังแกข่มขูด้วย เราเสีย พระตะบอง เสียมราฐ ศร๊โสภณ เกาะกง เราก็ต้องเอาคืน ทำไม่ไม่เข้มแข็งอย่างอิสราเอล ยึดไว้ก่อน ไม่ต้องกลัว อย่าอ่อนแอ ไม่งั้นเขมรจะรังแก ใช้เล่ห์เหลี่ยมรุกดเรามาตลอด มนุษย์ที่กล้าหาญจะต้องยืนขึ้นสู้เมื่อโดนรังแก รุกพื้นที่และเอาคืน
NNC
ความคิดเห็นที่ 42 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อวาน ได้ยินคุณคำนูณ เข้าสายมาในรายการ อิสานดิสคัพเวอรี่ บ่นให้ผู้ดำเนินรายการว่าเวลาซาวด์เสียง สว ด้วยกัน ก็หนุนกันเต็มที่ว่าจะยกมือคัดค้าน แต่พอยกมือจริง ๆ ก็มีแค่ 7-8 คน เพราะได้คุยกับคนใน กระทรวงต่างประเทศระดับบิ๊ก ๆ พูดกันว่า ไม่อยากให้พวกเราไปแสดงอะไรต่าง ๆ เพื่อเป็นการคัดค้าน เพราะกลัวว่าถ้าเกิดต้องขึ้นศาลอีกครั้ง เราอาจต้องเสียดินแดนแน่ ๆ งั้น ผมขอถามคุณคำนูณ และ ระดับบิ๊ก ๆ ในกระทรวงการต่างประเทศนะครับ ช่วยตอบผมหน่อยว่า ถ้าอย่างที่ท่านกล่าวดังนั้น ดกลง เราต้องเฉยไว้ แล้วก็ให้พวกเขาบุกเข้ามาเรื่อย ๆ ไม่ต้องทำอะไร เหรอครับ เพราะกลัวว่าถ้าต้องขึ้นศาลแล้วจะถูกตัดสินให้แพ้ การไม่ทำอะไรเลย กับการยอมให้เขาบุกเข้ามาเรื่อย ๆ มันต่างกันตรงไหนครับกับการถ้าต้องขึ้นศาลแล้วเราต้องถูกตัดสินให้แพ้ เพื่อน ๆ ช่วยผมตัดสินทีซิว่า เราไม่ทำอะไรเลย แล้วปล่อยให้เขาบุกเข้ามาเรื่อย ๆ กับการคัดค้านหรือแสดงอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการยืนยันว่า ดินแดนเป็นของเรา แล้วไปขึ้นศาลต่อสู้กันทางเหตุผลและหลักฐาน ซึ่งอาจมีทางชนะ เราควรเลือกอย่างไหนครับ???????
คนเคยหล่อ
ความคิดเห็นที่ 41 +3 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กลัวไม่ได้เป็นรัฐบาลต่อ ต้องหาทางให้อยู่ได้นาน ๆ แต่ไม่ได้กลัวเสียดินแดน เสียศักดิ์ศรีประเทศ เพราะกลัวไม่ได้กินผลประโยชน์ร่วมด้วยหรือ ใครขายชาติทำลายชาติ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองไทยดลบันดาลให้มันผู้นั้นต้องชดใช้กรรมทุกภพทุกชาติ
เบื่อรัฐบาลไทย
ความคิดเห็นที่ 40 +2 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นายกรีบอ่านบทความนี้เลยนะ
จะได้รู้ว่าควรทำอะไร ไม่ต้องรอกำนันสุราษฎร์หรอกเรื่องนี้
อนุพงษ์ด้วย ฟังที่ฮุนเซ็นให้มัมภาษณ์บ้างมั๊ย
เขมรต่อไทย 5 ต่อ 1 เลยนะ
แถมต่อให้เราใช้นิวเคลียร์ด้วย
สงสัยแถลงครั้งหน้ามันคงบอกว่าจะส่งพลทหารเอาเท้ามาลูบหน้าผบ.ทบ.ไทย
เอายังไงก็เอาเถอะ รบก็รบ
ปชช.ช่วยอยู่แล้ว ถ้าพวกท่านทำเพื่อชาติ
อย่าให้ปชช.ต้องเดินเท้า และใช้มือเปล่าเป็นทัพหน้าทวงคืนพระวิหารเลย
ต้องรอเห็นคนไทยผู้รักชาติถูกยิงก่อนหรือจึงจะลุกขึ้นปกป้องอธิปไตย
หรือรอเขมรขอแบ่งสนามหลวงว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนก่อน
ตอนนี้ไล่ทหารและชาวเขมรเลย
สามเหล่าทัพเรากลัวเขมรมากหรือไร
ถ้าไม่รีบทำ พี่น้องจะทำแทนนะ
หลับเถิดทหารกล้า ชาวประชาจะคุ้มภัย
ความคิดเห็นที่ 39 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
".....ง้าวที่เงื้อสุดแรง

ฟันลงเพื่อความป็นไท

พระนเรศวรมีชัย

เราคนไทยมีแผ่นดินอยู่...."
pad phd 49
ความคิดเห็นที่ 38 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ให้ไปศึกษาประวัติการปกป้องแนวเขตแดนจากรุ่นพี่ด้วยนะ ว่าความจริงคืออะไร ทุกวันนี้ทหารตกต่ำขึ้นทุกวันตั้งแต่มี ผบทบ. ชื่ออนุพงศ์ ไม่มีจิตสำนึกเลยหรือ
ให้ทหารหาญทั้งหลายรับรู้ไว้ด้วย??
ความคิดเห็นที่ 37 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงๆแล้ว เป็นผลกรรมที่เกิดจากการที่ไทยส่งเสริมเขมรแดงให้ใช้ผืนแผ่นดินไทยเป็นฐานในการสู้รบกับเขมรเฮงสัมรินที่เวียดนามสนับสนุน เพื่อที่จะเอาผลประโยชน์จากการตัดไม้เถื่อนและการค้าของหนีภาษีรวมทั้งธุรกิจมืดอื่นๆบริเวณชายแดน ตั้งแต่สมัยบิ๊กจิ๋วมาแล้ว ทั้งนักการเมือง ทหาร ตำรวจ และข้าราชการไทยที่ชั่ว หากินบนความขัดแย้งและซากศพของประชาชนชาวกัมพูชาตอนที่มีสงครามกลางเมืองมาตลอด คราวนี้ถึงเวลาที่คนไทยทั้งประเทศต้องมาใช้กรรมที่คนไทยไม่กี่คนทำไว้กับชาวเขมร คิดแบบนี้แล้วก็ไม่ควรไปโกรธเขมรมากนัก เขารักชาติเขา ทำเพื่อชาติเขามันเป็นสิ่งน่ายกย่อง ไม่เหมือนกับคนของเรา รักแต่ตัวเอง และขายชาติ
น่าเศร้าใจมาก
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมคนใช้กรรมไม่ใช่ทหารหรือคนไทยที่ขายชาติ
ทำไมคนไทยที่รักชาติต้องมาเดือดร้อนเพราะคนโลุภไม่ก่ีคน ทำไมคนไทยที่เหลือจึงไม่กล้าทำอะไร
ทำไมมีแต่ พธม และอีกไม่เท่าไรที่กล้าปกป้องชาติ
ประเทศไทยไม่ใข่ของคนไทยทุกคนหรือไร
ฟฟฟ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปู่จิ๋ว ตอบหนูหน่อย

ทำไมปู่ทำแบบนี้
หัวเป็นแบบนี้นี่เอง
 
ความคิดเห็นที่ 36 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรารักของเรา ปราสาทพระวิหาร
ใครแย่งด้วยพาล เราต้านแค่ตาย
ป้าบัว
ความคิดเห็นที่ 35 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผบ สส. ผบ ทบ. ทำอะไรอยู่จึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย หรือมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ชองตัวเองจึงตาบอดสี ถ้าอย่างนั้นออกไปเถอะครับ อย่าให้ลูกหลานเหลนโหลน มันด่าเอาเลย
Lamoon98@email.com
ความคิดเห็นที่ 34 +3 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประชาชนส่วนใหญ่เวลานี้เฝ้าติดตามข่าวและอยากรู้ว่าเราประชาชนควรจะร่วมแรงร่วมมือร่วมใจทำอย่างไรกันต่อไปด้วยความกลัดกลุ้มใจด้วยความเจ็บชํ้านํ้าใจด้วยความโกรธ..โดยเฉพาะคนแก่ๆอย่างเราที่ด้อยด้วยกำลังวังชากำลังทรัพย์กำลังอาวุธ..193วันที่แสนเหน็ดเหนื่อยต้องมารับรู้เรื่องนี้อีก..ทำไมคนชั่วขายชาติถึงเต็มแผ่นดิน..เมื่อทักษิณให้เขมรรุกแผ่นดินไทยมันก็ไม่มีที่ในแผ่นดินไทยให้ยืน..กรรมจะตามสนองคนขายชาติทุกตัว..รบเป็นรบกัน..ทหารควรคิดได้นะว่า..ขนาดเขมรยังเหิมเกริมดูถูกทหารไทย..อยู่ไปก็อายหมา..หมามันยังทำหน้าที่ไม่ต้องรอเจ้าของสั่ง..ทหารต้องรอนายที่ขายแผ่นดินให้ทำหน้าที่หุ่นยนต์ยืนโด่เด่คอยถอยให้เขมรมารุกรานแผ่นดินเข้ามาเรื่อยๆจนถึงกรุงเทพหรือ..รู้มั๊ยว่าว่าผบ.ทบ รมต.กลาโหม และผู้ที่มีหน้าที่บริหารประเทศเขามีมือไว้ยึดเก้าอี้ตำแหน่งข้างหนึ่ง มืออีกข้างหนึ่งเขาคอยกวาดเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ต่อไปคนไทยคงไม่อยากบอกใครว่าเป็นคนไทยเมื่อต้องสิ้นแผ่นดินสิ้นชาติกลายไปเป็นขี้ข้าแม้แต่เขมร..แค่นี้ก็ทำกับแผ่นดินถิ่นเกิดมากกันเกินไปแล้ว ระวังจะมีคนไทยที่ทนไม่ได้ฆ่าพวกคนไทยที่ขายแผ่นดินก่อนฆ่าพวกเขมรที่รุกรานไทย
o
ความคิดเห็นที่ 33 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนนี้สิ่งที่ต้องคือ ใช้กำลังทหารผลักดันบุคลากรและทรัพย์สินของเขมรให้พ้นจากดินแดนไทยโดยเร็วที่สุด
pra608
ความคิดเห็นที่ 32 +3 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นี่สิของจริง ไม่ใช่นักวิชาการเสื้อแดง แถงธรรมศาสตร์ พูดเขมร ขายชาติ อย่างชาญวิทย์กะอัครพงษ์ ที่กระทรวงการต่างประเทศเชิญไปพูดอยู่ได้ ทำไมไม่เชิญนักวิชาการรักชาติอย่างอาจารย์สมปองไปพูด หรือกระทรวงการต่างประเทศอยากจะให้ไทยเสียดินแดนหรือไง อ่านข้อเขียนอาจารย์สมปอง แล้วคิดใหม่ทำใหม่ซะ ก่อนจะเสียดินแดน เพราะเชื่อข้อมูลของนักวิชาการขายชาติพวกนั้น
ตุลย์
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชาญวิทย์ แก่แล้วเลอะเลือน ไปพูดเรื่องพม่า กะเหรี่ยง ไทยใหญ่ ดีกว่า จะไม่มีใครด่าเลย
แก่เพราะกินเหล้า เฒ่าเพราะดูดยา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชาญวิทย์ แก่แล้วเลอะเลือน ไปพูดเรื่องพม่า กะเหรี่ยง ไทยใหญ่ ดีกว่า จะไม่มีใครด่าเลย
แก่เพราะกินเหล้า เฒ่าเพราะดูดยา
 
ความคิดเห็นที่ 31 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปราสาทพระวิหาร เป็นกรณีที่ทำให้เกิดข้อขัดแย้งระหว่างประเทศไทย และเขมรมาอย่างต่อเนื่อง นานนับกว่า 50 ปี ด้วยสาเหตุอันเนื่องมาจากแผนที่ (ที่จัดทำโดยรัฐบาลฝรั่งเศส ตั้งแต่สมัยปี คศ 1907) ซึ่งมีรายละเอียดไม่ชัดเจน มีข้อผิดพลาดและคลาดเคลื่อนจากภูมิสถานจริงมากมาย

อีกทั้งวิทยาการที่ใช้ในการทำแผนที่ในปี คศ. 1907 ในขณะนั้นยังไม่ก้าวหน้า เหมือนกับในปัจจุบันนี้ ที่สามารถใช้ภาพถ่ายทางอากาศ หรือภาพถ่ายจากดาวเทียม ประยุกต์กับข้อมูล Global Positioning Ssystem (GPS) technology ซึ่งมีรายละเอียด ข้อผิดพลาดและความคลาดเคลื่อนจากภูมิสถานจริงน้อยมาก

ทำไมทางรัฐบาลไทย ถึงไม่ดำเนินการยื่นเรื่องร้องเรียน และขอให้ทาง องค์การสหประชาชาติ (U.N.) แต่งตั้งคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างประเทศ เพื่อดำเนินพิจารณา ทบทวน และตกลงเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศกันเสียใหม่ ?
ฅนไท
ความคิดเห็นที่ 30 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไทยเสียท่าเขมรมาแต่แรกแล้ว หากไทยไม่ไปขึ้นศาลโลก ดื้อแพ่งเสียงั้นแหละ ใครจะทำไม มีหลายประเทศที่ไม่ยอมไปขึ้นศาลโลก และก็บังคับเขาไม่ได้ด้วย แต่ไทยอ่อนแอเอง แม้นักกฏหมายที่ไปก็มีแต่คนห้วอ่อน อย่างหม่อมเสนีย์งี้ อ่อนเปียกเลย ทนายต้องแข็งและเสียงดังฟังชัด รัฐบาลก็ต้องแข็ง ไม่ใช่ทำตัวเป็นเด็กดีของสหประชาชาติไปเสียทุกเรื่อง...เสียแล้วก็เสียไป เอาคืนไม่ได้แล้ว ที่เหลืออยู่ก็ทำท่าว่าจะรักษาไว้ไม่ได้ ปล่อยให้คนเขมรเข้ามาปลูกสิ่งก่อสร้างเต็มไปหมด มันน่าจะยิงปืนคอไปตกใส่สักลูกสองลูก ตอนที่เปิดฉากยิงกัน...แต่น่าสมเพศ ยิงกันทีไรทหารไทยตายมากกว่าทหารเขมรทุกที แสดงว่าทหารไทยท่าดีทีเหลว ฝีกหนักแต่รบเหยาะแหยะ รบกับพม่า ลาว เขมร เสียทีเขาทั้งหมด หากสู้รบกับเขมรแพ้เขมรแน่นอน...หรือใครว่าไม่จริง ???
รักประเทศไทย
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยอย่างยิ่ง พวกขึ้นศาลโลก ก็มีแต่ขะล็อบบี้ศาล คนไทยทำไม่เป็นหรือไม่ทำก็ไม่รู้ได้ เสียท่าเขมรใจคด
ตอนนี้ที่ควรทำคือส่งทหารตริงกำลังไล่ให้ออกไป ถ้าไม่ออกก็ยิงไล่ ใครจะว่ายังไงช่างมัน บ้านเราที่เรา มีโจรมาสร้างบ้านตอนเราเผลอ แล้วจะให้โจรมันอยู่หัวเราะเยาะไล่เจ้าบ้านหรือไง
แล้วก็เอาทหารไทยนี่แหละไปสร้างย้านอยู๋แทน เอ... ใช่แถวนี้หรือปล่าวที่มีข่าวว่ามันจ้างคนไทยทำไร่นาบนผืนแผ่นดินไทย น่าขันมั้ย มันมายึดที่ ไล่เจ้าของล้าน แล้วให้ทำนาให้มันกิน มันจะจ้างคนไทย ถ้าไม่ทำก็ไสหัวไปจากแผ่นดินไทยตรงที่มันยึด

นึกถึงเพลง
นะโม พระผู้เสวยสวรรค์
...............................
..............................
....................... เกียรตืศักดิรักข้า มอบไว้แด่ตัว

ตอนนี้ทหารไทย คงไม่รู้จัก
กรรม
 
ความคิดเห็นที่ 29 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หากรัฐบาลไทย โดยรองนายกฯสุเทพและ รมว กห ไปทำความตกลงกับฮุนเซ็นว่า ให้ไทยลงนามข้อตกลงถอนทหารสองฝ่าย เขมรจึงจะยอมถอนทหารออกจากปราสาทพระวิหาร
ถือว่า เป็นข้อตกลงที่คนฝ่ายทำฉลาดน้อยมาก
เพราะเมื่อถอนทหารสองฝ่ายไปแล้ว ก็ไม่มีหลักประกันว่า เขมรจะถอนทหารออกจากปราสาทเขาพระวิหาร
เพราะเขมรจะอ้างว่า เมื่อศาลโลกตัดสินปราสาทเขาพระวิหารเป็นของเขมรแล้ว จีงไม่ม่ีเหตุที่เขมรจะต้องถอนทหารของจากดินแดนของตน
เป็นความเข้าใจผิดของฝ่ายไทย โดยสิ้นเชิง
ถึงตอนนั้น ไทยเสีนทั้งดินแดน 4.6 กม ให้แก่เขมรเหมือน ว้นนี้ แถมไม่สามารถส่งทหารกลับเข้าไปได้
ก็จะทำให้เสียดินแดนที่เรียกว่า สันปันน้ำ อีกเพิ่มเติม

รองสุเทพฯ ไม่ใช่นักการทูต เป็นนักการกำนันเท่านั้น
เป็นนักการเมืองลูกทุ่ง วันนี้ ไม่ฟังแม้กระทั่งคุณชวน
จึงไปหลงกลฮุนเซ็น ถอนตัวไม่ได้ นอกจากปรับให้พ้นจากตำแหน่งรองนายกฯ แล้วส่วนทหารไปยึดเกาะกง

โดยต่อรองว่า จะคืนเกาะกงให้ หากเขมรถอนกำลังทหารและชุมชนออกจากเขาพระวิหารแล้ว เท่านั้น
ยึดเกาะกง เพื่อให้ถอนทหารและชุมชนเขมรออกจากเขาพระวิหาร
ความคิดเห็นที่ 28 +2 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เครื่องกำหนดพิกัดในปี 2009 คลาดเคลื่อนน้อยมาก
ไม่น่าจะเกิน 10 cm.
ทำไม ไม่จ้างดาวเทียมประเทศเป็นกลาง
มาทำแผนที่ ลากผ่านจุดปราสาทพระวิหาร
ถ้าผลออกมา เป็นของเขมร ก็ยกให้มันไป
ถ้าเป็นของไทย ...ให้กระเด็นตกเขาไปเลย
นายรักสงบ รบฉลาด
ความคิดเห็นที่ 27 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอขอบพระคุณอย่างยิ่ง
และขออนุญาต เก็บไว้ให้ลูกหลาน
อ่าน เป็นเอกสารอ้างอิง
ลุงสาน@นว.
ความคิดเห็นที่ 26 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากได้ความรู้จากอาจารย์สมปองค่ะว่า

ถ้าในลักษณะเช่นนี้ไทยยังถือว่าสงวนสิทธิ์กรณีเขาพระวิหาร แล้วถ้าตอนนี้เราใช้กำลังทหารผลักดันกัมพูชาออกไปพ้นดินแดนไทยก่อน จากนั้นเราก็ใช้สิทธิ์ในการสู้คดีใหม่อีกครั้ง โดยยึดหลักสันปันน้ำ ไทยจะมีโอกาสสู้ชนะหรือไม่ ? อยากได้ความกระจ่างจริง ๆ ค่ะ

ตอนนี้ไม่สบายใจเลย เพราะเท่าที่ทราบมาตามข่าว กระทรวงการต่างประเทศเกรงว่าถ้าไทยสู้คดีใหม่ ไทยอาจจะเสียเปรียบและอาจทำให้ต้องยอมรับแผนที่ของกัมพูชา จนอาจทำให้ไทยแพ้คดีอีกครั้งและต้องเสียดินแดนมากกว่านี้ กระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลจึงเลือกที่จะเลยตามเลยปล่อยให้กัมพูชารุกล้ำอธิปไตยของไทยอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ซึ่งเท่ากับว่าเราเสียดินแดนรอบปราสาทเขาพระวิหารไปแล้วจริง ๆ

อยากทราบว่าถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไร ประชาชนไทยจะทำอะไรได้บ้างไหมในการรักษาอธิปไตยของชาติ

ขอให้อาจารย์ช่วยตอบด้วยค่ะ
พธม.นนท์
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่คุณเข้าใจน่ะถูกต้องแล้วครับและมันเป็นแบบนั้นมานานแล้วด้วย แน่มาจากไหนลองได้มาทำงานตรงนี้จริงๆก็จะรู้ครับว่าเราไม่ได้เป็นต่อเลยแม้แต่น้อย รมตต่างประเทศที่เคยปากดีอยู่บนเวทีพธมก็รู้ดีครับ แต่ถ้าอยากแน่ใจจริงๆก็เอาเลยครับฟ้องศาลโลก ไม่แพ้ก็ชนะ ชนะก็ดีไป แต่ถ้าแพ้ใครรับผิดชอบครับ หรือแพ้ก็ไม่เป็นไรเพราะเราจะสงวนสิทธิ์ต่อไปอีกหนึ่งรายการ
อืม
 
ความคิดเห็นที่ 25 +5 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณ อ. วีระ สมความคิด ที่ทำให้คนไทยตาสว่าง
ขอให้astv อยู่ข้างความถูกต้องและความดีต่อไป ฟรีทีวีคงหวังพึ่งยากครับ
pop
ความคิดเห็นที่ 24 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไม ท่านนายกฯหรือท่านทูตไม่ตั้ง ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง สุจริตกุล เป็นที่ปรึกษาในเรื่องนี้
คิดว่าถ้าตั้ง ท่านคงไม่ปฏิเสธ
ความคิดเห็นที่ 23 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าท่านทูตจริงใจจริงๆ ก็ออกมาพูดตรงๆว่า ทำไมกต.ถึงไม่ทำอะไร หรือถ้าทำอะไรไปแล้วจะเสียหายก็ออกมาพูดให้ประชาชนฟัง ถ้าไม่ออกมา ประชาชนจะเข้าใจว่าท่านปิดบังอะไรกันอยู่ เงียบๆเฉยๆ อย่างเดียวไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมาหรอก
ขอบอก
ความคิดเห็นที่ 22 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมืองไทยมักเป็นเช่นนี้แหละ ขนาดนักโบราณคดีจากกรมศิลป์ เจอหลักฐานสำคัญที่บอกได้ว่า พระวิหารเป็นของเขมรสูงฝั่งไทย (คนเขมรศรีสะเกษ) นักข่าวผู้จัดการยังไม่กล้าออกข่าวเลย จะให้ไปหวังอะไรกับนายกมาร์ค กับคุณกษิต ปัญหามันอยู่ที่จิตสำนึกที่อิงกับเรื่องผลประโยชน์
(จงปลงลงด้วยความคับแค้น)
archeo_chotiwat@hotmail.com
ความคิดเห็นที่ 21 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะมีบ้างไหมหนอ ทหารที่กล้าขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาดาหน้าออกไปรักษาอธิปไตยของประเทศ ให้สมกับเป็นทหารของจอมทัพไทย
จรเข้หนุ่ม
ความคิดเห็นที่ 20 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณกษิตคุณมีอำนาจแล้วคุณลืมสิ่งที่คุณพูดแล้วเหรอ
พวกเรารอคุณตัดสินใจเพื่อชาติอยู่นะ
เสียความรู้สึก
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กษิตตายแล้ว
น่าจะภพภูมิเดียวกับนพเหล่
ประชาที่ปัด
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้านพเหล่น่าตัดหัว กษิต ภิรมย์ ก็น่าตัดหัวและเสียบประจานตั้งแต่ได้เป็นรัฐมนตรีไม่เคยได้ยินพูดเรื่องเขาพระวิหารอีกเลย น่าผิดหวังจริงๆ เคยคิดว่าเมื่อได้กษิตเป็นรมว.ต่างประเทศจะมีโอกาสเห็นธงชาติไทยโบกอยู่บนเขาพระวิหาร
p
 
ความคิดเห็นที่ 19 +8 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประเด็นตามที่ ศ.ดร.สมปอง กล่าว สิ่งที่ต้องดำเนินการ คือ
๑.ตามข้อสงวน ไทยสามารถยื่นเป็นคดีใหม่ในศาลโลกได้ว่าประสาทพระวิหารทั้งประสาทอยู่ในดินแดนไทย
๒.รัฐบาลต้องมีการดำเนินการเรื่องปักปันเขตแดนใหม่ กับกัมพูชาโดยสร้างแผนที่ที่ถูกต้องตามหลักการปักปันเขตแดนที่ยึดแนวสันปันน้ำ
๓.นำแผนที่ดังกล่าวไปต่อสู้คดีในศาลโลก

ปัญหาคือ ใจถึงหรือเปล่า
ศตตอ
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยครับ เอาเลยครับถ้าคิดว่าเราชนะเค้า แต่ที่แน่ๆคนที่เขียนบทความนี้ก็เป็นหนึ่งในทีมงานที่ทำให้เราแพ้คดีครับ
ไทยไม่เบียดเบียนใคร
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดร. สมปอง สู้เต็มที่แล้วครับ คดีนั้นเราแพ้เพราะฝรั่งเศสมันโกงแผนที่ แล้วประเทศเราตอนนั้น เทคโนโลยีทำแผนที่ มันห่วย คุณมาเที่ยวยุโรปสิ จะเห็นไอ้พวกยุโรป มันขี้โกง มันก็ลักขโมยของประเทศต่างๆมาทั้งนั้นแหละครับ
ศตตอ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนที่กษิต ภิรมย์ออกช่องเนชั่น วันที่ว่าฮุนเซนเป็นีกไอ้กุ๊ยก็พูดอย่างนี้แหละว่ายึดสันปันน้ำ และเขาพระวิหารเป็นของไทย แล้ววันนี้เป็นไงนอกจากไม่ทวงคืนเขาพระวิหารแล้ว ยังจะยกพื้นที่ทับซ้อนของไทยให้เขมรอีก ห่วยแตกจริงๆ
ยาม
 
ความคิดเห็นที่ 18 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทหารจะหลอกประชาชน และจะตะลบตะแลงเหมือนตัวตลก ท่านคือชายชาติทหารไม่ใช่
คนเล่นตลก คนทั้งบ้าทั้งเมืองเขารู้กันหมดแล้วว่า ประเทศไทยเสียดินแดน เสียอธิปไตยแล้ว
ชายชาติทหาร หรือชายกระโปรง
ความคิดเห็นที่ 17 +7 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คลิปเสียงเป็นภัยต่อความมั่นคง แสดงว่า กรณีเขาพระวิหารไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงหรือไร?
หรือเสียงคลิปเป็นภัยต่อความมั่นคงมากกว่า ย่อมแสดงว่า เรื่องส่วนตัวสำคัญกว่าเรื่องส่วนรวม
เกิดกับชาติ ต้องช่วยชาติ
ความคิดเห็นที่ 16 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รัฐบาล ผู้เกี่ยวข้อง และทหาร ต้องรับผิดชอบการสูญเสียอธิปไตยของ
ประเทศไทยคนไทยต้องไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยไม่ทำอะไร?
ผลประโยชน์ต้องมาก่อน ประชาชนทีหลัง
ความคิดเห็นที่ 15 +4 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ได้เวลาที่คนไทยจะต้องเอาดินแดน อธิปไตยของประเทศไทยคืนมา หมดเวลาสำหรับ
รัฐบาล ทหารและข้าราชการที่ไม่ทำหน้าที่ต้องถูกไล่ออกไปจากหน้าที่ความรับผิดชอบ
ยิ่งนานยิ่งแก้ยาก เพราะไม่คิดจะแก้
ความคิดเห็นที่ 14 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีทางไหนไหม ที่จะแก้ไขเอาดินแดนคืน ถ้ามีเราต้องช่วยกัน ถึงเราไม่มีอำนาจอะไร แต่เราเป็นเจ้าของประเทศ จะนิ่งดูดาย ดูประเทศไทยต้องเขียนแผนที่ใหม่ไม่ได้เด็ดขาด เรารู้ความจริงแล้ว ขอวิธีแก้ไขจะได้ช่วยกันได้ เป็นห่วงและรู้สึกเสียใจกับเรื่องนี้มาก
ริน
ความคิดเห็นที่ 13 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประชาชนไทยคนนึ่ง ที่บอกตรงๆกลุ้มใจกับเรื่องนี้มากไม่อยากอยู่ในยุคนี้เลย ยุคนี้ทำไมคนไทยที่รักชาติรักแผ่นดินจริงๆถึงไม่มีอำนาจ แล้วคนที่คิดว่าเป็นคนดีจะไปต่อสู้ให้ก็กลับเปลี่ยนไปซะอีกเลยยิ่งกลุ้มหนักกว่าเดิม ไม่น่าเลยคนไทย
สมสี
ความคิดเห็นที่ 12 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รัฐบาลก็มัวแต่ห่วงเก้าอี้ตัวเอง จนปล่อยให้ประเทศไทยต้องเสียอธิปไตย
และก็มัวแต่พูดเรื่องคลิปปลอมเสียง การชุมนุมเสื้อแดง จนไม่ต้องทำงาน
อย่าทำงานเรื่องคลิป จนลืมอธิปไตยของชาติ
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าแปลกใจ และขอให้ข้อสังเกตุ คือคนทรพีแผ่นดินเสื้อแดง และนช แม้วนั้น
ไม่ได้พูดถึงกรณีเขาพระวิหารหรือเอามาประเด็นโจมตีรัฐบาลนั้น ย่อมแสดงว่า
คนทรพีแผ่นดินเสื้อแดง และ นช แม้ว เกรงกลัวจะไปกระทบผลประโยชน์ของ
ตัวเองและเป็นการยืนยันว่า ไม่ได้มีความรักชาติ รักแผ่นดินจริงตามที่ได้พูดไว้
ไม่มีอะไร? ที่รวยเร็ว โคตรรวย เท่ากับการขายชาติตัวเอง
ความคิดเห็นที่ 10 +2 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เพราะเหตุใดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ พล อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล ต อ พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
ไม่เคยถูกคนทรพีแผ่นดินเสื้อแดง หรือ นช แม้ว โจมตี หรือว่ากล่าวในทุกกรณี นั่นย่อมแสดงว่า
คนทั้งสามนี้ น่าจะได้มีอะไรแอบแฝงเกี่ยวกับผลประโยชน์กับคนโคตรโกง นช แม้ว อย่างแน่นอน
คนเหล่านี้ คือกลุ่มคนช่วยกันขายชาติ
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อพิจารณาแล้วประเด็นนี้น่าจะเกิดจากการทำงานในส่วนของฝ่ายบริหารมีปัญหา ทำให้การสั่งงานให้ จนท. ที่มีหน้าที่รับผิดชอบฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำงานไม่เต็มที่ หรืออาจมีการละเว้น หรือย่อหย่อนต่อการปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่มองที่ผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่

การที่ ปชช. มือเปล่าจะขับไล่ทหาร กพช. ซึ่งมีอาวุธก็คงไม่เหมาะสม สิ่งที่ ปชช. น่าจะทำได้ในตอนนี้ คือ ปชช. น่าจะใช้วิธีตั้งคณะทำงานมาศึกษาและหาข้อมูลว่ามีผู้มีหน้าที่ระดับต่างๆ ระดับใด คนใดบ้างที่น่าจะเข้าข่ายบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แล้วส่งเรื่องขึ้นฟ้องต่อศาลเพื่อนำคนผิดมาลงโทษและให้มีการเปลี่ยนตัวผู้ที่เกี่ยวข้องให้ได้คนที่มุ่งมันทำงานอย่างถูกต้องตามแนวทางที่ควรจะเป็นเพื่อประโยชน์ชาติ ซึ่งจะเป็นการใช้อำนาจตุลาการมาคานอำนาจและกระตุ้นเตือนการทำงานของฝ่ายบริหารให้เป็นไปในทางที่ถูกที่ควรมากขึ้น
สุรธรรม
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีใครใจสู้ที่จะลุกขึ้นมารักษาผืนแผ่นดินหรือไม่เนี่ย

สังเวชจริงๆ เรียนมามาก แต่ไม่รู้หน้าที่ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง?
มีแต่ภาคประชาชนต้องรวมตัวกันตรวจสอบ

ลูกหลานพระยาละแวกได้เกิดเป็นใหญ่ในแผ่นดินไทย ก็ยังคงนิสัยลูกหลานพระยาละแวกแฮะ
สงสารประเทศไทย
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บริจาคร่วมกันคนละ 10 บาท แสดงพลังทั่วประเทศให้ชาวโลกและเขมร เห็นถึงความสามัคคีของพลังประชาชนชาวไทย ให้ สิบบาทของทุกคนไทย ร่วมใจแสดงพลังให้เป็นที่ประจักษ์ของทุกคน ว่าเราคนไทยยินดีร่วมบริจาคเพื่อให้รัฐใช้เป็นที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของเราปวงชนชาวไทย และ อนุชนรุ่นหลังของเรา สู้ๆ
ตื่นเถิดชาวไทย
ความคิดเห็นที่ 6 +4 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ด้วยความรู้อันจำกัดทางด้านกฎหมายระหว่างประเทศของผม แต่อยากแสดงความเห็นบ้าง

ประเด็นที่ 1. "อำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
โดยที่คำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศไม่มีมาตรการบังคับคดี จึงสุดแต่ความสมัครใจของคู่คดีที่จะพิจารณาดำเนินการ หากคู่กรณีไม่เห็นด้วยและไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลฯ ก็ไม่มีอำนาจดำเนินการบังคับคดีแต่ประการใด
ฉะนั้น ถึงแม้คำพิพากษาของศาลฯจะถึงที่สุด แต่ก็มิได้หมายความว่าจะมีผลในการระงับกรณีพิพาท หากคู่กรณีโต้แย้ง คัดค้านและไม่ยอมรับคำพิพากษาเพราะเห็นว่าไม่เป็นธรรม กรณีพิพาทนั้นๆก็ยังคงมีอยู่ต่อไปจนกว่าจะได้รับการพิจารณาใหม่หรือจนกว่าจะระงับไปโดยสันติวิธีอื่นๆ อาทิ โดยการเจรจา การประชุมปรึกษาหารือ หรือตั้งคณะกรรมการสอบสวน ไกล่เกลี่ย กรรมการประนอม หรืออนุญาโตตุลาการ ฯลฯ ตามข้อ ๓๓ แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ"
ประเด็นนี้ ผมเข้าใจว่าไทยเราสามารถใช้กำลังได้ แต่ที่ไม่ใช้เพราะเราเป็นประเทศที่เคารพในคำตัดสิน แต่หากจะใช้กำลังจริงๆก็คงถูกกดดันบ้างเล็กน้อย เพราะศาลโลกมีแต่อำนาจตัดสินชี้ขาดไม่มีอำนาจบังคับ การบังคับจะเกิดก็จาก สหประชาชาติ ผมเองเชื่อโดยสุจริตว่าหากเราผลักดันเขมร ออกไปโดยยึดหลักตรึงกำลังที่บรรไดนาคเหมือนเดิม (เหมือนในปี 2505) สหประชาชาติก็คงไม่กดดันเรามากเป็นแน่

ประเด็นที่ 2. การตัดสินสมัยปี 2505 คะแนน 9 ต่อ 3 และสามารถแย้งได้
กระทรวงต่างประเทศแทนที่จะตั้งธงยอมแพ้อย่างเดียวว่าเสียเปรียบ ทำไมถึงไม่ฮึดสู้อีกครั้ง ตั้งทีมศึกษาคำพิพากษาศาลโลกปี 2505 แล้วหาข้อโต้แย้ง โดยเฉพาะ คำพิพากษาของ 3 เสียงข้างน้อย (อยากให้เอาคำพิพากษาทั้งหมดมาแปลแล้วเอามาลงให้ประชาชนอ่าน) ผมเข้าใจว่าถ้าตามสนธิสัญญาไทย - ฝรั่งเศส ตามหลักสันปันน้ำที่กำหนดไว้ในสนธิสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ (พศ 2249 ) ถ้าเอาตามนี้จริง ตัวปราสาทเองก้ต้องเป็นของไทย
***ดังนั้นทำไมเราไม่สู้ประเด็นนี้ครับ ****ตั้งทีมหาหลักฐาน หากจะต้องจ้าง พวก มืออาชีพต่างชาติก็ต้องทำ เงินไม่พอก็ต้องตั้งกองทุนทวงคืนแผ่นดินไทยขอบริจาคจากประชาชนเลย

ผมไม่อยากให้คนในกระทรวงต่างประเทศ(ซึ่งหลายคนมีนามสกุลที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่มีชื่อเสียงทั้งนั้น)ต้องยอมแพ้แต่ในมุ้ง อยากให้สู้ยืนหยัดทำให้ดีที่สุด
ประชาชนไทยธรรมดาอย่างผมพร้อมที่จะเป็นแรงสนับสนุนหากจะมีการต่อสู้ไม่ว่าจะกฎหมายหรือกำลังขอเพียงพวกคุณ ซึ่งเป็นข้าราชการเป็นกำลังผลักดันหลัก จงลุกขึ้นมาสู้อย่างจริงจัง ไม่ใช่กลัวแพ้ตั้งแต่ยังไม่คิดสู้.....
ส่วนพวกนักการเมือง พรรคการเมือง ขอเถอะชูเรื่องนี้เป็น วาระแห่งชาติได้ไหม (ฝากไปถึงพรรคการเมืองใหม่ด้วยครับ ตั้งข้อนี้เป็นนโยบายหลักของพรรคเลย) เพราะถึงตอนนี้มันไม่มีเวลาจะเสียอีกแล้ว หากปล่อยเวลาไปอีกยิ่งไม่เป็นผลดี
เฒ่าทาล้อ
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แก้ไข
สนธิสัญญาไทย -ฝรั่งเศส ที่ยึดหลักสันปันน้ำ ปี ค.ศ. 1905 (พ.ศ. 2451) --- คดีเข้าศาลโลก พ.ศ. 2502-2505

เพิ่มเติม
อย่างที่แสดงความเห็นไว้แล้วว่า ศาลโลกมีอำนาจชีขาดแต่ไม่มีอำนาจบังคับ สมัยปี 2505 หลังจากตัดสินเราจึงแค่ให้ เขมรได้ตัวปราสาท แต่ไม่ได้ให้พื้นที่ ... ข้อนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะผลักดัน เขมรออกจากพื้นที่ที่รุกล้ำมาออกไปอย่างชอบธรรมโดยที่ สหประชาชาติเองมากดดันไม่ได้เพราะตลอดมาตั้งแต่ พศ 2505 สหประชาชาติก้ไม่ได้กดดันอะไร
เฒ่าทาล้อ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประเด็นที่คุณคิดเรื่องการต่อสู้กลับอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิดแต่ก็อาจจะ็ไม่ได้ยากเกินไปถ้าไทยเราคิดกันจริงๆจังๆ

แต่ทั้งหมดทั้งสิ้นที่ไทยเรากำลังประสบคือ คนไทยใจเขมรที่ได้ผลประโยชน์จากเขมรน่ะสิครับ มันทำให้ยุ่ง
888
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถามว่าทำไมไม่สู้ต่อ ตอบได้ง่ายมากครับว่าถ้าเสียเปรียบไม่มีนักการฑูตคนไหนอยากจะไปสู้กันที่ศาล พูดง่ายครับว่าทำไมไม่ไปดูข้อโต้แย้งของเสียงส่วนน้อย ผมว่าตรรกะนี้มีปัญหาครับและไม่แปลกใจว่าทำไมเราถึงแพ้คดี จะไปอ้างมันอีกทำไมล่ะครับในเมื่อข้อโต้แย้งเหล่านั้นมีนำ้หนักน้อยพิสูจน์แล้วจากผลการลงมติ9:3เสียงครับ ถ้าจะสู้ใหม่ต้องมีหลักฐานใหม่ที่มีนำ้หนักมากพอครับ
ตอบให้ครับ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าอย่างที่คุณว่า ประเทศไทยได้แต่รอว่าเขมรจะได้ดินแดนของเราเมื่อไหร่จะช้าหรือเร็วเท่านั้นหรือครับ ได้แต่ประวิงเวลาไปเรื่อยๆหรือ ถ้าจะรบ พวกนักค้าG8 ต้องอยู่ข้างเราใช่มั๊ย
คุณว่าอย่างไร
 
ความคิดเห็นที่ 5 +5 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ว่าไปบุคคลที่ประวัตสาสตร์เขียนให้เป้นจอมเผด็จการอย่างสฤษ ธนะรัชต์ ผมว่ายังมีความรักความหวงแหนในชาติมากกว่าพวกอ้างตัวว่าเป้นประชาธิไปไตยสมัยนี้
สมัยก่อนเราแพ้ศาลโลก ผู้นำประเทศที่ถูกขนานนามว่าเผด็จการยังถึงกับต้องหลังน้ำตา

แต่สมัยนี้ เขมรรุกคืบเข้ามาสร้างอาณาจักรของเขาบนผืนแผ่นดินไทย ผู้นำประชาะไปไตยกลับนิ่งเฉย กี่คนแล้วทั้งแม้วทั้งมาร์ค
เบื่อ
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ท่านอดีตผู้นำไทยต้องแบกเอาไว้แม้มันจะเป็นเพียงแค่ทีดินเล็กน้อยแต่มันมีความหมายยิ่งใหญ่นัก ต่างกับผู้นำทหารของเราในปัจจุบันมาก ที่พูดได้แค่ ยังไม่ได้รับรายงาน หรือว่าไม่มีความเห็น ภาวะผู้นำต่างกันอย่างมาก ความรักชาติแทบหาไม่ได้เลย เสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ท่านมาอยู่ในจุดสูงสุดของการบริหารกองทัพไทย
คนไทย
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยอย่างเเรง
boyam
 
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คำปราศรัยของ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ ผู้นำสูงสุดทางทหาร ของไทยในอดีตนั้น กินใจเป็นอย่างมากอ่านแล้วน้ำตาจะไหล และรับรู้ถึงความยากลำบากที่ท่านอดีตผู้นำไทยต้องแบกเอาไว้แม้มันจะเป็นเพียงแค่ทีดินเล็กน้อยแต่มันมีความหมายยิ่งใหญ่นัก ต่างกับผู้นำทหารของเราในปัจจุบันมาก ที่พูดได้แค่ ยังไม่ได้รับรายงาน หรือว่าไม่มีความเห็น ภาวะผู้นำต่างกันอย่างมาก ความรักชาติแทบหาไม่ได้เลย เสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ท่านมาอยู่ในจุดสูงสุดของการบริหารกองทัพไทย
คนไทย
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยบางส่วน ขณะเดียวกันก็เห็นใจรัฐบาล เวลาผ่านไป 47 ปี การสื่อสารก็เปลี่ยน การเมืองในประเทศ และการเมืองระหว่างประเทศก็เปลี่ยน จะเห็นว่าปัญหาเริ่มเกิด เมื่อทักษิณเริ่มมาบริหารประเทศ มั่นใจว่ามีการยื่นข้อเสนอเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนร้อยเปอร์เซ็นต์ คนตระกูลชินวัตรเองก็ไปดองกับทางเขมรแล้ว ขณะเดียวกันเมื่อเสถียรภาพภายในของรัฐบาลนี้ไม่แข็งแกร่ง การสร้างศัตรูทั้งในและนอกแผ่นดินย่อมไม่ใช่ผลดีต่อประเทศ แต่แนวทางทางการทูตต้องไปต่อ ดูจอร์จ บุชตัวอย่างปธน.ของอเมริกา แสดงอำนาจล้นฟ้า ตอนนี้อเมริกากลายเป็นประเทศน่ารังเกียจคงยากกลับมาเป็นเหมือนเดิม การเมืองโลกเองอาจต้านภาวะวิกฤติได้อีกไม่กี่ปี ผลกระทบสาหัสกว่าที่คาดไว้มาก ส่วนวิกฤติชายแดนกับกัมพูชาไม่มีทางจบได้ในระยะสั้น มั่นใจว่าคุณอภิสิทธิ์ไม่มีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน และมีความระวัดระวังในเรื่องกฏหมาย แต่เธอไม่ใช่ผู้นำเผด็จการ การสื่อสารไม่ใช่การรวบยอด วิกฤติครั้งนี้จะต้องได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง เพื่อใช้เป็นทิศทางที่ถูกต้องให้คนรุ่นหลัง
เจง
 
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แจ่มแจ้งแดงแจ๋ เรากำลังจะเสียดินแดนแล้ว พี่น้องเอ๊ย
แย่แว้ว!!!!
ความคิดเห็นที่ 1 +55 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณอภิสิทธิ์และคุณกษิต กรุณาอ่านให้ละเอียดและกรุณาดำเนินการอย่างรวดเร็วด้วย
ขอขอบคุณมาล่วงหน้า
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ว่างอ่ะ กาลังตามหาสุเทพ ขอเลื่อนไปก่อนนะ
อภิจิด
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
 
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ThaidayEvent | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2010