หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | Live-Lite
 

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน
19 พฤศจิกายน 2553 23:21 น.

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'
ขอบคุณภาพจาก 'ภาพยนตร์บันเทิง'

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'
ขอบคุณภาพจาก ไทยทีวีสีช่อง 3

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'
คุณพ่อ ซิกู๊ด สเปอร์บันด์

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'
ญาญ่า และพี่สาว 'แคทรียา'

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'
ขอบคุณภาพจาก facebook yaya

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'
ภาพจากละคร'ตะวันเดือด' ที่กำลังถ่ายทำ

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'

เปิดดวงใจ 'ยัยจี๊ด'

ญาญ่า-อุรัสยา สเปอร์บันด์ นางเอกลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ ที่กำลังฮอตสุดๆ กับบทบาทของคาวเกิร์ลสาวห้าว แก่นซ่า ทำผมยุ่งๆ ถักเปีย สวมเสื้อหลวมๆ กางเกงยีนส์ ในละครฟอร์มยักษ์ '4 หัวใจแห่งขุนเขา' ตอน 'ดวงใจอัคนี' ซึ่งเรื่องนี้เธอแสดงได้น่ารัก และเป็นธรรมชาติมาก ส่งให้เธอกลายเป็นนางเอกดาวรุ่งพุ่งแรงแห่ง ‘วิก 3 พระราม 4’ อีกทั้งยังทำเอาคนดูต่างก็หลงรัก ‘ยัยจี๊ด’ กันทั่วประเทศ แต่เห็นเธอสวยแบบนี้ใครจะรู้ว่าตอนเด็กเธอเคยเป็น 'ลูกเป็ดขี้เหร่' เพราะฟันห่างมากจนต้องดัดฟันนานถึง 4 ปี แถมเธอยังผิวคล้ำเพราะชอบเล่นกีฬาแบบผู้ชายอย่าง กีฬาบาสเกตบอล, ฟุตบอล และขี่ม้า
       
       M-Lite นัดคุยกับ ‘ญาญ่า’ นางเอกคลื่นลูกใหม่สุดฮอต วันนี้เธอดูน่ารัก และเต็มไปด้วยความมีเสน่ห์ ไม่ว่าจะเป็นการพูดจาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน รอยยิ้มสดใส ถึงแม้ว่าช่วงนี้เธอจะเหนื่อยเพราะมีคิวงานยาวเหยียดทุกวัน ซึ่งขณะกำลังคุยกับเรานั้นก็มีหนังสืออีกหลายฉบับมารอสัมภาษณ์เธอเช่นกัน หลังจากนี้เธอก็ต้องเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตร่วมกับนักแสดง ‘4 หัวใจแห่งขุนเขา’ ไกลถึงจังหวัดอุดรธานี แถมวันปกติเธอยังต้องเรียนควบคู่กับถ่ายละครเรื่องใหม่ ‘ตะวันเดือด’ ที่คราวนี้เธอได้พลิกบทบาทอีกครั้งเป็นแนวบู๊ ถือว่าตอนนี้เธอแรงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่แล้วจริงๆ
       
       ระหว่างที่ให้สัมภาษณ์คุณแม่ของญาญ่านั่งอยู่ข้างๆ ลูกสาวตลอด ซึ่งคุณแม่เป็นทั้งผู้จัดการส่วนตัว คอยดูแลทุกอย่าง ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม ตลอดจนเป็นคนขับรถประจำตัว
       
       ก่อนหน้านี้ญาญ่าพูดภาษาไทยได้เพียง 30 % ด้วยความที่เรียนโรงเรียนนานาชาติมาตั้งแต่เด็ก และเพื่อนส่วนใหญ่ก็มีแต่ฝรั่ง แต่หลังจากได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงกับทางช่อง 3 เธอก็เรียนภาษาไทยเพิ่มเติม โดยให้ครูมาสอนที่บ้าน ถึงตอนนี้เธอพูดได้ประมาณ 80 % แล้ว แต่อาจจะมีบางคำที่เธออาจจะยังไม่เข้าใจ แต่ก็ถือว่าเธอพูดได้ฉะฉาน และเข้าใจอะไรได้เยอะทีเดียว
       
       “หนูเรียนโรงเรียนนานาชาติมาตั้งแต่เด็ก จะมีเพื่อนฝรั่งมากกว่าเพื่อนคนไทย อยู่บ้านก็ต้องคุยภาษาอังกฤษกับคุณพ่อ เพราะคุณพ่อพูดภาษาไทยไม่ได้ แต่คุณแม่จะบังคับให้พูดภาษาไทย หนูก็จะผสม”
       
       คุณแม่เล่าเพิ่มเติมว่าญาญ่าไม่เคยเรียนภาษาไทยเลย นอกจากมีครูมาสอน หรือพูดกับแม่ “ถือว่าน้องพูดเยอะนะวันนี้ เริ่มคิดได้ว่าจะพูดคำอะไร”
       
       สาวลูกครึ่งหัวใจไทย
       
       แม้จะเป็นลูกครึ่ง แต่เธอมีทัศนคติในการใช้ชีวิตแบบคนไทย ทำให้เธอดูแตกต่างจากคนอื่น หน้าฝรั่ง แต่กิริยามารยาทเรียบร้อยอ่อนหวานแบบไทย บางครั้งก็ขี้เล่น ร่าเริง สนุกสนาน นั่นเป็นเพราะการเลี้ยงดูแบบผสมผสานระหว่างไทย-ฝรั่ง แต่ค่อนข้างเน้นความเป็นไทย และเธอยังนับถือศาสนาพุทธตามคุณแม่อีกด้วย
       
       “ถูกเลี้ยงดูมาค่อนข้างจะเป็นไทย คุณแม่จะเน้นเรื่องกิริยามารยาท การวางตัว คุณพ่อก็ค่อนข้างจะฝรั่งแต่ก็ยัง Conservative เหมือนกัน ท่านจะสอนให้เราคิดเอง เหมือนถ้าเราโดนดุ คุณพ่อก็จะให้อธิบาย ให้เราบอกเหตุผล แต่คุณแม่จะสติ๊กกว่านิดหนึ่ง เถียงคุณแม่ไม่ได้
       
       ญาญ่านับถือศาสนาพุทธตามคุณแม่ค่ะ ไปวัด ไปทำบุญ ตั้งแต่เด็ก คุณแม่ให้สวดมนต์ก่อนนอน ท่องนะโม 3 จบ ท่องได้แค่นี้ (หัวเราะเขินๆ)”
       
       คนที่ไม่รู้จัก หรือสนิทสนมก็อาจจะมองว่าเธอเป็นคนเงียบๆ แต่สิ่งที่ทำให้เธอมีเสน่ห์และทำให้คนอยากเข้าใกล้ ก็คือรอยยิ้มสดใส ถึงแม้เธอจะไม่ค่อยพูด แต่เธอเป็นคนยิ้ม และหัวเราะง่ายมาก
       
       “หนูเป็นคนนิ่งๆ เงียบๆ นิดหนึ่ง เรียบร้อย แต่ก็มีมุมดื้อนิดหนึ่ง เป็นคนค่อนข้างจะซีเรียส เป็นคนตั้งใจ มีหลายอย่างที่หนูซีเรียสเกินไป เรื่องเรียนก็ซีเรียสเกินไป เรื่องงานด้วย”
       
       นักกีฬาคนเก่ง
       
       การเข้าวงการบันเทิงไม่ใช่สิ่งที่เธอเคยคิดฝัน สิ่งที่เธอตั้งใจก็คือเรื่องเรียน และเธอก็เป็นเด็กหัวดีคนหนึ่งเลยทีเดียว เธอฝันว่าอยากทำงานเกี่ยวกับด้านกฎหมาย หรืองานด้านการเมือง เพราะสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ สังคม ปัจจุบันเธอกำลังศึกษาอยู่ชั้นปี 1 คณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาอิตาลี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อินเตอร์) ซึ่งก็เป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เธอสนใจอยู่
       
       “ญาญ่าเป็นคนชอบภาษา ประวัติศาสตร์ ก็เลยเลือกเรียนคณะนี้ จริงๆ หนูอยากเป็นทนาย หรือทำอะไรที่เกี่ยวกับการเมือง อยากเรียนเรื่องกฎหมาย แต่เรียนอักษรฯ ก็มีเรื่องสังคม เรื่องมนุษยศาตร์ ก็ยังเกี่ยวข้องกับสิ่งที่สนใจอยู่”
       
       เมื่อถามว่าเธอเป็นเรียนเก่งไหม เธอยิ้มรับว่า “เก่งค่ะ ญาญ่าว่าขึ้นอยู่กับความตั้งใจ ถ้าตั้งใจยังไงก็ทำได้ดี ตอนเด็กหนูก็ไม่ได้เก่งอะไร แต่พอโตขึ้นมาหนูรู้สึกว่า การเรียนมันสำคัญมาก อยากเรียนเก่ง ก็เลยเหมือนผลักดันตัวเองให้ทำการบ้านเยอะ ตั้งใจเรียน”
       
       คุณแม่เสริมว่า “ไม่เคยกดดันอะไร บอกน้องว่าเรียนได้เกรดเท่าไหร่ก็ได้ สบายๆ แต่ตอนเรียนน้องก็เรียนได้เกรด 3.8”
       
       ย้อนกลับไปสมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนนานาชาติ ถึงแม้บุคลิกของเธอจะดูเรียบร้อย แต่อยู่โรงเรียนเธอเป็นเด็กสาวที่มีความมั่นใจ ชอบเล่นกีฬาที่ผู้หญิงไม่ค่อยเล่นกัน อย่างฟุตบอล บาสเกตบอล ขี่ม้า
       
       “ตอนเรียนโรงเรียนนานาชาติ ญาญ่าเป็นนักกีฬาของโรงเรียน ชอบเล่นบาสเกตบอล ฟุตบอล และก็เคยได้เหรียญทองกีฬาว่ายน้ำ ที่เห็นญาญ่าเล่นกีฬาผู้ชาย ตอนแรกไม่ได้อยากเล่น แต่โรงเรียนบังคับให้เล่นกีฬา พอเล่นไปแล้วมันสนุกมาก หลังจากนั้นก็เล่นตลอด เป็นทีมผู้หญิง”
       
       นอกจากนั้นเธอยังหลงรักการขี่ม้า เรียนขี่ม้าตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ถึงขนาดมีของสะสมคือตุ๊กตาม้าตัวเล็ก ชื่อ My little pony
       
       “ตอนเด็กหนูเรียนขี่ม้าที่ Horseshoe Point พัทยา สัตว์โปรดของหนูคือม้าด้วย แล้วพี่สาวก็ไปเรียนขี่ม้าอยู่ก่อนแล้ว กลับมาบ้านก็ชอบมาเล่าให้ฟังว่าสนุกมาก ก็เลยอยากลองบ้าง เรียนตั้งแต่ 7 ขวบ ทุกวันนี้ถ้ามีเวลาว่าง กลับพัทยาก็จะไปขี่ม้า ชอบความเร็ว ความสวยของมัน ตอนที่นั่งบนหลังม้า ก็รู้สึกสง่า หนูเป็นคนชอบม้าอยู่แล้ว ก็เลยชอบสะสมตุ๊กตาม้า My little pony หาซื้อยากค่ะ ต้องซื้อที่นอร์เวย์ ตัวมันเป็นพลาสติก เป็นยาง ตัวในเป็นสีชมพู ผมสีเหลือง น่ารัก”
       
       เป็น ‘หมาน้อย’ ของพี่สาว
       
       รู้จักญาญ่าสมัยเรียนกันไปแล้ว คราวนี้มาทำความรู้จักกับครอบครัวของญาญ่ากันบ้าง คุณพ่อของญาญ่าเป็น Stock broker (นายหน้าซื้อขายหุ้น) ชาวนอร์เวย์ ทำงานอยู่ที่เมืองไทย ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้าน เธอมีพี่สาวชื่อแคทรียา ซึ่งตอนนี้ไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ญาญ่าสนิทกับพี่สาว และติดพี่สาวคนนี้มาก
       
       ชื่อของญาญ่ามาจากชื่อจริง อุรัสยา (อุ-รัด-สะ-ยา) แปลว่าลูกสาว คือลงท้ายด้วยคำว่ายา คุณพ่อก็เลยเรียกเธอว่า ญาญ่า
       
       “หนูสนิทกับพี่สาวมากที่สุด ในครอบครัวมีพี่น้อง 2 คน เรียนด้วยกัน เหมือนเป็น Best friend มีเรื่องอะไรก็จะคุยกับพี่สาว”
       
       เวลาเธอเล่าถึงพี่สาว รู้สึกได้เลยว่าเธอผูกพันกับพี่สาวคนนี้มาก ตอนนี้พี่สาวของเธอไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษเกือบ 3 ปีแล้ว ญาญ่าถึงกลับครวญว่า “เหงามากเลยค่ะ บ้านก็จะเงียบ ปกติที่บ้านก็จะเงียบอยู่แล้ว พอพี่สาวไม่อยู่ คุณพ่อ คุณแม่พูดกัน หนูก็จะชนะเขาไม่ได้ ตอนนี้ก็ยิ่งเงียบกว่าเดิม ก็จะใช้วิธีคุยโทรศัพท์ หรือ skype กันตลอด”
       
       เธอเล่าถึงพี่สาวต่อว่าสนิทกันมากแต่ก็ทะเลาะกันประจำ แถมเธอยังมีฉายาน่ารักๆ ที่พี่สาวตั้งให้ว่า ‘แลซซี’ และเพื่อนสนิทส่วนใหญ่ก็เรียกเธอว่าแลซซีจนถึงทุกวันนี้อีกด้วย
       
       “ทะเลาะกันทุกวันเลยค่ะ แต่แป๊บเดียวก็หาย พี่สาวหนูจะหน้าคล้ายกัน แต่หน้าหวานกว่าหนู จะมีลักยิ้ม ตอนเด็กหนูชอบหนังเรื่องแลซซี เป็นเรื่องเกี่ยวกับหมา เป็นหมาอัจฉริยะ ไปช่วยคน พี่สาวก็จะตั้งชื่อหนูว่าแลซซี แล้วหนูก็ชอบทำ (ทำท่าเลียนแบบสุนัขให้เราดู ทำเสียงแห่ะๆ) แบบนี้ (หัวเราะ) ทุกคนจะเรียกหนูว่าแลซซีไม่มีใครเรียกหนูว่าญาญ่าเลย จริงๆ หนูไม่ชอบ มันเป็นชื่อหมา ทุกวันนี้ก็ยังโดนเรียกว่าแลซซี แต่ถ้าเป็นเพื่อนใหม่ก็จะไม่รู้ จะเรียกว่าญาญ่า ถ้าเพื่อนตั้งแต่เด็กจะเรียกว่าแลซซี”
       
       เด็กน้อยฟันห่างกลายเป็นสาวสวย
       
       เห็นเธอเป็นสาวสวยขนาดนี้ เธอเล่าว่าตอนเป็นเด็กเธอไม่ค่อยสนใจดูแลตัวเองมากนัก เวลาออกจากบ้านบางครั้งก็ไม่ได้หวีผมด้วยซ้ำ แถมตอนเด็กเธอยังฟันห่างมากอีกด้วย กว่าจะสวยต้องดัดฟันนานถึง 4 ปี แต่พอมาทำงานที่ต้องใช้ร่างกาย ใช้หน้าตา เธอก็เลยต้องดูแลตัวเองมากขึ้นเป็นพิเศษ
       
       “หนูไม่ชอบฟันหนูเลย เพราะตอนเด็กฟันห่างเยอะมาก ตรงกลางพอดีเลย ต้องดัดฟัน หลังจากนั้นก็เข็ด ตั้ง 4 ปี ก็เลยไม่ชอบใส่อะไรเข้าไปในฟัน แต่คุณแม่บอกตอนนี้ก็ต้องไปดัด เพราะมันเริ่มห่างอีกแล้ว”
       
       ส่วนปัญหาเรื่องผิวพรรณ ด้วยความเป็นนักกีฬา เธอก็เลยมีผิวที่ค่อนข้างจะดูดแสง คือผิวคล้ำง่าย ช่วงนี้ก็เลยต้องดูแลตัวเองด้วยการทาครีมกันแดด ไปสปา ไปขัดผิวบ้าง
       
       “เป็นคนไม่ดูแลตัวเองเลยค่ะ หนูเป็นคนไม่ได้รักสวยรักงามมาก แต่ตอนนี้ก็ต้องเริ่มควบคุมเรื่องอาหาร ต้องออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ต้องดูแลผิวพรรณ ไปสปา ไปขัดผิว ตอนนี้ก็เริ่มชิน ชอบ เพราะว่ามันสบาย สำหรับหนูต้องดูแลเรื่องควบคุมน้ำหนักเป็นพิเศษ หนูเป็นคนไม่ชอบกินข้าว แต่จะเน้นอาหารหวาน ชอบกินของหวาน ช็อกโกแลตนี่ของโปรดหนูเลยค่ะ (หัวเราะ) อย่างน้อยวันหนึ่งต้องมีของอร่อย ไม่งั้นจะอยู่ไม่ได้”
       
       หน้าสวย หุ่นดีเข้าตา ‘ป้าตือ’
       
       ชีวิตของสาวน้อยญาญ่าเปลี่ยนไปทันที หลังจากเธอได้เจอกับนักจัดออร์แกไนซ์มือทอง ตือ-สมบัษร ถิระสาโรช ที่ถูกใจใบหน้าสวยเด่น บวกกับรูปร่างสูงโปร่ง จึงชักชวนให้เธอมาเป็นนางแบบ เมื่อ 3 ปีก่อน เป็นโอกาสแรกที่ทำให้ญาญ่าเดินเข้าสู่วงการบันเทิง และมีงานอย่างต่อเนื่องทั้งงานเดินแบบ ถ่ายโฆษณา ถ่ายแบบนิตยสาร
       
       “ตอนนั้นหนูไปเดินห้าง Zen แล้วป้าตือเห็น ก็เลยชวนมาเดินแฟชั่นโชว์ คงเป็นเพราะหน้าตาหนูดูเป็นฝรั่ง หุ่นสูงด้วย ตอนนั้นเราก็คิดว่า โอเค ลอง ไม่มีอะไรเสียหาย ก็เดินให้ดู ป้าตือก็บอกว่าได้ ช่วงนั้นก็เดินแบบ แอลแฟชั่นวีก ถ่ายหนังสือ”
       
       งานเดินแบบเป็นงานที่ญาญ่าบอกว่าไม่ค่อยถนัดนัก เพราะมีความรู้สึกว่าตนเองตัวเตี้ย และรูปร่างไม่ดีเท่านางแบบคนอื่น เธอชอบงานถ่ายแบบมากกว่า และที่กำลังสนุกอยู่ตอนนี้ก็คืองานละคร
       
       หลังจากนั้นก็มีผู้ใหญ่ทางช่อง 3 เห็นภาพเธอจากนิตยสาร แล้วเรียกเธอมาลองแคสติ้ง และเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว ด้วยการเป็นนักแสดงในสังกัดของช่อง 3 เธอเคยผ่านงานละครมาแล้ว 2 เรื่องคือ บ้านก้านมะยม และเพื่อนซี้ล่องหน ซึ่งเป็นละครเด็ก และคนยังไม่รู้จักชื่อของเธอมากนัก
       
       เธอเคยฝากผลงานกับบทนางเอกเรียบร้อยแสนดีสุดๆ ในละคร ‘กุหลาบไร้หนาม’ ที่ประกบคู่กับนักแสดงมากฝีมืออย่าง ‘พลอย เฌอมาลย์’ ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้เธอเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ก็ไม่ดังเปรี้ยงปร้าง เท่ากับ ‘ดวงใจอัคนี’ หนึ่งในละครฟอร์มยักษ์ 4 หัวใจแห่งขุนเขา ละครแนวกุ๊กกิ๊กโรแมนติก-คอมเมดี้ ผลงานของผู้จัด แหม่ม- ธิติมา สังขพิทักษ์ กำกับฯโดย ป้าแจ๋ว-ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ โดยเฉพาะฉากที่เธอเล่นบทกุ๊กกิ๊กกับพระเอกหน้าหล่อขวัญใจสาวๆ อย่าง แบร์รี่-ณเดชน์ คุกิมะยะ ทำเอาคนดูถึงกับอิน และเคลิบเคลิ้มไปตามๆ กัน เรียกว่าละครเรื่องนี้ทำให้เธอแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว
       
       “เหมือนผู้ใหญ่ทางช่อง 3 เห็นตามนิตยสาร ป้าตือก็เหมือนมาฝากด้วยว่ามีน้องอยู่ หนูก็มาแคสก่อน ตอนมาแคสหนูพูดไทยยังไม่ได้ (หัวเราะ) เขาก็ให้หนูมาเรียนแอ็กติ้ง ก็ดูไปก่อน แล้วค่อยมาเซ็นสัญญา”
       
       ทำการบ้านมากกว่าคนอื่น
       
       อุปสรรคที่สำคัญของญาญ่าคือเรื่องของภาษา เธอยังพูดภาษาไทยไม่ได้มากนัก แต่นั่นก็ทำให้เธอเริ่มเรียนภาษาไทยอย่างจริงจัง จ้างครูมาสอนที่บ้าน ด้วยความชอบในงานแสดง เธอจึงทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ และสนุกสนานกับมัน
       
       “ตอนนั้นก็เป็นอุปสรรคค่ะ เพราะคนได้ยินเสียงก็อุ๊ย! ก็เลยต้องเริ่มเรียนภาษาไทยให้มากขึ้น ตอนนั้นแค่เข้ามาช่อง 3 ไม่ค่อยได้ดูละครไทยเท่าไหร่ ก็ยังไม่เข้าใจว่าช่อง 3 คืออะไร ปกติดู ซีรีส์ฝรั่ง ก็มีดูละครไทยบ้าง แต่ไม่ค่อยเข้าใจ การพูดภาษาไทยไม่ชัดก็เป็นอุปสรรคกับการเล่นละครสำหรับหนูมาก ก็ต้องทำการบ้านเยอะมาก ถ้าได้บทมาก็จะต้องอ่านเป็น 20 รอบ แล้วก็ต้องอัดเสียงไว้ฟัง ไม่งั้นจะเพี้ยนมาก
       
       ก่อนที่จะมีละครเล่น จะมีเรียนแอ็กติ้ง สำหรับญาญ่าไม่ยากอะไร จริงๆ หนูเป็นคนชอบการแสดงอยู่แล้ว ตอนที่อยู่โรงเรียนช่วงที่มีงานโรงเรียน หนูก็จะไปลงชื่อเล่นละคร จะสนุกมากกว่า ได้ทำอะไรแปลกๆ ที่เคยคิดไว้ มันเป็นอีกอย่างหนึ่งเลย เป็นเหมือนเอ็กเซอร์ไซส์มากกว่า ทำให้รู้สึกว่าร่างกายของเรา มีแขน ขา ใช้อะไรได้บ้าง”
       
       ญาญ่าเล่าถึงประสบการณ์งานแสดง ที่ต้องทำการบ้านมากกว่าคนอื่น ทั้งเรื่องของภาษา และเรื่องของการพัฒนาฝีมือการแสดง เธอบอกว่าตัวตนของเธอจะคล้ายบท ‘นุชจรี’ ในละครกุหลาบไร้หนามมากกว่า แต่บทสาวห้าว แบบ ‘จี๊ด’ เธอก็ต้องทำการบ้านเป็นพิเศษ แต่เธอก็ดึงตัวตนอีกด้านที่คนอาจจะไม่ค่อยเห็นออกมาได้น่ารัก และดูเป็นธรรมชาติมากๆ
       
       “เรื่องดวงใจอัคนี เป็นสาวห้าว ทอมบอย ต้องปรับเยอะมาก เรียกว่าพลิกบทบาทจากเป็นสาวหวาน เรียบร้อย ตอนที่อ่านบท หนูก็วิเคราะห์นิดหนึ่ง แต่ก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงที่ห้าวๆ เขาจะทำตัวยังไง เสิร์ชในยูทูบว่า ผู้หญิงห้าว เดินยังไง คือหนูมีปัญหาตอนที่ถ่ายละคร หนูจะเดินแปลกๆ มีแต่คนบอกว่าเดินสวยๆ หน่อย ก็ไปเสิร์ชทำว่า Tomboy walk ก็มีอะไรแปลกๆ ให้ดู”
       
       ทว่า เบื้องหลังการทำงานของเด็กสาวอายุเพียง 17 หลายครั้งด้วยความเป็นเด็ก และเธอก็ยังมีความคิดแบบเด็กๆ อยู่ ก็ต้องปรับตัวเยอะพอสมควร เพราะเธอต้องทำงานเกือบทุกวัน และยังต้องแบ่งเวลาให้กับเรื่องเรียนด้วย ก็มีบ้างที่เธอเหนื่อยจนถึงขั้นงอแง ไม่อยากทำงาน แต่เธอรู้ตัวว่ามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบรออยู่ วิธีจัดการกับความเหนื่อยของเธอก็คือ การระบายกับคุณแม่ออกไปให้หมดตอนอยู่บนรถ แล้วพอลงจากรถเธอก็พร้อมที่จะทำงาน
       
       “ก็มีเหนื่อยท้อบ้าง บางครั้งก่อนไปทำงาน ก็จะบอกคุณแม่ว่า ไม่เอาๆ งอแง เหมือนวันนี้จะไปถ่ายละครฉากยากๆ หนูก็ที่เหนื่อยอยู่แล้วด้วยก็ไม่อยากลงจากรถ ก็จะบ่นกับแม่ ไม่อยากไป แต่หนูรู้ตัวอยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องทำอยู่ดี ก็แค่คิดว่าระบายให้มันออกมาหมดเลย All out ระบายกับคุณแม่ในรถหมด พอลงจากรถปุ๊บหายเหนื่อย แล้วค่อยไปทำงาน”
       
       ล่าสุดเธอเพิ่งเปิดกล้องละครเรื่องใหม่ ‘ตะวันเดือด’ ประกบกับ 'หมาก-ปริญ' ที่เคยร่วมงานและสนิทกันอยู่ก่อนแล้ว เรื่องนี้เธอได้พลิกคาแร็กเตอร์อีกครั้งเป็นบทบู๊แนวคาวบอยย้อนยุค ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอสนุก และมองว่าท้าทาย
       
       “อยากเล่นทุกบท อยากเล่นอะไรท้าทาย สนุกกับการแสดง ตอนนี้ก็ถ่ายบู๊อยู่ ก็ได้เล่นเกือบครบแล้ว หวาน ห้าว บู๊ อยากเล่นอะไรที่ดราม่าๆ ตอนเข้าฉากหนูก็ไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว คิดว่าเราเป็นตัวคนนี้ แต่ก็มีบางวันที่หนูรู้สึกตัวว่าไม่มีสมาธิ แสดงได้ไม่ดีเท่าเดิม ก็รู้ว่าต้องมีสมาธิ อยากเป็นนักแสดงที่ดี อยากเล่นได้ทุกบท อยากให้คนดูคิดว่าเราเก่งทางการแสดง ทุกวันนี้หนูยังไม่พอใจมากกับผลงาน จริงๆ ก็ชอบ แต่หนูยังคิดว่าทำได้ดีกว่านี้”
       
       เส้นทางในวงการบันเทิงของสาวน้อยลูกครึ่ง ถึงแม้จะมีอุปสรรคบ้าง เธอก็ใช้ความอดทน และความพยายาม ทำให้ผ่านมาด้วยดี แถมเธอยังมีผู้ใหญ่หลายคนที่เอ็นดูเธอ มีคุณแม่ที่คอยดูแล และเป็นกำลังใจ มีเพื่อนร่วมช่องที่น่ารักหลายๆ คน รวมทั้งตัวเธอเองที่มีความตั้งใจจริงที่จะอยากยืนหยัดในเส้นทางสายนี้
       
       น่ารัก จนโดนแกล้ง
       
       ทั้งๆ ที่ตัวตนของญาญ่าเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น เธอก็มีความน่ารัก สดใส มีรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะอยู่เสมอ และเธอยังเป็นคนที่แสดงความรู้สึกออกทางน้ำเสียง และสีหน้า เวลาที่เธอกลัว หรือไม่ชอบอะไร ยิ่งโดนแหย่ ยิ่งน่ารักแบบนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่เธอจะตกเป็นเป้าหมาย เป็นคนที่น่าแกล้งที่สุดของหนุ่มๆ ในกองถ่าย
       
       “ทุกคนก็แกล้งหนู แต่หนูไม่รู้ตัวว่าเขาแกล้งอะไร หนูไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาชอบแกล้ง เพราะหนูเด็กสุดในกอง เขาชอบมาแหย่ๆ ถ้ามี 3 หนุ่มมาหนูจะปวดหัวมากเลย พี่บอย ปกรณ์ มาเมื่อไหร่ เขาจะแกล้งทั้งวันเลยค่ะ ชอบแกล้งอะไรตลกๆ หนูเป็นคนขวัญอ่อน เขาจะแกล้งยิงปืน เสียงดังปังๆๆ หนูก็จะสะดุ้ง
       
       เมื่อให้เธอเล่าถึงเรื่องสนุกๆ ในกองถ่าย เธอแอบหัวเราะนิดหนึ่ง แล้วเล่าว่า “กองนี้สนิทกับทุกคน เวลาว่างก็จะไม่ค่อยอยากอยู่คนเดียว ก็จะไปช่วยพี่ที่เขาเป็นคนนับ 5 4 3 2 หนูก็จะไปช่วยเขา เขาก็จะเรียกหนูว่าผู้ช่วยญาญ่า หนูก็จะไปนับ 5 4 3 2 เงียบๆ จะถ่ายแล้ว (หัวเราะ)
       
       ในกองนี้หนูจะสนิทกับพี่กุ๊บกิ๊บ พี่เขาเป็นคนน่ารักมาก คือเหมือนเป็นสีสันของกองเลยค่ะ มีครั้งหนึ่งไปถ่ายที่ปราณบุรี หนูเป็นคนนอนคนเดียวไม่ได้ กลัวผีมาก แล้วไปนอน 3 วัน คืนแรกก็มีคนห้องอื่นบอกว่า มีผีหลอก มีผีมาอำ คืนนั้นหนูนอนไม่หลับเลย ก็เล่าให้พี่กุ๊บกิ๊บฟัง คืนต่อมาพี่กุ๊บกิ๊บบอกว่าคืนนี้พี่จะนอนจับมือนะ จะได้นอนหลับ หนูก็คิดว่าอยากจับเหมือนกัน แต่สงสารพี่เขา เขาจะนอนหลับหรือเปล่า เราจับมือเขาทั้งคืน แต่หนูก็จับ ก็นอนหลับค่ะ”
       
       'รัก' ที่มอบให้ครอบครัว
       
       เรื่องความรักสำหรับญาญ่าในเวลานี้อาจจะเร็วเกินไป เพราะเธอต้องแบ่งเวลาสำหรับเรื่องเรียน เรื่องการทำงาน ทั้งคุณแม่ และตัวเธอคิดเหมือนกันว่าคงยังไม่ถึงเวลาที่จะมีความรักในช่วงนี้ น่าจะรอเรียนให้จบก่อน หนุ่มๆ ที่อยากขายขนมจีบให้เธอคงต้องรอไปอีกนาน เพราะดูเหมือนว่าสาวน้อยคนนี้จะมีความสุขกับการทำงาน และให้ความสำคัญกับเรื่องเรียนก่อนเป็นอันดับแรก
       
       “ความรัก ตอนนี้ก็เป็นความรักที่มีต่อครอบครัว และเพื่อนๆ ถ้าถามถึงสเปกหนูชอบผู้ชายที่นิสัยดี หนูไม่ซีเรียสเรื่องหน้าตา ผู้ชายในฝันของญาญ่าคือ ออแลนโด้ บลูม เขาดูมีเสน่ห์มาก”
       
       สำหรับญาญ่า ณ วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำหน้าที่ของการเรียน และการทำงานในวงการบันเทิงที่เธอรักให้ดีที่สุดทั้ง 2 อย่าง และอยากจะพัฒนาตัวเองให้ทำได้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก เหมือนอย่างนักแสดงรุ่นพี่ที่เธอชื่นชอบ ‘แอน ทองประสม’
       
       “งานแสดง เป็นความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน เป็นประสบการณ์ชีวิต โชคดีที่ได้มาทำงานตรงนี้ เวลาที่คนมาทัก มาชอบ รู้สึกดีใจมาก ถือว่าโล่งอกเลยค่ะ เพราะตอนที่ถ่ายทำ ก็จะเต็มที่รู้สึกเหมือน มันคุ้มน่ะค่ะ อยากให้ติดตามชมละคร อยากขอบคุณหลายๆ คน สำคัญที่สุดต้องขอบคุณแม่ เป็นกำลังใจ เป็นทุกอย่าง ถ้าไม่มีคุณแม่ก็ไม่มีวันนี้” ทั้งสวย เก่ง แถมยังตั้งใจจริงขนาดนี้ รับรองว่าความน่ารัก และเสน่ห์ของเธอ ทำให้เธอจะโดดเด่นไปอีกนาน
       
       ประวัติส่วนตัว
       ชื่อจริง: อุรัสยา สเปอร์บันด์
       ชื่อเล่น: ญาญ่า
       เชื้อชาติ: ไทย-นอร์เวย์
       เกิด: 18 มีนาคม พ.ศ.2536
       บิดา/มารดา: ซิกู๊ด-อุไร สเปอร์บันด์
       พี่น้อง: มีพี่สาว 1 คน ชื่อ แคทรียา
       การศึกษา:มัธยมศึกษา โรงเรียนบางกอกพัฒนา, อุดมศึกษา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อินเตอร์)
       ผลงานที่ผ่านมา: ถ่ายแบบ, เดินแบบ, ละครบ้านก้านมะยม, เพื่อนซี้ล่องหน, กุหลาบไร้หนาม, ดวงใจอัคนี
       
       รายงานข่าวโดยทีมข่าว M-Lite/ASTV สุดสัปดาห์
       
       ภาพโดย วรงค์กรณ์ ดินไทย
       
       ขอบคุณภาพประกอบจาก facebook yaya, ภาพยนตร์บันเทิง และไทยทีวีสีช่อง 3

ข่าวล่าสุด ในหมวด
บุกพิสูจน์ 'ความเสียว' ที่สวนน้ำ 'วานา นาวา หัวหิน' (ชมคลิป)
"ซิโก้-เกียรติศักดิ์" ฮีโร่บอลไทย พระเอกในหัวใจเธอ (ลูก-ภรรยา)
ระวังให้ดี! 6 โรคฮิต ที่มาพร้อมลมหนาว [info]
ดวงประจำวันอังคารที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๗
เลิกดรามา! ตำรวจชี้ “ใส่แตะขับรถ” ผิดกฎหมายจริง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 37 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014