เมืองไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

โดย ชัยอนันต์ สมุทวณิช   
23 พฤษภาคม 2553 09:55 น.
        เหตุการณ์เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว บอกอะไรเราหลายอย่าง ตั้งแต่ลักษณะนิสัยของคนจำนวนหนึ่งไปจนถึงปัญหาของระบอบประชาธิปไตย
       
       สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธเป็นเพียงข้ออ้าง และเครื่องมือของการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่รุนแรง เพราะขบวนการที่กระทำการครั้งนี้ใช้วิธีการหลายๆ ด้านควบคู่กันไปคือ
       
       1. การชุมนุมอย่างสงบ และมีการปลุกระดมมวลชน
       
       2. การจัดตั้งหน่วยจลาจลที่ไม่ติดอาวุธสงคราม แต่มีอาวุธที่ไม่ร้ายแรง
       
       3. กองกำลังติดอาวุธร้ายแรงที่มีความชำนาญทางการรบ
       
       4. พรรคการเมือง
       
       5. เครือข่ายต่างประเทศ
       
       ดังนั้น การชุมนุมจึงเป็นเพียงเสี้ยวเดียวของขบวนการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ หน่วยจลาจลไม่มีอาวุธสงคราม ประกอบด้วยอันธพาล นักเลง ผู้ติดยาเสพติด ส่วนหน่วยติดอาวุธมีกำลังของต่างชาติ คือ พม่า และเขมรเข้าร่วมด้วย
       
       แม้ทักษิณจะยังไม่ถึงกับตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น แต่การดำเนินงานครั้งนี้ ย่อมถือได้ว่าเป็นการเปิดฉากสงครามกลางเมืองกับรัฐ และรัฐบาลโดยตรง และได้แสดงถึงศักยภาพ ทั้งทางด้านการเงิน กำลังคน และพันธมิตรพรรคพวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัด
       
       สงครามกลางเมืองระหว่างคนไทยด้วยกันเอง ทำให้รัฐและรัฐบาลมีข้อจำกัดในการดำเนินการปราบปราม รัฐบาลต้องใช้ความอดกลั้น และระมัดระวังในการเข้าสลายการชุมนุม แต่การชุมนุมที่ราชประสงค์ ก็มิใช่เป้าหมายที่แท้จริง เพราะได้มีการกระจายกำลังผู้ชุมนุมไปยังสถานที่ต่างๆ โดยรอบ ราชประสงค์ไม่ใช่หัวใจสำคัญของการเคลื่อนไหว แต่เป็นเพียงกลลวงเท่านั้น
       
       ตำรวจและทหารไทยไม่ได้รับการฝึกให้ต่อสู้กับสงครามในเมือง ประสบการณ์ในการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เป็นไปในชนบทนอกเมือง แต่สงครามครั้งนี้เกิดในเขตเมืองหลวง และเขตเทศบาลของเมืองใหม่ ดังนั้นทหารจึงมีข้อจำกัดอย่างมากในการเข้าควบคุมพื้นที่
       
       พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ต่อไปประเทศไทยจะพบกับ “สงครามกองโจร” ซึ่งเป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธสงคราม การก่อการร้าย และน่าจะรวมถึงการลอบสังหารบุคคลสำคัญด้วย แต่หากไม่มีการชุมนุมใหญ่ รัฐบาลก็คงจะจัดการกับการก่อการร้ายหรือการจรยุทธ์ในเมืองได้สะดวกหน่อย และโอกาสที่จะมีเหตุร้ายแรงเหมือนอย่างการวางเพลิง 30 กว่าจุดน่าจะเกิดขึ้นได้ยาก และคงไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นทุกวัน และทั้งวันทั้งคืนเหมือนอย่างในคืนวันที่ 19 พฤษภาคม
       
       การทำสงครามจรยุทธ์จะเกิดขึ้นได้ยาก หากชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถรวมตัวป้องกันชุมชนของตนเองได้ แต่มีชุมชนบางชุมชนที่คนในชุมชนเป็นผู้ร่วมก่อเหตุเสียเอง ในเหตุการณ์วันที่ 19 พฤษภาคม เด็กเร่ร่อนติดยาที่อยู่ในบางชุมชนได้ก่อเหตุปล้นสะดม และเผาอาคารหลายแห่ง
       
       ต่อไปรัฐบาลจะต้องจัดตั้งหน่วยชุมชนอาสาให้ร่วมมือกับตำรวจและทหารมากขึ้น อีกทั้งอาศัยเป็นแหล่งข่าวให้แก่ทางการด้วย
       
       การมีกองกำลังติดอาวุธ จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก ทั้งในการซื้ออาวุธ และการว่าจ้าง เหตุการณ์ครั้งที่แล้วมีการใช้เงินจำนวนมหาศาล กว่ารัฐบาลจะดำเนินการอายัดเงิน และควบคุมการใช้เงินของผู้สนับสนุนการชุมนุมก็สายไปแล้ว
       
       ความขัดแย้งในสังคมไทยถึงขั้นเกิดความรุนแรงมีลักษณะแตกต่างไปจากความขัดแย้งในสังคมอื่น ในแอฟริกาเป็นความขัดแย้งระหว่างชนเผ่า ระหว่างผิว ในศรีลังกาเป็นเรื่องของเชื้อชาติ ในบางประเทศเป็นเรื่องของชนกลุ่มน้อย และภาษา
       
       สถานการณ์ในสังคมไทยมีความซับซ้อนมากกว่านั้น เพราะกลไกของรัฐบางส่วนได้สนับสนุนขบวนการก่อการร้ายด้วย แม้จะไม่เป็นไปอย่างเปิดเผยก็เป็นไปในทางลับ และมีความเฉื่อยเนือยในการปฏิบัติงาน แม้ผู้แทนราษฎรเองก็ยังมีบทบาทสำคัญในการขนคนเป็นมาร่วม และบางกรณีก็มีการแสดงตัวอย่างเปิดเผยในการนำการประท้วงด้วย
       
       ความขัดแย้งครั้งนี้มีที่มาจากการถูกกระทบทางอำนาจ และผลประโยชน์ของคนคนเดียว ความมีเงินและการใช้เงินมีความสำคัญมาก และคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าผู้เข้าร่วมการชุมนุม และแกนนำได้รับค่าตอบแทนจากการเคลื่อนไหวครั้งนี้ รวมทั้งการให้สัญญาเป็นการให้ความหวังอีกว่า หากชนะผู้มีบัตร และยืนหยัดต่อสู้จะได้ค่าตอบแทนครอบครัวละสองแสนบาท
       
       นักวิชาการควรศึกษาเหตุการณ์ครั้งนี้ ในแง่พฤติกรรมของฝูงชนที่มีความรุนแรง และความก้าวร้าว คนจำนวนหนึ่งมีบุคลิกภาพที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนมาก่อนหน้านี้แล้ว และเป็นผู้ผิดหวัง ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต อาชีพการงาน มีความเกลียดชังสังคม มีความก้าวร้าวอยู่แล้ว คนเหล่านี้มีการแสดงออกอย่างไร้มนุษยธรรมแม้กับคนเจ็บป่วย
       
       ความหวังที่จะให้สังคมเรามีความสงบสุขเช่นเดียวหมดไปแล้ว เพราะบาดแผล และเชื้อของความเกลียดชังได้แผ่ขยายเป็นวงกว้างไปทั่วทุกหย่อมหญ้า แม้จะไม่มีทักษิณ ความรู้สึกเคียดแค้น และความต้องการความรุนแรงก็ยังจะมีต่อไป
       
       เคยมีคนยกตัวอย่างการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาเปรียบเทียบกันว่า ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจ แต่ครั้งนี้คนเสื้อแดงได้สร้างความเสียหายอย่างรอบด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม
       
       เราต้องชมเชยนายกรัฐมนตรีที่มีความอดทน อดกลั้น และมีดุลพินิจในการตัดสินใจอย่างระมัดระวังรอบคอบ แม้จะมีการสูญเสียแต่ก็น้อยมาก รัฐบาลได้ใช้มาตรการที่เป็นการป้องกันมากกว่าการรุก การสูญเสียจึงมีไม่มากนัก
       
       ความหนักใจก็คือ หลังเหตุการณ์นี้รัฐบาลจะ “ปรองดอง” อย่างไร ข้อเรียกร้องในการเปิดสื่อของคนเสื้อแดง และการให้วิทยุชุมชนดำเนินการอย่างอิสรเสรี ควรได้รับการทบทวน การจำกัดความเคลื่อนไหวของกลุ่มฮาร์ดคอร์จะต้องมีตลอดเวลา และข้ออ้างว่า ชุมนุมโดยปราศจากอาวุธก็จะต้องดูการดำเนินการอย่างเป็นคู่ขนานที่มีความรุนแรงควบคู่ไปด้วย

จำนวนคนโหวต 108 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2016