หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | Live-Lite
 

งานงอกเงย เงินงดงาม อาชีพในฝันหนุ่มสาวยุคนี้

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 31 ตุลาคม 2553 18:33 น.

งานงอกเงย เงินงดงาม อาชีพในฝันหนุ่มสาวยุคนี้

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
งานงอกเงย เงินงดงาม อาชีพในฝันหนุ่มสาวยุคนี้

งานงอกเงย เงินงดงาม อาชีพในฝันหนุ่มสาวยุคนี้

มีการจัดอันดับรายได้ของอาชีพต่างๆ เป็นประจำทุกปีจากหน่วยงานต่างๆ และอาชีพที่มีรายได้สูงๆ ก็มักจะเป็นอาชีพที่ข้องเกี่ยวกับภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
       
       ถ้าใครกำลังคิดว่า ก็แค่ตัวเลขรายได้ของมนุษย์เงินเดือน คงต้องปรับความเข้าใจเสียใหม่ เพราะตัวเลขพวกนี้บ่งบอกอะไรหลายอย่างๆ ตั้งแต่ช่องว่างด้านรายได้ ไปจนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศว่ามีหน้าตายอย่างไรกันเลยทีเดียว
       
       ตัวเลขบอกอะไร?
       
       เมื่อเร็วๆ นี้ ทาง สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ทำการสำรวจค่าจ้างและสวัสดิการประจำปี 2553/2554 โดยพบว่า ผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับค่าจ้างสูงสุด 5 อันดับแรกคือ กลุ่มงานบัญชี, กลุ่มงานการตลาดและการขาย, กลุ่มงานวิศวกรรม, กลุ่มงานการผลิต และกลุ่มงานกฎหมาย
       
       เมื่อสังเกตจะพบว่า อาชีพทั้ง 5 กลุ่มงานเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศทั้งสิ้น พงษ์เดช ศรีวชิรประดิษฐ์ รองประธานสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บอกว่า
       
       “เรากำลังจะหาโพซิชันนิ่งของประเทศว่า ประเทศเราอยู่ในระดับไหน และในอุตสาหกรรมที่ต่างกัน มีการจ้างงานยังไง และมองจากข้างนอกเข้าไปข้างในจะเห็นว่า ประเทศไทยอยู่ในระดับการจ้างระดับไหน
       
       “ตอนนี้ประเทศไทยเริ่มมีทิศทางในการพัฒนาเศรษฐกิจที่คล้ายประเทศอื่นๆ คือในประเทศที่กำลังพัฒนาจะมีการจ้างงานในระดับกลาง มีอาชีพหลากหลายมาก ไม่มีอะไรเด่น แต่ในอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น เราจะเห็นว่าอาชีพทนายความหรือพนักงานบัญชีค่าจ้างแพงมาก นั่นเพราะเขาต้องการความเป็นสเปเชียลลิสต์ของคนเหล่านี้ ซึ่ง 5 กลุ่มงานนี้จะเป็นขาหลักๆ ขององค์กร เมื่อมองทั้งประเทศ ถ้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีรายได้สูงสุด แสดงว่าประเทศนั้นเริ่มถูกพัฒนาไปในแนวทางที่อาจจะเรียกได้ว่า ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นประเทศที่พัฒนา”
       
       อย่างไรก็ตาม พงษ์เดชเน้นย้ำ ในความเป็นจริงคงมองแค่ปัจจัยเดียวไม่ได้ แต่หากจับเฉพาะการบริหารงานของเอกชน เขาถือว่าเป็นทิศทางที่ตรงกับกระแสในการพัฒนาประเทศแล้ว
       
       ส่วนในระดับที่เกี่ยวข้องกับคนทำงาน ตัวเลขรายได้นี้ยังทำการสำรวจคนทำงานในระดับปฏิบัติการที่ยังไม่มีประสบการณ์ด้วย เพื่อเปรียบเทียบช่วงห่างของรายได้ เพราะหากองค์กรใดที่มีช่องว่างของรายได้ต่างกันมาก ย่อมไม่ส่งผลดีต่อความยั่งยืนขององค์กร
       
       เมื่ออาชีพเหล่านี้มีรายได้ดีก็ยิ่งทำให้มีผู้สนใจเรียนมากขึ้น ดังที่ช่วงหนึ่งกระแสการเรียนนิเทศศาสตร์เคยเป็นคณะตัวเลือกอันดับ 1 แล้วก็ค่อยๆ ลดความนิยมลง
       
       ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์ ที่ปรึกษาศูนย์พัฒนาแรงงานและการจัดการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า โอกาสที่งานไหนจะเป็นที่นิยมไม่ได้สัมพันธ์กับโลกตะวันตกโดยตรง เพราะอัตราการขยายตัวในเมืองไทยถือว่าสูงกว่าประเทศยุโรปหรืออเมริกามาก เนื่องจากขยายมาจนถึงช่วงอิ่มตัวแล้ว
       
       “เทรนด์อาชีพแบบนี้จะอยู่ในประเทศที่กำลังขยายตัวมากกว่า เช่น จีน ทุกวันนี้คนเวียดนามอยากเรียนเอ็มบีเอมีมาก ซึ่งพอมาเทียบกับไทยก่อนปี 2540 ก็เป็นมนุษย์ทองคำ แต่พอกระแสมันเปลี่ยนความต้องการทางเศรษฐกิจมันเปลี่ยน ตอนนี้คนที่ว่างงานมากที่สุดก็คือคนจบเอ็มบีเอกับนิเทศศาสตร์ หรือทุกวันนี้ลองถามดูก็ได้ว่ามีกี่คนที่อยากเป็นข้าราชการ อยากเป็นทหาร ผมว่าน้อย เว้นแต่คนที่เลือกไม่ได้เพราะจน อยากเรียนทหารเพราะได้ทุน”
       
       หากถามว่า เมื่อ 5 กลุ่มอาชีพข้างต้นเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ แล้วเราผลิตบุคลากรด้านนี้ออกมาได้เพียงพอหรือไม่ คำตอบคือ พอ ในเชิงปริมาณ แต่ว่า
       
       “ในมิติคุณภาพนั้น ไม่พอ เหตุผลก็คือว่าถ้าเราต้องการเปลี่ยนเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เราปฏิเสธเรื่องภาษาไม่ได้ ถามว่ามีนักกฎหมายกี่คนที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เท่าๆ กับภาษาไทย มันสะท้อนว่าคุณภาพของคนยังไม่เพียงพอ แล้วในปี 2015 (พ.ศ.2558) จะมีการเปิดเสรีภายในประเทศอาเซียนทั้งหมดแล้ว เราก็ต้องสามารถทำงานรองรับทั้งคนไทยและคนต่างชาติด้วย” พงษ์เดช อธิบาย
       
       เงินไม่ใช่เรื่องสำคัญเรื่องเดียว
       
       อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบางอาชีพจะมีรายได้ดี แต่ความนิยมหรือการเลือกอาชีพของคนหนุ่มสาวก็ไม่ได้ใช้ปัจจัยทางเศรษฐกิจอย่างเดียวเป็นตัววัด แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นความชอบ ทัศนคติ สังคม ฯลฯ
       
       ในยุคที่ทัศนคติของวัยรุ่นเปลี่ยนไป โดยหันมาให้ความสำคัญกับการแสดงตัวตน ความคิด และการสร้างพื้นที่ของตนขึ้น บวกกับกระแสเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่กำลังมาแรง จึงไม่ได้หมายความว่าอาชีพทั้ง 5 กลุ่มข้างต้นจะเป็นที่หมายปองเสมอไปในหมู่วัยรุ่น
       
       พีส-พิสุตา บุญกิตติวัฒนา นักศึกษาคณะมัณฑนศิลป์ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นนักศึกษาคนหนึ่งที่ไม่ได้ใช้เกณฑ์เรื่องรายได้มาเป็นตัววัดว่าจะเข้าคณะอะไร เพราะเธอคิดว่าเลือกที่ชอบไว้ก่อนจะดีกว่า
       
       “เรื่องรายได้ตอนนั้นไม่ได้คิดเลยค่ะ เพื่อนพีสก็เหมือนกัน ทุกคนเลือกเรียนอะไรที่ตัวเองชอบไว้ก่อน จบออกมาแล้วไปทำอะไรก็ค่อยคิดอีกที แล้วคณะที่พีสเรียน พอจบมาก็ทำงานได้หลายอย่างมาก จะเป็นคนทำมิวสิกวิดีโอ ช่างภาพ หรือทำงานนิตยสารก็ได้ ซึ่งรายได้มันก็ต่างกันไป แล้วแต่จะเลือก จะบอกว่ารายได้ดีหรือรายได้น้อยมันก็วัดไม่ได้อีก”
       
       หรือแม้แต่ อาจารี งามวงศ์วาน นักศึกษาปริญญาโท วัย 24 ปี จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในคนที่อยู่ในสาขาอาชีพ 5 อันดับรายได้งามก็บอกว่า ตอนที่เลือกเรียนไม่ได้คิดว่ารายได้ดีหรือไม่ดี เลือกเพราะอยากจะเป็นผู้พิพากษามากกว่า
       
       “คิดว่าคนส่วนใหญ่ที่เลือกเรียนนิติศาสตร์เพราะอยากจะทำงานเป็นผู้พิพากษาค่ะ เราก็หนึ่งในนั้น ซึ่งคนที่จะเงินเดือนสูงมากขนาดติดอันดับคงต้องเป็นอีกสาขาหนึ่ง คือทำงานในบริษัทกฎหมายของเอกชน เคยได้ยินว่าคดีหนึ่งบางครั้งได้เป็นสิบล้านเลยนะคะ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับฝีมือ ประสบการณ์และชื่อเสียง
       
       “แต่ที่อยากจะเป็นผู้พิพากษาเพราะว่ามีความมั่นคงกว่า ถ้าเราทำงานตรงนี้ เราก็เป็นข้าราชการ ตั้งใจทำงานไป สามปีห้าปีเงินเดือนก็ปรับขึ้นตามขั้นตอน เราไม่ต้องกังวลว่าจะมีคดีหรือไม่มีคดี แต่โอกาสได้เข้าไปทำงานมันก็น้อย ต้องแข่งขันกัน บางปีที่เปิดรับ คนสมัครเป็นหมื่นๆ คน รับแค่ร้อยกว่าคน แต่เราก็พร้อมสู้ค่ะ เพราะอยากเลือกความมั่นคงให้ชีวิตมากกว่า”
       
       อีกมุมหนึ่ง ต่อให้ประเทศพัฒนาไปแค่ไหน อาชีพอื่นๆ ไม่ว่าจะสาขาที่มีรายได้ต่ำสุดอย่าง คหกรรม หรืออื่นๆ อย่างงานรับจ้าง เกษตรกร ศิลปิน ก็ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ละเลยไม่ได้ เพราะเอาเข้าจริงๆ แนวโน้มอาชีพยอดฮิตในประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่มีพลวัตตลอด (ดูล้อมกรอบ) เราเองก็จำเป็นต้องหาจุดสมดุลให้ได้เช่นกัน
       
       *************
       
       เทรนด์อาชีพในสหรัฐฯ ที่กำลังเปลี่ยนไป
       
       ขณะที่อาชีพยอดฮิตในประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยมีทิศทางแบบนี้ ทิศทางอาชีพในสหรัฐฯ ที่เคยฮิตกลับมีแนวโน้มย่ำแย่ลง จากเว็บไซต์ของ cnbc.com ได้ทำสกู๊ปข่าวไว้ดังนี้
       
       1.ผู้สื่อข่าว
       เชื่อหรือไม่ว่าปีนี้มีอัตราลดลงถึง 8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผลก็มาจากระบบอุตสาหกรรมที่หดตัวลง ทำให้งานของนักข่าวนั้นลดลงอย่างเหลือเชื่อ ประกอบธุรกิจโฆษณาที่อยู่ในช่วงดิ่งตัวมากที่สุด ทำให้บรรดาสปอนเซอร์ที่เคยสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของพวกเขาต่างต้องถอนตัวออกกันถ้วนหน้า นี่ยังไม่รวมไปถึงความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีที่โตขึ้นอย่างสุดขีด ส่งผลให้อะไรเก่าๆ อย่างกระดาษเริ่มหมดค่าไปโดยปริยาย จากเหตุผลทั้งหมดนี้จึงช่วยกันกระหน่ำให้อาชีพผู้สื่อข่าวตกงานกันเพียบนั่นเอง
       
       2.นักขายประกันภัย
       เพราะความจำนนต่อระบบเทคโนโลยีล้วนๆ เลย สำหรับ (อดีต) อาชีพยอดฮิตนี้ เพราะคนยุคไอทีเดี๋ยวนี้เขาหันไปซื้อประกันภัยผ่านระบบออนไลน์กันหมดแล้ว เพราะนอกจากจะเข้าถึงได้ง่ายกว่า น่าเชื่อถือว่า และน่าปลอดภัย ยังไม่ต้องมาเจอลูกตื้ออันน่าเหนื่อยใจของบรรดานักขายเหล่านี้อีกต่างหาก เมื่อกระแสเช่นนี้ลุกลามมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดนักขายประกันก็กลายเป็นส่วนเกินของระบบที่เยอะเกินไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
       
       3.คนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
       ใครจะเชื่อว่า อาชีพนี้จะหดตัวได้ในยุคที่ไอทีครองโลก แน่นอนว่าไม่แปลกที่คนจะเชื่อเช่นนั้น เพราะ 10 ปีที่ผ่านมาอาชีพนี้ถือว่าเติบโตเร็วสุดๆ มีการผลิตซอฟท์แวร์ใหม่ๆ ออกมานับไม่ถ้วน แต่อย่างว่ามีขึ้นก็ย่อมมีลงเป็นธรรมดา เพราะว่ากันว่าในอีก 10 ปีต่อจากนี้ อาชีพนี้จะเริ่มหดตัวลงไปเรื่อยๆ ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมของคนยุคใหม่ที่มีความสามารถทางไอทีมากยิ่งขึ้น เพราะบางทีเพียงแค่รู้ภาษาไอทีนิดๆ หน่อยก็สามารถสร้างโปรแกรมย่อยไว้ใช้ได้แล้ว แถมยังมีการละเมิดลิขสิทธิ์อีกเพียบ โดยเฉพาะในท้องถิ่นต่างๆ ที่พยายามแปลเครื่องมือให้เป็นภาษาถิ่น จึงไม่ใช่เรื่องที่อาชีพที่เคยฮิตจะเลิกฮิตไปในที่สุด
       
       4.ผู้พิพากษา
       ปัจจัยสำคัญนั้นมาจากเรื่องงบประมาณเป็นหลัก เพราะทุกวันนี้เงินที่ศาลได้นั้นส่วนกลางได้ให้อำนาจท้องถิ่นเป็นคนจัดสรรให้ ซึ่งบางทีก็น้อยบ้าง มาสายบ้าง ที่สำคัญการไปศาลแต่ละทีต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก เพราะฉะนั้นคนจำนวนมากเลยเลือกใช้วิธีตั้งคณะอนุญาโตตุลาการเสียก่อน ผู้พิพากษาส่วนหนึ่งก็เริ่มว่างงาน และส่งผลต่อการหดตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้
       
       5.วิศวกรเคมี
       เหตุผลสำคัญมาจากการหดตัวของอุตสาหกรรมด้านผลิตภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ยางสังเคราะห์พลาสติกและปูนซิมนต์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตามสภาพทางเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป
       
       6.ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและโปรโมชัน
       ถือเป็นเรื่องปกติที่เวลาอุตสาหกรรมลดการขยายตัว งานด้านโฆษณาก็ย่อมลงไปด้วย โดยเฉพาะบริษัทที่ทำกิจการด้านนี้โดยตรง เพราะแนวโน้มในอนาคตบริษัทธุรกิจส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้คนในองค์กรเป็นคนทำงานด้านนี้มากขึ้น
       
       7.ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)
       นักบริหารมืออาชีพอาจจะถึงคราวตกงานแล้วล่ะสิคราวนี้ เนื่องมาจากทิศทางของอเมริกาในทศวรรษหน้าจะมีการควบรวมบริษัทมากขึ้น เพราะฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีผู้บริหารหลายๆ คนก็ได้ แน่นอนว่าคนที่จะอยู่รอดได้ ต้องเก่ง มีวิสัยทัศน์ กล้าตัดสินใจและสามารถบริหารกิจการให้รอดจากภาวะวิกฤต รวมไปถึงมีความรู้ทางภาษาที่หลากหลาย ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถประคองตำแหน่งเอาไว้ได้อย่างแน่นอน
       
       8.บรรณาธิการ
       นักข่าวตายมีหรือ บก. จะรอด แน่นอนว่าเหตุทั้งหมดเกิดจากการปรับตัวเข้าสู่กระแสเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างต่อเนื่องของแดนมะกัน ที่สำคัญคนจำนวนมากมักเสพสื่อในโลกอินเทอร์เน็ตเป็นสำคัญ ดังนั้น บรรณาธิการที่จะอยู่รอดได้ต้องมีความรู้ทางด้านไอทีอีกต่างหาก ไม่เพียงแค่นั้น สวัสดิการของอาชีพนี้ยังต่ำอีกด้วย เพราะอาชีพบรรณาธิการนั้นมีการย้ายงานบ่อยมาก ดังนั้น การทำสัญญาจึงไม่ได้ครอบคลุมไปถึงเรื่องนี้
       
       9.ผู้จัดการทั่วไป
       ปัจจัยหลักๆ คงเป็นเพราะอาชีพนี้มีขอบเขตงานที่ทับซ้อนกับซีอีโอ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปจัดการปัญหาต่างๆ หรือแม้แต่งานบริหารงานบุคคล จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายๆ บริษัทจะไม่เห็นความสำคัญของตำแหน่งนี้เท่าที่ควร
       
       *********
       
       ส่วนอาชีพที่กำลังจะมาแรงเฟื่องฟู กลับเป็นอาชีพที่อาจนึกกันไปไม่ถึง
       
       1.นายหน้าซื้อขายหุ้น
       หลังจากเป็นอาชีพที่น่ารังเกียจสมัยช่วงวิกฤตการเงิน ในที่สุดยุควอลล์สตรีทกลับมาอีกครั้ง บรรดาโบรกเกอร์เหล่านี้ก็ชุ่มชื่นหัวใจสุดๆ เพราะนอกจากคนที่ทำงานด้านนี้จะไม่ต้องเรียนเอ็มบีเอมาโดยตรงแล้ว รายได้เริ่มต้นก็แสนหวานหอมด้วยอัตรา 31,000 เหรียญต่อเดือน และหากทำผลงานดีมากๆ ก็อาจจะกวาดไปเป็นแสนๆ เหรียญต่อเดือนเลยก็ได้
       
       2.พนักงานขายโฆษณา
       แม้บริษัทโฆษณาจะอยู่ในภาวะตีบตัน แต่นักขายโฆษณาไม่เคยตาย ที่สำคัญนักขายที่ดีจะช่วยทำให้บริษัทอยู่รอดอีกต่างหาก เพราะนักขายเหล่านี้จะทำให้ทุกคนได้เห็นศักยภาพของบริษัทต่างๆ ว่าจะมีมากน้อยสักแค่ไหน ที่สำคัญยังไม่จำเป็นต้องเรียนจบเฉพาะทางที่ไหนก็ได้ แต่เมื่อพูดถึงรายได้แล้วต้องอิจฉา เพราะขั้นต่ำก็กวาดไปแล้ว 23,000 เหรียญต่อเดือนและหากทำงานออกมาเยี่ยมก็มีสิทธิ์ทะลุถึงแสนเหรียญได้ง่ายๆ เหมือนกัน
       
       3.นักชีววิทยา
       ยุคนี้ใครๆ ก็เป็นห่วงสิ่งแวดล้อมกันไปหมด นักชีวะก็เลยถือโอกาสกลับมาระบาดในตลาดแรงงานไปหมด โดยหน้าที่สำคัญก็คือการทำวิจัยดักหน้าการพัฒนาที่อาจจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังได้ โดยยุคนี้ว่ากันว่า ไม่ต้องเรียนจบปริญญาเอกเหมือนแต่ก่อน เอาแค่ปริญญาตรีบวกกับความชอบวิจัยก็ไปโลดแล้ว โดยรายได้เฉลี่ยต่อคนนั้นอยู่ที่ 39,000 เหรียญต่อเดือนและหากมีงานชิ้นเยี่ยมออกมาก็จะทะลุไปถึง 148,000 เหรียญได้
       
       4.นักธรณีวิทยา
       อีกหนึ่งอาชีพที่โตพร้อมกระแสรักโลก เจาะจงไปเลยที่นักธรณีวิทยาปิโตรเลียมที่ศึกษาขุดคุ้ยหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รายได้ดีจนต้องตกใจกับ 42,000 เหรียญต่อเดือน หรือเก่งมากๆ ก็รับไปที่ 155,000 เหรียญต่อเดือนเลยทีเดียว เหมาะที่สุดกับคนเกลียดการนั่งทำงานในห้องเล็กๆ อุดอู้ แต่อย่านึกว่าจะรอดพ้นคอมพิวเตอร์ได้ เพราะต้องใช้ทำงานอีกสารพัดอย่างในสาขาอาชีพนี้
       
       5.นักชวเลขหรือคนจดรายงานในศาล
       ง่ายๆ เลยก็คือ ระบบกฎหมายโตขึ้นทุกวันๆ แต่ไม่ค่อยมีคนมาทำงานเป็นคนจดรายงานในศาล เงินเดือนก็ดีอยู่ที่ 25,000 เหรียญต่อเดือน ไปจนถึง 84,000 เหรียญต่อเดือนเลยทีเดียว แต่อาชีพนี้ก็ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะต้องฝึกกันเป็นปีๆ คนที่ทำก็ต้องรวดเร็ว ถูกต้อง ทนต่อแรงกดดันได้ดี หูดี และมีสมาธิแบบสุดๆ ที่สำคัญต้องไม่กลัวอาชญากรที่นั่งอยู่ในห้องเดียวกันด้วย ไม่อย่างนั้นอาจจะพิมพ์ไม่ออก
       
       6.นักคณิตศาสตร์ประกันภัย
       ต้องชอบเลขแบบสุดๆ เพราะเป็นอาชีพที่ต้องคำนวณกันจนหัวหมุนทั้งวัน ต้องนั่งคำนวณอัตราเบี้ยประกันเงินสำรอง และตัวเลขข้อเท็จจริงอื่นๆ ทางการเงิน และประเมินความเป็นไปได้ถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้บริษัทประกันภัยดำเนินกิจการไปได้อย่างราบรื่น อาชีพนี้เงินดีมากขนาดเริ่มต้นยังอยู่ที่ 49,000 เหรียญต่อเดือน ถ้าสูงที่สุดอยู่ที่ 161,000 เหรียญต่อเดือน
       
       7.นักวิเคราะห์และวิจัยตลาด
       บริษัททั้งหลายต่างอยากรู้ทั้งนั้นว่ากลุ่มเป้าหมายของตนคิดอะไรกันอยู่ เพื่อจะได้ผลิตสินค้าออกมารองรับความต้องการได้ และคนที่จะช่วยได้ก็คือนักวิเคราะห์และวิจัยตลาด เงินเดือนเริ่มต้นที่ 34,000 เหรียญต่อเดือน และได้มากสุดๆ ที่ 112,000 เหรียญต่อเดือน จำเป็นอยู่บ้างที่ต้องเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดีและอีกด้านก็ต้องอึดที่จะอยู่หน้าข้อมูลทั้งหลายเพื่อวิเคราะห์หาข้อสรุปมันให้เจ้านายของคุณได้
       
       8.นักประวัติศาสตร์
       ใครจะเชื่อว่าอาชีพที่ดูวิชาการจ๋าขนาดนี้จะรายได้งาม และยังไม่ค่อยมีคนทำ นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นคนของรัฐบาลที่เชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะด้าน รายได้ก็งามกว่า 34,000 เหรียญต่อเดือน หรืออาจจะได้มากถึง 111,000 เหรียญต่อเดือน แน่นอนว่าต้องชอบประวัติศาสตร์ รักการอ่าน และชอบขีดเขียน รับรองว่าเท่านี้ก็ไปได้ไกล
       >>>>>>>>>>
       
       เรื่อง: ทีมข่าว CLICK

ข่าวล่าสุด ในหมวด
จุดจบคนลวงโลก 'นาธาน โอมาน' สังคมไทยมีที่ยืนให้หรือไม่?
ประจำวันจันทร์ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๗
ระวัง! ไวรัสเฟซบุ๊ก หลอกให้คลิกแอบดูเว็บแคม
นาทีทองของ “แอน มิตรชัย” ดาวรุ่งเบอร์หนึ่งแห่ง Bollywood
ผักแปลงน้อยกลางเมืองใหญ่...วิถีปลูกผักที่เปลี่ยนชีวิต
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 13 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014